“คารวะคุณชายใหญ่เฟิ่ง คุณชายรองเฟิ่ง คุณชายฝานเ้าค่ะ” ถังหลีออกมาต้อนรับแขกที่เพิ่งเดินทางมาถึงอย่างยินดี “ข้าเตรียมอาหารและเครื่องดื่มไว้รอพวกท่านแล้ว เชิญเข้ามาในบ้านก่อนนะเ้าคะ”
“หลีเอ๋อ” ถังซานสะกิดเรียกน้องสาว “เ้ายังไม่ได้แนะนำพวกเราให้รู้จักคุณชายทั้งหลายเลยนะ”
“อ้อ...ขออภัยเ้าค่ะ” ถังหลีหันไปยิ้มให้คุณชายจากเมืองหลวงทั้งสามคนก่อนจะแนะนำคนในบ้าน “คนนี้คือพี่ใหญ่ของข้าชื่อถังซาน ส่วนนี่คือพี่สะใภ้ของข้าชื่อเซียงเหลียน และบุรุษรูปงามผู้นี้ชื่อกู้เยี่ยนเฉิง เป็สามีของข้าเองเ้าค่ะ”
เฟิ่งฮวนฟังจบก็หัวเราะออกมาคนแรกกับคำแนะนำอันสุดแสนจะเปิดเผย มีอย่างที่ไหนมาชมสามีต่อหน้าผู้อื่น แต่นางเป็อย่างนี้ก็ดี ถูกใจเขายิ่งนัก “น้องสาวของเราช่างเปิดเผยและจริงใจยิ่ง ข้าชอบนางมาเลยขอรับพี่ใหญ่”
“น้องสาว? น้องสาวอะไรหรือเ้าคะ” ถังหลีไม่เข้าใจ
“เข้าไปในบ้านก่อนเถอะ เดี๋ยวข้าอธิบายให้ฟัง” เฟิ่งเฮ่าบอก
หลังจากที่ทุกคนทานอาหารกลางวันร่วมกันเสร็จ เฟิ่งเฮ่าจึงเล่าความคิดที่บิดาและมารดาของเขาอยากจะรับถังหลีเป็ลูกสาวบุญธรรม
“เ้ามีความเห็นว่าอย่างไร” เฟิ่งเฮ่าถามถังหลี
“หลีเอ๋อ เ้าอย่าเพิ่งปฏิเสธความหวังดีของเรา ข้าได้ยินมาว่าเ้าตัดสัมพันธ์กับบิดาแล้ว และญาติฝั่งมารดาก็ไม่มี หากเ้าเข้าไปเป็บุตรบุญธรรมของตระกูลเฟิ่ง เ้าก็จะมีต้นไม้ใหญ่ให้พึ่งพิง ต่อจากนี้ก็จะไม่มีใครมาทำร้ายเ้าได้” เฟิ่งฮวนรีบอธิบายเสริมเพราะกลัวว่าถังหลีจะปฏิเสธ เขาถูกชะตากับน้องสาวคนนี้ั้แ่แรกเห็น
“เ้าไม่ต้องกลัวว่าเ้าจะถูกคนในบ้านรังแก ท่านลุงเฟิ่งกับท่านป้าเฟิ่งล้วนแต่ใจดี และด้วยความสดใสร่าเริงของเ้า ข้าเชื่อว่าท่านลุงกับท่านป้าต้องชอบเ้ามากแน่นอน” ฝานเส้าหย่วนช่วยพูดอีกแรง เขาเชื่อแล้วว่าน้องสาวบุญธรรมของสหายทำอาหารอร่อยมากจริงๆ หากนางได้ย้ายไปอยู่เมืองหลวง เขาจะไปเป็แขกร่วมรับประทานอาหารที่บ้านตระกูลเฟิ่งทุกวันเลย
“พี่ใหญ่ ท่านเห็นว่าอย่างไรเ้าคะ” ถังหลีหันไปถามพี่ชาย
ถังซานยิ้ม “เื่นี้เ้าคงต้องตัดสินใจเองแล้ว”
ถังหลีคิดว่าตอนนี้ทั้งตนเองและสามีต่างก็ไม่มีครอบครัวคอยสนับสนุนอยู่เื้ั แต่นางกลัวว่าหากนางตอบตกลง คุณชายเฟิ่งทั้งสองจะมองว่านางนึกถึงแต่ผลประโยชน์หรือไม่
เฟิ่งเฮ่าพอจะเดาความคิดของว่าที่น้องสาวออก “เ้าไม่ต้องกังวลว่าเราจะหาว่าเ้าเห็นแก่ผลประโยชน์ เพราะคนที่เสนอจะรับเ้าเข้าไปเป็บุตรบุญธรรมคือท่านพ่อและท่านแม่ของข้าเอง อีกทั้งที่ผ่านมาตระกูลเฟิ่งก็ไม่ได้ให้ผลประโยชน์อะไรกับเ้าสักอย่าง มีแต่เราที่ได้รับประโยชน์จากเ้า ไม่ว่าจะเป็เงินเดิมพันหนึ่งแสนตำลึง หรือแม้แต่ร้านหมูกระทะกับร้านชาบูก็เป็ความคิดของเ้าทั้งนั้น”
“นั่นสินั่นสิ เ้าอย่าคิดมากนะหลีเอ๋อ เป็พวกเราที่อยากรับเ้าไปเป็น้องสาวบุญธรรมเอง” เฟิ่งฮวนรีบพูดสนับสนุนพี่ชาย
“เช่นนั้น...ข้าต้องเดินทางไปพบท่านพ่อบุญธรรมกับท่านแม่บุญธรรมเมื่อไหร่หรือเ้าคะ”
“เ้าตอบตกลงแล้วใช่หรือไม่” เฟิ่งฮวนะโถามเสียงดัง “ข้าจะมีน้องสาวเป็ของตัวเองแล้ว พอไปถึงเมืองหลวง ข้าจะพาหลีเอ๋อไปอวดสหายทุกคนว่าข้าก็มีน้องสาวเป็ของตัวเองเหมือนกัน”
ถังซานแอบน้ำตาคลอ แม้แต่บิดาแท้ๆ ยังไม่เคยแสดงท่าทางดีใจเช่นนี้กับน้องสาวมาก่อน อีกทั้งคุณชายเฟิ่งทั้งสองก็ดูจะเป็คนดี นับจากนี้น้องสาวของเขาก็จะมีคนให้พึ่งพาแล้ว ส่วนตัวเขาก็จะคอยสนับสนุนน้องสาวอยู่ข้างหลัง
เฟิ่งเฮ่ากับเฟิ่งฮวนมองเห็นถังซานที่แอบน้ำตาคลอ พวกเขาจึงเข้าใจผิดคิดว่าถังซานน้อยใจที่พวกเขารับแค่ถังหลีเป็น้องสาวบุญธรรม สองพี่น้องจึงพยักหน้าให้กัน
“ในเมื่อหลีเอ๋อมีพี่ใหญ่ของตัวเองอยู่แล้ว แต่ในฐานะที่ข้าอายุมากที่สุด นางก็ต้องเรียกข้าว่าพี่ใหญ่ด้วย เพื่อลดความสับสน เช่นนั้นข้าจะเขียนจดหมายบอกให้ท่านพ่อกับท่านแม่รับอาซานกับหลีเอ๋อเป็บุตรบุญธรรมของบ้านเราทั้งคู่ ต่อไปข้าจะเป็พี่ใหญ่ อาฮวนจะเป็พี่รอง อาซานจะเป็พี่สาม ข้าจัดการเช่นนี้ พวกเ้าเห็นด้วยหรือไม่” เฟิ่งเฮ่าถามถังซานกับถังหลี
“ไม่ๆ ไม่ต้องขอรับคุณชาย ท่านรับแค่หลีเอ๋อเป็น้องสาวบุญธรรมก็นับว่าเมตตากับพวกเราสองพี่น้องมากแล้ว ส่วนตัวข้า ท่านไม่จำเป็ต้องทำเช่นนั้น” ถังซานรีบปฏิเสธ
“เ้ารังเกียจที่ต้องเรียกข้าว่าพี่รองหรือ” เฟิ่งฮวนแสร้งถามเสียงเข้มอย่างไม่พอใจ
“ไม่ใช่อย่างนั้นขอรับ” ถังซานปฏิเสธจนหน้าแดง เขาหันไปมองน้องสาว “หลีเอ๋อ ช่วยพี่ใหญ่พูดทีสิ”
ถังหลีรู้เจตนาของเฟิ่งเฮ่า และนางก็อยากให้พี่ชายของนางได้รับสิ่งดีๆ เช่นกัน นางจึงแสร้งตีหน้าขรึม “พี่ใหญ่ หรือว่าที่ท่านยอมให้ข้าไปเป็บุตรสาวบุญธรรมของตระกูลเฟิ่งเพราะท่านไม่อยากดูแลข้าอีกแล้วใช่หรือไม่เ้าคะ ท่านอยากตัดขาดกับข้าเหมือนที่ท่านพ่อตัดสัมพันธ์กับเราใช่หรือไม่เ้าคะ”
“ไม่ใช่นะหลีเอ๋อ ข้าไม่ได้คิดเช่นนั้น” ถังซานหันไปมองกู้เยี่ยนเฉิง “น้องเขย เ้าอธิบายให้นางฟังที”
“พี่ใหญ่ หรือว่าท่านไม่พอใจที่ท่านจะถูกเรียกว่าพี่สาม เพราะท่านอยากเป็พี่ใหญ่ของทุกคนใช่หรือไม่ขอรับ” กู้เยี่ยนเฉิงรับลูกต่อจากภรรยา
“เช่นนั้นข้าให้เ้าเป็พี่ใหญ่ ส่วนข้ากับเ้ารองจะเป็พี่รองและพี่สามดีหรือไม่” เฟิ่งเฮ่าแสร้งเห็นด้วยกับความคิดของกู้เยี่ยนเฉิง
“พวกท่าน...” ถังซานพูดไม่ออกแล้วเวลานี้
เซียงเหลียนเดินมาจับมือสามีแล้วอธิบายอย่างใจเย็น “คุณชายเฟิ่งหวังดีกับท่านและหลีเอ๋อ ท่านแค่ตอบรับไปก็สิ้นเื่แล้ว”
“แต่เราเป็เพียงชาวบ้านธรรมดา ข้ากลัวว่าข้าจะไปทำให้ตระกูลเฟิ่งขายหน้า”
“เ้ากลัวว่าจะทำให้เราขายหน้าด้วยเื่ใด” เฟิ่งเฮ่าถาม
“เพราะพวกท่านเป็คุณชายจากตระกูลร่ำรวย ส่วนข้าเป็เพียงชาวนาที่อ่านเขียนได้ไม่คล่อง ทั้งข้ายังทำการค้าไม่เก่งเท่าน้องสาวขอรับ” ถังซานก้มหน้าตอบอย่างละอาย
“เื่พวกนี้ล้วนฝึกฝนกันได้ เรายังต้องอาศัยอยู่ที่นี่อีกหลายเดือน ระหว่างนี้ข้าจะสอนหนังสือและสอนวิธีทำการค้าให้เ้าเป็อย่างไร” เฟิ่งเฮ่าเสนออย่างใจดี ถังหลีกล้าได้กล้าเสียและมีพร์ด้านการค้า ส่วนถังซานเป็คนขี้อาย ถึงแม้ฝาแฝดคู่นี้จะมีบุคลิกและนิสัยที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่พวกเขามีเหมือนกันคือความซื่อสัตย์และความจริงใจ สิ่งนี้เป็สิ่งที่ตระกูลเฟิ่งให้ความสำคัญมากที่สุด เฟิ่งเฮ่ารู้สึกว่าการตัดสินใจรับถังซานกับถังหลีเข้าเป็บุตรบุญธรรมของตระกูลเฟิ่ง เป็การตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว
ถังซานเห็นทุกคนหันมามองที่เขาเป็ตาเดียว และเมื่อนึกไปถึงสิ่งที่เขาพร่ำบอกกับตัวเองทุกวันว่าเขาจะต้องปกป้องน้องสาวให้ได้ เขายืดอกและสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “เช่นนั้นข้าต้องรบกวนพี่ใหญ่ด้วยขอรับ”
“นับจากวันนี้ เ้าก็จะกลายเป็เ้าสามของพวกเราแล้ว” เฟิ่งฮวนพูดเดินเข้าไปกอดคอถังซานก่อนจะหันไปยิ้มกว้างให้น้องสาว “หลีเอ๋อ บ้านเรามีเื่น่ายินดีเช่นนี้ พวกเราก็ควรจะเลี้ยงฉลองกันสักหน่อยถูกหรือไม่”
“ดีๆ ครั้งนี้ข้าเตรียมเหล้าดีมาด้วยหลายไห คืนนี้เรามาดื่มฉลองให้กับสมาชิกใหม่ของตระกูลเฟิ่งให้เมากันไปเลย ใครไม่เมาห้ามไปนอนเด็ดขาด” ฝานเส้าหย่วนรีบสนับสนุน
ถังหลียิ้ม พี่ชายคนใหม่คงอยากกินอาหารฝีมือของนางสินะ เื่เลี้ยงฉลองอะไรนี่คงเป็แค่ข้ออ้างเท่านั้น “เช่นนั้นคืนนี้ข้าจะทำกับแกล้มให้พวกท่านสักอย่างดีหรือไม่เ้าคะ”
เฟิ่งฮวนกับฝานเส้าหย่วนรีบพยักหน้ารับ มีเพียงเฟิ่งเฮ่าที่หันไปหัวเราะกับกู้เยี่ยนเฉิง “น้องเขย...พี่รองกับพี่เส้าหย่วนของเ้ามีนิสัยติดเล่นสนุก แต่ความจริงแล้วพวกเขาเป็คนจริงจังและมีความรับผิดชอบมาก เช่นนั้นเ้าอย่าได้ถือสากับท่าทางกวนๆ และคำพูดไร้สาระของพวกเขาเลย”
“ข้าชอบที่พวกเขาเป็แบบนี้มากขอรับ” กู้เยี่ยนเฉิงตอบ
และคืนนั้นทุกคนก็ดื่มฉลองกันจนเมามาย
“หรูเอ๋อ มานั่งนี่สิ” โจวฮูหยินกวักมือเรียกลูกสาว
“เหตุใดวันนี้ท่านพ่อถึงอยู่ที่บ้านได้เ้าคะ” โจวม่านหรูถามอย่างแปลกใจ เพราะโดยปกติแล้วบิดาไม่ค่อยมีเวลาอยู่บ้าน นานๆ ครั้งถึงจะมีโอกาสได้อยู่กันพร้อมหน้าทั้งครอบครัว จากนั้นนางก็หันไปถามน้องชาย “เ้าก็อีกคน วันนี้ไม่ออกไปเที่ยวเล่นกับสหายหรืออย่างไร”
“โธ่...พี่หญิง ท่านพูดเหมือนกับข้าเป็คุณชายว่างงานที่วันๆ เอาแต่ออกไปเที่ยวเล่นเสียอย่างนั้น” โจวเหวินฉิงยิ้มให้พี่สาว “ที่ข้าออกไปข้างนอกทุกวันก็ยังมีเื่ดีอยู่บ้างนะขอรับ”
“เื่ดี? เื่ดีของเ้าคงไม่พ้นสุรานารี เื่พรรค์นี้ข้าไม่อยากฟังสักนิด”
“แต่รับรองว่าเื่นี้ท่านต้องสนใจ ขนาดข้าเล่าให้ท่านพ่อท่านแม่ฟัง พวกเขายังสนใจเลย”
“เช่นนั้นเ้าก็ลองเล่ามา หากเ้าทำให้ข้าสนใจเื่ของเ้าได้ ข้าจะให้เ้าขออะไรมาก็ได้หนึ่งอย่าง”
“พี่หญิงรับปากแล้วห้ามคืนคำนะขอรับ” โจวเหวินฉิงรีบพูดต่อ “คุณชายเฟิ่งเฮ่าเดินทางมาถึงอำเภอเสียนหู่เมื่อวานนี้ขอรับ”
“คุณชายเฟิ่งเฮ่า เ้าของหอเฟิ่งไหลน่ะรึ? เขาถอนกิจการของตระกูลเฟิ่งออกไปจากอำเภอเสียนหู่หมดแล้วไม่ใช่หรือ? แล้วเขายังกลับมาที่นี่อีกทำไม”
“เื่นี้ข้าก็ไม่รู้ขอรับ รู้แต่เพียงว่าเวลานี้เขาพักอยู่ที่หมู่บ้านถังเจี่ย” โจวเหวินฉิงยิ้ม “แต่พี่หญิงไม่ต้องเป็ห่วง ข้ามีสหายที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนั้น ข้าจะให้เขาช่วยสืบเื่นี้ให้ท่านเอง”
“น้องชายของข้าดูเหมือนจะโตขึ้นแล้วนะ รู้จักช่วยงานข้าได้แล้ว” โจวม่านหรูยิ้มให้น้องชายอย่างใจดี “เ้าบอกมาว่าเ้าอยากได้อะไร”
“ข้าถูกใจแม่นางผู้หนึ่ง แต่ทำอย่างไรนางก็ไม่สนใจข้า พี่หญิงพอจะช่วยข้าได้หรือไม่ขอรับ”
“เ้าอยากแต่งภรรยาอย่างนั้นหรือ? ปีนี้เ้าเพิ่งจะอายุสิบหกปีเท่านั้น ไม่รอให้อายุครบสิบแปดปีก่อนเล่า”
“แต่งงานอะไรกันขอรับ เื่นั้นข้าต้องให้ท่านพ่อ ท่านแม่ แล้วก็ท่านจัดการให้อยู่แล้ว แต่แม่นางผู้นี้เป็เพียงหญิงสาวชาวบ้าน ข้าอยากได้นางมาเป็สาวใช้อุ่นเตียงเท่านั้นเอง”
“เ้ามีสาวใช้อุ่นเตียงถึงสามคนแล้วไม่ใช่รึ?”
“ข้าเบื่อพวกนางแล้วขอรับ”
โจวม่านหรูมักจะตามใจน้องชายอยู่เสมอ อีกทั้งเื่การเปลี่ยนสาวใช้อุ่นเตียงก็ไม่ใช่เื่ใหญ่ อย่างไรคนพวกนั้นก็เป็แค่หญิงรับใช้ที่ถูกซื้อมาด้วยเงินไม่กี่ตำลึง “ก็ได้ เดี๋ยวข้าจะจัดการให้”
“ขอบคุณขอรับพี่หญิง” โจวเหวินฉิงได้รับคำตอบเป็ที่น่าพอใจ จากนั้นเขาก็รีบวิ่งออกไปทันที
“เ้าตามใจน้องชายเกินไปแล้ว” โจวไห่เซิงบ่นลูกสาว
“ท่านพี่ ท่านอย่าเพิ่งบ่นเลยเ้าค่ะ ท่านลืมเื่ที่จะพูดกับหรูเอ๋อแล้วหรือเ้าคะ” โจวฮูหยินเตือนสามี
“ท่านพ่อท่านแม่มีเื่ใดจะพูดกับข้าหรือเ้าคะ” โจวม่านหรูถาม “ไม่ใช่เื่หาคู่ครองให้ข้าอีกกระมัง หากเป็เื่นั้นก็ไม่จำเป็ต้องพูดอีกแล้วเ้าค่ะ ตอนนี้ข้ายังไม่เจอคนที่ถูกใจ”
“แต่ปีนี้เ้าอายุสิบแปดปีแล้วนะ หากไม่รีบแต่งเสียั้แ่ตอนนี้ มันจะไม่ดีกับชื่อเสียงของเ้า” โจวไห่เซิงบอก
“พูดถึงเื่นี้...ท่านพ่อหมายตาใครไว้แล้วใช่หรือไม่เ้าคะ”
“คุณชายเฟิ่งเฮ่า”