หลังจากที่สามพี่น้องทานอาหารมื้อกลางวันเสร็จแล้วนั้น จ้าวหยางจื่อกับสองคู่แฝดก็ได้มานั่งอยู่ที่เตียงไม้ภายในบ้าน ยามค่ำคืนใช้เป็ที่นอนในเวลาเดียวกัน
ซึ่งน้องทั้งสองคนของเขาดวงตาเป็ประกายเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่าจะได้เรียนหนังสือ การเรียนหนังสือนั้นถือเป็ความฝันของใครหลายคนในหมู่บ้านตระกูลหานแห่งนี้
แม้ว่ายุคปัจจุบันที่ราชวงศ์ต้าถังปกครอง จะต้องให้ขุนนางระดับห้าแนะนำเป็การส่วนตัวถึงจะมีสิทธิ์เข้าสอบราชสำนักได้ แต่ถึงอย่างนั้นถ้าผู้ใดรู้หนังสือแล้ว ย่อมเป็ที่นับหน้าถือตาเป็อย่างยิ่ง
เพราะนี่คือยุครุ่งเรืองของเหล่าบัณฑิตก็ว่าได้ ภายในเมืองหลวงฉางอันสามารถเห็นเหล่าบัณฑิตท่องตำราขงจื๊อได้ทั่วไป และบัณฑิตยากจนเ่าั้มีหน้ามีตากว่าพวกพ่อค้าที่ร่ำรวยเสียอีก
ซึ่งปกติจะไม่มีการสอนแบบนี้เกิดขึ้น เพราะเ้าของร่างคนเก่ามีความรู้ค่อนข้างที่จะจำกัด เพราะท่องจำตำรามาได้แค่น้อยนิดจวนก็โดนบุกเสียแล้ว
“พี่ใหญ่ขอรับ ครั้งนี้พี่จะสอนเื่อะไร” ซีห่าวดูตื่นเต้นเป็พิเศษ เพราะเขา้าเรียนหนังสือให้มาก เพื่อที่จะนำความรู้ไปสอบราชสำนัก แม้ว่าหนทางจะเหลือเพียงน้อยนิด แต่เขาก็ยังคงกะตือรือร้น
จ้าวหยางจื่อยิ้มอย่างอ่อนโยน แล้วตอบกลับมาเสียงเบา
“วันนี้พี่จะสอนเื่ลบเลข การบวกเลขพวกเ้าคงจะชำนาญกันแล้ว”
“ได้เรียนเื่ใหม่เสียที” ซีห่าวกล่าวออกมาอย่างดีใจ ทว่าซีซวนผู้เงียบสงบถามขึ้นอย่างสงสัย
“การลบเลขคืออะไรหรือเ้าคะ?”
“การลบเลขก็คือการลดจำนวนลง ยกตัวอย่างเช่น ซวนเอ๋อร์มีเงินอยู่สามร้อยอีแปะ ลบออกหนึ่งร้อยอีแปะก็จะเหลือสองร้อยอีแปะนั่นเอง”
“เป็เช่นนี้เอง..” ซีซวนครุ่นคิดเพื่อทำความเข้าใจหลักการลบเลข ส่วนซีห่าวเองก็ทำสีหน้าครุ่นคิดเช่นกัน
ปล่อยให้ทั้งสองคนคิดกับตนเองไม่นานนักจ้าวหยางจื่อก็พูดขึ้นอีกครั้ง
“งั้น 300 ลบ 200 ได้เท่าไหร่?”
“100 เ้าค่ะ/ขอรับ!”
“ถูกต้อง!”
จ้าวหยางจื่อภาคภูมิใจในความก้าวหน้าของน้องๆ เขาสอนไปแค่ครู่เดียวทั้งสองคนก็เข้าใจหลักการของมันแล้ว ด้วยความก้าวหน้าเช่นนี้เมื่อโตขึ้นพวกเขาคงไปได้ดีอย่างมากแน่
หลังจากนั้นจ้าวหยางจื่อก็สอนน้องทั้งสองคน จนเวลายาวไปถึงยามอิ่ว (17:00-18:59 น.) เขาจึงเลิกสอน
ทางด้านสองคู่แฝดก็แยกไปเตรียมอาหาร ส่วนจ้าวหยางจื่อก็รับหน้าที่รดน้ำผักเหมือนอย่างเคย เมื่อน้ำในโอ่งดินเผาหมดจ้าวหยางจื่อก็เป็คนไปตักน้ำด้วยตนเอง
เมื่อทำทุกอย่างเสร็จ จ้าวหยางจื่อก็นำผักแต่ละชนิดเข้าไปเก็บไว้ในมิติย่อยเพื่อจะนำไปทดลองปลูก ถ้าผลมันออกมาดีเขาจะนำมาทำเป็อาหารให้น้องๆ ได้ทาน
ทว่าคนนอกอย่าแม้แต่จะคิด เขากลัวเป็อย่างมากว่าความลับจะหลุดออกไป ได้ทานผักที่รดจากน้ำพุวิเศษฉบับเจือจางไปก็เพียงพอแล้ว
เวลาผ่านไปถึงยามไฮ่ (21:00-22:59 น.) น้องทั้งสองคนได้หลับสนิท จ้าวหยางจื่อก็กลับเข้าไปในมิติย่อยอีกครั้ง
ซึ่งครั้งนี้เขาได้ปลูกผักต่างๆ ที่นำเข้ามาแล้วรดน้ำพุให้เรียบร้อย
เกิดเหตุการณ์อะนน่าอัศจรรย์ขึ้นทันที! หลังจากที่เขารดน้ำพุไปต้นละห้าหยดแล้วนั้น พวกมันก็เติบโตขึ้นอย่างใหญ่โต ตอนนี้ผักทั้งหมดมีต้นที่สูงสูงกว่าเขาเสียอีก หรืออีกความหมายหนึ่งผักพวกนั้นกลายเป็ผักั์ไปแล้ว
มันจะกินได้ไหมล่ะเนี่ย!
นั่งพักให้สงบใจชั่วครู่จากนั้นก็กลับมาปลูกต้นโพธิ์ต่อ ซึ่งจ้าวหยางจื่อปลูกต้นโพธิ์นั้นใกล้กับน้ำพุจิติญญาเอาไว้ เวลาที่เขาบำเพ็ญจะได้ไม่ต้องเดินไกลนัก
ปลูกลงดินเสร็จจ้าวหยางจื่อไม่ลืมที่จะลดน้ำพุไปห้าหยด แน่นอนต้นโพธิ์ก็เหมือนกับพวกพัก ทันทีที่ได้บำรุงด้วยน้ำพุวิเศษมันก็เติบโตขึ้นทันตาเห็น
เวลาหนึ่งก้านธูปการเติบโตก็หยุดลง
ซึ่งขนาดลำต้นของต้นโพธิ์ไม่ใหญ่มากนัก มีขนาดเท่าท่อนขาของเขาได้ ส่วนความสูงก็สูงประมาณหนึ่งจั้ง(3.33เมตร)
แม้จะเติบโตขึ้นมากแล้ว แต่จ้าวหยางจื่อก็รู้สึกไม่พอใจเท่าไหร่นัก เขาจึงรดน้ำพุวิเศษไปอีกสิบกว่าหยด หวังว่าต้นโพธ์จะใหญ่โตตั้งสูงเด่นเป็สง่า
เป็ไปตามคาด เวลาผ่านไปเพียงหนึ่งก้านธูปขนาดของต้นโพธิ์นั้นมากถึง3จั้ง (9.99เมตร) และสูงถึงหกจั้ง (19.98 เมตร) เลยทีเดียว ขนาดเท่านี้ก็จ้าวหยางจื่อค่อยพึงพอใจ
ชั่วลมหายใจต่อมาจ้าวหยางจื่อก็นั่งบำเพ็ญใต้ต้นโพธิ์ ทว่านอกจากความสบายใจแล้ว เขาก็ััอะไรที่พิเศษไม่ได้เลย นับว่าที่ลงทุนไปทั้งหมดเป็เื่เปล่าประโยชน์โดยแท้
เวลาตอนนี้คือยามอิ๋น (03:00-04:59น.) จ้าวหยางจื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งก็พบว่าตนเองอยู่นอกมิติย่อยแล้ว พลางถอดถอนใจ
กิจวัตรประจำวันของจ้าวหยางจื่อก็กลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง หลังจากที่เขาใช้น้ำพุวิเศษเจือจางแล้วนำไปรดน้ำผัก เมื่อน้ำหมดเขาก็ไปหาบน้ำที่ลำธารมาเติมให้เต็มโอ่งดินเผา
งานที่แปลงผักเสร็จสิ้น จ้าวหยางจื่อก็นำเบ็ดไปตกปลาขายในหมู่บ้านเหมือนอย่างเคย
ทว่าการตกปลาของวันนี้ช่างคึกคักนัก ใช้เวลาเท่าเมื่อวาน จ้าวหยางจื่อตกได้ถึงสองตะกร้าไม้ไผ่
ความจริงแล้วการตกปลาให้ได้สองตะกร้าไม้ไผ่คือความ้าของเขา พอลองเอาไปขายมันจะขายหมดหรือไม่ ถ้าหมดอีกวันต่อมาก็เพิ่มจำนวนอีกตะกร้า จนกว่าจะหาจุดสมดุลพบ
การทำเช่นนี้เป็เื่ที่ดีอย่างมาก นอกจากจะได้รายได้มากขึ้นแล้ว เขายังสามารถประหยัดเวลาได้เยอะ
ทันทีที่จ้าวหยางจื่อเดินมาถนนสายหลักของหมู่บ้าน เขาก็ตกเป็เป้าสายตาเพราะว่าทุกคนในหมู่บ้านรู้อยู่ก่อนแล้วว่าเขานำปลามาขายในเช้าวันนี้ ข่าวลือที่เขานำปลามาขายแพร่สะพัดไปถึงหมู่บ้านใกล้ๆ เสียด้วยซ้ำ
พวกชาวบ้านคนที่ทนไม่ไหว รีบวิ่งมาขวางหน้าจ้าวหยางจื่อ เพื่อลองขอซื้อปลาจากเขา
“จื่อหยาง เ้าขายปลาให้ข้าก่อนได้หรือไม่?”
“ไม่ได้ขอรับ ข้ารับปากจากพวกชาวบ้านแล้วว่าจะไปขายตรงจุดเดิม กฎต้องเป็กฎขอรับ”
“งั้นข้าจะเดินตามหลังเ้า เ้าสัญญานะว่าจะขายให้ข้าเป็คนแรก”
“แน่นอนอยู่แล้วครับ ก็ท่านเข้ามาซื้อกับข้าเป็คนแรกนี่”
ได้ยินจ้าวหยางจื่อพูดแบบนั้น พวกชาวบ้านก็เดินมาต่อด้านหลังของเขาเรื่อยๆ จนเป็ภาพที่แปลกตานัก เวลานี้จ้าวหยางจื่อเป็แม่งูแล้ว!
ยิ่งจ้าวหยางจื่อเดินเข้าไปในหมู่บ้านมากเท่าไหร่ แถวด้านหลังยิ่งยาวมากขึ้นเท่านั้น ภาพนี้ทำเอาเขาสุขใจไม่น้อย เพราะทั้งหมดทั้งมวลก็คือลูกค้าของเขา
พอเดินไปถึงจุดเดิม จ้าวหยางจื่อก็พูดขึ้น
“ท่านลุงที่ต่อแถวคนแรก ท่านเลือกชมได้เลยขอรับ..”
สามารถกดหัวใจส่งของขวัญเป็กำลังใจให้นักเขียน หรือคอมเมนท์พูดคุยกันได้นะครับ
หรือติดตามได้ที่ Tiktok: @denwriternovel