บทที่ 13 คนรักขี้หึง (รีไรต์)
หวงลี่ลี่ชอบทำตัวเป็จุดสนใจ เธอมักจะโอ้อวดชีวิตครอบครัวของตัวเองที่เหนือกว่าเวลาที่อยู่กับเพื่อนของเธอ พอสบโอกาสก็เสียดสีหลินเนี่ยน เปิดเผยสภาพความเป็อยู่ที่แท้จริงของหลินเนี่ยนออกไปเล็กน้อย
หวงหงเว่ยอายุยังน้อย ภายใต้อิทธิพลของพวกผู้ใหญ่ เขาทำเหมือนหลินเนี่ยนไม่ใช่คนมาั้แ่เด็ก ย่อมเปิดเผยกับเพื่อนเป็ธรรมดา
ประกอบกับบางส่วนที่เขาพูดออกมาเองว่าสภาพความเป็อยู่ของหลินเนี่ยนในบ้านตระกูลหวงนั้นเป็อย่างไร จึงได้รู้ว่าสิบกว่าปีที่ผ่านมาหลินเนี่ยนใช้ชีวิตอย่างไรในบ้านตระกูลหวง
หิวโหย
ถูกดุด่า
ถูกทำร้าย
ะโน้ำตาย
ถูกด้อยค่า
ถูกเหยียบย่ำราวกับเป็เื่ปกติ
เริ่มทำงานั้แ่ยังเด็กเหมือนคนรับใช้ ถูกตำหนิไปเสียทุกเื่
ห้ามกินเนื้อ ห้ามหัวเราะ ห้ามพูดมาก ห้าม...
จู่ ๆ ฟู่ชิวสือรู้สึกเหมือนถูกใครสักคนบีบคอ หัวใจพลันถูกมือใหญ่ที่มองไม่เห็นบีบอย่างแรง คล้ายกับหายใจได้ลำบากขึ้น
หญิงสาวคนนั้นมีพ่อเลี้ยง
ส่วนเขาเองก็มีแม่เลี้ยง
แต่ชีวิตของหญิงสาวน่าสังเวชกว่าเขามาก อย่างน้อยเขาก็ไม่ห่วงเื่อาหารเสื้อผ้า กินข้าวอิ่มท้อง ไม่มีใครกล้าห้ามไม่ให้เขากินเนื้อ
ฟู่ชิวสือนึกถึงหลินเนี่ยนผู้สดใสที่เขาเห็นไม่กี่วันมานี้ ต่างจากหลินเนี่ยนที่ถูกอธิบายไว้ในสมุดบันทึกอย่างสิ้นเชิง
เขารู้สึกว่าสมองของทหารลาดตระเวนอย่างเขาใช้การไม่ได้สักนิดและหยุดทำงานไปแล้ว
ถ้าหลินเนี่ยนผู้เก็บกด ขี้ขลาด และทุกข์ทรมานคนนั้นคิดะโน้ำฆ่าตัวตาย เขาคิดว่าคงเป็เื่ธรรมดา
แต่หญิงสาวดวงตาเปล่งประกายในสายตาเขาคนนั้น หากคิดจะะโน้ำตาย แบบนี้คงน่าขัดใจมาก
ฟู่ชิวสือยังคงครุ่นคิด
หญิงสาวเปลี่ยนไปกะทันหันหลังจากผ่านความตาย หรือเธอเก็บมันไว้ในใจมาโดยตลอด รอคอยโอกาส และะเิออกมาในคราวเดียวกันแน่
ะโน้ำเป็แค่หนึ่งในแผนของเธอเหรอ?
ไม่ว่าจะเป็แบบไหนก็แล้วแต่…
แววตาของฟู่ชิวสือเผยประกายบางอย่าง เขาจ้องสมุดบันทึกในมืออยู่พักใหญ่ ก่อนจะหยิบกระดาษและปากกาออกมา จับปากกาเขียนจดหมายให้หยางต้งเหลียง
‘สวัสดีครับหัวหน้ากองหยาง ผมจะรายงานเกี่ยวกับเื่ของสหายหลินเนี่ยนให้ทราบ…’
เขาเขียนเต็มสามหน้ากระดาษอย่างไหลลื่น สมุดเล่มเล็กก็ถูกยัดใส่ลงไปในซองจดหมายด้วย
ตกดึก
ฟู่ชิวสือฝันเห็นหลินเนี่ยน ฝันว่าคนที่ตกน้ำเป็เขา หลินเนี่ยนที่ยืนอยู่ริมฝั่งเอื้อมมือดึงเขาขึ้นมาจากแม่น้ำที่เย็นเฉียบ
เขาตื่นขึ้นมาก็รู้สึกอิจฉาจางไห่หยางเล็กน้อย
ทำไมคนที่เจอหลินเนี่ยนตอนนั้นต้องเป็จางไห่หยาง ทำไมคนที่ช่วยหลินเนี่ยนถึงได้เป็คนคนนั้น
เขาอดนึกถึงร่างนุ่มนิ่มของหญิงสาวที่แนบชิดกับเขาตอนอยู่ในซอยมืดไม่ได้ เธอหวาดกลัวจนตัวสั่น ไม่อาจสงบใจได้ ขณะเดียวกันเธอก็ฉลาดมีไหวพริบ อ้าปากโกหกเป็ตุเป็ตะ
กลิ่นหอมสดชื่นสะอาดสะอ้านบนตัวหญิงสาวราวกับยังวนเวียนอยู่ที่ปลายจมูก
ฟู่ชิวสือใช้ลิ้นดุนแก้มแล้วหัวเราะเบา ๆ หลังจากล้างหน้าแปรงฟันก็หิ้วเสื้อตัวนอกก้าวขายาว ๆ ออกไป
เขาไปส่งจดหมายที่เขตคุ้มครอง สถานะของเขาพิเศษ และ่สำคัญของภารกิจพิเศษเพิ่งจะเสร็จสิ้น จดหมายที่ส่งต้องได้รับการตรวจสอบต่อหน้า
หลังจากจดหมายส่งออกไป ฟู่ชิวสือก็ไปหาไอ้หลอหลิวหย่งหนาน
หลิวหย่งหนานกำลังเก็บสัมภาระอยู่ในบ้าน หลังจากเห็นว่าใครมาหาก็ดีใจมาก รีบวางของในมือลงและเข้าไปต้อนรับ “พี่สาม!”
“พี่รีบเข้ามานั่งเร็ว” หลังจากต้อนรับฟู่ชิวสือเข้ามา หลิวหย่งหนานหยิบกระทั่งของบนม้านั่งลง เพื่อจัดที่นั่งให้ฟู่ชิวสือ แถมยังรีบรินน้ำให้อีกด้วย
“กำหนดวันที่จะไปชนบทแล้วเหรอ?” ฟู่ชิวสือหยิบแก้วขึ้นมาขณะเอ่ยถาม
หลิวหย่งหนานพยักหน้า “ครับ กำหนดแล้ว เดินทางพรุ่งนี้เช้า”
ฟู่ชิวสือจิบน้ำและวางแก้วลง “นายเอาสัมภาระไปน้อยหน่อย อยากได้อะไรก็ไปซื้อที่นั่นเอา เดี๋ยวฉันค่อยส่งไปให้นายทีหลัง”
“หลินเนี่ยนไปชนบทพร้อมนาย ระหว่างทางนายก็ดูแลเธอหน่อยนะ อีกอย่าง นายซื้อตั๋วรถตู้นอน แล้วช่วยหาอีกใบให้เธอด้วย”
“อ้อ ไม่ต้องพูดถึงฉันนะ!”
“บอกเธอก็ได้ว่านายได้โควตาตั๋วตู้นอนเพิ่ม บังเอิญพบลูกค้าที่เคยเจรจาด้วย แล้วก็ถามเธอก่อนว่า้าไหม”
หลิวหย่งหนานไม่ได้ถามเหตุผล เขาพยักหน้าตอบรับอย่างรวดเร็ว
ตั๋วตู้นอนหายากสำหรับคนอื่น แต่สำหรับเขาแล้วมันง่ายมาก
ฟู่ชิวสือสั่งการอีกครั้ง “อย่าเก็บแพงนักล่ะ นิด ๆ หน่อย ๆ ก็พอ ถึงตอนนั้นนายคงจะรู้ดีว่าต้องพูดยังไง”
หลิวหย่งหนานยิ้ม “พี่สามสบายใจได้ ผมจะจัดการให้พี่เป็อย่างดีแน่นอน”
ฟู่ชิวสือรายงานสถานการณ์ของหัวหน้าเก่าให้อีกฝ่ายฟัง แล้วลุกขึ้นบอกลาก่อนจะจากไป
ภารกิจในครั้งนี้เป็การปฏิบัติงานร่วมกันของเขตคุ้มครองทั้งสองฝั่ง เขตคุ้มครองฝั่งพวกเขามีหัวหน้าร่วมบัญชาด้วย เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ พวกเขาก็จะกลับเขตคุ้มครองทางตะวันออกเฉียงเหนือไปพร้อมกัน
แต่ก่อนหน้านั้น เขาต้องพบหน้าหญิงสาวอย่างเป็ทางการ
ฟู่ชิวสือยกข้อมือมองเวลา ครุ่นคิดสักพักก่อนจะไปหาเธอที่ห้างสรรพสินค้า
หลินเนี่ยนกำลังซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลผิวบนเคาน์เตอร์ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวในยุคนี้มีให้เลือกจำกัด มันมีอยู่ไม่กี่อย่างเท่านั้น อย่างเช่นหย่าซวง เก๋อหลีโหยว ซิ่งเหรินมี่ เสวี่ยฮวาเกา หลินเนี่ยนไม่รู้ว่ายี่ห้อไหนดี จึงซื้อหย่าซวง ป่ายเชวี่ยหลิง และโหย่วอี้ไป
ทันใดนั้น เธอก็พบว่าพนักงานขายด้านหลังเคาน์เตอร์ที่ก่อนหน้านี้ไม่สนใจเธอกลับดูกระตือรือร้นขึ้นมาทันที ไม่ใช่แค่กระตือรือร้น แต่ยังจ้องไปที่ด้านหลังเธออย่างเขินอาย
เธอหันไปมอง จึงได้เห็นโฉมหน้าของจอมวายร้ายที่หล่อเหลาเกินเหตุ
เขายืนอยู่ด้านหลังเธอ สองมือล้วงกระเป๋ากางเกง จ้องมองเธอด้วยท่าทีเนือย ๆ
คิ้วที่เลิกขึ้นเล็กน้อยส่งกลิ่นอายความชั่วร้ายเลือนราง รอยยิ้มเบาบางที่มุมปากดูเหลาะแหละเล็กน้อย แต่เมื่อความเหลาะแหละนี้อยู่บนร่างเขากลับไม่ได้ทำให้ดูน่ารังเกียจ ทว่ากลับเพิ่มเสน่ห์ความร้ายกาจให้เขาเล็กน้อย
เสน่ห์อันตรายและใบหน้าที่หล่อเหลามีแรงดึงดูดต่อเด็กสาววัยแรกแย้มอย่างรุนแรง
มิน่าล่ะ พนักงานขายถึงได้เปลี่ยนท่าทีรวดเร็วขนาดนี้
ถ้าเขาถอดเครื่องแบบสีเขียวบนตัวออก คนผู้นี้ก็คงเป็คุณชายสูงศักดิ์ในยุคนี้ได้สบาย ๆ
“ส่งของมาสิ ฉันช่วยเธอถือเอง” ฟู่ชิวสือยื่นมือออกไป ไม่รอให้หลินเนี่ยนตอบกลับ พนักงานขายก็รีบใช้ถุงตาข่ายใส่ของที่หลินเนี่ยนซื้อ แล้วยื่นให้ฟู่ชิวสือ
“สหาย พี่ชายของเธอช่างเอาใจใส่จริง ๆ!” พนักงานขายพูดกับหลินเนี่ยน แต่สายตากลับจ้องฟู่ชิวสือ ใบหน้าแดงก่ำเต็มไปด้วยความเขินอาย
“สหาย ฉันชื่อว่าจางหงเหมย คุณชื่ออะไรเหรอ พวกเรามาเป็เพื่อนกันเถอะ ต่อไปนี้ห้างสรรพสินค้าของเรามีของดีอะไร ฉันจะช่วยคุณเก็บไว้เอง!”
แปดกลุ่มอาชีพในปีนี้เป็อาชีพยอดนิยม มีการแข่งขันสูงมากในตลาดการหาคู่
พนักงานขายเป็หนึ่งในแปดกลุ่มอาชีพเ่าั้ จางหงเหมยบอกอาชีพของตัวเองอย่างภาคภูมิใจ เธอคิดว่าถึงแม้ตัวเองจะไม่ได้สวยเท่าสหายหญิงตรงหน้านี้ แต่ก็ขึ้นชื่อว่าเป็บุปผาแห่งห้างสรรพสินค้าคนหนึ่งเหมือนกัน ถ้าสหายหนุ่มตรงหน้าไม่โง่ก็คงไม่ปฏิเสธเธอ
จางหงเหมยมองฟู่ชิวสืออย่างคาดหวัง แต่ฟู่ชิวสือกลับพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ขอบคุณในความหวังดีของสหายจาง แต่คนรักของผมน่ะขี้หึงมาก ไม่อนุญาตให้ผมเป็เพื่อนกับหญิงอื่นเลยน่ะสิ ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ”
คนรักเหรอ?
หลินเนี่ยนมองฟู่ชิวสือด้วยความประหลาดใจ ในต้นฉบับไม่ได้บอกว่าฟู่ชิวสือมีคนรักนี่นา
ฟู่ชิวสือในต้นฉบับโสดสนิทจนกระทั่งสิ้นลมหายใจ
รอยยิ้มบนหน้าของจางหงเหมยแข็งทื่อ ปากพลันหยุดชะงัก หลินเนี่ยนจึงรีบลากแขนฟู่ชิวสือออกไป เธอกลัวว่าถ้ายังไม่ไปอีกละก็ หญิงสาวด้านหลังจะปล่อยโฮออกมา