ตอนที่ 47 เล่นกับใครไม่เล่น
เต้าหมิงรับรู้ถึงลมปราณที่แผ่ออกมาจากตัวลี่ฮว๋าได้อย่างชัดเจน บ่งบอกได้เลยว่านางให้ความสำคัญกับน่าหลันแค่ไหน
ซึ่งเต้าหมิงก็ไม่ต่างอะไรจากลี่ฮว๋าเช่นกัน
แต่ตนเองก็ยังไม่รู้ตัวคนร้ายเลย จึงได้แต่ส่ายหน้าตอบกลับอย่างเดียว
"เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องถึงมือลี่ฮว๋าหรอก" เต้าหมิง ต้องการจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง เมื่อมันเป็นปัญหาของตนเพียงคนเดียว
เต้าหมิง ปล่อยให้ลี่ฮว๋าดูแลน่าหลันต่อไป ส่วนตัวเองออกมาด้านนอกเพื่อสืบหาตัวคนร้าย
"อย่างน้อยต้องไม่ใช่คนอื่นคนไกลแน่" ในใจวิเคราะห์ออกมา จัดการหาข้อสรุปที่ไม่น่าใช่ทิ้งไป
"เล่นกับใครไม่เล่น กล้ามาเล่นกับเต้าหมิงคนนี้" เต้าหมิงตัดสินใจกระทำการบางอย่างขึ้นมา
ตอนนี้เต้าหมิงจัดการสวมวิญญาณบทนักสืบที่ตัวเองเคยแสดงมาก่อน ทำตัวเหมือนกับ เชอร์ล็อค โฮล์มส์ หรือโคนัน อย่างในภาพยนตร์
จัดการหาหลักฐาน พยาน เหตุจูงใจ วิธีการลงมือ จากนั้นทำการสรุปตัวคนร้าย แต่วิธีการที่กล่าวมาทั้งหมด ตนคงไม่สามารถทำได้ทั้งหมด มันยุ่งยาก และละเอียดมากเกินไป จึงตัดสินใจสรุปแบบรวบรัด ตัดตอน เอาเองทันที
เต้าหมิงที่ไม่ใช่ทั้ง FBI CIA ไม่ต้องการให้มีรายละเอียดทุกอย่างครบขนาดนั้น และเครื่องไม้เครื่องมือในการสืบ แกะรอยคนร้ายก็ไม่มีใช้ จึงต้องใช้วิธีการแบบเรียบง่ายออกมา คือ การสืบจากรอยเท้า รอยเลือด หรือร่องรอยที่พอหาได้ จากสายตาตัวเองเท่านั้น
...
ณ.บ้านหลังหนึ่ง
"เป็นที่นี้สินะ"
หลังจากเต้าหมิงค้นหาอยู่สักพัก จึงเจอกับที่อยู่ของบ้านที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยรายแรก
"หนอย"
"ไม่นึกเลยว่าเจ้าเด็กใหม่นั่นจะแข็งแกร่ง"
"ทำให้พวกเราต้องเสียเงินจำนวนมากแบบนี้"
ในบ้านมีกลุ่มคนที่กำลังพูดคุยกันอย่างหัวเสีย
"โชคดีที่ได้แหวนมิติสองวงนี้มา"
"อย่างน้อยในนี้ก็มีเงินรวมกันประมาณ 20,000 ตำลึงเงินได้"
"ส่วนที่เหลือต้องหาทางนำกลับคืนมาให้ได้"
แหวนมิติสองวงถูกวางอยู่กลางวงของกลุ่มคนที่กำลังปรึกษาหารือเรื่องเงินที่สูญเสียไปกันอยู่
"แหวนมิติสองวงนั้น...ข้าขอดูหน่อยได้ไหม?"
"เอาเลย ระวังหายละ"
เสียงใครบางคนที่ต้องการดูแหวนมิติเอ่ยขึ้นมา ทำให้คนในกลุ่มส่งยื่นให้อีกฝ่ายดู
"เอ๊ะ!!!" เสียงตกใจหลังออกมาพร้อมกัน
เมื่อกลุ่มคนในบ้านกำลังนั่งล้อมวงกันอยู่ แล้วจะมีใครอยู่ในบ้านกันอีกละ
ทุกคนจึงหันหน้าไปดูในทิศทางที่เสียงดังออกมาเพื่อขอดูแหวนมิติทันที
เป็นชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ ซึ่งไม่รู้ว่าเข้ามาตั้งเเต่ตอนไหน แต่ทุกคนจำหน้าได้ทันทีว่าเป็นใคร
"เต้าหมิง!!!"
กลุ่มคน ต่างตกตะลึงขึ้นมาอย่างฉับพลัน เมื่อคนที่ไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะมาปรากฏตัวที่นี้ได้
"เป็นพวกแกเองสินะ!!!"
สายตาจ้องมองกลุ่มคนที่หันมามองทางตนอย่างเยือกเย็น น้ำเสียงเย็นชาดังออกมา
"มาหาผู้ต้องสงสัยรายแรกก็แจ็คพอต" ในใจยินดีขึ้นมา
กลุ่มคนที่ว่าไม่ใช่ใครอื่น นอกจากคือกลุ่มคนที่รับเดิมพันในลานประลอง
"มันรู้จักที่นี้ด้วย?"
"เป็นไปไม่ได้ มันเป็นศิษย์ใหม่ได้ไม่นานจะมารู้จักที่นี้ได้ยังไงกัน"
"แก...มาอยู่ที่นี้ได้ไงกัน?"
"แล้วรู้ได้ยังไงว่าเป็นฝีมือพวกข้ากัน"
หลายคนสงสัยออกมา เมื่อสถานที่นี้ต้องถูกเก็บเป็นความลับอย่างดี แล้วเต้าหมิงหาที่นี้เจอได้ยังไง แถมยังรู้ว่าพวกตนคือคนร้ายด้วย
บ้านหลังนี้ ภายนอกไม่แตกต่างจากบ้านพักศิษย์หลังอื่นๆเลย ไม่มีทางจะมองแค่ภายนอกแล้วรู้ได้แน่
เต้าหมิงเห็นแหวนมิติที่มอบให้น่าหลันหายไปแค่นี้ก็เดาไม่ยากแล้ว จึงตัดสินให้ตกเป็นผู้ต้องสงสัยรายแรกทันที
"ส่วนความลับเรื่องสถานที่นี้?"
ท่าทางแต่ละคนที่แสดงออกมา ทำให้เต้าหมิงรู้ได้เลยว่าพวกมันคิดอะไรกันอยู่
หลังจากคาดเดาตัวคนร้ายได้แล้ว จัดการค้นหาศิษย์ในพรรคที่ชมการประลอง ถามหาแหล่งกบดาน หรือที่อยู่พวกเจ้ามือ (คนรับเดิมพัน) จนรู้จักสถานที่นี้ขึ้นมา
สำหรับคนที่ชอบการเดิมพัน เล่นพนัน แน่นอนว่าขอแค่มีเงินจ่ายก็พอแล้ว พวกมันก็อ้าปากเผยที่นี้ออกมาแบบหมดเปลือกแล้ว
"รู้แล้วใช่ไหมว่าข้ามาทำไรที่นี้!!!"
"คราวนี้เตรียมตัวตายได้แล้ว"
เต้าหมิง เตรียมตัวลงทัณฑ์กลุ่มคนเหล่านี้ทันที
"ตาย!!!"
"ใครจะตายกันแน่?"
การที่เต้าหมิงมาถึงที่นี้เท่ากับ แมงเม่าบินเข้ากองไฟชัดๆ ทั้งที่นี้เป็นสถานที่กบดานของพวกตนแต่ก็ยังกล้ามาหา
"มาก็ดีแล้ว เงินเดิมพันที่เหลืออยู่กับเจ้าสินะ"
"รีบส่งมาซะ ถ้าไม่อยากตาย"
กลุ่มคนเหล่านี้ ต่างไม่นึกเลยว่า เงินเดิมพัน จะกลับมาหาพวกตนเองเช่นนี้
"สิบคนสินะ"
สายตาเต้าหมิง กวาดมองอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว
จากนั้นเต้าหมิงก็ไม่รอช้า พุ่งโจมตีใส่ศัตรูทันที
"อะไรกัน มันคิดจะเข้ามาตาย?"
เห็นๆกันอยู่ว่า พวกตนมีกันเยอะแค่ไหน แต่อีกฝ่ายกับพุ่งเข้ามาหาความตายเสียเอง
เปรี้ยง ตูม
เต้าหมิง จัดการโค่นศัตรูตรงหน้าไปทีละคน สองคน จนเหลือเพียงห้าคนในตอนนี้
"ไม่จริง ต่อให้มันเก่งกาจแค่ไหน แต่ไม่น่าจะโดนเล่นงานได้ง่ายดายแบบนี้"
สายตาคนที่ยังมีชีวิตต่างมองสหายที่ถูกสังหารลงกองกับพื้นไปเรียบร้อยแล้ว
ต่อให้เต้าหมิงอยู่ระดับลมปราณนายเหนือหัวก็ตาม การจะเล่นงานปราณยอดมนุษย์ขั้นสูงจำนวนมากไม่ใช่เรื่องง่ายๆ
"แค่มีปราณยอดมนุษย์ขั้นสูงจำนวนเยอะ ถึงได้กล้าทำเหิมเกริม เล่นงานเพื่อนข้าสินะ"
สายตาเต้าหมิงมองว่า ต่อให้ศัตรูมีระดับปราณยอดมนุษย์ขั้นไหน หรือจำนวนมากแค่ไหน ก็ไม่มีค่าในสายตาตนเองอยู่ดี
"อย่าได้ใจไปนัก"
กลุ่มคนที่เหลือ ต่างล้อมรอบเต้าหมิงเอาไว้ จากนั้นอาวุธถูกชักออกมาในทันที
"อาวุธ?...ข้ากำลังมองหามันอยู่พอดี"
เต้าหมิงที่คิดอยากมีอาวุธสักชิ้นใช้ จึงเห็นอาวุธปรากฏออกมาเองแบบนี้เรียกได้ว่า "ช่างโชคดีเหลือเกิน"
"เสร็จพวกข้าละ"
อาวุธศัตรูต่างพุ่งตรงเข้าหาเต้าหมิงพร้อมกัน
ต่อให้อีกฝ่ายเก่งแค่ไหน ก็ไม่มีทางรับมือศัตรูหลายด้านพร้อมกันได้แน่
ตูม
ปราณนายเหนือหัวระเบิดออกในพริบตา คลื่นลมปราณที่รุนแรงมหาศาลพุ่งจู่โจมใส่ศัตรู