ใช้เวลาเพียงไม่นาน สถานการณ์อันตรายภายในวัดได้เริ่มคลี่คลาย ความสับสนอลหม่านก่อนหน้ายามนี้กลับมาปกติอีกครั้ง ฝูงชนที่วิ่งหนีเพื่อเอาชีวิตรอดดั่งผึ่งเเตกรังทยอยออกจากวัดจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงข้าวของที่กระะจัดกระจายเกลื่อน โต๊ะเก้าอี้ล้มระเนระนาดเเละร่างของผู้าเ็ร้องโอดโอยนอนรอความช่วยเหลือ มีคนโดนลูกหลงได้รับาเ็หลายราย บางคนโชคร้ายโดนะุมรณะเข้าจุดสำคัญอาการสาหัสลมหายใจรวยรินเต็มที ข่าวดีเพียงอย่างเดียวในขณะนี้ยังไม่มีใครเสียชีวิตเพิ่ม รวมทั้งท่านสส. ทรงเกียรติต้นเื่ที่ถูกยิงระยะเผาขนเเต่ยังอุตส่าห์รอดมาได้ราวปาฏิหาริย์
สุ้มเสียงไซเรนของรถกู้ชีพที่เคลื่อนเข้ามาภายในวัดดังระงมไปทั่ว เ้าหน้าที่กู้ภัยรีบนำเตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วย เปลสนาม อุปกรณ์ช่วยชีวิตครบมือ ทุกคนระดมกำลังทั้งหมดเร่งช่วยชีวิตผู้าเ็เพื่อเเข่งขันกับเวลาเเห่งความเป็ความตาย
กู้ภัยสาวรายหนึ่งกำลังตรวจจับชีพจรชีวิตของผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่เป็ที่รู้จักกันกว้างขวางในตัวจังหวัด ตอนนี้เขานอนเเน่นิ่งทอดยาวอยู่บนพื้น มีครอบครัวนั่งร้องไห้ล้อมวงอยู่ด้านข้าง จนต้องกันออกให้ห่างเพื่อเริ่มทำการปั้มหัวใจอย่างเร่งด่วน
บางรายถูกฝูงชนเหยียบย่ำระหว่างหลบหนี กระดูกหักหลายเเห่งฟกช้ำไปทั่วทั้งตัวอาการค่อนข้างสาห้ส ต้องตรวจสัญญาณชีพทางลมหายใจ โดยใช้เเก้มเเนบห่างเล็กน้อยเหนือจมูกของผู้าเ็ เ้าหน้าที่ต้องใช้ชุดล็อคศีรษะกันกระทบกระเทือนอย่างระมัดระวัง ล็อคตัวไว้กับเปลสนามเพื่อเคลื่อนย้ายไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด
ส่วนท่านสส. ทรงเกียรติผู้ทรงเกียรติตัวดี ตอนนี้นอนอยู่บนเตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยภายในรถกู้ชีพ มีกู้ภัยหนุ่มสองคนซ้ายขวาเฝ้าดูอาการอยู่ไม่ห่าง คอยปฐมพยาบาลโดยใช้ชุดช่วยหายใจ บีบเป็จังหวะสม่ำเสมอเพื่อเพิ่มออกซิเจน เพิ่มเเรงดันอากาศเข้าสู่ปอด ด้วยบุญบารมีที่สั่งสมไว้เป็กองเท่าูเาแต่ชาติปางก่อน ดูทรงเเล้วท่านสส. คงไม่เป็อะไรมากนัก
ถึงแม้ทุกอย่างจะคลี่คลายโดยเร็วจากทีมเ้าหน้าที่ทั้งในทั้งนอกเครื่องเเบบรวมถึงเหล่านักกู้ภัยมืออาชีพทั้งหลาย เเต่กลับปฏิเสธไม่ได้ว่าโศกนาฏกรรมครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบต่อจิตใจของทุกคนในหมู่บ้านเป็อย่างมาก รวมถึงชื่อเสียงของวัด ชื่อเสียงของจังหวัด เเน่นอนว่าในวันพรุ่งนี้สำนักข่าวใหญ่ทุกช่องทางทั่วประเทศคงพร้อมใจกันเล่นข่าวเล่าเื่นี้พยายามเกาะติดสถานการณ์ไปตลอดทั้งวันทั้งคืน
" น้าอิ่ม... น้าอิ่มไหน! "
" เออ! มีคนเดียวนี่เเหละ ระดับกูคงไม่กล้าไปขอสอบปากคำท่านสส. หรอก ท่านบอกกับกูเองเมื่อตะกี้ ตอนลงจากเวทีมีคนออกมาออรอต้อนรับเเสดงความยินดีเเน่นขนัด น้าอิ่มเองคงปะปนอยู่ในนั้นด้วย เมื่อสบโอกาสได้จังหวะเข้าทางปืน แกกดไกลั่นเปรี้ยงเข้าให้ ไอ้พวกลูกนัองข้างกายที่คอยคุ้มกันท่านสส. เลยยิงสวนไปหลายนัด ที่โดนลูกหลงนอนเจ็บเจียนตายอยู่ตอนนี้ไม่รู้ะุของใครบ้าง คงต้องยึดปืนเก็บหัวะุไปตรวจเทียบกันอีกที ที่เหลือก็อย่างที่มึงเห็น "
" เป็ไปไม่ได้ " เทียบกระตุกคิ้วพลางยกมือลูบคางที่เคราเเทงขึ้นเขียว ครุ่นคิดถึงความเป็ไปได้ต่าง ๆ ที่ซ่อนอยู่ภายในใจ
" ทำไมจะเป็ไปไม่ได้? " เจษเอียงหน้ามอง เขาลอบสังเกตสีหน้านั้น พยายามค้นหาอะไรบางอย่างจากท่าทีลังเลที่เป็อยู่ ในฐานะที่ทั้งสองมักคุ้นทำงานด้วยกันมานาน เขารู้สึกเหมือนเทียบเก็บงำบางอย่างเอาไว้
" เอ่อ... น้าอิ่ม... " เทียบเหมือนอยู่ในอาการน้ำท่วมปากพูดไม่ออกอยู่นาน ดูเหมือนมันยังเร็วไปที่จะพูดในสิ่งที่ตนเองสงสัยก่อนหน้านี้
" มึงรู้อะไรบอกกูบ้าง "
" ไม่มีอะไรมากหรอก กูเเค่รู้มาว่าพักหลังน้าอิ่มไปทำงานรับใช้ให้ไอ้ทรงเกียรติเลยอู้ฟู่มีเงินใช้จนมือเติบ ทั้งสร้อยทองเเหวนเพรชเต็มตัวไปหมด เที่ยวผู้หญิงเล่นพนันในบ่อนชนชั้นสูงกลับเช้าแทบทุกวัน แถมยังดูสนิทสนมเข้ากันได้ดีกับไอ้ทรงเกียรติ ่สองสามวันก่อนงานบวช กูเห็นตัวแทบติดกัน ไปไหนมาไหนนั่งรถคันเดียวกันตลอด "
" ที่มึงจะพูดคือ? "
" หึหึ กูเเค่ยังมองไม่เห็นเเรงจูงใจอะไรเลย เป็ไปไม่ได้ที่เสือเก่าอย่างเฒ่าอิ่มถึงจะถอดเล็บฝังเขี้ยวไปหมดเเล้ว เเต่เเกคงไม่โง่ลงมือสิ้นคิดเเบบนี้ ความเเค้น? เงิน? หักหลัง? ผู้หญิง? ตอนนี้มันดูไร้เหตุผล ถึงจะมีน้ำหนักเเต่กลับเบาบางเหลือเกิน ไม่เป็ชิ้นเป็อันจนกูมืดเเปดด้านไปหมด ไอ้เจษ... มึงก็ไช่ย่อยคงคิดเหมือนกู แล้วศพน้าอิ่มตอนนี้อยู่ไหน? "
" อย่าว่าเเต่ศพเลย ไม่รู้ไปได้ของดีมาจากไหน ไอ้พวกลูกน้องยิงเข้าสามนัดจัง ๆ เเกกลับไม่สะทกสะท้านวิ่งหนีหน้าตาเฉยหายไปทางท้ายวัด ตอนนี้พวกในเมืองเร่งระดมกำลังติดตามอยู่ งานนี้มันเกินมือตำรวจบ้านนอกอย่างเราไปไกลแล้ว ถ้าเเกสู้ขัดขืนขึ้นมา... มีจับตาย! "
" ไอ้พวกนี้มันไวดีแฮะ " เทียบพยักหน้าคิดเงียบ ๆ ราวกับอับจนในปัญญา เขาผละจากเจษฎาเร่งติดตามร่องรอยชุดจับกุมไปทางท้ายวัด พร้อมกับลูกน้องนอกเครื่องแบบมือดีอีกนาย
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
" ระวัง! ระวังด้วย! เเนวหน้าระวังด้วย! "
เ้าหน้าที่ชุดจับกุมนายหนึ่งใช้เสียงะโบอกพิกัดกลุ่มของตนเอง การเข้าปิดล้อมจับกุมผู้ร้ายหลบหนีนั้นย่อมเต็มไปด้วยความเสี่ยง เเต่การไล่ล่าคนร้ายที่ได้รับาเ็พร้อมอาวุธปืนในมือยิ่งอันตรายมากกว่า ในบางกรณีที่การปิดล้อมเกิดขึ้นในยามค่ำคืนด้วยเเล้ว ยังไม่เเน่นักว่าใครจะอยู่ใครจะไป ไม่รู้ในคืนนี้ท่านพญามัจจุราชทรงเกลียดชังใครคนไหน ไอ้คนนั้นคงโชคดีมีโอกาสรอดชีวิต
ใช่... เ้าหน้าที่นำกำลังมามีหลายนาย อาวุธเครื่องะุครบครันกุมความได้เปรียบมีเเต้มต่อกำเเน่นอยู่ในมือ วัดดวงกับตาอิ่มชายชราเพียงหนึ่งเดียวที่เหลือลูกะุไม่กี่นัด เเต่กลับได้รับ ' ไอเทมพิเศษ ' ชำนาญเส้นทางเข้าในออกนอกพื้นที่เป็ว่าเล่นดั่งสวนหย่อมหลังบ้าน เเถมยังบ้าคลั่งดีเดือดบ้าเืดีแท้ถึงขนาดบุกเดี่ยวยิงท่านสส. อย่างอุกอาจเผาขนถึงงานบวชลูกชายหัวเเก้วหัวเเหวนคาหน้าเวที งานนี้ถึงจะมาเยอะคนเเยะแต่คงมีบ้างบางคนที่หลบซ่อนอยู่หลังต้นไม้พวกนั้นในเงามืด กลัวใจนับถือความกล้าลูกบ้าของแกบ้าง
ใครจะคิดว่าเฒ่าอิ่มในยามเช้าสดใสดำรงตำแหน่งเป็มัคทายกวัดมีเเต่ผู้คนนับหน้าถือตาหรือพี่อิ่มในยามค่ำคืนอันเเสนเปล่าเปลี่ยว ฟุ่มเฟือยฟรุ้งฟริ้งที่สวมบทบาทเป็ได้ทั้งคุณพี่ คุณน้า คุณอาของน้อง ๆ หนู ๆ ในชุดสั้นจุ๊ดจู๋เเนบเนื้อรัดรูปตึงเปรี๊ยะ ใจใหญ่ใจกล้าปากว่าเอื้อมจับ มือเติบเติมเต็มความสุขให้ทุกคนได้ไม่อั้น มาในยามนี้กลับหนีหัวซุกหัวซุนเป็เสือลำบากประจำหมู่บ้านไปซะเเล้ว
" ตามเลย! ข้างหน้าเห็นตัวเเล้ว! " เ้าหน้าที่นำกำลังไล่ล่าอยู่เเนวหน้าส่องไฟในมือเห็นแผ่นหลังใครบางคนกำลังวิ่งตัดไปทางทุ่งมันสำปะหลัง มันะโบอกทุกคนสุดเสียง จากนั้นรีบดับไฟฉายเเรงสูงกลัวตนเองจะตกเป็เป้าคมะุ
" ว.20 ทราบเเล้วเปลี่ยน ว.20 ทราบเเล้วเปลี่ยน "
" อย่ายิงนะ! อย่ายิง! เดี๋ยวโดนพวกเดียวกัน ให้แนวหนึ่งยิงเท่านั้น! ให้พวกเเนวหนึ่งยิงเท่านั้น! เเนวสองอย่ายิง! คอยหาที่กำบัง! "
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
ในที่สุดการไล่ล่าสุดระทึกที่มีชีวิตเป็เดิมพันมาหยุดชะงักที่กระท่อมไม้เก่า ๆ ยกพื้นเตี้ยกลางสวนมะม่วงเเห่งหนึ่ง เ้าหน้าที่ทุกนายล้วนหลบอยู่หลังต้นมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้ที่ตอนนี้หมด่ฤดูผลผลิตไปหลายเดือนเเล้ว ลำเเสงจากไฟเเรงสูงส่องสว่างสาดไปยังตัวบ้าน เเต่ละขั้นบันไดล้วนเต็มไปด้วยรอยเืเเดงฉานลากเป็ทางยาวเข้าไปด้านใน
" ผม้าปิดล้อมรอบตัวบ้านกันคนร้ายหลบหนีออกทางด้านหลัง จำไว้คนร้ายมีอาวุธอยู่ในมือ ถ้าต่อสู้จัดการได้เลยผมอนุญาต เเต่ตอนนี้ขอเจรจาตามหลักปฏิบัติกับคนร้ายดูก่อน ว่าจะยอมมอบตัวหรือไม่ " เ้าหน้าที่นายหนึ่งบนบ่าติดตราสัญลักษณ์พระเกี้ยวกับดาวอีกสองดวงพูดกำชับกับลูกน้องทั้งหมดอีกครั้งถึงความอันตรายในสถานการณ์ตรงหน้าตอนนี้
" พี่อิ่ม ได้ยินมั้ย นี่ชั้นเองนะ รองเลิศไงพี่ พี่กับชั้นเราต่างคุ้นเคยกันดี พี่จำเสียงชั้นได้ไหม เลิศฤทธิ์ไงพี่ " รองเลิศมีสีหน้าจริงจังเคร่งเครียด ดูเหมือนยิ่งยศสูงเเค่ไหนเหมือนยิ่งกลัวความตายเท่านั้น กว่าจะเดินทางไต่เต้าถึงตรงจุดนี้ไม่รู้ต้องเเลกด้วยอะไรบ้าง ยามนี้เขาหลบหลังต้นมะม่วงใหญ่มีลูกน้องคอยยืนบังหน้ากันไว้หลายนาย คิดเอาเองเเล้วกันอย่าว่าเเต่ลูกะุเลยเเม้เเต่มดตัวน้อยเเมลงวันกระจิดริดสักตัวสงสัยยังยากที่จะตีฝ่าวงล้อมเข้ามาได้
" ไอ้เลิศ! กูไม่ได้ทำ! มึงต้องเชื่อกู! "
" พี่อิ่ม ชั้นอยากเชื่อนะพี่ เเต่พี่ต้องทำตามกฎหมายด้วย วางปืนก่อนเถอะ ถ้าบริสุทธิ์ใจจริงพี่ไปด้วยกันกับชั้น ไปต่อสู้ด้วยกฎหมายกฎยุติธรรมเถอะ ถือว่าชั้นขอร้อง คืนนี้อย่ามีใครต้องเสียเืเสียเนื้อกันอีกเลย "
ปัง! ปัง! ปัง!
" ไอ้เลิศมึงหูเเตกไม่ได้ยินรึไง! กูบอกว่าไม่ใช่กู อย่า! พวกมึงอย่าเข้ามา ถ้าใครเสือกยื่นหน้ามากูยิง! ฮือ... มันไม่ใช่กู กูไม่ได้ทำ กูไม่ได้... อ๊าคคคค!! เเพร... ลูเเพร ไม่... มึงทำอะไรกับกูอีผีร้าย ใช่! เป็อีผีร้ายนั่นต่างหากที่ลงมือทำทั้งหมด "
" พี่อิ่ม ถ้าขืนยังเป็แบบนี้ต่อไป ชั้นคงต้องใช้มาตรการจากเบาไปหาหนักนะพี่ ชั้นเองต้องทำตามหน้าที่เช่นกัน " รองเลิศกล่าวขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงจริงใจใสกระจ่าง เเต่ในความมืดมิดภายใต้หมวกหม้อตาลที่สวมใส่ปิดบังอยู่นั้น เขากลับมีสีหน้าเหี้ยมเกรียมกระหายเืซุกซ่อนอยู่
ยามนี้มุมปากเขาม้วนยกขึ้น ยิ้มเยาะ เย้ยให้กับทุกสิ่งเหมือนทุกอย่างกำลังเข้าทางอยู่ในกำมือ ที่ทนเหน็ดเหนื่อยเสี่ยงชีวิตไล่ล่าปิดล้อมมาทั้งคืนเพื่อรอเวลานี้ทั้งสิ้น เฝ้ารอ่เวลาแห่งความชอบธรรมในการลงมือเข้าเข่นฆ่า
" ทุกคนเตรียมพร้อม! เตรียม.. "
" เดี๋ยว!! ให้ผมลองหน่อยเถอะพี่ ผมกับน้าอิ่มรู้จักกันมานาน ขอผมเข้าไปคุยกับเเกในบ้านก่อนเเล้วกันนะ "