ฉลามคลั่งรัก 32 : เกมล่าคนบาป
#ฉลามคลั่งรัก
การฆ่าใครมันไม่ง่าย
คนอื่นจะมองว่ามันง่ายยังไงสำหรับผมมันยากจนมือสั่น โอเว่นพูดถูกตอนที่ผมยิงเขาแล้วตัวสั่น ผมกลัวที่จะต้องฆ่าเขาขณะเดียวกันก็ให้อภัยกับสิ่งที่เขาทำไม่ได้ตอนที่ลั่นไกผมเห็นภาพความทรงจำตอนเราอยู่ด้วยกัน ตอนเราหัวเราะ ตอนเราร้องไห้ทุกความทรงจำที่อยู่ที่นี่มีเขาเป็นส่วนหนึ่งเสมอ
เขาอาจจะฆ่าคนเพื่อผลประโยชน์ง่ายดายเหมือนพ่นคำพูดออกมา แต่กับผมการจะให้ฆ่าคนที่เราให้ใจมานาน ถ้ามันไม่อยู่ในจุดที่ทนไม่ไหวสุดท้ายแล้วจุดจบของคนทรยศมันก็จะมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น
คือความตายแม้จะยังไม่รู้ถึงความจริงข้างในก็ตาม
หวังเพียงให้วิญญาณมากระซิบผ่านบอกผมว่าทำไมเขาถึงทำ
“พวกคุณล่วงหน้าไปกันก่อนได้เลยนะ แล้วผมจะรีบตามขึ้นไปบนฝั่ง”
“คุณโซลไม่ไปด้วยกันเหรอคะ ที่นี่มีแต่คนอันตรายนะ”แนชลีย์ทำหน้าหวั่นผมเลยลูบบ่าเธอเป็นการปลอบ ผมช่วยเธอพยุงจอร์แดนมาที่เรือช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วยความเร่งรีบ เวลานี้คนของเซ็บตายกันเกือบหมดนั่นแปลว่าเหลือคนบาปแค่ไม่กี่คนให้จัดการ “เราไม่อยากให้คุณต้องไปเจออะไรเรื่องไม่ดีอีกแล้วนะคะคุณโซลเจอมาเยอะแล้ว”
“ตราบใดที่ต้นตอปัญหายังอยู่ เรื่องมันก็ไม่สิ้นสุดหรอกแนชลีย์”
“คุณโซล”
“พวกคุณรีบไปเถอะ ผมไม่เป็นไร”ผมยกยิ้มให้ลูบแก้มจอร์แดนที่เริ่มซีดขาว “จอร์แดนต้องรีบไปโรงพยาบาลมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก มันจะถึงฝั่งเร็วกว่า คุณต้องเข้มแข็งนะจอร์แดนต้องมีชีวิตอยู่จนกว่าเราจะเจอกันอีกครั้ง”
“ผม...ผมดีใจนะครับที่คุณโซลกลับมาช่วยเรา”
“ผมก็ดีใจที่พวกคุณยังรักผมอยู่”ทั้งคู่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ผมเลยต้องกอดพวกเขาไว้แล้วรีบผละออกประจวบเหมาะที่โนเอลพาเบอร์นาร์ดมาที่เรือพอดี ผมเลยวางใจ “ผมนึกว่าคุณไม่รอดแล้วโนเอล”
“ผมยังไม่ตาย” ปากบอกงั้นแต่สีหน้าคนละทิศ “ผมเห็นคนของคุณพาพ่อผมไปที่ห้องอะไรสักอย่างแต่เพราะต้องไปช่วยเบอร์นาร์ดก่อนเลยตามไปไม่ได้”
“ไม่เป็นไร ยังไงหน้าที่ของคุณก็มีแค่พาพวกเขากลับขึ้นฝั่งเท่านั้น”
“คุณแน่ใจเหรอว่าจะอยู่เผชิญหน้ากับพวกเขาคนเดียว ?”
“ผมไม่ได้โดดเดี่ยวโนเอลผมมีฉลามคอยช่วยเหลือ”
“…”
“รีบพาพวกเขากลับไปเถอะ จอร์แดนต้องรีบไปโรงพยาบาล”ผมผายมือไปทางคนเจ็บ โนเอลเลยรีบเข้าไปดูแผลให้ผมไม่รู้หรอกว่าเขาเป็นหมอหรือเคยเรียนอะไรมาบ้างไหมแต่ตอนนี้ผมต้องไว้ใจสกิลการขับเรือของเขา “ขอให้พวกคุณโชคดีแล้วถ้าทุกอย่างมันโอเค เราคงเจอกันบนฝั่ง”
“ต้องรอดกลับมาให้ได้นะครับคุณโซล”
“ผมไม่ตายง่าย ๆ หรอกจอร์แดน ไม่งั้นผมคงตายตั้งแต่วันที่ผมเสียพ่อแม่ไปแล้ว” ผมหัวเราะถึงมันจะดูฝืน ทว่ามันก็เป็นเรื่องจริง “โชคดีนะ”
ผมก้าวขึ้นจากเรือโบกมือลาพวกเขาขณะที่เดินกลับมายังจุดเกิดเหตุเมื่อกี้ตอนโอเว่นถูกยิงเขาปล่อยปืนของผมลงพื้น ผมเลยเดินมาหยิบใช้ปลายนิ้วสัมผัสรอยนิ้วมือของคนที่ขโมยปืนผมไปมันยังอุ่นร้อนตราตรึงอุณหภูมิของเขาไว้บ่งบอกว่าเขาไม่เคยละมือออกจากมันไปเลยสักครั้ง
เขาทั้งโง่และฉลาดที่ใช้ปืนของผมยิงตัวผมเอง
“ต้องไปแล้วโซล”ดีแลนคืนร่างมาบอกผม “มันอยู่ที่ห้องรับรอง”
“มีคนอยู่กับเขาหรือเปล่า ?”
“แฟนเก่าคุณอยู่ที่นั่น”
“…”
“อยากให้เราไปเป็นเพื่อนไหม ?”คำถามของดีแลนเต็มไปด้วยความห่วงใย มันมาพร้อมกับดายที่คืนร่างมาหาทั้งสองเกาะอยู่ที่ทางเดินมองผมที่ส่ายหน้าผมย่อตัวไปลูบหัวดีแลนสลับกับลูบแก้มเขาเบา ๆ ก่อนจะก้มลงไปกระซิบบางอย่างที่ทำให้เขาขมวดคิ้วใส่“นี่คุณล้อเล่นใช่ไหม ?”
“ผมพูดจริง”ดวงตาผมแน่วแน่ย้อนนึกถึงวันที่เซ็บฆ่าครอบครัวผม “เขาจะต้องได้รับผลกรรมที่ทำไว้กับพ่อแม่ผม”
“ถ้าคุณว่างั้นพวกเราก็จะจัดการให้”
“ระวังตัวด้วยก็แล้วกัน”ผมพยักหน้ายันตัวขึ้นเพื่อตรงไปที่ห้องรับรอง ดายเป็นคนแรกที่คืนร่างกลับไปก่อนครีบยาวแหวกทะเลเป็นสายเคลื่อนตัวออกทะเลไปต่างจากดีแลนที่ยังอยู่ที่เดิมผมหลุบตามองเขา เจ้าตัวเลยคว้าข้อเท้าผม ดึงรั้งให้ขยับเข้ามาใกล้ ๆ
แม้จะมีรองเท้ากั้นอยู่ริมฝีปากร้อนก็ทาบลงบนฝ่าเท้าโดยไม่สนใจเลยว่ามันจะสกปรกไหมความภักดีที่มอบให้ทำผมอยากจะกระโดดลงไปกอดเขา ติดตรงที่เวลาของเรามีไม่มาก
“แล้วเจอกันนะที่รัก”ว่าจบก็คืนร่างว่ายตามดายไป ผมยกยิ้มหัวใจเต้นแรงเพราะรับรู้ได้ถึงความรักที่มีให้มันเพิ่มแรงใจให้ผมก้าวต่อไปต่อให้จะพบเรื่องเลวร้ายมากมายแค่ไหนก็ตาม ผมถือปืนรีบตรงไปที่ห้องรับรองคราวนี้ตั้งใจแล้วว่าจะจัดการเซ็บเลยโดยไม่สนอะไรทั้งนั้น
กระทั่งตอนที่ก้าวไปใกล้กับบริเวณนั้นเสียงปืนก็ดังสนั่น
ปัง !
“อะไรน่ะ !?” ผมชะงักหัวใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำตอนได้ยินเสียงนั้นในศูนย์วิจัยนี้นอกจากพวกเราก็เหลือแค่เซ็บกับเอริคเท่านั้นที่ยังไม่ไปไหนผมจะไม่ตกใจเลยถ้าเกิดเสียงปืนนั่นไม่ได้ดังมาจากห้องรับรองที่ดีแลนบอกว่าพวกเขายังอยู่
และมันทำให้ผมรีบตรงดิ่งไปหากระชากประตูให้เปิดออกก่อนจะเจอกับภาพที่ทำให้ร่างกายหยุดนิ่งค้างไป
ลมหายใจผมคล้ายกับจะหยุดไปทันทีที่เห็นภาพเอริคนอนอยู่ท่ามกลางกองเลือดของตัวเอง
“เอริค !”
“ซะ...โซล” ผมถลาเข้าไปหาเขาประคองร่างสูงที่เบิกตากว้างใส่ ดวงตาของเอริคเต็มไปด้วยความสั่นไหวหยาดเลือดมากมายออกมาจากหน้าท้องของเขา รวมถึงปากที่มีหยาดแดงล้นทะลักถึงอย่างนั้นเขาก็พยายามเค้นเสียงเรียกชื่อของผมออกมา
ดวงตาสีสวยกวาดมองไปทั่วใบหน้าผมเห็นความดีใจระคนเสียใจในดวงตาคู่นั้น
“คุณ...คุณยังไม่ตาย”
“ผมรอดมาได้”
“อะ…”
“เกิดอะไรขึ้นกัน...”
“โซล”เสียงของผมหายเข้าไปในลำคอเมื่อถูกเรียกด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำรั้งสายตาผมให้เงยหน้าขึ้นมองคนที่จ่อปืนใส่เราที่สองนัดแรกทะลุร่างของเอริคไปแล้วโดยไม่มีคำบอกกล่าวนาทีนั้นหัวใจผมเต้นระรัวไม่เป็นส่ำเซ็บยกยิ้มหวานตอนรู้ว่าผมคือใครและกล้ามาหาเขา
ต่างจากผมที่กัดกรามแน่นทุกความเกลียดชังฉายชัดบนใบหน้า
“ไอ้สารเลว”
“แหม เจอกันครั้งแรกในรอบหลายปีก็พูดจาไม่ดีซะแล้ว”
“...”
“ยังน่ารักไม่เปลี่ยนแปลงเลยนะโซล อิลเดนสันแต่ดูจะน่ารักกว่าเมื่อก่อนเยอะเลยหนิ”นัยน์ตาโลมเลียพาให้ผมยกปืนตัวเองขึ้นจ่อเขา ขณะที่อีกมือก็ประคองร่างเอริคให้นอนตักผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเขาถึงยิงเอริคจนปางตายแบบนี้ที่รู้คือเอริคต้องไปโรงพยาบาลไม่งั้นเขาก็จะตายตามโอเว่นไป
ต่อให้ผมจะไม่อยากพาเขาไปทว่าสถานการณ์ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว
“ไม่คิดเลยว่าเธอจะมาหาฉันถึงที่นี่เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่...”
ปัง !
กระสุนนัดแรกเฉียดหูเขาไปนิดหน่อยเพราะมือผมสั่นอีกส่วนคือเขาหลบทันเลยกลายเป็นว่าโชคเข้าข้างเขาอยู่ผมลั่นไกอีกนัดหวังให้ทะลุร่างเขาเช่นที่ทำกับเอริคพลันผมก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อพบว่าเขามีไอเทมดี
“เธอคงไม่อยากเสียกระสุนกับคนที่ใส่เสื้อเกราะหรอกจริงไหม” ผมอ้าปากค้างมองดูคนที่ปลดเสื้อตัวเองให้เห็นเสื้อเกราะสีดำด้านใน “โอเว่นนี่ฉลาดจริง ๆ ที่ให้ฉันใส่ไว้ เขาคงรู้ว่าเธอจะมาฆ่าฉันให้ได้”
“แก...”
“แต่เธอใจร้ายจังนะฉันยังพูดไม่จบเลยแท้ ๆ แต่ดันมายิงขวางกันซะได้”เขาหัวเราะดูไม่ถือสา ชั่วขณะก็ถลึงตาเนื่องจากไม่คิดว่าผมจะยิงโดยที่ไม่ยอมฟังคงเพราะผมรู้ว่าการฟังคนสารเลวพล่ามจุดจบสุดท้ายก็จะไม่ต่างกัน
ยังไงเขาก็ต้องตายนั่นคือเป้าหมายที่ผมมา !
“เวลาไม่สอนให้เธอมีมารยาทขึ้นเลยหรือไง ?”
“ฉันไม่จำเป็นต้องมีมารยาทให้กับฆาตกรอย่างแก ไอ้แก่โรคจิต !” ผมตวาดลั่น โกรธจนตัวสั่นยิ่งกว่าอะไร “คราวนี้ฉันจะฆ่าแกให้ตายสมกับที่แกทำร้ายคนของฉัน”
“น่ากลัวจังเลยมือสั่นขนาดนั้นคงเล็งหัวฉันไม่ได้”
“อึก!”
“อีกอย่างทำไมเธอไม่จัดการคนของตัวเองก่อนล่ะเขาดูจะอยากร่ำลาเธอก่อนตายนะเด็กดี” คำพูดของเซ็บทำให้ผมต้องก้มหน้าไปมองเอริคเวลานี้เขากำลังสำลักเลือด ใบหน้าซีดเซียวเกินจะทนไหวดูยังไงก็รู้ว่าเขาคงไม่รอดขึ้นฝั่งไป และเท่าที่ผมจำได้เอริคเป็นโรคโลหิตจาง
เสียเลือดไปขนาดนั้นเขาคงไม่มีทางที่จะ...
“เขาภักดีกับเธอมากเลยนะถึงขั้นจะแว้งกัดฉันให้ได้”
“ว่าไงนะ...”
“ก็คิดอยู่แล้วว่าเขาไม่น่าไว้ใจแต่ก็ไม่คิดว่าจะเล่นกลับเร็วขนาดนี้” เอริคปรือตามองผมพยายามจะยกมือแตะแก้มผมให้ได้ ทว่าเขาก็เสียเลือดมากเกินไปที่ทำได้คือแค่มองผมด้วยความเสียใจเท่านั้น “แต่ก็ต้องยอมรับว่าเขารักเธอมากจริงๆ ถึงขั้นยอมแลกทุกอย่างเพื่อเอาฉลามนั่นออกไป”
“...”
“เธอคงโกรธที่เขาหักหลังใช่ไหมฉันเอาคืนให้เธอแล้วนะคนดี :)” ถ้อยคำนั้นมันยิ่งกว่ามีดกรีดลงบนอกมันไม่ใช่เรื่องที่เขาควรพูดเลยด้วยซ้ำ พูดมาได้ไงว่าเอาคืนให้สุดท้ายแล้วเขาก็แค่พยายามกำจัดเสี้ยนหนามที่พยายามจะฆ่าเขาก่อนไม่ใช่หรือไงไอ้ท่าทีที่ไม่ทุกข์ร้อนก็บ่งบอกแล้วว่าเขาตั้งใจจะทำมันแค่รอจังหวะให้เอริคเสียทีก่อนก็แค่นั้น
มันไม่ใช่การเอาคืนอะไรเลยเอริคต่างหากที่จะเอาคืนให้ผมน่ะ !
“ผมเสียใจ...ที่หักหลังคุณ...โซล อึก”
“เอริค”
“ผมก็แค่...อยากให้คุณมีชีวิต” เจ้าตัวพูดติด ๆ ขัด ๆลมหายใจก็รวยรินจนหวั่นว่าจะจากไปซะตอนนี้ “ทั้งที่รู้ว่าคุณรัก...พวกมันอึก แต่ผมก็ยัง...พยายามแยกมันไปอีก คิด...คิดแค่ว่าถ้าไม่มีพวกมันคะ...คุณก็จะมีชีวิตที่ดี”
“…”
“แล้ว..แล้วเราก็คงกลับมารักกันอีกได้”หัวใจผมคล้ายถูกบีบ เขาฝืนยิ้มอ่อนล้าขณะที่นัยน์ตาหม่นแสงลงเรื่อย ๆ “ขอโทษที่ผม...โง่ขนาดนี้ เห็นแก่ตัวจนทำเรื่องไม่ดี”
“…”
“แต่..แต่ผมก็อยากจะบอกเรื่องนี้กับคุณ อึก ด้วยตัวเองถึงมันจะ...ไม่ทำให้คุณหายโกรธ หรือให้อะ...อภัยผมแต่อย่างน้อยผมก็ได้สาร...สารภาพความจริง” เอริคเค้นเสียง เขาหอบหายใจเฮือกสุดท้ายเข้าปอดไปและเพิ่มระดับความพูดยากขึ้นอีกด้วยน้ำตาที่รินไหล
เขากำลังร้องไห้เสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป
มันทำให้ผมได้แต่กัดปากแน่นรู้ว่าต่อให้เขาไม่พูดหรือไม่ถูกยิงยังไงตัวเองก็คงทำเรื่องไม่ดีอะไรกับเขาสักอย่าง แต่พอมาเห็นเขากำลังจะตายไปต่อหน้าหัวใจของผมมันก็สั่น ผมโกรธเขา เกลียดชังกับการกระทำที่พยายามปิดบัง ทั้งที่ก็น่าจะรู้ว่าเขารักผมมากแค่ไหน
เอริคอ่านง่ายกว่าใครเป้าหมายเดียวของเขาคือทำให้ผมแยกจากดายกับดีแลน แต่ด้วยความที่ผมรักฉลามมากกว่าผมยอมแตกหักกับเขา กลายเป็นคนใจร้ายในศูนย์วิจัยมองข้ามทุกความรู้สึกไม่สนใจใครนอกจากฉลาม
ถึงอย่างนั้นพวกเขาทุกคนที่นี่ไม่เว้นแม้แต่คนที่ผมเพิ่งยิงเข้าปากดีแลนไปก็เป็น...
ครอบครัวที่ผมรักและห่วงใยตลอดมา
“ผมดีใจ...ที่คุณยังมีชีวิต”
“แม้จะรู้ว่าผมจะกลับมาเอาคืนคุณน่ะเหรอ ?”
“ผมไม่เสียใจ อึก ที่ได้ตายเพราะคุณหรอก”
“…”
“ผมเสียใจ...ถ้าตายไปโดยไม่พูด...อะไรเลยต่างหาก”เอริคยิ้มให้ผม เบียดแก้มลงกับแผ่นอกราวกับดูดซับความอบอุ่นหยาดใสรินรดเปื้อนเสื้อผม เป็นครั้งแรกที่เห็นเขาร้องไห้เพื่อใครสักคนประจำเขาเก็บความรู้สึกเก่งจะตาย พูดแต่อะไรด้วยใบหน้านิ่งงันต่างจากตอนนี้ที่เต็มไปด้วยน้ำตาแห่งความเศร้า
เขาไม่ได้ฆ่าใครการปิดบังและยอมให้คนใจร้ายเข้ามาก็คงมีผลมาจากผมเช่นกันแล้วแบบนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นคนทรยศอยู่ไหม
หรือถ้าเกิดเขาไม่รู้ว่าผมตายเขาจะยังทำอะไรอย่างอื่นอีกหรือเปล่า ?
สุดท้ายแล้วณ ตอนนี้มันก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้...
ทุกอย่างมันสายไปแล้ว
“ไม่ต้องพูดไรแล้ว ผมรู้หมดแล้วว่าเพราะอะไร”
“แต่คุณยังไม่...รู้อีกเรื่องใช่ไหม”
“อะไร ?”
“รักไง”
“อะ...”
“ผมรักคุณมากนะ...โซล”รอยยิ้มสุดท้ายอบอุ่นดั่งแสงตะวัน ปลายนิ้วของเอริคสัมผัสแก้มผมเบา ๆด้วยแรงทั้งหมดที่เขาเร่งเร้า พาให้ผมต้องจับมือเขาไว้ไม่รู้ตัวเลยว่าน้ำตาไหลออกมาได้ยังไง รู้แค่ว่าตัวเองเสียใจที่ยื้อเขาไว้ไม่ได้มองดูดวงตาหม่นแสงที่ค่อย ๆ หลับลงไป
พร้อมกับมือที่ไร้แรงรั้งไว้ร่วงผล็อยลงข้างกาย
“เอริค...! เอริค ! เอริค !!!”
“ในที่สุดก็ตายสักที”
“!!!!”
“นึกว่าจะต้องยิงอีกนัดซะแล้ว”เซ็บหัวเราะแกว่งปืนไปมาขณะที่ผมสะอื้นฮักให้กับการตายของคนตรงหน้า ตัวของผมสั่นทั้งเสียใจ ทั้งโกรธจัด คำพูดสุดท้ายของเขายังลอยวนอยู่ในหัว เช่นเดียวกับลมหายใจที่รินรดลงที่ก้อนเนื้อในอกด้านซ้าย
หัวใจของผมรับรู้ถึงการตายภาพคืนวันที่เราอยู่ด้วยกันมันไหลเข้ามาตอกย้ำถึงความผิดที่ทำไป
ผมผิดที่รักฉลามมากจนไม่สนใจใครส่วนเอริคผิดที่รักผมมากไปโดยที่ไม่เลือกรักในสิ่งที่ผมรักเช่นกัน มันเลยกลายเป็นทำให้เขายอมปิดบังทรยศหักหลังต่อให้ความผิดของเขาจะน้อยกว่าโอเว่นที่ฆ่าเพื่อนของเราก็ตาม
ถึงอย่างนั้นเสี้ยวหนึ่งในใจของผมก็พร้อมที่จะให้โอกาสเพียงแค่บอกเหตุผลเราก็จะหาทางแก้ไขได้
ติดตรงที่ว่าเอริคบอกช้าไปและผมก็มาไม่ทัน
“ไปกันเถอะคนดี ไปเริ่มชีวิตใหม่กัน”
กึก !
“ฉันจะเลี้ยงดูเธออย่างดีให้สมกับที่ทุกคนยอมเสียสละให้เธอมีชีวิตต่อไปอีธานกับโรสจะต้องพอใจ เขาคงยิ้มแน่ ๆ ที่รู้ว่าในที่สุดเราก็ได้อยู่ด้วยกัน” ผมได้รู้คำว่าเศษสวะก็วันนี้ เซ็บไม่สนใจเลยว่าตอนนี้เกิดอะไรเขาเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ลุ่มหลงผมและอำนาจจนลืมทุกสิ่งส่งผลให้ผมตวัดสายตามองคนเฮงซวยพลางคิดว่าพ่อแม่ผมจะไม่มีวันพอใจหรอกถ้ารู้ว่าเขาจะได้ตัวผมไป
พวกท่านจะต้องเสียใจและตัดพ้อว่าทำไมผมถึงปล่อยตัวเองแบบนั้น!
“แกจะไม่มีวันได้ตัวฉัน เซ็บ แกต้องชดใช้กับสิ่งที่แกทำ”
“พูดได้น่ารักดีหนิ อยากให้ฉันชดใช้ยังไงดีล่ะที่รัก ?” เขาเลิกคิ้วใส่เดินเข้ามาใกล้ ๆ ไม่สนใจเลยว่าผมเป่าหัวเขาได้เจ้าตัวใช้ปลายกระบอกปืนไล้หน้าผมดันให้ผมเชยคางขึ้นโดยไม่สนใจว่าตัวเองจะลั่นไกใส่ผมไหม “เอาเป็นให้ฉันชดใช้บนเตียงดีไหมเห็นเขาว่าโซล อิลเดนสันลีลาดีไม่ใช่หรือไง ทำไมไม่แสดงให้ฉันดูหน่อยล่ะ”
ถ้อยคำด่าทอเต็มหัวผมไปหมดเสียดายที่การตายของเอริคมีอิทธิพลผมเลยพูดอะไรไม่ออก ได้แต่หลุบตามองคนในอ้อมกอดกดจูบลงบนหน้าผาก ค่อย ๆ วางร่างเขากับพื้นเป็นจังหวะเดียวกับที่เซ็บหัวเราะเขาหันหลังให้เดินไปตรงโต๊ะที่วางกระเป๋าไว้ผมคิดว่าเขาน่าจะหยิบอะไรสักอย่างเลยไม่ทันสนใจ
ผมยืนขึ้นมองแผ่นหลังนั้นปืนในมือสั่นตอนที่ยกขึ้นแล้วเล็งเป้า ถ้าเสื้อเกราะทำให้ผมยิงตัวเขาไม่ได้ผมก็ยังยิงแขน ขา และหัวได้ ผมไล่สายตาวางตำแหน่งปืนพร้อมกับคิดวิธีที่จะให้เขาชดใช้
พลันผมก็เบนปากปืนให้เขยิบไปอีกนิดเมื่อคิดว่าผมสั่งให้ดีแลนทำอะไร...
“ไอ้สารเลว”
ปัง !
“อึก !” เซ็บยกมือกุมคอตัวเองที่มีเลือดไหลทะลักจนเปื้อนเอกสารที่เขาถือสัมผัสถึงอุณหภูมิร้อนของลูกปืนที่ถูกผมยิงใส่ให้มันเฉียดลำคอไป สร้างบาดแผลแบบรอยขีดข่วนหากแต่ก็เร่งรัดให้เลือดชั่วไหลออกมามันเป็นจุดที่ผมคิดว่าดีสุดผมไม่ได้อยากให้เขาตายเร็วแค่อยากให้เขาสนุกกับความตายเท่านั้น
อีกอย่างแค้นของผมมันเยอะเกินกว่าที่จะปล่อยให้เขาตายในพริบตา
“สิ่งเดียวที่จะได้จากฉันคือความตาย เซ็บ”
“อะ...อึก โซล !”
“และแกต้องชดใช้กับสิ่งที่ทำไว้ มานี่ ไอ้แก่ตัณหากลับ !” ผมเดินเข้าไปกระชากคอเสื้อเขาจับแน่นไม่สนใจว่าเลือดสีแดงสดจะเปื้อนมือแค่ไหน ในเมื่อโลกนี้บีบให้ผมต้องร้ายผมก็จะจัดให้ และคนที่สมควรจะได้รับความร้ายของผมที่สุดก็คือคนที่ทรุดฮวบลงไปกับพื้นคนนี้ผมเหยียดยิ้ม ไม่เหลือความอ่อนโยนหรือความใจดีเหลืออยู่
เซ็บกลายเป็นขยะชิ้นหนึ่งที่ผมต้องลากไปทิ้งน้ำให้ได้
“แกต้องเสียใจที่ลองดีกับฉัน”ผมกัดฟันพูดพยายามลากคอเขาออกมาจากห้องรับรอง เป็นครั้งแรกที่เห็นคนกรีดร้องเวลาที่คอเสื้อมันโดนแผลที่ถูกกระสุนเฉี่ยว มันจะยิ่งเพิ่มเลือดให้หนักขึ้นและด้วยความที่เซ็บตัวใหญ่กว่าผมนิดหน่อยการจะลากเขาให้มาด้วยอย่างเดียวก็ทำไม่ได้
ผมจ่อปืนเข้ากับขมับเขาบังคับให้เขาเดินไปตามทางที่ตัวเองบอกไว้
ใจจริงผมอยากจะให้เขาขอโทษเอริคทว่าคิดอีกทีเอริคคงไม่อยากได้รับคำขอโทษคนแบบนี้เท่าไหร่อีกอย่างผมคิดว่าคนแบบนี้มันไม่สมควรได้พูดอะไร
“เจ็บ อึก !”
“มันไม่เท่ากับที่แกทำไว้กับคนอื่นหรอก !”
ผัวะ !
ผมผลักร่างเขาให้กระแทกกับราวกั้นของทางเดิน มองดูเลือดมากมายที่ไหลตลอดทางที่เรามาบางจุดมีเยอะเพราะเซ็บหายใจไม่ออกเลยต้องแวะพักผมต้องยอมรับว่าเขาอดทนเก่งเหมือนกันถึงได้รอดมาจนถึงตรงนี้ ซึ่งมันเป็นเรื่องดีถ้าเขาขาดใจตายตั้งแต่ครึ่งทางแรกมันก็คงไม่สมกับที่เขาทำไว้
ใบหน้าของเซ็บเปลี่ยนไปมันซีดขาวฉายชัดถึงความกลัวโดยเฉพาะตอนที่ทางเดินถูกกระแทกด้วยอะไรบางอย่าง
อะไรบางอย่างที่เรียกว่ามัจจุราชของทะเล
“ทักทายเพื่อนสิเซ็บ พวกเขารอแกมาหา”
“นะ...นี่เธอจะทำอะไร อึก”
“ก็ล้างแค้นให้ทุกคนที่แกฆ่าตายไง”
“โซล...!”
“ให้แกรับรู้ว่าทุกคนที่จากไป เขารู้สึกยังไงกับความสารเลวของแก !” ผมตวาดลั่นปลุกเร้าสิ่งใต้น้ำให้ว่ายวนตอบรับกับกลิ่นเลือดที่โชยหาดวงตาสีสวยปรายตามองบ่อฉลามที่ไม่เคยถูกเปิดมานานหากแต่ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยอสูรกายหลากสายพันธุ์
ทั้งฉลามหัวค้อนทั้งฉลามขาว ลากยาวไปถึงสิ่งที่ใหญ่กว่า
ครีบยาวสองอันแหวกสายน้ำอยู่นอกศูนย์วิจัยว่ายวนรอบตักเตือนไม่ให้ไอ้พวกตัวเล็กหนีไปไหนอีกส่วนคือกันไม่ให้ใครออกจากที่นี่ไป แน่นอนว่านอกจากเราแล้วที่นี่ก็ไม่เหลือใคร
ผมแสยะยิ้มร้ายมองเห็นภาพวันที่พ่อแม่ถูกฆ่าตาย กระสุนทะลุร่างก่อนที่จะถูกโยนลงทะเลไปฉลามมากมายเข้ามากัดกินท่านไม่เหลือแม้เถ้ากระดูกที่ควรเอาไปฝังผมจะทำให้เซ็บรู้ว่าการตายแบบที่ถูกฉีกทึ้งไปทั้งร่างมันจะเป็นยังไง
และผมคิดว่าเขาน่าจะเดาได้
“นั่นไงฉลามที่แกอยากได้ ทำไมไม่เข้าไปเอาล่ะ เซ็บ”ผมเอียงคอถาม เลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นสีหน้าอีกคนที่ไม่สู้ดีนัก “ตลอดเวลาที่ผ่านมา แกอยากได้พวกมันนักไม่ใช่หรือไง ยอมฆ่าทุกคนถ่อสังขารมาถึงศูนย์วิจัย ทำทุกทางเพื่อให้ได้เข้าใกล้ตอนนี้มันอยู่ต่อหน้าแกแล้วไง ลงไปจับมันมาสิ !”
“กึด !”
“ถ้าจับได้แล้วก็มาจับตัวฉันอีกทีแต่ถ้าจับไม่ได้ก็ลงไปเป็นอาหารมันซะ !” เซ็บเบิกตากว้าง ตกใจที่ผมกลายเป็นคนแบบนี้ปืนที่เขามีก็ถูกผมโยนทิ้งไปตั้งแต่ในห้องใกล้กับศพของเอริคที่ผมกำลังคิดว่าจะเอากลับไปฝังบนฝั่งดีไหมติดตรงที่เราคงต้องมาคิดทีหลัง ผมกำลังให้โอกาสคนเห็นแก่ได้ที่ไปเอามา
ทุกคนล้วนประเมินผมต่ำผมอาจจะให้โอกาสกับใครหลายคนก็จริง นั่นก็เพราะเราอยู่ด้วยกันมานาน แล้วเราก็สนิทแต่กับคนที่ไม่มีอะไรดีนอกจากการพรากชีวิต มันสมควรตายโดยไม่มีสิทธิ์พูดอะไร
“ใจเย็น ๆ อึก ก่อนนะโซล เราคุยกันได้”
“ตอนแกฆ่าใคร แกได้คุยกับเขาแบบนี้ไหม”
“อะ...”
“หรือเพราะแกจะตายก็เลยต้องคุยก่อน กลัวจะลืมเสียงตัวเองก่อนตายงั้นเหรอไม่ต้องห่วงหรอกไม่ว่าแกจะพูดอีกกี่คำเสียงของแกมันก็จะกลายเป็นเพียงเสียงท้องร้องของฉลามพวกนั้นเท่านั้น”
“ตะ...แต่ฉันทำเพื่อเธอนะ อึก เพื่อที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน”
“แล้วฉันอยากอยู่กับแกไหมไอ้สารเลว เราต่างคนต่างอยู่กันก็ดีอยู่แล้วแกไม่น่าเข้ามาในชีวิตฉันเลย !” ผมตะคอกนั่นยิ่งทำให้ดายกับดีแลนชนทางเดินหนักขึ้นดูก็รู้ว่าพวกเขาพร้อมแก้แค้นขนาดไหน ฉลามบางตัวที่อยู่ในบ่อยังชนทางเดินตามเขา
ผมไม่รู้ว่ามันเยอะแค่ไหนรู้แค่ว่าถ้าตกลงไปก็คงหมดทางรอด
“กะ...ก็ฉลามพวกนั้นมันสร้างเงินทองได้ ลองคิดดูสิโซลถ้า...ถ้าเราไปขยายพันธุ์มัน เลี้ยง...เลี้ยงมันไว้ในพิพิธภัณฑ์ มันจะ...ดีขนาดไหนพ่อของเธอพลาด เขาไม่รู้ว่าเขามีอะไร”
“พ่อของฉันรู้ว่าเขามีอะไร ฉลามพวกนั้นไม่ใช่ของซื้อของขาย มันคือครอบครัว !”
“!!!!”
“และคนที่วุ่นวายกับครอบครัวฉัน มันก็ต้องได้รับกรรม เซ็บ แกรนหาที่เอง”เซ็บกลัวจนตัวสั่นจะถอยหลังไปชิดกับราวกั้นก็ทำไม่ได้เนื่องจากกลัวฉลามแต่จะเดินหน้าก็ทำไม่ได้เหมือนกันเพราะผมจ่อปืนอยู่ ผมยกยิ้มส่ายหน้าให้กับศัตรู “ถึงเวลาอาหารเย็นของสามีผมแล้ว เซ็บ”
“สะ...สามี ?”
“ไปรู้เอาเองในนรกนะ”พูดพร้อมกระชากแขนให้เขาขึ้นมายืนอีกครั้ง ผลักให้เดินไปชิดกับราวกั้นที่ติดกับทะเลใหญ่ดายกับดีแลนพร้อมแล้วสำหรับอาหารที่เตรียมไว้ เซ็บยืนพิงมันเนื้อตัวสั่นไหวถึงขั้นทรุดตัวหมอบกราบแทบเท้าผม
“ขะ...ขอร้อง อึก ให้อภัยฉันเถอะ ฉันจะไม่ยุ่งกับฉลามของเธอฉันจะไม่...!”
“หมดเวลาพูดแล้ว เซ็บ เวลาของแกหมดตั้งแต่วันแรกที่แกลองดีกับครอบครัวฉัน” ผมเอ่ยขัดยื้อแขนเขาขึ้นมายืนตรงหน้า รอยยิ้มหวาน ๆ ถูกปาเข้าใส่ผมลูบแก้มเขาไม่สนใจคนที่กำลังร้องไห้ “ไม่ต้องห่วงนะแกจะไม่เจ็บมากเท่าไหร่”
“ซะ...โซล ฮึก”
“ไม่ต้องร้องไห้ เพราะฉันไม่มีวันเห็นใจแก เซ็บ !”
“โซล ไม่ ! ไม่ ไม่...!”
ปัง !
เสียงของเซ็บกลายเป็นเพียงอากาศเมื่อลูกกระสุนเงินทะลุผ่านกลางหน้าผากแบบไม่มีเอียงเอนไปไหนมีเพียงร่างกายที่หงายหลัง ถูกโอบรัดด้วยคมเขี้ยวของดายที่กระโดดลงมาคาบลงทะเลไปเสื้อเกราะไม่ได้ช่วยทำให้เขาปลอดภัย กลับกันมันขาดง่ายไม่ต่างจากเสื้อทั่วไปอีก หางยาวของพี่น้องตีน้ำกระเซ็นกันใหญ่ดีแลนว่ายเข้ามาสมทบกระชากร่างอีกครึ่งของเซ็บไปติดปาก
มือของเซ็บกระตุกพยายามจับปากดายไว้แม้จะไม่เหลือแข้งขาดีแลนทึ้งขาให้แยกออกเป็นสองส่วนหยาดเลือดกระจายเต็มน้ำก่อนที่ชิ้นส่วนพวกนั้นจะถูกสะบัดข้ามหัวผมลงไปในบ่อฉลามนับสิบตัว
กลิ่นเลือดหลอกล่อฉลามน้อยว่ายวนล้อมชิ้นเนื้อที่พี่ใหญ่ส่งมอบให้ สายน้ำเปลี่ยนกระแส กระเซ็นหนักจนเปื้อนทางเดินฉลามหลากพันธุ์เข้าจู่โจมเศษซากที่ย้อมทะเลกลายเป็นแดงฉานผมหลุบตามองหัวของเซ็บที่ขาดวิ่นเหลือเพียงครึ่งก่อนจะหลุบหายเข้าปากฉลามสักตัวที่ว่ายมากัดไป
ซ้อนทับคืนวันที่ร่างพ่อแม่ผมแหลกสลายผมเห็นภาพของสตีฟ โอเว่น รวมถึงเอริคที่เพิ่งจากไป ทุกคนรวมอยู่ในนั้นตอกย้ำว่าทุกวิญญาณได้ถูกปลดปล่อย
ทุกอย่างจบลงนองเลือดและความเศร้า
ดีแลนกับดายคืนร่างมากอดผมไว้
ผมยืนยิ้มแม้จะร้องไห้ผมหันกลับมาดูทะเลอันกว้างใหญ่ ไม่สนใจว่าเซ็บยังเหลือซากอะไรอยู่ไหมสนใจแค่อ้อมกอดและริมฝีปากอุ่นร้อนที่หอมหัวผมเป็นการปลอบประโลมใจ
“มันจบแล้ว คุณเห็นไหม”
“ดาย…”
“เราเป็นอิสระแล้ว ทูนหัว”
เรา...เป็นอิสระแล้วจริงๆ