เสียงริงโทนโทรศัพท์มือถือที่แผดเสียงดังลั่นท่ามกลางความเงียบสงบของเพนต์เฮาส์ในเวลาเกือบจะเที่ยงคืน ทำให้ผมที่กำลังนั่งอ่านเปเปอร์งานวิจัยอยู่ต้องละสายตาจากหน้าจอไอแพดด้วยความหงุดหงิด
บนหน้าจอแสดงชื่อ 'ไอ้บาส'
ผมขมวดคิ้วเข้าหากันเป็ปม ปกติไอ้รุ่นน้องคนนี้ไม่เคยกล้าโทรหาผมในเวลาวิกาลแบบนี้ เว้นเสียแต่ว่าจะมีเื่คอขาดบาดตายจริงๆ และเื่คอขาดบาดตายเพียงเื่เดียวที่ผมสั่งให้มันรายงาน ก็คือเื่ของ... ต้นหนาว
"มีอะไร" ผมกดรับสายและกรอกเสียงเ็าลงไปทันที
(พะ... พี่คิริน! แย่แล้วพี่ ไอ้หนาวมันเมาเละเทะเลยครับ)
เสียงของไอ้บาสดังลนลานผ่านสายมา พร้อมกับเสียงดนตรีบีทหนักๆ ที่ดังแทรกเข้ามาเป็ระยะ บ่งบอกว่ามันกำลังอยู่ในสถานที่อโคจรอย่างแน่นอน
"เมา? ที่ไหน"
น้ำเสียงของผมกดต่ำลงอีกระดับ ความหงุดหงิดเปลี่ยนเป็ความร้อนรุ่มในอกทันทีเมื่อได้ยินว่าเด็กดื้อของผมไปเมามายอยู่ข้างนอก
(ร้านหลังมอครับพี่ คือวันนี้พวกสายรหัสผมเขานัดเลี้ยงสายกัน แล้วไอ้หนาวมันก็โดนรุ่นพี่ไซโคให้ซดเพียวไปหลายแก้ว ตอนนี้มันเลื้อยเป็งูเลยครับ ผมจะแบกมันกลับก็ไม่ไหว เพราะผมต้องขับรถมอเตอร์ไซค์...)
"กูบอกมึงแล้วใช่ไหมว่าถ้ามันเมาให้โทรหากู"
ผมแทรกขึ้นมาด้วยความโมโหที่เริ่มจะควบคุมไม่อยู่
"ส่งโลเคชั่นมา กูจะไปรับเดี๋ยวนี้"
(ครับๆ พี่รีบมานะ ก่อนที่มันจะโดนหมาตัวอื่นคาบไปแดก!)
ผมกดตัดสายโดยไม่รอให้มันพูดจบ คว้ากุญแจรถปอร์เช่พานาเมร่าและเสื้อแจ็กเก็ตยีนส์สีเข้มที่พาดอยู่บนโซฟา แล้วสาวเท้ายาวๆ ตรงไปยังลิฟต์ด้วยความเร็วที่สุดเท่าที่เคยทำมา
ความรู้สึกหงุดหงิด หวงแหน และเป็ห่วง ตีรวนกันไปหมดในอก ผมเหยียบคันเร่งพารถสปอร์ตคู่ใจทะยานฝ่าความมืดของถนนยามค่ำคืนไปยังร้านเหล้าหลังมหาวิทยาลัยด้วยความเร็วที่เกินกฎหมายกำหนดไปมาก กฎเหล็กสามข้อที่ผมเพิ่งตั้งให้เขาไปเมื่อเช้า ดูเหมือนเด็กดื้อคนนี้จะทำผิดกฎข้อสุดท้ายเข้าให้แล้ว แต่โชคยังดีที่ไอ้บาสมันยังจำได้ว่าต้องโทรหาใคร
ใช้เวลาไม่ถึงสิบห้านาที ผมก็เบรกรถดังเอี๊ยดที่หน้าผับเป้าหมาย ผมก้าวลงจากรถด้วยสีหน้าเรียบตึงแผ่รังสีอำมหิตจนการ์ดหน้าร้านยังต้องหลบทางให้ ผมเดินผ่าฝูงชนที่เบียดเสียดและเสียงเพลงที่ดังหนวกหู สายตาคมกริบกวาดมองหาเป้าหมายอย่างรวดเร็ว
แล้วผมก็เจอเขา
ต้นหนาวนั่งฟุบหน้าอยู่กับโต๊ะไม้ในมุมหนึ่งของร้าน เสื้อนักศึกษาสีขาวหลุดลุ่ยออกนอกกางเกงยีนส์ ปลดกระดุมบนออกจนเห็นลาดไหล่ขาวเนียน ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ ข้างๆ กันมีไอ้บาสที่กำลังพยายามดึงแขนเขาให้ลุกขึ้น และที่ทำให้เส้นความอดทนของผมขาดผึง คือมือของไอ้รุ่นพี่ร่วมโต๊ะคนหนึ่งที่ถือวิสาสะวางทาบลงบนเอวคอดบางและกำลังลูบไล้สะโพกของเขาอย่างน่าเกลียด!
ผมไม่รอช้า สาวเท้าเข้าไปปัดมือนั่นออกอย่างแรงจนมันสะดุ้งโหยง
"ใครวะ!—"
ไอ้รุ่นพี่คนนั้นหันมาจะโวยวาย แต่พอสบสายตาคมกริบที่แผ่ไอสังหารของผม มันก็ถึงกับหน้าถอดสีและกลืนคำพูดลงคอไปทันที
"ผมมารับรูมเมตผมกลับ"
ผมพูดเสียงเรียบต่ำ ทรงพลังจนไม่มีใครกล้าปริปากขัด ผมช้อนตัวต้นหนาวขึ้นมาอุ้มในอ้อมแขนทันที ร่างเล็กครางอือซบหน้าเข้าหาอกผมอย่างคุ้นเคย ผมหันไปพยักหน้าให้ไอ้บาสทีหนึ่งก่อนจะเดินอุ้มร่างปวกเปียกออกมาท่ามกลางสายตาคนทั้งร้าน
ผมพาเขามาที่รถ จัดการประคองให้นั่งเบาะข้างคนขับ คาดเข็มขัดนิรภัยให้เรียบร้อย ส่วนมืออีกข้างต้องคอยดันหัวทุยๆ ของเขาไม่ให้โขกกับกระจกหน้าต่าง ััจากเส้นผมนุ่มนิ่มและอุณหภูมิร่างกายที่สูงกว่าปกติเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ แผ่ซ่านผ่านฝ่ามือของผมเข้ามาถึงหัวใจ
"บอกแล้วไงว่าอย่าดื้อ ทำไมชอบทำให้เป็ห่วงอยู่เรื่อย"
ผมบ่นเบาๆ กับตัวเอง ขณะที่เลี้ยวรถเข้าสู่ลานจอดรถของคอนโด
กว่าจะแบกร่างปวกเปียกของรูมเมตตัวแสบขึ้นมาถึงเพนต์เฮาส์ชั้นยี่สิบห้าได้ ก็เล่นเอาผมเหงื่อซึม ผมวางเขากลิ้งลงบนเตียงคิงไซส์หนานุ่มในห้องนอนของผมอย่างเบามือ
ต้นหนาวครางฮือในลำคอ พลิกตัวนอนหงาย แขนเรียวปัดป่ายไปมากลางอากาศ
"ร้อนนน... ถอดให้หน่อยยย..."
เสียงยานคางแหบพร่าประกอบกับการกระทำที่พยายามจะปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาของตัวเองด้วยมือที่สั่นเทา ทำเอาผมถึงกับชะงัก ลมหายใจสะดุดไปชั่วคราว ภาพผิวขาวเนียนที่ค่อยๆ เผยให้เห็นทีละนิดตามจังหวะกระดุมที่หลุดออก มันกำลังท้าทายขีดจำกัดความอดทนของผู้ชายวัยเจริญพันธุ์อย่างผมขั้นสุด
"อยู่นิ่งๆ พี่จะเช็ดตัวให้"
ผมกดเสียงต่ำ พยายามข่มอารมณ์ดิบเถื่อนที่พุ่งพล่านขึ้นมา รีบเดินหนีเข้าห้องน้ำเพื่อไปเตรียมกะละมังใส่น้ำอุ่นและผ้าขนหนูผืนเล็ก
เมื่อผมเดินกลับมาที่เตียง สภาพของคนเมาก็ยิ่งยั่ววนกว่าเดิม เสื้อนักศึกษาถูกปลดกระดุมออกหมดจนสาบเสื้อแยกกว้าง เผยให้เห็นแผงอกบางและหน้าท้องขาวเนียนที่กำลังขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจเข้าออก ผมลอยกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียงข้างๆ ร่างเล็ก บิดผ้าชุบน้ำอุ่นจนหมาด
ผมค่อยๆ แตะผ้าขนหนูลงบนหน้าผากมนของเขา เช็ดซับหยาดเหงื่อที่ซึมตามไรผมอย่างเบามือที่สุด ต้นหนาวหลับตาพริ้ม ครางอือในลำคอด้วยความสบายตัวเมื่อได้รับความเย็นจากผ้า
ผมไล่ผ้าลงมาเช็ดตามพวงแก้มใสที่ขึ้นสีแดงจัด ปลายจมูกรั้น และริมฝีปากบางที่เผยอขึ้นเล็กน้อย ทุกััที่ผมมอบให้ มันเต็มไปด้วยความทะนุถนอมและความหวงแหนอย่างที่ผมไม่เคยมีให้ใครมาก่อน
"อื้อออ... เย็นจัง..." เขาละเมอออกมาเบาๆ
ผมขยับผ้าลงมาเช็ดที่ซอกคอขาวเนียน กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ผสมกับกลิ่นกายหอมละมุนเฉพาะตัวของเขา ลอยเตะจมูกจนผมแทบจะสติแตก ผมพยายามท่องขันติในใจ ขณะที่ลากผ้าซับลงมาตามลาดไหล่และแผงอกบาง
การเช็ดตัวให้ต้นหนาวในสภาพกึ่งเปลือยแบบนี้ มันคือบททดสอบความอดทนที่หฤโหดที่สุดในชีวิตผมเลยก็ว่าได้ ผมต้องใช้ความพยายามอย่างมหาศาลที่จะไม่เผลอก้มลงไปฝากรอยรักบนผิวขาวๆ นั่น
แต่ดูเหมือนความพยายามของผมจะสูญเปล่า เมื่อจู่ๆ คนที่ผมคิดว่าหลับไปแล้ว กลับลืมตากลมโตที่หวานเยิ้มหยาดเยิ้มขึ้นมามองผม
"พี่คิริน..."
เสียงหวานแหบพร่าเอ่ยเรียกชื่อผม พร้อมกับมือเรียวที่เอื้อมมาคว้าหมับเข้าที่คอเสื้อแจ็กเก็ตของผม แล้วออกแรงดึงเบาๆ ให้ผมโน้มตัวลงไปหา
ผมไม่ได้ขัดขืน ปล่อยให้ตัวเองถูกดึงลงไปจนใบหน้าของเราห่างกันไม่ถึงคืบ ลมหายใจร้อนๆ ที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์ของเขารินรดลงบนปลายจมูกของผม
"มีอะไร หนาวเหรอ"
ผมกระซิบถามเสียงพร่า แววตาคมเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังสะท้อนเงาของผมอยู่
ต้นหนาวส่ายหน้าเบาๆ มือเล็กอีกข้างยกขึ้นมาลูบไล้แผงอกของผมผ่านเนื้อผ้าเชิ้ตสีดำ ััสะเปะสะปะนั่นทำเอาขนในกายผมลุกซู่
"พี่คิริน... มีแฟนหรือยัง..."
คำถามที่หลุดออกมาจากปากคนเมา ทำเอาผมชะงักไปชั่วครู่
"พี่หน้าตาดุ... เหมือนพวกมาเฟียเลย... แต่ทำไม... พี่ถึงใจดีกับผมจัง..."
คำพูดซื่อๆ ที่ออกมาจากความรู้สึกส่วนลึกของเขา เหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิงแห่งความปรารถนาที่ผมพยายามกดทับเอาไว้
"พี่ดุ... แต่พี่ก็ยอมผมตลอดเลย... พี่ทำข้าวต้มให้ผม... พี่มารับผม..."
ต้นหนาวยังคงพึมพำต่อไป ขยับตัวเข้ามาเบียดชิดกับผมมากขึ้น ซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของผมอย่างออดอ้อน
"ผมชอบ... ที่พี่อยู่ใกล้ๆ... มันอุ่นดี..."
ฟางเส้นสุดท้ายที่ชื่อว่า 'ความอดทน' ของผมขาดผึงลงในวินาทีนั้น
"หนูรู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไรออกมา"
ผมกระซิบชิดริมใบหูเล็ก ขบเม้มติ่งหูขาวเบาๆ สูดดมกลิ่นเนื้ออุ่นจนคนใต้ร่างสะดุ้งเฮือก ร่างกายบอบบางสั่นสะท้านขึ้นมาทันที
"อื้อ... รู้สิ... ก็ผมชอบ..."
ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบประโยคดี ผมก็กดริมฝีปากของตัวเองลงไปกลีบปากสีพีชนั่นทันที ปิดกั้นทุกเสียงบ่นและเสียงหวานๆ ของคนขี้ยั่วด้วยความร้อนแรงและกระหายอยากที่สะสมมานาน
มันเป็จูบที่ดุดันและร้อนระอุราวกับจะสูบิญญา ผมบดคลึงริมฝีปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ บังคับให้เรียวปากเล็กเผยออกรับเรียวลิ้นร้อนของผมที่แทรกเข้าไปกวาดต้อนน้ำหวานล้ำภายใน กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ยิ่งกระตุ้นอารมณ์ดิบให้พลุ่งพล่านจนแทบคลั่ง ปลายลิ้นของเราเกี่ยวกระหวัดแลกรสััอย่างไม่มีใครยอมใคร เสียงเฉอะแฉะชื้นแฉะจากการแลกจูบอย่างหยาบโลนดังระงมก้องห้องนอนที่เงียบสงัด
"อื้มมม... อื้อ... ฮ่า..."
ต้นหนาวครางประท้วงในลำคอเมื่อเริ่มขาดอากาศหายใจ สองมือเล็กเปลี่ยนมาขยับเสื้อแจ็กเก็ตของผมแน่นเพื่อยึดเหนี่ยว ร่างกายสะท้านโยนไปกับแรงอารมณ์ที่ผมสาดใส่
ผมผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้ร่างเล็กได้กอบโกยอากาศเข้าปอดเพียงเสี้ยววินาที ลมหายใจหอบกระเส่าของเขาเป่ารดจมูกผม ก่อนที่ผมจะก้มลงไปกดจูบขยี้กลีบปากนุ่มอีกครั้ง ครั้งนี้มันทวีความดิบเถื่อนและลึกซึ้งยิ่งกว่าเก่า ผมขบเม้มริมฝีปากล่างของเขาเบาๆ ดูดดึงริมฝีปากบวมเจ่อสีระเรื่ออย่างน่ารังแก มือหนาของผมที่เคยวางผ้าขนหนูทิ้งไปแล้ว เริ่มลากไล้ไปตามเรือนร่างบอบบางที่ร้อนระอุด้วยฤทธิ์สุรา
ผมจัดการกระชากเสื้อนักศึกษาของเขาออกจนกระดุมหลุดลุ่ยอย่างรวดเร็วและโยนมันทิ้งไปให้พ้นสายตา เผยให้เห็นแผงอกขาวเนียนละเอียดและหน้าท้องแบนราบที่กำลังกระเพื่อมไหวรัวเร็วตามจังหวะหอบหายใจ ผิวกายของเขานุ่มนิ่มลื่นมือราวกับผ้าไหมชั้นดี ผมเบียดแผงอกกว้างของตัวเองลงไปแนบชิด ััถึงความร้อนและเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นรัวประสานกันอย่างบ้าคลั่ง
"พี่คิริน... อ๊า... ฮื้อ..."
เสียงครางหวานสั่นเครือหลุดลอดออกมาเมื่อผมถอนจูบ เลื่อนใบหน้าซุกไซ้ซอกคอขาวเนียน กลิ่นกายหอมละมุนเฉพาะตัวปะปนกับกลิ่นสุรายิ่งทำให้ผมมัวเมา ผมกดจูบขบเม้มซอกคอขาวระหงและลาดไหล่เนียนอย่างแรงจนเกิดรอยรักสีกุหลาบเข้มหลายจุดเพื่อตีตราจอง ต้นหนาวแอ่นแผ่นอกขาวชูชันรับััอย่างลืมตัว นิ้วเล็กๆ สอดแทรกเข้ามาในกลุ่มผมของผมและขยับเกร็งเพื่อระบายความเสียวซ่านที่พุ่งสูง
ผมเลื่อนใบหน้าต่ำลงมา พรมจูบไปทั่วเนินอกบาง ลิ้นร้อนแตะชิมยอดอกสีชมพูระเรื่อที่กำลังตั้งชันสู้ลมเย็นของเครื่องปรับอากาศ ผมใช้ปลายลิ้นเลียตวัดไล้รอบฐาน สลับกับการดูดกลืนดูดดึงยอดอกสีหวานแรงๆ จนมันแข็งขืนสู้ลิ้น เสียงดูดเม้มดังประสานกับเสียงครางกระเส่าของคนใต้ร่าง
"อ๊ะ... พี่คิริน... อย่า... มันเสียว... ฮื้อออ..."
คนเมาครางเสียงสั่นพร่า ร่างกายบิดเร่าสั่นระริกด้วยความเสียวซ่าน ท่อนแขนเรียวรัดรอบคอผมแ่า
มือใหญ่ของผมลูบไล้ลงต่ำ บีบเค้นเอวคอดบางอย่างมันเขี้ยว ก่อนจะซุกมือลงใต้กางเกงลากไปกอบกุมสะโพกนิ่ม ตะโบมบีบเฟ้นแก้มก้นนุ่มแน่นเต็มไม้เต็มมือจนเนื้อปลิ้นตามง่ามนิ้ว ััเนื้อแนบเนื้อที่เสียดสีกันอย่างรุนแรงปลุกปั่นสัญชาตญาณดิบในตัวผมให้ลุกโชน แก่นกายใหญ่โตใต้กางเกงขยายตัวร้อนผ่าวปูดโปนจนคับแน่น ปวดหนึบจน้าการปลดปล่อยอย่างที่สุด ผมเบียดหน้าขาที่แข็งขืนกดกระแทกเข้ากับหน้าตักและบั้นท้ายนิ่มของคนใต้ร่างเน้นๆ จนคนเมาหลุดเสียงครางหวานหูเอ่ยปากรับ
"หนูเป็ของพี่แล้วนะ ต้นหนาว..."
ผมกระซิบชิดริมฝีปากที่บวมเป่ง แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาฉ่ำปรือที่หวานเยิ้มหลงระเริงไปกับรสรัก แววตาของผมเต็มไปด้วยความคลั่งรัก ความหวงแหน และความ้าร่างนี้ทั้งหมด
"อื้อ... ของพี่คิริน... ผมเป็ของพี่..."
คนเมาพึมพำตอบรับอย่างไร้สติ วาดแขนโอบรอบคอผมและดึงตัวผมลงไปรับจุมพิตที่แสนจะดูดดื่มร้อนแรงอีกครั้ง
ค่ำคืนนี้ แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งเข้ามาในห้อง ได้กลายเป็พยานให้กับความสัมพันธ์ที่ขยับลึกซึ้งขึ้นไปอีกขั้นของเรารูมเมตสองคน ััอุ่นร้อน เสียงหัวใจที่เต้นระรัวประสานกันเป็จังหวะเดียว และจุมพิตที่แลกเปลี่ยนความรู้สึกอันเอ่อล้น ทำให้ค่ำคืนที่แสนธรรมดากลายเป็ค่ำคืนที่แสนจะเร่าร้อนและไม่มีวันลืมเลือน...
...
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องกระทบเปลือกตา ทำให้ผมต้องค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา
ความรู้สึกหนักอึ้งที่ทาบทับอยู่บนแผงอก ทำให้ผมต้องก้มหน้าลงไปมอง ร่างเล็กๆ ของต้นหนาวยังคงหลับสนิทอยู่ในอ้อมแขนของผม ใบหน้าหวานซุกอยู่กับซอกคอของผม ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอบ่งบอกว่าเขากำลังหลับสบาย
ผมระบายยิ้มออกมาอย่างมีความสุข กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีกนิด ซึมซับความอบอุ่นจากร่างกายของเขาที่แนบชิดกับผมทุกสัดส่วนใต้ผ้าห่มผืนหนา
เมื่อคืนนี้... ถึงแม้ผมจะไม่ได้ล่วงเกินเขาไปจนถึงขั้นสุดท้ายตามที่ใจเรียกร้อง เพราะผมไม่อยากเอาเปรียบคนเมาที่ไม่มีสติครบถ้วน แต่ััที่ลึกซึ้งและการกระทำที่เปิดเผยความรู้สึกต่อกัน มันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ความสัมพันธ์ของเราเปลี่ยนไปตลอดกาล
ผมก้มลงประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากมนของคนในอ้อมกอดอย่างแ่เบาด้วยความรักใคร่และหวงแหน
"พี่รักหนูนะ ต้นหนาว..." ผมกระซิบแ่เบาในความเงียบ
ต่อจากนี้ไป กฎเหล็กของรูมเมตคงไม่มีความหมายอีกต่อไป เพราะสถานะของเรา... มันกำลังจะก้าวข้ามคำว่า 'รูมเมต' ไปสู่คำว่า 'คนรัก' อย่างสมบูรณ์แบบในไม่ช้านี้แน่นอน.