ขณะกำลังคิดอะไรเพลินๆเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ของหล่อนก็ดังขึ้น ภาพบนหน้าจอเป็รูปผู้หญิงผมสีม่วงกำลังยิ้มหวานอย่างเก๋ไก๋แต่การที่ปลายสายโทร.กลับมาอีกรอบในตอนดึก เห็นทีว่าคงจะมีงานด่วนอีกแน่นอน
“สวัสดีค่ะพี่ฉวีขา...โทร.หาวารอบดึกมีอะไรเพิ่มเติมหรือเปล่าคะ”
หล่อนวางเครื่องโทรศัพท์ลงบนโต๊ะหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วกดสปีคโฟนให้เสียงดังลอดออกมาโดยที่มือข้างหนึ่งยังคงจับเมาส์เลื่อนขึ้นลงเพื่ออ่านเนื้อข่าวต่างๆเกี่ยวกับนายแบบหนุ่มผู้อยู่ตรงหน้าจอ
“พี่โทร.มา...ก็แปลว่าพี่มีธุระสิจ๊ะ”
“ค่ะ พี่ฉวีพูดมาเลยค่ะ วากำลังตั้งใจฟังอยู่”ปากพูดไปพลางสายตายังสอดส่องกับข่าวซุบซิบของภูพัดที่ปรากฏบนหน้าจออย่างสนใจ
“คืออย่างนี้นะจ๊ะบังเอิญว่าวันนี้พี่ได้มีโอกาสเจอกับน้องพัดพอดีพี่ก็เลยถามความคืบหน้าว่าเขาจะให้วาเข้าไปสัมภาษณ์ได้เมื่อไหร่” เลอฉวีพูดไปก็ไขว้นิ้วกลางทับนิ้วชี้เอาไว้ “น้องพัดเลยบอกกับพี่ว่าเขาพร้อมสำหรับวาทุกวัน”
“ทุกวันเลยหรือคะ...นี่เขาไม่ต้องทำการทำงานหรือคะไหนข่าวลงว่าคิวงานเขาออกจะแน่นเอี้ยด”
“คิวงานของน้องพัดเขาก็แน่นเกือบทุกวันนั่นแหละแต่หมายความว่าน้องพัดเขาพร้อมเสมอถ้าวาจะเข้าไปสัมภาษณ์หรือเก็บข้อมูลการทำงานของเขาในแต่ละวันน่ะจ้ะ”
หล่อนเผลอไหวไหล่โดยอัตโนมัติ“ถ้าอย่างนั้นวาควรจะไปพบเขาเมื่อไหร่คะ”
“พรุ่งนี้จ้ะ”
“พรุ่งนี้!!”หล่อนกระชากเสียงตามความชินปาก “ทำไมต้องรีบร้อนขนาดนั้นคะวาเพิ่งจะคุยกับพี่ฉวีเมื่อตอนบ่ายๆนี้เอง เพิ่งจะเตรียมตัวหาข้อมูลของเขาได้แค่นิดเดียววาไม่พร้อมหรอกค่ะ พี่ฉวีทำนัดให้วาสักอาทิตย์หน้าไม่ดีเหรอคะ”
หล่อนใส่อารมณ์ไม่หยุดเพราะรู้สึกว่าตนเองกำลังถูกบีบบังคับเื่กำหนดเวลาให้กระชั้นชิดจนเกินไปความรู้สึกเหนื่อยจากต้นฉบับเื่ที่แล้วยังไม่ทันหายจู่ๆก็คิดจะลากให้หล่อนไปพบหน้าพบตัวเพียงแค่ข้ามคืน
“พรุ่งนี้แหละจ้ะวา พี่ติดต่อคุณเอบีผู้จัดการของน้องพัดเขาไว้แล้ว”
หล่อนถอนหายใจอย่างหนักหน่วงก่อนจะบ่นยุบยิบ“นี่พี่ฉวีตกลงกับคุณเอบีไว้แล้วอย่างนั้นหรือคะทำไมไม่ถามความสมัครใจของวาก่อน”
ถึงตรงนี้บอกอคนเก่งจึงใช้ลูกล่อลูกชนด้วยเสียงอ่อนหวานหลังจากที่หลอกล่อให้หล่อนอารมณ์เสียจนติดหมัด “พี่ขอโทษด้วยนะจ๊ะวา ที่ต้องตัดสินใจโดยพลการ ไม่ได้บอกกับวาก่อนแต่พี่เห็นว่ามันเป็โอกาสดีนะ เพราะว่าพรุ่งนี้ทางคุณเอบีแจ้งว่าน้องพัดจะเปิดแถลงข่าวที่ไปรับงานเป็แอมบาสเดอร์ให้เครื่องสำอางของเกาหลีที่นำเข้ามาจำหน่ายในไทยน่ะ”
“เครื่องสำอางแนววายขายพวกผู้ชายอ่อนไหวน่ะเหรอคะ” หล่อนจิกกัดเพราะความไม่สบอารมณ์ที่ถูกบีบบังคับชนิดสายฟ้าแลบ
เลอฉวีหัวเราะแปร่งปร่าไปเล็กน้อยก่อนจะแก้ต่างขึ้นว่า “วาพูดเล่นใช่ไหมจ๊ะ...เครื่องสำอางแบรนด์วายคิสกำลังโด่งดังมากในเกาหลีเชียวนะ เห็นว่ายอดขายพุ่งทะลุเป้าจนขาดตลาดไปเกือบเดือน แล้วพี่ก็ยืนยันนะจ๊ะว่าเ้าของสินค้านี้เขาไม่ได้เจาะจงลูกค้าเฉพาะกลุ่ม สามารถใช้ได้ทุกเพศ ทั้งชายทั้งหญิงหรือชายไม่จริงหญิงไม่แท้”
หล่อนแค่นเสียงหัวเราะเนิบๆก่อนจะตอบกลับ“วาก็พูดเล่นไปอย่างนั้นเอง”
“ว่าแต่พรุ่งนี้วาสะดวกนะพี่ทำนัดไว้ตอนเที่ยงตรง เดี๋ยวพี่จะให้เบอร์โทรศัพท์ทั้งของคุณเอบีแล้วก็ของน้องพัดวาพร้อมจดไหมจ๊ะ”
วาตีจึงละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์งึมงำขณะหยิบปากกาใกล้มือจดเบอร์โทรศัพท์ทั้งสองหมายเลขลงบนแผ่นกระดาษโน้ตเล็กๆตั้งใจว่าวางสายเมื่อไหร่จะคัดลอกสองเบอร์นั้นลงในสมุดบันทึกส่วนตัวที่พกติดกระเป๋าอีกทีหนึ่ง
แต่สุดท้ายก็ลืม!
//////////////////////////////////////////////////