
ตอนที่19 ฝ่ามรสุมวิกฤตเลื่อนกายอสูรระดับเจ็ด
ชายหนุ่มเรียกเนื้อบางๆ สองชิ้น ออกมาจากกล่อง มันปรากฏขึ้นวางอยู่บนมือเขา
"นายน้อยกินมันเลย เพิ่มพลังระดับกายอสูรเดี๋ยวนี้ ขืนชักช้าพวกเราตายแน่.."
หญิงสาวรีบบอกชายหนุ่มขณะที่เธอเริ่มอ่อนแรง ระดับการว่ายน้ำหนีลดลงทีละน้อย ระยะห่างของอสูรคราเคนที่ไล่ตามพวกเธอมา
มันกระชั้นชิดเข้ามาเรื่อยๆ กริชเพชรหยิบเนื้อคาบไว้ในปาก ความใหม่สดปนด้วยความหวาน มีกลิ่นคาวรสชาติแปลกๆ
กริชเพชรนึกถึงเกล็ดอาวุธให้มันเพิ่มความร้อนแล้วใช้เนื้อทั้งสองชิ้นแปะลงไปบนกระทะจำเป็รีบพลิกซ้ายพลิกขวาอย่างรวดเร็ว ขณะที่หนิงหนิงว่ายน้ำหนีพวกอสูรคราเคน เพียงไม่กี่อึดใจเนื้อก็สุกกริชเพชรรีบคว้าชิ้นเนื้อยัดใส่ปากทันทีเคี้ยวกลืนลงคอฉับพลัน
หมับ!! งับๆ ๆ!! วูบๆ ๆ!!
"อ้าสสสสส~!! "
เปี๊ยะ เปี๊ยะ!
ร่างกายของเขาเหมือนถูกกระแสคลื่นพลังที่หนักหน่วงยิ่งกว่าพายุไต้ฝุ่นโหมกระหน่ำ เข้าสู่ลูกบอลดวงจิตแก่นแท้มันหลั่งไหลตรงเข้าไป ในบอลสีรุ้ง ที่พลังมหาศาลไหลย้อนกลับไปที่ ลูกบอลสีเขียว ที่หมุนรอบบอลดวงจิตแก่นแท้ของกริชเพชรความเขียวเข้มข้นเพิ่มระดับสูงสุด เกิดประกายวาววับกริชเพชรมองดูลูกแก้วสีเขียวเงาของเขาเริ่มเปลี่ยนแปลง
ร่างกายสูงใหญ่ขึ้นปากที่แหลมเล็กหดลงเกล็ดสีเขียวบนลำตัวผนึกกัน เกิดแสงวาววับหน้าอกที่แบนราบค่อยๆ เร่งดันออกมาเป็ซิกแพค แบบชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ แขนทั้งสองข้างยาวออก หางที่เป็เกล็ดขยายเป็ลำ ปลายหางเกิดการแตกออกเป็หัวลูกศร มีความคม เขียววาววับจับตา
และส่วนที่เปลี่ยนแปลงอย่างมากที่สุดกับเป็ปลายเล็บของชายหนุ่มมันขยายออกมา เป็เล็บนิ้วชี้ขนาดใหญ่หดเข้าหดออกตามใจนึกบนลวดลายสีทองค่อยๆ กระจ่างขึ้นเพิ่มเป็หกเส้นพุ่งวาบรอบนิ้วทำให้ร่างกายของชายหนุ่มเจ็บจี๊ดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วนเหมือน
ร่างกายกริชเพชรขยายพร้อมที่จะแตกสลายและะเิได้ตลอดเวลา เขากัดฟันกรอดด้วยความเ็ปเหลือหลาย ดวงตาแดงก่ำมือหงิกงอสติเริ่มเลอะเลือนพลังของเนื้ออสูรที่เขากินลงไปมันช่างมี ฤทธานุภาพรุนแรงจนร่างกายกริชเพชรแทบจะรับไม่ไหว
"นายน้อยอดทนอีกหน่อยเ้าค่ะท่านกำลังผ่านมรสุมวิกฤตเลื่อนระดับกายอสูรขั้นหก ท่านต้องทนให้ได้ ไม่อย่างนั้นพวกเราต้องตายกันหมดแน่ ไอ้อสูรคราเคนตัวนั้นมันต้องใช้ดวงจิตแก่นแท้ของมัน ดูดพลังของข้าเพิ่มพลังดวงจิตของมันแน่นอน
และมันจะกลืนกินนายน้อยจนไม่เหลือซากอดทนอีกนิดนะนายน้อย ถ้าระดับกายอสูรของท่านขึ้นถึงระดับหกเมื่อไหร่ ท่านก็สามารถเปิดห้วงมิติให้ใหญ่ขึ้นได้อีก เมื่อนั้นพวกเรารอดพ้นการสังหารของพวกอสูรคราเคนเหล่านี้ได้แน่ อดทนหน่อยนะนายน้อย..."
เสียงหนิงหนิงอ้อนวอนนายน้อยของนางทั้งเป็ห่วง และสุดแสนจะสงสารสภาวะ ผ่านมรสุมวิกฤตเลื่อนระดับแบบนี้นางเคยผ่านมาก่อน ถึงแม้ว่ามันจะอยู่ในระดับสีเท่านั้น แต่นางเองก็เ็ปเจียนตาย นี่เขาต้องทนทุกข์รับสภาพโหมกระหน่ำภายใน ที่รุนแรงของการเลื่อนกายอสูรระดับหก ไม่รู้ว่านายน้อยของนางจะเ็ปมากเพียงใด กริชเพชรหูอื้อแทบจะไม่ได้ยินเสียงอะไรอีก เขาเ็ปรวดร้าวเหมือนกล้ามเนื้อทุกสัดส่วน พร้อมจะะเิออกมาได้ตลอดเวลา
เปี๊ยะ เปี๊ยะ เปี๊ยะ!!
"อ๊ากกกก..อ้าสสสสส~"
กรอดๆ ๆ!!
ชายหนุ่มหดตัวนึกถึงความตายที่กำลังย่างกรายเข้ามาอีกครั้ง เขากัดฟันกรอดสุดท้ายเส้นสายสีทอง ก็พุ่งวาบ เป็วงบนเล็บของเขาสร็จสมบูรณ์
เฮือกๆ!! กรอด~!!
วาบๆ ๆ ๆ!!
"อ๊ากกกกก~....."
ชายหนุ่มสะดุ้งเฮือกพลังทั้งสิ้นทั้งมวลถูกอัดกดแน่น เข้าไปในลูกแก้วสีเขียวเข้มนั้น ก่อเกิดเป็กายอสูรน้ำจืดระดับหก รูปร่างของเขาถูกประทับอยู่ในลูกแก้วอย่างสง่างาม
"โอ้โห..อัศจรรย์สุดๆ ..กายอสูรนายน้อยช่างงดงามยิ่งนัก"
หนิงหนิงตกตะลึง เขาผ่านวิกฤตการณ์เลื่อนระดับกายอสูรขึ้นมาได้แบบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปในทางเลวร้าย ไม่มีความอัปลักษณ์เกิดขึ้นบนตัวเขาเลยเหมือนกับว่า ชายหนุ่มผ่านการเลื่อนระดับกายอสูรโดยไม่มีสิ่งเจือปน จนเป็เหตุให้กายอสูรของเขาน่าเกลียดน่ากลัว ที่ติดมากับเนื้ออสูรที่กินลงไป
'มันต้องเป็เนื้ออสูรระดับเทพที่มีกายบริสุทธิ์จนไม่ก่อเกิดการเจือปนที่จะทำให้ร่างกายเขาบิดเบี้ยวประหลาด'
"โอ๊ยยส์!! ..หนิงหนิงมันยังไม่หยุด มันกำลังเกิดลวดลายสีทองขึ้นมาอีกเส้นแล้วช่วยข้าด้วย ข้าทนความเ็ปอีกครั้งไม่ไหวแน่..หนิงหนิงช่วยข้าที..อ้ารรรรรซ์"
กริชเพชรรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นบนกลางกระหม่อมของเขา มันเหมือนถูกสายฟ้าฟาดหรือถูกไฟช็อตชาไปทั้งสารพางค์กาย
กริชเพชรต้องหลับตาลง เพ่งมองดวงจิตแก่นแท้สีรุ้งที่ส่งกระแสคลื่นพลังออกมาพุ่งปราดเข้าไปสู่ลูกแก้วสีเขียวอีกครั้ง
คราวนี้มันมีพลังมหาศาลมากกว่าเก่า จนนิ้วมือนิ้วเท้าของชายหนุ่มหยิกงอด้วยความเ็ปเหลือคณานับ ร่างกายของเขาสั่นเทา เสียงพูดสั่นเครือบอกหนิงหนิง ยังไม่ทันจบประโยค กริชเพชรเหมือนคนควบคุมสติไม่ได้สะบัดหัวเร่าๆ
"โอ๊ยยยส์~เจ็ดสุดๆ ..อ๋อยยย~!!
ชายหนุ่มร้องครางอย่างลืมตัวกับความเ็ปที่ทวีขึ้นมาอีกครั้งมันรุนแรงยิ่งกว่าเก่าเป็สิบเท่า
"พวกเรามันอยู่นั่นจับมันให้ได้ดูเหมือนว่าไอ้อสูรน้ำจืดตัวนั้น มันกินของเทพเข้าไป ตอนนี้ข้ารู้สึกว่ามันกำลังเลื่อนระดับกายอสูรเพิ่มขึ้นอีก ต้องรีบจัดการมัน ไม่เช่นนั้นมันปลดปล่อยอาวุธเทพออกมาพวกเราตายแน่..."
หัวหน้าอสูรคราเคนร้องสั่งกำชับสมุนของมันสุดเสียง ให้ลูกน้องรีบพุ่งทะยานเข้าหาหนิงหนิง ที่กำลังว่ายน้ำลดระดับลง
เพราะเธอต้องใช้ลำตัวประคองนายน้อยให้สามารถว่ายหนีได้ และหญิงสาวก็เริ่มหมดแรงลงเรื่อยๆ ดวงจิตแก่นแท้ภูตอสูรของนางเริ่มส่องแสงอ่อนลงจนเป็แสงสีเขียวอ่อนๆ เท่านั้น เงาร่างของหญิงสาวเริ่มจางลงเพราะพลังที่ดูดซับกายอสูรนกปีศาจ ถูกลดทอนลงเกือบหมด
"นายน้อยตั้งสติให้ได้ ท่านอย่าสลบจงรวบรวมความอดทน ผ่านมรสุมวิกฤตเลื่อนกายอสูรระดับเจ็ดขึ้นไปให้ได้ ท่านอดทนเข้าไว้ ไม่เช่นนั้นพวกเราต้องสูญเปล่า โดนหัวหน้าอสูรคาเคนดูดซับพลังไปหมดแน่ ถ้าท่านไม่สามารถเปิดห้วงมิติปลุกิญญาอาวุธเกล็ดอสูรเทพออกมาสู้ได้..ขอร้องนายน้อยท่านอดทนอีกนิดเพื่อชีวิตของท่านเองนะเ้าคะ"
หญิงสาวพูดเสียงอ่อนล้าตาเธอเริ่มพร่ามัว ร่างกายที่เคยสะบัดว่ายน้ำอย่างรวดเร็วเริ่มลดระดับลงอีกเท่าตัว ด้านหน้าเป็ช่องเขาเกือบจะถึงปากอุโมงค์ ที่ปล่อยน้ำจืดลงสู่มหาสมุทร อยู่ไม่ถึงห้าพันฟุตแม้มันไม่ไกลมาก แต่สำหรับแรงกายของหญิงสาวมันแทบจะรับไม่ไหว
กรอดดดด~~!!
'อ้ารรรรซ์..ข้าต้องทนให้ได้...อ๊าสสสสสส~'
กริชเพชรคำรามขึ้นอีกครั้งมือที่ชักกระตุกเหยียดออก ร่างกายที่เหมือนถูกฟ้าผ่ามันเ็ปรวดร้าว แต่ด้วยจิตใจห่วงพะวงหนิงหนิงทำให้เขากัดฟันทน ยังไงนางก็ปกป้องตัวเขาให้รอดตายตลอดเวลาที่พบเจอกัน ครั้งนี้ถ้ากริชเพชรสามารถเปิดห้วงมิติปลุกิญญาเกล็ดอาวุธเทพออกมาได้ มันอาจจะช่วยให้พวกเขารอดพ้นจากความตาย
"อ้ากกกกกกซ์~~~~"
เสียงร้องโหยหวนดังเข้าไปในส่วนประสาทของนางภูตสาว เธอแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่
"นายน้อยข้าขอโทษ~"
...................................................................................................................