【Perfect Life】

    67 – ทวงรางวัล

    67 – ทวงรางวัล

             

            ทั่วทั้งเมืองหลวงประดับประดาไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์บานสะพรั่งสวยงามราวกับรับรู้ได้ว่าวันนี้เป็นวันดีเสียงตะโกนแสดงความยินดีไม่ขาดปาก กลีบดอกไม้ปลิดปลิวสร้างความสวยงามผู้คนต่างมายืนรออยู่ขบวนเจ้าบ่าวเจ้าสาวด้วยความปลื้มปิติกับการแต่งงานของกษัตริย์หนุ่มเจตต์ และคู่หมั้นสาว เบียทริซแม้ในอดีตผู้คนต่างรังเกียจเธอเนื่องด้วยนิสัยใจคอและการดูถูกชนชั้นล่างราวเห็นพวกเขาไร้ค่าไร้ประโยชน์

            ทว่าจิตใจมนุษย์เราย่อมแปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลารวมถึงความจริงที่เชื้อพระวงศ์ปิดบังต่างก็ถูกถ่ายทอดนางคือหนึ่งในผู้เสียหายจากการกระทำอันไร้จิตใจของผู้แอบอ้างเป็นเทพจนนิสัยใจคอไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง

            หลังจบการศึกษาและกลับมาแข็งแรงอีกครั้งนางแสดงให้เห็นถึงความเหมาะสมของหน้าที่คู่หมั้นนางตามติดกษัตริย์หนุ่มไปทุกหนแห่งราวกับว่าชดเชยความผิดในอดีตที่ไม่ได้ตั้งใจก่อขึ้นเบียทริซกลายเป็นที่ยอมรับของเหล่าขุนนางและชาวบ้าน

            ทั้งยังกลายเป็นสหายของเทพธิดาสีเงินเป็นเช่นนี้จะมิให้ผู้คนยอมรับได้อย่างไร

            “ยินดีด้วยเพคะฝ่าบาท คุณหนูเบียทริซ!”

            “ยินดีด้วยพ่ะย่ะค่ะ! ยินดีด้วย!!”

            เสียงตะโกนเซ็งแซ่กล่าวยินดี ภาพชายหนุ่มหญิงสาวในชุดแต่งงานบนรถม้าสีขาวประดับดอกไม้และผ้าแพรสวยงามโบกมือทักทายเหล่าชาวบ้านที่มองด้วยความสายตาแห่งความปลื้มปลิ่มพวกเขาช่างเหมาะสมราวกับหลุดออกมาจากภาพวาด ช่างงดงามเหลือเกิน..

            จวบจนทั้งสองเดินทางถึงโบสถ์ กษัตริย์หนุ่มก้าวลงจากรถม้ายื่นมือให้ว่าที่ราชินีของตนวาง ประคับประคองให้นางลงจากรถม้าเดินเข้าโบสภ์เคียงข้างกัน ผู้คนภายในต่างมองคู่รักเป็นสายตาเดียวกันอดีตกษัตริย์อดีตราชินี บิดามารดาชองคุณหนูเบียทริซ เหล่าเพื่อนวัยเรียนมองสองบ่าวสาวก้าวเข้ามาภายในโบสภ์ด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข

            พริสทีนกับสาวๆเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยกับชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ยาวลากพื้นกับผ้าคลุมหน้าสีขาวประดับประดาไปด้วยไข่มุกเม็ดงาม

            การเป็นเจ้าสาวของใครสักคนและสวมชุดแต่งงานสีขวานั่นคือความฝันขั้นพื้นฐานของสตรี...

            สองบ่าวสาวเดินมายืนอยู่หน้าลานพิธีเบื้องหน้าบาทหลวงบาทหลวงกล่าวสรรเสริญเทพธิดาแห่งความรักอวยพรให้แก่คู่บ่าวสาวกล่าวคำสาบานรักก็สวมแหวนแต่งงาน เจตต์ค่อยๆเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวขึ้น

            เบียทริซเงยหน้ามองสวามีของตนพลางคลี่ยิ้มหวานให้เขา...

            เช่นเดียวกับเจตต์ที่ยิ้มตอบกลับไป...

            ก่อนก้มลงประทับริมฝีปากท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงแสดงความยินดีของผู้ร่วมงานและเริ่มการสถาปนานางขึ้นเป็นราชินี

            ความฝันและคำสัญญาในวัยเยาว์ของทั้งสองยามนี้เป็นจริงแล้ว...

            จนถึงช่วงเวลาสำคัญในของฝ่ายเจ้าสาวการโยนช่อดอกไม้เสี่ยงทายว่าใครกันหนอจะได้เป็นเจ้าสาวคนถัดไป

            โดยเฉพาะอย่างยิ่งคราวนี้เป็นช่อดอกไม้ของราชินีคนใหม่ของอาณาจักรยิ่งมีความขลังสตรีไร้คู่ครองหรือสตรีที่กำลังมีหมั้นหมายกับบุรุษพากันออกมายืนออกันยกใหญ่

            “มานี่เลยพริสทีน จะหนีไปไหน!” อายาโกะเข้าไปล็อกตัวสาวผมเงิน

            “อ เอ๊ะ! เดี๋ยวสิ จับฉันทำไมเนี่ย!?”

            “ราชินีเบียทริซกำลังจะโยนช่อดอกไม้แล้วนะคะพริสทีนเราต้องไปรับสิคะมันเป็นธรรมเนียมนะ!” สเตลล่ากล่าว

            “มาเร็ว มารับเร็วค่ะ!” สิ้นคำมาริอาลากเธอไปร่วมด้วย

            แต่สาวผมเงินคว้าแขนของชิอินะมาร่วมด้วยเสียอย่างนั้น

            พริสทีน อายาโกะ สเตลล่า ชิอินะ และมาริอามายืนรออยู่ด้านหลังๆของกลุ่มผู้หญิงที่รอลุ้นกับช่อดอกไม้เสี่ยงทายเจ้าสาวคนถัดไปของราชินีคนใหม่อย่างใจจดใจจ่อเบียทริซยิ้มขำนิดหน่อย หวังว่าช่อดอกไม้ของเธอจะไปถึงคนคนนั้นได้จึงเงื้อโยนสุดแรงเท่าที่ตนมือ

            ฝุ่บ... ช่อดอกไม้จากเบียทริซหล่นเข้ามาในมือของสเตลล่าพอดิบพอดีทุกสายตาหันมามองเอลฟ์สาวตัวน้อยหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายในขณะที่เหล่าเพื่อนสาวต่างอวยพรแสดงความยินดี

            ฝั่งชายหนุ่มที่ยืนมองอยู่ห่างๆเองก็ร่วมด้วยช่วยอวยพรว่าที่เจ้าบ่าว

            “กลับไปก็ไปเตรียมวางแผนสู่ขอได้เลยนะลูเธียน” เดฟไกส์เอ่ย

            “ค ครับ...”

            “น่าเสียดายๆ นึกว่าช่อดอกไม้จะตกลงในมือของพริสทีนซะอีก”ไลรอนส่ายหัวไปมา

            ฟีเรทำหน้างง “แกควรคาดหวังให้ตกใส่มือองค์หญิงมาริอาสิวะ”

            “จุ๊ๆสหาย ข้าก็อยากให้ตกลงในมือมาริอานะแต่ประเด็นคืออยากร่วมงานของพริสทีนก่อนนี่”

            ทามาโมะพยักหน้ารับ “ข้าเห็นด้วยกับเรื่องนี้”

            “แต่เจ้าลืมไปรึเปล่าว่าหมอนี่ยังไม่ได้คบกับพริสทีนน่ะห๊ะ?”

            ฟีเรพูดจบทุกคนนิ่งเงียบไป ใช่...พวกเขา ลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทเป็นเพื่อนกันมานานแต่ยังไม่ได้คบกันเป็นคนรักเลยด้วยซ้ำ!

            “เงียบไปเลยพวกเจ้าน่ะ!!” ไลแคนหนุ่มโวยใส่

            เล่นสะกิดแผลใจเต็มๆซะขนาดนั้นไม่โกรธก็บ้าแล้ว!!

            จริงอยู่ที่ว่าหลังพริสทีนได้สติหลังพักผ่อนอย่างยาวนานเขาเองก็ให้เวลาเจ้าหล่อนผ่อนคลายมากกว่านี้เพื่อจะทวงสัญญาก่อนสงครามนั่นแต่ตนก็ดันติดธุระในฐานะไลแคนสีครามเสียอย่างนั้น ประชากรในแดนลับแลกลับเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวคนนับถือเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

            มันก็ดีอยู่ที่มีคนนับถือเพิ่มขึ้น...แต่นั่นยิ่งทำให้การออกล่าพวกไลแคนเพิ่มขึ้นเช่นกัน!

            ยิ่งน่านับถือ ยิ่งแข็งแกร่งผู้คนยิ่งอยากได้ขนหรือเศษชิ้นส่วนเพื่อนำมาทำของขลังหรือช่วยในการคุ้มครองขณะทำภารกิจเป็นธรรมดา!

            พวกแกช่วยอยู่กันเงียบๆได้ไหม...

            ข้ากำลังวางแผนขอนางคบหรือขอแต่งงานอยู่นะ(โว้ย)!!!!!!!!!!!!

            ความอัดอั้นนี้ไลแคนหนุ่มอยากคำรามออกมาเสียจริง...

             

    ◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌

             

            หลังงานแต่งงานอันยิ่งใหญ่จบลงทุกคนต่างเข้าไปร่วมงานเลี้ยงภายในพระราชวังตามประสาชนชั้นสูงเมืองหลวงเองก็เฉลิมฉลองแสดงความยินดีให้แก่กษัตริย์และราชินีองค์ใหม่อย่างครื้นเครงภายในงานเหล่าเชื้อพระวงศ์ต่างแดนและเหล่าขุนนางต่างเดินทางมาแสดงความยินดีกับเจตต์และเบียทริซ

            ทว่าผู้ที่โดดเด่นนอกจากทั้งสองคือสาวผมเงินเสียอย่างนั้น

            ผู้คนต่างทราบดีว่าองค์หญิงของไลท์เอลฟ์สเตลล่ากับองค์ชายดาร์คเอลฟ์ลูเธียนประกาศเป็นคู่หมั้นกันเรียบร้อยแล้วและจากการโยนดอกไม้ของเบียทริซในวันนี้อีกไม่นานคงมีข่าวมงคลเป็นแน่แท้

            องค์หญิงมาริอาเองก็หมั้นหมายกับไลรอน

            จะเหลือก็แต่พริสทีนที่ยังไม่มีข่าวคราวเรื่องความรักขุนนางและเชื้อพระวงศ์หลายคนต่างเข้าหาหมายตีสนิทรอบแรกพริสทีนยังไม่อะไรมากเพราะแค่คิดว่าเข้ามาทักทาย

            ที่ไหนได้ แอบเสนอบุตรชายตนเองอ้อมๆ!!!

            อ้อ นอกจากบุตรชายยังเสนอบุตรสาวให้น้องชายของเธออีก!!!

            “ท่... แฮ่ม...เดฟไกส์ โปรดใจเย็นนะครับ...”ลูเธียนพยายามกล่าวเสียงเบาเล็กน้อย ทว่า...

            แคร่ก...แก้วในมือไลแคนหนุ่มตอนนี้คือแหลกละเอียดไม่มีชิ้นดี

            เอาเป็นว่าข้าขอภาวนาให้พวกเจ้าไม่โดนคำสาปของท่านไลแคนก็แล้วกันนะเจ้ามนุษย์ทั้งหลาย... ลูเธียนนึกสงสาร

            พริสทีนยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของเหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์เธอยกยิ้มขึ้นมาก่อนกล่าว “ขอโทษด้วยนะคะ ฉันมีคนที่ฉันสนใจแล้ว ขอตัวค่ะ”

            ก้มโค้งให้ก่อนเดินออกมาจากวงล้อมมาหาเดฟไกส์ทันที

            “ไปกันเถอะ ไม่ไหวแล้ว”

            เธอเหนื่อยที่จะต้องตอบคำถามพวกเขาหลายรอบ ไม่สิเหมือนโดนไต่สวนซะมากกว่า ถามแบบเจาะลึกยันโคตรเหง้าเลยด้วย!

            “งั้นมา” เดฟไกส์จับมือเจ้าหล่อนลากออกไปนอกงาน

            แม้ไม่สมควร แต่แล้วยังไง เขาเป็นใครคนในงานเป็นใครโดยเฉพาะตอนพาออกมาได้ยินเสียงนินทาตัวเขาจนขมับปูด ‘ไม่เหมาะสม’ อะไร!!‘รสนิยมต่ำ’ อะไร!!!ถ้าไม่ติดว่าเป็นงานแต่งงานของเจ้าเด็กนั่นเขาจะกลายเป็นไลแคนสีครามเสียตรงนี้!!!!

             

    ◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌

             

            พริสทีนถูกพามาเดินเล่นในสวนของเชื้อพระวงศ์สถานที่เดิมเหมือนครั้งที่เดฟไกส์พาเธอออกมาจากงานพรอมครั้งก่อน ด้วยความเข้าใจจึงเขากับเธอสร้างบาเรียซ่อนตัวไว้เหมือนเมื่อครั้งก่อนเพื่อให้สีผมของอีกฝ่ายเปลี่ยนคืนดังเดิมเดฟไกส์ยืนนิ่งไปสักพัก ไหล่เริ่มสั่น

            › ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: ทำการเปิดใช้งาน [ปิดกั้น • คำหยาบคาย]

            ก่อนเขาตะโกนออกมาเสียงดัง

            “น่ารำคาญโว้ยยยยยยยย!!!!!!!!!@#!#!#$!!!#@@$%$^$AEQW!!!!”

            คำสบถที่หยาบเกินไปด้วยความโกรธนั่นทำเอาไนกีรีบใช้การปิดกั้นหูให้เธอฟังไม่รู้เรื่องทันทีสาวผมเงินหัวเราะเสียงเบา เดาไว้ไม่เคยผิดเพี้ยนเพราะเธอเองก็ได้ยินคำนินทานั้นเช่นกัน

            เขายิ่งความอดทนเรื่องนี้ต่ำเสียด้วย

            ผ่านมาราวสิบนาทีได้คำหยาบคายพวกนั้นก็จบลง

            “ไหวมั้ย?”

            “ไหว พอไหวอยู่” เดฟไกส์ปรับเนคไทท์ที่สวมอยู่เล็กน้อย“แต่ก็ยังไม่หายหงุดหงิดอยู่ดีหาว่าข้าเป็นนักเลงมีดีแค่เป็นนักผจญภัยฐานะไม่เหมาะสม บลาๆๆๆ”

            “แต่เรื่องเป็นนักเลงเรื่องจริงนี่”

            “เจ้า!!!”

            เจ้าหล่อนหัวเราะเสียงเบา “แต่ฉันก็ไม่ได้รังเกียจอะไรซักหน่อย”

            เดฟไกส์มองหน้าหญิงสาวตรงหน้าก่อนถอนหายใจออกมา กระแอมไอเล็กน้อย “ข้าขอทวงของรางวัล”

            “หืม? รางวัล? .......อ้อ รางวัลนั่น...”

            สาวผมเงินหน้าแดงก่ำเมื่อนึกถึงรางวัลนั่นเธอเองก็อยากจะทักท้วงว่าอีกฝ่ายลืมไปแล้วหรือยังแต่จะให้เป็นฝ่ายทวงมันก็ดูไม่งามเท่าไหร่ เลยตัดสินใจรอจนกว่าไลแคนหนุ่มเอ่ยละกัน...

            เดิมทีสัญญาห้าปีถ้านับรวมปีแรกที่เรียนอยู่ก็เหลือสองปีออกเดินทางผ่านมาแล้วอีกหนึ่ง ก็เหลืออีกหนึ่ง...

            เอาเถอะ เร่งเวลาแล้วอย่างไร ในเมื่อผลลัพท์ก็ไม่ต่างกันเท่าใดนัก...

            “ตอนนี้เลยเหรอ...”

            “ไม่ ไม่ใช่ตอนนี้” ชายหนุ่มยกนิ้วเกาแก้มเล็กน้อย “หนึ่ง...อีกหนึ่งอาทิตย์ ข้าจะมาทวงอีกครั้ง ตอนนี้ยังไม่ว่างแค่บอกให้เจ้าเตรียมใจไว้ก่อนเท่านั้นแหล่ะ”

            “อ้อ... ได้สิ อีกหนึ่งอาทิตย์นะ” ยกยิ้มบางให้เขา

            แอบโล่งใจเล็กๆ อันเนื่องจากวันนี้ไม่ได้เตรียมใจมามากนักจู่ๆมาทวงแบบนี้ก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน

            “จะว่าไปเดฟ จำได้มั้ยว่านายเคยพาฉันออกมาที่สวนตรงนี้แล้วน่ะ”

            “ข้าไม่ใช่พวกความจำเสื่อมเสียหน่อย จำได้สิ เจ้างานพรอมนั่นใช่ไหม?”

            “โอ้ นึกว่าจะจำไม่ได้แล้วซะอีก”

            “ก็บอกแล้วไงว่าความจำข้าไม่ได้เสื่อม!”

            สาวผมเงินขำ “งั้นวันนี้ จะเป็นคู่เต้นรำให้ฉันเหมือนครั้งก่อนไหม...”

            เดฟไกส์นิ่งเงียบก่อนยกยิ้มมุมปากขำเล็กๆแล้วยื่นมือไปข้างหน้าให้หล่อนวางมือลงถึงกระชากเข้ามาโอบเอวคลี่ยิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยว “งั้นก็จำไว้ด้วยล่ะเพราะข้าไม่อยากให้เจ้าเต้นกับคนอื่นถึงได้พามาที่นี่”

            พริสทีนยิ้มกว้างให้ก่อนทั้งสองจะเต้นรำกันในสวนกว้างราวกับว่าย้อนกลับไปในคืนวันงานพรอมเมื่อปีก่อนแต่ครั้งนี้เต้นกันอย่างสนุกสนานเคล้าเสียงหัวเราะของทั้งสองจวบจนงานเลี้ยงสิ้นสุดลง

             

    ◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌

            แม้งานเลี้ยงในพระราชวังสิ้นสุดแต่งานในเมืองหลวงกับเมืองอื่นๆไม่สิ้นสุด พริสทีนกลับมายังเมืองอควอเทียพักอยู่ที่ร้านของวาเนสซ่าและช่วยงานที่นั่นไปด้วยเพราะน้องสะใภ้ไม่ว่าง

            ทำไมไม่ว่าง?

            นั่นก็เพราะว่าตอนนี้วาเนสซ่าตั้งครรภ์ได้สามเดือนแล้วน่ะสิ!!!

            ย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งเดือนที่แล้วก่อนงานแต่งงานของเจตต์กับเบียทริซพริสทีนมาเยี่ยมวาเนสซ่าหลังกลับไปพักผ่อนบ้านตัวเองส่วนเคออสนั้นโดนลูเจผู้เป็นพี่ลากไปอาณาจักรท้องฟ้าน้องชายอีกสองคนก็ไปเพื่อไปทำการขู่(?)พวกเผ่าวิหค และช่างน่าดีใจเมื่อหลังสงครามกับเจ้าคราเคนนั่นจบลงทุกคนเริ่มมองราชันย์มังกรแห่งความมืดในแง่ดีขึ้นไม่หวาดกลัวเช่นในอดีต

            ทว่าระหว่างพักอยู่ดีๆก็เกิดความวุ่นวายขึ้นเมื่อปีศาจสาวเจ้าของร้านดังเป็นลมหากพวกพนักงานรับไว้ไม่ทันคงล้มกระแทกพื้นไปแล้วจำได้ไม่ลืมว่าตอนนั้นเธอกำลังนั่งๆนอนๆอยู่บนห้องอย่างสบายใจทำตัวเป็นแมวขี้เกียจกลับโดนอุ้มหรือแบกลงมาตรวจร่างนางซะอย่างนั้น

            พอรู้ว่าท้องได้สองเดือนสาวๆก็กรี๊ดลั่นกันทั้งร้านใครตั้งสติทันก็รีบกล่าวยินดีโดยไว ส่วนพวกผู้ชายที่แอบคิดว่ามีหวังเล็กน้อยได้ทำการปล่อยโฮวิ่งออกจากร้านโดยไม่ลืมจ่ายเงินค่าของที่ซื้อ

            หลังจากนั้นครึ่งชั่วโมงต่อมาเคออสรีบดิ่งตรงมาจากอาณาจักรท้องฟ้าตามด้วยราชันย์มังกรอีกสามตน

            เรียกได้ว่าทุกคนต่างหวาดผวากับความเร็วในการบินนั่นกันหมดว่าจะเกิดเรื่องร้ายอะไรขึ้นอีกหรือไม่

            ใครเล่าจะรู้ว่าที่รีบนั่นเพราะได้รับจดหมายจากพี่สาวว่าภรรยาท้อง!!

            แถมท้องโดยยังไม่ได้แต่งงานกันด้วย!!

            พริสทีนก็คิดจะตักเตือนตอนแรก แต่พอเห็นสีหน้าท่าทางของเคออสที่เงอะงะเลิ่กลั่กจนหมดมาดนั่นก็...ตักเตือนไม่ลงก็คนกำลังจะกลายเป็นพ่อคนหลังมีชีวิตอยู่มาอย่างยาวนาน ขนาดรู้ว่ามีลูกยังขนาดนี้ตอนวาเนสซ่าคลอดคงวุ่นวายหนักกว่านี้เป็นแน่

            สายเลือดของราชันย์มังกรแห่งความมืดกับปีศาจ และอาจมีหลุดเสี้ยวเผ่าหูแมวจากมารดาของเธอโผล่มา

            เลือดผสมสามเผ่าเลยนะนั่น...

            และด้วยความที่ทั้งคู่ไม่อยากจัดงานวุ่นวายจึงขอแต่งงานกันแบบเงียบๆที่หมู่บ้านเคตลินน์หลังพิธีอภิเษกของเจตต์กับเบียทริซจบลงโดยเชิญเฉพาะคนสนิทมาร่วมงาน

            ผู้ที่ได้รับช่อดอกไม้คราวนี้คืออายาโกะ

            อันเนื่องจากไลรอนกับมาริอาโดนกำหนดวันแต่งงานเรียบร้อยคืออีกสามเดือนข้างหน้าราชาไทรทันเองก็เตรียมสละบัลลังก์ให้ไลรอนขึ้นแทนส่วนตนจะออกไปท่องเที่ยวกับสหายเก่า บิดาของไลรอนที่ตอนนี้ผันตัวมาเป็นนักเดินทางท่องไปทั่วที่กลับมาอาณาจักรแอตแลนติสเพราะได้ยินข่าวเรื่องคราเคน

            แต่กว่าจะเดินทางมาถึงทุกอย่างก็จบแล้ว...

            นอกจากนี้คำถามจากผู้ได้รับดอกไม้อย่างอายาโกะคือ...

            “เมื่อไหร่เจ้าจะคบกับท่านเดฟไกส์เนี่ย ฉันอยากไปร่วมงานจะแย่แล้ว!!”

            สาวผมเงินเริ่มหงุดหงิดตามราชันย์ไลแคนสีครามแล้ว...

            จะย้ำทำไมนักหนาเนี่ย—!!!!

            “ทำไมทุกคนชอบถามเรื่องนี้ตลอดเลยล่ะ...”

            “ก็หลายคนเขาลุ้นกันหมดนั่นแหล่ะ จริงๆกษัตริย์เจตต์เองก็ลุ้นนะ!เขายังนึกว่าจะได้ไปร่วมงานแต่งของเธอก่อนเลยนะรู้ป่าว!”

            พริสทีนทำหน้าเหวอไปเล็กน้อยกับสิ่งที่อายาโกะพูด...

            “จริงดิ...”

            “จริงสิคะพริสทีน” สเตลล่ารีบเข้ามาเกาะแขนเธอพลางก่อนกระซิบเสียงเบา“ก็พริสทีนสนิทกับเดฟไกส์เขามาตั้งแต่เด็กหลายคนมั่นใจว่าช่วงเดินทางต้องมีพัฒนาความสัมพันธ์กันบ้างพอจบสงครามอาจแต่งงานกันทันที...”

            “ที่ไหนได้ยังไม่แม้แต่จะคบเป็นแฟน” ฟีเรตอกย้ำเข้าไปอีกฉึก!

            “ฟีเร แกเงียบไปเลย ข้าไม่อยากเห็นหมาป่าบินได้หรอกนะ”ไลรอนรีบเตือนเพื่อน ถ้าเกิดที่มันพูดแทงใจแรงบางทีอาจเห็นเพื่อนปลิวกระเด็นลอยไป

            แต่เจ้าหมาป่าหนุ่มยกยิ้ม “ยัยนั่นไม่ทำหรอกน่า”

            “ไหงมั่นใจขนาดนั้นฟะ”

            ฟีเรไม่ตอบแต่ยิ้มเยาะเห็นเขี้ยวพยักเพยิดหน้าไปทางชิอินะเงือกหนุ่มจึงถึงบางอ้อ ใช้สิทธิ์สามีของเพื่อนสนิทอีกคนสินะ ถ้าต่อยกระเด็นอาจโดนชิอินะงอนส่วนเขาหากถูกต่อยมาริอาอาจเสียใจ อุบ๊ะ! มีเกราะป้องกันอย่างดีเลยนี่นา!!พอคิดได้ไลรอนก็เริ่มหัวเราะเจ้าเล่ห์จนชิอินะแอบส่ายหัวฟีเรไปเป่าหูอีกฝ่ายในเรื่องไม่สมควรอีกแล้ว...

            “แล้วเมื่อไหร่เขาจะขอล่ะ...” ชิอินะกระซิบ

            “เอ่อ... ไม่รู้ แต่น่าจะอีกไม่นาน...”

            อันนี้เธอก็เดาเอาล้วนๆ...

            ขนาดเธอยังไม่กล้าบอกรัก จะให้ข้ามขั้นตอนไปแต่งงานเลยมันก็ไม่ได้!!

             

             

    +++++++++++++++++++++

    เพื่อนๆบอกร้อนใจ อยากร่วมงานแต่งจะแย่แล้ว!

    แต่ใจเย็นนะ ต่างฝ่ายต่างยังไม่ได้ขอคบกันเลยเพื่อนดูรีบ! 55555555

    คล้ายกับเรื่อง【Perfect Life】 ที่คุณอ่าน