ครืดดดด ครืดดดดด
สายเรียกเข้าจาก 099-789xxxx
“...หืม เบอร์แปลกโทรมาแต่เช้าเลย” ฉันพึมพำด้วยอาการงัวเงีย
ติ้ด
<เขม>
“หืม ใครคะ”
<อะไร คืนเดียวจำผัวตัวเองไม่ได้หรอ>
พรึ้บ!
“พะ พี่ติณณ์หรอ” หูตาสว่างทันที ฉันหันมองที่ข้างๆ มันว่างเปล่า แปลว่าเขาออกไปทำงานแล้ว
<อืม พี่มีเคสฉุกเฉินแต่เช้ามืด ไม่อยากปลุกเขม เลยให้นอนก่อน>
“อ่าาา ..แล้วพี่ไปเอาเบอร์เขมมาจากไหน”
<แอบโทรเข้ามือถือเมื่อเช้า>
“นิสัย… ว่าแต่ มีอะไรรึเปล่า”
<่บ่ายวันนี้มีกิจกรรมที่โรงเรียนเดียร์น่า ช่วยพาไปส่งก่อนได้ไหม พี่กลัวออกเคสไปรับไม่ทัน บอกเดียร์น่าว่าเดี๋ยวพี่รีบตามไป>
“อ่อ ได้ๆ”
<เอารถที่บ้านไปใช้ได้เลย กุญแจอยู่ในลิ้นชักฝั่งขวาของหัวเตียง วันนี้เส้นถนนโรงเรียนรถน่าจะเยอะ แท็คซี่ไม่น่าจะเข้าถึง>
“เขมไม่ได้ขับรถเองนานแล้ว ถ้ามีรอยเฉี่ยว เสารั้วบุบไม่ว่ากันนะ”
<....> เขาเงียบไปทันที สงสัยจะกลัวฉันทำรถพังจริง
“ล้อเล่นน่าาา”
<เดี๋ยวโดนตี หึๆ แล้วเราลุกไหวใช่ไหม>
“แค่นี้กระจอก ไม่ต้องห่วง”
<ปากคอนี่นะ เดี๋ยวคืนนี้จะโดนซ้ำจนคลานลงจากเตียงเลย>
“เขมหนีกลับคอนโดก่อนนะ”
<ไม่ต้องกลับ ไม่ให้กลับ นอนบ้านพี่นั่นแหละ เดี๋ยวพาไปขนของ>
“อะไร แค่คืนดีวันเดียวจะให้ย้ายมาอยู่ด้วยเลยหรอ”
<ถ้าบอกว่าใช่ จะย้ายมาไหมล่ะ>
“...ขอคิดดูก่อน”
<ห้ามเล่นตัว… อ่า แค่นี้ก่อนนะ พี่ต้องเข้าเวรตรวจแล้ว>
“โอเคคร้าบบบ ตั้งใจทำงานนะ ลูกเมียรออยู่ จุ๊บๆ”
<อ่าา บายครับ>
ฉันกดวางสายจากพี่ติณณ์ ก้าวขาสั่นๆ ลงจากเตียง ยืนดูผลงานที่มองแล้วต้องหน้าแดง ทิชชู่กองรอบทิศ เสื้อผ้ากระจัดกระจาย ผ้าปูเตียงที่หลุดกองขยุมเป็ก้อน ส่วนตัวฉันที่เปลือยกายล่อนจ้อน หัวฟูอย่างกับถูกรุมโทรม รอยจ้ำแดงเต็มเนินอก คราบขาวๆ ที่ยังเปื้อนแห้งกรังติดอยู่ตามหน้าท้อง และแก้มก้น
ฉันรีบสะบัดหัวไล่ความคิดถึงภาพอันเร่าร้อน เร้าใจ จุกหน่วงที่ท้องน้อยเมื่อคืน แล้วอาบน้ำจัดแจงตัวออกดิ่งไปยังห้องนอนของเด็กเล็ก
ก็อกๆ
“เดียร์น่า ตื่นรึยังเอ่ยยย”
แอ้ดดดด
ฉันเปิดประตูเข้าไป ยัยเด็กซนยังนอนแผ่หลา กอดตุ๊กตาอยู่บนเตียง ตาหลี่ลง ข้างแก้มหยี มุมปากยิ้มกริ่ม ดูจากหน้าบ้านยังรู้ว่าแกล้งหลับ ฉันยืนกอดอกมองเธอด้วยความเอ็นดู เอื้อมมือไปเกี่ยวเส้นผมที่ปรกตา เขย่าเรียกเธอเบาๆ
“รู้นะว่าตื่นนนน จั้กจี้ๆ” ฉันแกล้วจี้เอวเธอ จากนั้นก็ดึงเข้ามากอด
“ฮ่าๆๆ น้าเขมรู้ได้ไงคะว่าเดียร์น่าแกล้งหลับ”
“น้ามีความคิดวิเศษน่ะ”
“น้าเขมเป็นางฟ้าหรอคะ”
“ช่ายยย น้าสวยและเก่งมากใช่ไหม” ฉันยอตัวเองให้เด็กฟังเธอพยักหน้ายิ้มจนตาหยี
“ถ้าน้าเขมเป็นางฟ้า น้าเขมเคยเจอมะม๊าของเดียร์น่าไหมคะ ดะด๊าบอกมะม๊าเป็นางฟ้าอยู่บน์”
ฉันสะอึกทันทีที่เธอพูดแบบนั้น จะให้โกหกเด็กมันก็รู้สึกแย่อย่างบอกไม่ถูก แต่จะพูดความจริงมันก็ไม่ได้
“เอ่อ น้าไม่เคยเห็นหน้ามะม๊าของเดียร์น่าน่ะ เลยไม่รู้ว่าคนไหน”
“งั้นหรอคะ เดียร์น่าก็ไม่เคยเห็นหน้ามะม๊าเหมือนกัน....”
เธอหลบสายตาก้มต่ำเหมือนกำลังผิดหวังเล็กๆ
“อะแฮ่ม ไปอาบน้ำกันดีกว่าเนาะ วันนี้มีกิจกรรมที่โรงเรียนใช่ไหม”
“วันแม่ค่ะ.. แต่เดียร์น่าไม่มีมะม๊า ทุกๆ ปีดะด๊าจะไปแทน”
เธอเอ่ยเสียงเบาในลำคอ ฉันรับรู้ถึงความน้อยเนื้อต่ำใจของเด็กสาวที่อายุเพียง 5 ขวบ เธอกำลังเ็ปกับบางสิ่งที่ขาดหายไปจากชีวิต ฉันยกมือลูบหัวเธอเบาๆ แล้วเชยคางเธอขึ้นมองตา
“น้าเขมไงคะ วันนี้น้าเขมจะเป็มะม๊าให้น้องเดียร์น่า 1 วัน โอเคไหมคะ”
“เป็มะ… มะม๊า หรอคะ” เด็กเล็กตาลุกวาว ดวงตากลมโตมีน้ำเคล้าเบ้า เธอกอดฉันแน่นแล้วซุกหน้าลงในอก
“ป่ะๆ อาบน้ำแต่งตัวสวยๆ กัน เดี๋ยวดะด๊าตามไป จะได้ใว่ามีนางฟ้าสองคนอยู่ในโรงเรียน โอเคไหม”
“โอเคค่ะ มะม๊าน้าเขม”
ฉันนิ่งอึ้งในความว่านอนสอนง่ายของเธอ เด็กที่ใสซื่อปีนลงจากเตียงไปถอดเสื้อผ้าล่อนจ้อน วิ่งก้นขาวๆ น่าตีเข้าห้องน้ำทันที
หลังอาบน้ำแต่งตัว ทำผมมัดแกะทั้งสองข้างให้เดียร์น่าเรียบร้อยแล้ว ฉันยืนกอดอกพิจารณาดูรถหรูต่างยี่ห้อที่จอดเรียงรายอยู่ 4 คัน
“เอาคันนี้ละกัน ดูดีมีระดับสมกับความเป็แม่”
ฉันคว้ากุญแจรถนอกเบนลีขึ้นหมุนติ้วๆ ฮัมเพลงด้วยความอารมณ์ดี และจูงมือเดียร์น่าไปด้วย
เกือบชั่วโมงที่ฉันฝ่ารถติดแถวหน้าโรงเรียนมาจอดถึงที่ได้อย่างปลอดภัย เดียร์น่าวิ่งลงรถ ไปไหว้ทักทายคุณครูที่รอต้อนรับอยู่หน้าตึก
เธอทักทายกับเดียร์น่า หันมาหาฉันด้วยความสงสัยก่อนจะชะเง้อคอมองหาใครบางคน
“เอ่อ เดียร์น่า คุณพ่อไม่มาหรอคะ” คุณครูถาม
“เดี๋ยวมาค่ะ แต่มะม๊าน้าเขมมาก่อน” เธอพูดพลางชี้มาที่ฉันอย่างภาคภูมิใจ
‘ตื่นตันค่ะคนผู้ชมมม จู่ๆ อิฉันก็กลายเป็แม่คนแล้ว’
“เอ่อ…” ครูอ้ำอึ้ง ยิ้มแหยๆ ใส่
“สวัสดีค่ะ ฉันเขม เป็...อ่าาา แม่ของเดียร์น่า” เธอทำสีหน้าใหันมองหน้าฉันสลับกับเดียร์น่า
“ภะ ภรรยาคุณหมอติณณ์หรอคะ” เธอถามกลับ พลางมองฉันั้แ่หัวจรดเท้า ยิ้มแหยๆ เหมือนไม่อยากจะเชื่อว่าฉันพูดความจริง
“ค่ะ”
“แหะๆ แปลกจัง คุณหมอไม่ได้แจ้งก่อนเลยว่าจะให้คนอื่นมาแทน”
“อ่าา เขาติดเคสน่ะค่ะ ว่าแต่เข้าในงานได้รึยังคะ”
เธอยิ้มแห้งผายมือให้ฉันเข้าที่นั่งในห้องประชุม จนถึงแก่เวลากิจกรรมดำเนินมาเรื่อยๆ เดียร์น่าดูตื่นเต้นมาก จูงมือฉันไปหาเพื่อนๆ แนะนำว่าเป็มะม๊ะน้าเขมของเธอ ผู้ปกครองรุ่นป้าหลายๆ คนก็ซุบซิบอย่างออกอาการ ว่าแม่น้องเดียร์น่าไม่ใช่ฝรั่งหรอ เดียร์น่าเป็ลูกครึ่งไม่ใช่หรอ ใครแท้ ใครปลอม ฉันเป็ใครกันแน่ บลาๆๆๆ
ฉันทำได้แค่ยิ้มแยกเขี้ยวส่งกลับ ถึงแม้จะอยากแย่งไมค์ผู้อำนวยการมาประกาศว่าให้หยุดสาระแนเื่ชาวบ้านสักทีก็ตาม