“มีเื่อะไรกัน?”
ปิ่งจีหันขวับมามองเธอ แต่ยังไม่ทันได้อ้าปาก อิ๋นซวงก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน
“ข้าเอาเสื้อผ้าของนายท่านมาให้”
ทั้งท่าทางเชิดหยิ่งและน้ำเสียงห้วนจัดนั้นไม่มีความเคารพนบนอบแม้แต่น้อย แต่เธอไม่ได้ใส่ใจ ไม่รู้ด้วยว่าสาวใช้ข้างกายของเขาเอาเสื้อผ้ามาให้เธอทำไม
“อ้อเหรอ ขอบใจนะ”
เธอเห็นอิ๋นซวงกวาดสายตามองเธอขึ้นลงแล้วยิ้มเยาะ
“มองข้าแบบนี้มีปัญหาอะไรเหรอ”
“ข้าแค่มองว่าอนุจางสุขสบายดีอย่างที่เขาว่ากันจริงหรือไม่”
“มองเสร็จแล้วเป็ยังไงล่ะ”
“ก็เห็นว่าสุขสบายดีตามที่เขาว่ากันจริง ... แต่ก็ไม่แน่ว่าจะสุขได้อีกนานเท่าใด”
เอาล่ะ... เธอแน่ใจแล้วว่ายัยสาวใช้คนนี้เขม่นเธอและกำลังจะพูดเื่อะไรก็ตามให้เธอต้องเจ็บใจหรือกินไม่ได้นอนไม่หลับอย่างแน่นอน แต่จากความทรงจำของจางซูถิงคนเดิม ไม่ปรากฏว่าอิ๋นซวงคนนี้เคยสนทนากับจางซูถิงมาก่อน อาจเป็เพราะว่าทุกครั้งที่ได้เจอกัน อิ๋นซวงมักอยู่ข้างกายเซี่ยงมู่หยางเสมอ เลยไม่มีจังหวะเปิดศึก? แต่พอปลอดคน ก็เลยเปิดได้?
“อ๋อเหรอ ที่ว่าไม่แน่ว่าจะสุขได้อีกนานเท่าไหร่เนี่ย คือเื่?”
“ก็เื่ที่นายท่านจะแต่งคุณหนูกัวเข้ามาเป็ฮูหยินเอกอย่างไรเล่า”
อ้อ... ที่แท้ก็เื่อีตาจอหงวนจะแต่งเมียหลวง เื่นี้เป็ที่เม้าท์มอยของเหล่าสาว ๆ อยู่บ้าง ที่ว่าเขามีใจให้คุณหนูกัวอะไรนั่น
“แล้วไงต่อ? ถ้าเขาแต่งคุณหนูกัวเป็ฮูหยินเอกแล้วยังไง? ข้าก็ยังเป็อนุของเขาอยู่ดี แล้วเ้าล่ะ? หรือเ้าคิดว่าเ้าจะได้กลายเป็ฮูหยินรอง? หรืออนุอีกคน? หรือยังไง?”
เธอเห็นอิ๋นซวงหน้าแดงขึ้นมา ไม่น่าจะเป็เพราะความอาย แต่น่าจะเพราะความโกรธมากกว่า สงสัยแทงโดนใจดำของนางเข้าล่ะมั้ง เธอก็แค่ลองจิ้มไปมั่ว ๆ เดาเอาจากประสบการณ์นิยายที่เคยอ่านมาบ้าง ไม่มีลูกสาวแม่นมคนไหนที่คิดซื่อกับเ้านายผู้ชายที่ทั้งหล่อและชาติตระกูลดีสักคน
“มาหาเื่ข้าไม่มีประโยชน์หรอก ถ้าอยากทำอะไรที่เป็ประโยชน์ก็ไปทำกับนายท่านของเ้าเถอะ เขาเป็คนเดียวที่จะมอบตำแหน่งฮูหยินเอก ฮูหยินรอง หรืออนุให้ใครก็ได้ไม่ใช่เหรอ”
คราวนี้อิ๋นซวงไม่ได้ปกปิดสายตาเกลียดชังที่สาดใส่เธอเลย เธอมั่นใจแล้วล่ะว่าจี้ถูกจุดนางเข้าจริง ๆ สาวใช้ทั่วไปมีเหตุผลอะไรที่จะต้องเกลียดอนุของเ้านาย ถ้าไม่เคยโดนอนุกลั่นแกล้งรังแกหรือจิกหัวตบมาก่อน อย่างมากก็ไม่สุงสิง อยู่ใครอยู่มัน
อิ๋นซวงตัดสินใจหันหลังแล้วเดินออกจากเรือนอนุจางทันที นางรู้ตัวว่าไม่สามารถหาเื่อนุภรรยาของนายท่านอย่างโจ่งแจ้งได้ เพราะอย่างไรนางก็ยังเป็เพียงสาวใช้ ต่อให้เป็สาวใช้ข้างกายนายท่าน แต่สาวใช้ก็คือสาวใช้อยู่วันยังค่ำ
นางเกลียดสถานะนี้ยิ่งนัก เหตุใดนางถึงไม่ได้เกิดในตระกูลขุนนาง!
เมื่อเห็นอิ๋นซวงเดินกระแทกเท้าจากไปแล้ว เธอก็หันมามองปิ่งจีที่กำลังถือห่อผ้าซึ่งด้านในคงเป็เสื้อผ้าของเซี่ยงมู่หยาง
“อิ๋นซวงทำอะไรเ้าหรือเปล่า”
“ไม่ได้ทำเ้าค่ะ แค่ถกเถียงกันเล็กน้อย”
“ดีแล้วล่ะ อย่าถึงขั้นตบตีกันเลย แต่ถ้าโดนตบมาก็ตบกลับไม่ต้องยั้ง” แต่พอเธอมองมือที่มีขนาดใหญ่กว่ามือผู้หญิงทั่วไปก็กลับคำ
“เอ่อ ... ยั้งมือหน่อยก็ได้ ข้ากลัวว่าเกิดนางคอหักไปแล้วเราจะซวยกันหมด”
ปิ่งจีอ้าปากหวอให้กับคำแนะนำแต่ละอย่างของอี๋เหนียง
“บ่าวไม่ตบตีกับใครหรอกเ้าค่ะ บ่าวไม่ชอบความรุนแรง”
“อ้อ... ก็ดีนะ มาสายสันติ ชีวิตก็น่าจะสงบสุขแหละ”
เหลียงซูถิงพยักหน้างึมงำกับตัวเองแล้วหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในเรือน ปล่อยให้ปิ่งจียืนบื้อครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินตามเข้าไปเก็บห่อผ้าให้เรียบร้อย
แม้จะกลับเข้ามานั่งเก็บรายละเอียดภาพวาดต่อราวกับไม่ได้สะทกสะท้านใด ๆ กับเหตุการณ์เมื่อครู่ แต่ในใจเธอยังคิดวนเวียนอยู่กับคำพูดทิ้งท้ายของอิ๋นซวง เื่ที่เซี่ยงมู่หยางพึงใจคุณหนูกัวไม่ใช่ความลับอะไร เหมือนเป็เื่ที่ใคร ๆ ก็รู้กัน และการที่เขาจะแต่งคุณหนูกัวเข้ามาเป็ภรรยาเอกก็ไม่ใช่เื่ที่เหนือความคาดหมาย แม้จะไม่รู้ว่าวันนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่ แต่มันทำให้เธอคิดว่า ควรจะเร่งงานในมือให้เร็วขึ้นอีก คาดว่าถ้าภาพวาดกับสินค้าชุดแรกของเธอขายได้และมีคนประมูลไปแล้ว เธอก็น่าจะมีเงินมากพอที่จะย้ายออกไปได้
บางทีเธอก็หงุดหงิดตัวเองที่ชอบทำให้ทุกอย่างออกมาเพอร์เฟคที่สุดก่อน ไม่้าให้มีอะไรผิดพลาด ไม่อยากทำอะไรส่ง ๆ ก็เลยทำให้อะไร ๆ ช้าไปหมด อย่างการเตรียมตัวเพื่อจะไปเสนอขายสินค้าให้เถ้าแก่หลิวในครั้งนี้ เธอทำลวก ๆ ไม่ได้ ทุกอย่างต้องเนี้ยบ ตั้งใจว่าจะเล่นใหญ่ชนิดที่ไม่ให้เขาปฏิเสธได้ ของที่เตรียมจึงต้องไร้ที่ติจริง ๆ เขาจะต้องประทับใจั้แ่ที่วินาทีที่ได้เห็นเธอเลยเชียวล่ะ!
