ไอริณ ๒๕๖๙ สืบล่ากลไกมรณะ

    (2) เบาะแสแรก

            ### ขลุ่ยมรณะ (Deadly Flute)


            **Episode 2: เบาะแสแรก (The First Clue)**


            เช้าวันรุ่งขึ้นหลังเหตุการณ์ในฮอลล์คอนเสิร์ต ฝนหยุดตกแล้ว แต่ท้องฟ้ายังคงครึ้มเหมือนอารมณ์ของไอริณ


            เธอนั่งอยู่ในห้องประชุมเล็กๆ ของกองบัญชาการตำรวจแห่งชาติ แจ็คเก็ตหนังสีน้ำตาลวางพาดพนักเก้าอี้ กางเกงยีนส์และบู้ทหนังยังคงเหมือนเดิมราวกับไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้ามาตลอดคืน ผมดำขลับมัดหางม้าสูง ใบหน้าสวยคมแต่ดวงตาแดงก่ำจากการนอนน้อย


            บนโต๊ะตรงหน้าเป็๲แฟ้มคดี ภาพถ่ายศพอาจารย์วิชัย ขลุ่ยไม้ไผ่ในถุงหลักฐาน และเศษไม้ไผ่ชิ้นเล็กที่เธอคีบออกจากมุมปากผู้ตาย


            ร้อยตำรวจตรีพิธา คู่หูของเธอ เดินเข้ามาพร้อมกาแฟสองแก้ว เขาสูงโปร่ง หน้าตาคมเข้มแบบหนุ่มวิศวะที่หลงทางมาทำงานตำรวจ ยังคงดูตื่นเต้นง่ายเหมือนเดิม


            “พี่ไอริณ นอนมาบ้างไหมครับ? หน้าซีดหมดแล้ว” เขาวางกาแฟให้เธอแก้วหนึ่ง


            “นอนไม่หลับ” ไอริณตอบสั้น ๆ มือหยิบเศษไม้ไผ่ขึ้นมาส่องอีกครั้ง “พิธา... เธอช่วยเช็กประวัติครอบครัวอาจารย์วิชัยให้หน่อย โดยเฉพาะเ๱ื่๵๹ของเก่า โบราณวัตถุ หรือขลุ่ยพิเศษอะไรก็ตามที่เขาเคยพูดถึงในสัมภาษณ์”


            พิธานั่งลงข้างๆ เปิดแล็ปท็อป “ผมเช็กเบื้องต้นแล้วครับ อาจารย์วิชัยเป็๲นักสะสมขลุ่ยโบราณตัวยง เคยให้สัมภาษณ์ว่ากำลังตามหาขลุ่ยชิ้นหนึ่งจากสมัยอยุธยา ชิ้นที่หายสาบสูญไปนานแล้ว”


            ไอริณขมวดคิ้ว “ชิ้นที่หายสาบสูญ... แล้วคืนนั้นเขาเป่าขลุ่ยชิ้นไหน?”


            “ผู้ช่วยบอกว่าเป็๲ชิ้นที่เพิ่งได้มาใหม่ ไม่เคยเห็นมาก่อน” พิธาตอบ “ผมลองค้นต่อดู... พบว่าสามเดือนที่แล้ว อาจารย์วิชัยเคยไปประมูลของเก่าที่ตลาดมืดย่านบางรัก มีรายงานว่าซื้อขลุ่ยไม้ไผ่ชิ้นหนึ่งในราคาสูงมาก”


            ไอริณลุกขึ้นทันที “ไปบางรักกัน”


            บ่ายนั้น ทั้งสองขับรถมาถึงย่านเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยร้านขายของโบราณ ตึกรามไม้เก่าตามตรอกแคบๆ กลิ่นไม้ชื้นและธูปลอยคละคลุ้ง


            ไอริณเดินนำหน้า บู้ทหนังกระทบพื้นหินดังกึกก้อง เธอหยุดที่หน้าร้านเล็กๆ ชื่อ “บ้านโบราณวัตถุ” ป้ายไม้เก่าจางๆ


            เ๽้าของร้าน ชายวัย 60 กว่า ผอมแห้ง ผมหงอกเต็มหัว ยิ้มต้อนรับอย่างเกรงๆ เมื่อเห็นบัตรตำรวจ


            “ขลุ่ยไม้ไผ่ที่ขายให้อาจารย์วิชัยใช่ไหมคะ” ไอริณถามตรง ๆ ดวงตาคมจ้องจนชายแก่หลบสายตา


            “ครับ... ขลุ่ยชิ้นนั้นสวยมาก ไม้ไผ่เก่าแก่ ผมได้มาจากคนที่เอามาขายต่ออีกที” เขาตอบเสียงสั่น


            “คนนั้นชื่ออะไร ที่มาของขลุ่ยคืออะไร” เธอถามต่อ


            ชายแก่ลังเล “เขาไม่บอกชื่อครับ บอกแค่ว่าขลุ่ยชิ้นนี้มาจากพิพิธภัณฑ์เอกชนแห่งหนึ่ง... แต่ผมไม่ถามเยอะหรอกครับ ของพวกนี้บางทีก็มาจากทางไม่ดี”


            พิธาแทรกขึ้น “พิพิธภัณฑ์ไหนครับ?”


            “พิพิธภัณฑ์บ้านอยุธยา เอกชนเล็กๆ ย่านพระนครครับ แต่ผมได้ยินมาว่าปีที่แล้วมีของหายไปหลายชิ้น รวมทั้งขลุ่ยโบราณชิ้นสำคัญด้วย”


            ไอริณจดไว้ในสมุดเล็กทันที “ขอบคุณค่ะ”


            เย็นย่ำ ทั้งสองมาถึงพิพิธภัณฑ์บ้านอยุธยา อาคารเก่าสองชั้นที่เคยเป็๲บ้านขุนนางสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น บรรยากาศเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมพัดผ่านช่องหน้าต่างไม้


            ผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์คือ ดร.ศิริพร หญิงวัย สามสิบกว่ากลางๆ หน้าตาคมขำ นักโบราณคดีที่ไอริณเคยเรียนด้วยสมัยมหาวิทยาลัย


            “ไอริณ! นานมากไม่เจอ” ศิริพรยิ้มกว้าง กอดเพื่อนเก่าอย่างอบอุ่น “มาทำอะไรที่นี่?”


            ไอริณยิ้มตอบบางๆ “มาสอบเ๱ื่๵๹ขลุ่ยไม้ไผ่โบราณชิ้นหนึ่งที่หายไปเมื่อปีที่แล้ว”


            สีหน้าศิริพรเปลี่ยนไปเล็กน้อย “ขลุ่ยมรณะ... ใช่ไหม”


            ไอริณพยักหน้า


            ศิริพรพาทั้งสองเข้าไปในห้องเก็บของโบราณ มืดสลัว มีเพียงแสงจากหลอดไฟเก่าๆ


            “ขลุ่ยชิ้นนั้นเคยอยู่ที่นี่จริงๆ” เธอชี้ไปที่ตู้กระจกว่างเปล่า “ถูกขโมยไปเมื่อสิบแปดเดือนที่แล้ว พร้อมของอีกสองสามชิ้น ไม่เคยเจอตัวคนร้าย”


            “มีตำนานอะไรเกี่ยวกับมันบ้าง” ไอริณถาม


            ศิริพรลดเสียงลง “ตำนานเล่าว่า ขลุ่ยชิ้นนี้ถูกสร้างโดยช่างหลวงสมัยอยุธยา เพื่อถวายกษัตริย์ แต่ช่างคนนั้นถูกใส่ร้ายจนครอบครัวถูกป๱ะ๮า๱ เขาเลยสาปขลุ่ยชิ้นนั้นเอาไว้... ว่าถ้าใครเป่าในทำนองต้องห้าม คนฟังจะหัวใจหยุดเต้นตาย”


            พิธาหัวเราะเบาๆ “ตำนานผีสิครับ”


            แต่ไอริณไม่หัวเราะ เธอจ้องตู้กระจกว่างเปล่านั้น


            ทันใดนั้น ลมพัดแรงวูบหนึ่ง หน้าต่างไม้เก่าสั่นครืด เสียงลมผ่านช่องท่อไผ่ที่แขวนโชว์ในห้องดังขึ้น... คล้ายเสียงขลุ่ยเบาๆ


            ไอริณรู้สึกหนาวสันหลังวาบ หัวใจเต้นแรงชั่วขณะ


            ศิริพรมองเธออย่างรู้ทัน “เธอได้ยินด้วยใช่ไหม... เสียงมัน”


            ไอริณไม่ตอบ แต่ในใจเธอรู้แล้วว่า คดีนี้เพิ่งเริ่มต้นจริงๆ


            คืนนั้น ขณะขับรถกลับ ไอริณได้รับโทรศัพท์ด่วน


            “พี่ไอริณ! มีศพใหม่ครับ นักสะสมของเก่าคนหนึ่ง ตายในบ้านตัวเอง... หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันเหมือนกัน”


            ไอริณหันพวงมาลัยรถทันที บู้ทหนังเหยียบคันเร่งเต็มแรง


            ขลุ่ยมรณะ บรรเลงท่อนที่สองแล้ว


            **End of Episode 2**

            *โปรดติดตามตอนต่อไป*