
เมื่อลลิตาเดินเข้ามาในห้องอาหารร่างสูงใหญ่ของพ่อบ้านอาลีก็เดินมาต้อนรับทันที
“อรุณสวัสดิ์ รับชาหรือกาแฟดีครับ?”คุณพ่อบ้านถามพร้อมส่งรอยยิ้มให้อย่างมีไมตรี
“ขอกาแฟค่ะ” ลลิตาเอ่ยปากพร้อมส่งยิ้มให้
กาแฟร้อนหอมกรุ่นมาพร้อมน้ำตาลและนมในเหยือกเล็ก อาหารมื้อเช้าถูกยกมาเสิร์ฟเป็ไข่เจียวและขนมปังแบบแคชเมียร์พร้อมเนยท้องถิ่นมีผลไม้สองสามอย่างวางไว้ที่ตะกร้ากลางโต๊ะ
เมื่อรับประทานอาหารเช้าเสร็จลลิตารินกาแฟอีกแก้วยกขึ้นจิบพลางสาวเท้าไปที่ระเบียงหัวเรือแดดอุ่นส่องรำไร แต่ไร้วี่แววของฟารีสยังเหลือเวลาอีกพอสมควรก่อนถึงเวลานัดหมายหญิงสาวนั่งผิงแดด จิบกาแฟอุ่นๆพลางทอดสายตาไปยังทะเลสาบเงียบสงบ เรือขายดอกไม้แวะเวียนมาทักทายเป็ระยะเชิญชวนให้เธอซื้อดอกไม้หรือมานั่งเรือถ่ายรูปกับดอกไม้สวยๆ ก็ได้ เพื่อแลกกับค่าตอบแทนเล็กๆน้อยๆ เธอได้แต่ยิ้มและปฏิเสธไป
“เมื่อคืนหลับสบายดีไหมครับ”เสียงทุ้มดังขึ้นจากข้างหลัง
“ดีค่ะ หลับสนิทเลย” ลลิตาตอบสายตายังคงเหม่อมองไปยังทะเลสาบเบื้องหน้า
“สงบดีจังเลยนะคะอิจฉาคนที่ได้อยู่ที่นี่ทุกวันจัง”
ฟารีสทรุดตัวลงนั่งพลางแอบมองหญิงสาว เสี้ยวหน้าผุดผ่องที่เห็นยามนี้ดูสดใสใบหน้างามถูกแต่งแต้มอย่างพิถีพิถันผมมัดเป็หางม้าอวดลำคอระหงขาวผ่องที่ถูกขับให้โดดเด่นด้วยเสื้อสเวตเตอร์สีแดงเืนกเข้าชุดกับกางเกงยีนส์แบบพอดีตัว
“ถ้าอย่างนั้นอยู่ที่นี่นานๆ ได้ไหมครับ?” ฟารีสเอ่ยเสียงเรียบหากทว่าหางเสียงเจือแววจริงจัง
ลลิตาหันกลับมาสบตาอีกฝ่ายตาคมชวนฝันนั้นจับจ้องเธออยู่ก่อนแล้ว แววตาหวานเชื่อมมีแววออดอ้อนทำให้หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ
“ไม่ได้หรอกค่ะ ค่าที่พักแพง”เธอตอบกลับและแสร้งส่งสายตาค้อนเขา พลางหัวเราะน้อยๆ ก่อนจะเฉไฉเปลี่ยนเื่
“แต่งตัวประมาณนี้พอไหมคะหรือควรเพิ่มเสื้อกันหนาวอีก?”ลลิตาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ถามความเห็นของเ้าถิ่น
“โซนามาร์คตอนนี้อากาศไม่ถึงกับหนาวมากแต่ลมแรงครับเพิ่มเสื้อโค้ทอีกสักตัวดีกว่า ” เขาแนะนำ
“อีก 10 นาทีราจีฟจะเอาเรือมารับนะครับ” ฟารีสกล่าวตามหลังร่างระหงที่กำลังเดินกลับไปเอาเสื้อโค้ทที่ห้อง
นั่งเรือประมาณ 15นาทีก็ถึงท่าเรือฝั่งเมือง ลลิตากล่าวขอบคุณราจีฟ ก่อนจับมือฟารีสที่ยื่นมาให้ยึดเพื่อทรงตัวขึ้นจากเรือ
“ตามที่แจ้งไปเมื่อวานคนขับรถของเราเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย ดังนั้นวันนี้ผมจะทำหน้าที่ทั้งไกด์และคนขับรถให้คุณนะครับ”ชายหนุ่มอธิบาย พร้อมเปิดประตูที่นั่งตอนหลังให้ลลิตา
“ขอนั่งข้างหน้าได้ไหมคะ?นั่งคนเดียวมันเหงา กลัวคุณหลับในด้วย” เธอถามเสียงกลั้วหัวเราะ
“ยินดีครับ เชิญ”เขากล่าวพลางเปิดประตูฝั่งที่นั่งข้างคนขับให้
จากศรีนาการ์ไปโซนามาร์คสองข้างทางเป็ทิวทัศน์ทุ่งดอกมัสตาร์ดสีเหลืองและทุ่งหญ้าฝรั่นสีม่วงกว้างสุดลูกหูลูกตามีฉากหลังเป็ทิวเขาหิมาลัยสลับซับซ้อนปลายฤดูใบไม้ร่วงยังมีหิมะปกคลุมตามยอดเขาขาวโพลน แลดูสวยงามตระการตา ใช้เวลาเดินทางประมาณ3 ชั่วโมงก็มาถึงโซนามาร์ค เมื่อนำรถเข้าจอดก็มีคนมาเสนอม้าเพื่อขี่ขึ้นชมธารน้ำแข็งฟารีสทำหน้าที่ต่อรองราคาและได้ม้ามา 2 ตัว
“พอขี่ได้ไหมครับ ้าคนช่วยจูงไหม?” ฟารีสหันมาถามเพราะมีหนุ่มน้อยหน้ามนมาเสนอตัวจูงม้าให้แลกกับทิปเล็กน้อยตามแต่จะให้
“สบายมากค่ะ” ลลิตาตอบก่อนจับบังเหียนเหยียบโกลนแล้วยันตัวขึ้นไปบนนั่งหลังม้า จากจุดจอดรถไปธารน้ำแข็งระยะทางประมาณ 3กิโลเมตรระหว่างทางภูมิประเทศเป็เนินสูงต่ำ ทิวทัศน์ข้างทางเป็ทุ่งหญ้า ลำธารและป่าสนฉากเบื้องหน้าเป็เลือกเขาหิมาลัยสูงตระง่านมีหิมะขาวโพลนปกคลุมยอด
ลลิตาและฟารีสขี่ม้าเยาะย่างเคียงกันไปตามเนินดินสูงต่ำหนุ่มน้อยหน้ามนยังคงเดินตามมาแม้ว่าจะปฏิเสธว่าไม่ต้องจูงม้าให้ก็ตาม
จากทุ่งโล่งกลายเป็เส้นทางแคบระหว่างหุบเขาเบื้องหน้าเห็นธารน้ำแข็งสีขาวเป็แนวยาวอยู่ตามลาดไหล่เขาคดเคี้ยวทิวเขาหิมาลัยที่ตระง่านเบื้องหน้าดูยิ่งใหญ่น่าเกรงขามยอดเขาหิมะเปล่งประกายสีทองจากแสงอาทิตย์ส่องกระทบ
“คนที่นี่เรียกธารน้ำแข็งโบราณนี้ว่าทาจิวาส ครับ”
“สวยและยิ่งใหญ่มากเลยนะคะ” ลลิตาชื่นชมธรรมชาติยิ่งใหญ่ตรงหน้าทำให้รู้สึกเหมือนตัวเองเป็เพียงจุดเล็กๆ บนพื้นโลก
ทั้งสองพักม้าไว้กับหนุ่มน้อยหน้ามนที่รับเชือกมาอย่างดีใจเพราะเมื่อได้รับมอบหมายงานให้ทำเขาก็ได้รับค่าตอบแทน จากนั้นฟารีสพาลลิตาเดินลงเนินมาที่ธารน้ำด้านล่างลมพัดผ่านผิวน้ำพาความหนาวเย็นมากระทบร่างจนลลิตาห่อไหล่กอดอก หากแต่ทิวทัศน์เบื้องหน้าก็สวยงามจนแทบหยุดหายใจ
ลลิตากลั้นหายใจเมื่อััได้ถึงไออุ่นที่แผ่ซ่านมาจากด้านหลังอกแน่นแกร่งของคนตัวสูงขยับแนบชิดกับแผ่นหลังบอบบางเสื้อโค้ทสีเข้มตัวใหญ่ถูกห่มให้เธอจากด้านหลังพร้อมวงแขนอุ่นที่ตระกองกอดเธอไว้ภายใต้เสื้อโค้ทตัวเดียวกันลมหายใจร้อนกระทบใบหูขาวผ่อง ก่อนหน้าคมสันจะซบลงที่ไหล่บอบบางเธอรู้สึกวาบวามเมื่อรู้สึกถึงไรหนวดแข็งที่เบียดแก้มบาง
“เดี๋ยวมีคนมาเห็นนะคะ” ลลิตากระซิบเสียงเบา
“ไม่มีหรอกครับฤดูนี้นักท่องเที่ยวไม่เยอะ แถมจุดนี้ก็ไม่ค่อยมีคนรู้” เขาตอบพลางโน้มตัวฝังจมูกโด่งสูดกลิ่นหอมกรุ่นจากแก้มบางเบาๆ
“แล้วหนุ่มน้อยคนนั้นล่ะคะ?” ลลิตายังไม่ค่อยวางใจ
“ผมให้จูงม้าไปรอที่ร้านกาแฟข้างบนแล้วครับ”ฟารีสตอบพลางเชยคางหญิงสาวขึ้นมาและประทับจุมพิตลงบนริมฝีปากแดงระเรื่อเบาๆ ก่อนแทรกลิ้นอุ่นเข้ามาดูดดื่มความหวานภายในเนิ่นนานจึงถอนริมฝีปากออก
“ระหว่างเราคืออะไรครับ? ”เสียงทุ้มถามเบาๆ อ้อมกอดยังกระชับแน่นเขา้ารู้สถานะก่อนเริ่มความสัมพันธ์ทางกายที่ล้ำลึกยิ่งขึ้นในคืนนี้
“เื่ที่เกิดขึ้นทำให้คุณไม่มีความสุขเหรอคะ?”
“ไม่ครับ ผมมีความสุขมาก”
“ฉันก็มีความสุขมากในเมื่อเราทั้งคู่มีความสุขแล้วมันจำเป็ต้องกำหนดนิยามสถานะระหว่างเราด้วยเหรอคะ?”
“ผมแค่อยากบอกว่าผมจริงจังกับคุณนะครับคุณคือรักแรกพบของผม” เสียงทุ้มที่ข้างหูหนักแน่น อ้อมแขนแข็งแรงกระหวัดรัดแน่นจนลลิตาแทบหลอมละลายมือใหญ่เริ่มลูบไล้ไปตามเรือนร่างกลมกลึง
“จับเสื้อไว้นะครับ” ร่างสูงกระซิบเสียงพร่าริมฝีอุ่นชื้นกดลงบนคอระหงขบเม้มไปตามจุดชีพจรอย่างหิวกระหาย ลลิตาทำอะไรไม่ถูกเพราะไม่คิดว่าเขาจะจัดแบบนอกสถานที่ให้เธอจึงได้แต่ตะครุบสาบเสื้อไว้แน่นไม่ให้เผยอเปิดออกเปิดเผยความเคลื่อนไหวภายใน
ภายใต้เสื้อโค้ทมือใหญ่ทั้งสองข้างคลึงเค้นอกอวบหนักหน่วงก่อนเลื่อนมือหนึ่งลงบีบคลึงเนินเนื้ออวบอูมผ่านกางเกงยีนส์ ลลิตารู้สึกแข้งขาอ่อนหมดเรี่ยวแรงความเสียวซ่านวิ่งพล่านไปทั่วร่าง
“อย่าค่ะ” เธอห้ามเสียงแ่ เมื่อมือใหญ่ล้วงผ่านกางเกงยีนส์เข้าััเนินเนื้อก่อนนิ้วโป้งใหญ่จะแหวกกลีบเนื้อนุ่มเข้ากดคลึงปุ่มกระสัน ลลิตารู้สึกเหมือนกระแสความร้อนแล่นไปทั่วร่างสมองขาวโพลนเคลิ้มไปกับรสััจากเขา
“อ๊า...ตรงนั้นมัน...” เสียงครางแ่ดังขึ้นเมื่อนิ้วกลางเรียวยาวสอดใส่เข้ามาในร่างของเธอก่อนค่อยๆขยับอย่างเชื่องช้าขณะที่ทรวงอกอิ่มถูกด้วยมือใหญ่อีกข้าง เขาสอดมือผ่านชายเสื้อเข้าเกาะกุมอกอวบที่ห่อหุ้มไว้ด้วยชุดชั้นในตัวจิ๋วปลายนิ้วััความชูชันใต้ชุดชั้นในเขาใช้สองนิ้วหนีบยอดแข็งเป็ไตไว้แน่นพร้อมใช้อุ้งมือคลึงเค้นทรวงอกอิ่มหนักหน่วง
ลลิตารู้สึกเหมือนจะสิ้นใจความซ่านเสียวที่ถูกเขาปรนเปรอจากทั้งข้างบนและข้างล่างทำให้เธอแทบคลั่งมือที่เกาะกุมเสื้อไว้สั่นระริก ร่างบางอ่อนระทวยพิงอกแกร่งไว้ทั้งตัวจนรู้สึกได้ถึงความแข็งเกร็งที่เสียดสีอยู่กับสะโพกของเธอ
“เร็วขึ้นอีก ลึกกว่านี้ขอลึกกว่านี้ค่ะ” เธอกระซิบบอกเขาเสียงกระเส่าดวงตางามบัดนี้ปรือปรอยด้วยความวาบหวามทิวทัศน์งดงามเบื้องหน้าไม่อยู่ในความรับรู้อีกต่อไปร่างกายของเธอตอนนี้จดจ่ออยู่กับฝ่ามือร้อนของเขาที่กำลังปรนเปรอเธอด้วยรสสวาท...
“อ๊า...อ๊า...อ๊า”เสียงครางหลุดจากปากบางเมื่อนิ้วยาวใหญ่เคลื่อนไหวเข้าออกลึกล้ำ รัวเร็วมืออีกข้างตะโบมบีบยอดอกชูชันจนเหมือนจะให้แหลกคามือ ร่างบางดิ้นพล่านอยู่ในวงแขนก่อนกระตุกเกร็งถี่ๆ และอ่อนระทวยลง เขาประคองร่างบางไว้แนบอกนิ้วยาวใหญ่ยังรับรู้ได้ถึงแรงตอดรัดจากภายในเขารอจนกระทั่งภายในร่างของหญิงสาวสงบลง จึงค่อยๆ ถอนนิ้วยาวออกมา ร่างบางครางอือสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อปลายนิ้วใหญ่ััผ่านจุดอ่อนไหวที่ยังบวมเต่งและไวต่อััจากการถูกรุกรานเมื่อครู่
ฟารีสทรุดตัวลงนั่งบนโขดหินก่อนดึงร่างบางให้นั่งบนตักแล้วสวมกอดไว้แนบอกด้วยแรงปรารถนาที่ยังคุกกรุ่นอยู่ เขาก้มลงกดจูบลงบนริมฝีบาง ดูดเม้มเกี่ยวพันในโพรงปากอีกครั้งเนิ่นนาน จนคนในอ้อมแขนแทบขาดอากาศหายใจ
“อืมมม...พอแล้วค่ะจะขาดใจแล้ว”ลลิตาพูดพร้อมทุบอกเขาเบาๆ
“แล้วคุณล่ะคะปล่อยไว้แบบนี้จะไม่เป็ไรเหรอ” ลลิตาเอ่ยถามเมื่อััได้ถึงแล้วลมหายใจหอบถี่ของอีกฝ่ายและความแข็งเกร็งที่ดุนดันสะโพกอยู่
“ไม่เป็ไรครับแต่คืนนี้ผมขอรวบยอดชุดใหญ่นะ” เขากระซิบยั่วเย้าที่ข้างหู ลลิตาหน้าแดงซ่านเมื่อคิดถึงค่ำคืนที่จะมาถึง
“เมื่อคืนคุณออกจากห้องได้อย่างไรคะ?ประตูยังใส่กลอนอยู่เลย” ลลิตาถามทำลายความเงียบเธอนึกสงสัยั้แ่เมื่อเช้าแต่ยังไม่มีจังหวะจะถามห้องพักของเธอปิดล็อกประตูด้วยลูกบิดและลงกลอนอีกชั้นเมื่อเธอตื่นขึ้นมาฟารีสไม่อยู่แล้วแต่ประตูยังใส่กลอนอยู่จากภายใน
“ที่จริงแล้วบ้านเรือที่คุณพักเป็ห้องดีลักซ์สำหรับครอบครัวหรือเพื่อนสนิทกลุ่มเล็กๆครับ โรงแรมเราเลยออกแบบเป็ห้อง Connecting room” (ห้องที่มีประตูเชื่อมระหว่างกัน) ฟารีสอธิบายช้าๆ
“ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าทั้งสองห้องมีประตูเชื่อมถึงกันเหรอคะ? ทำไมฉันไม่สังเกตเห็นเลย”ลลิตาเอ่ยด้วยความประหลาดใจห้องพักของเธอตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์และผ้าม่านสวยงามวิจิตรแต่เธอไม่สังเกตเห็นประตูที่ว่าเลย
“พอกลับไปถึงแล้วลองหาดูสิครับ” ฟารีสเอ่ยอย่างอารมณ์ดีลมจากลำธารโชยพัดความหนาวเย็นกระทบ ร่างสูงกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นวางคางคมสันลงกับไหล่บอบบาง
“แบบนี้ไม่ขาดทุนแย่เหรอคะทั้งเรือมีฉันพักแค่คนเดียว” ลลิตาเอ่ยด้วยความสงสัยเพราะถึงแม้ไกด์กับคนขับรถจะให้บริการส่วนตัวตามแพ็คเกจที่ซื้อมาแต่พ่อบ้านและคนพายเรือชิคาราปกติจะเป็บริการที่ใช้ร่วมกันระหว่างแขกทุกคนที่พักในบ้านเรือหลังนั้นๆไม่ได้ให้บริการคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะแต่ตอนนี้เหมือนทุกคนให้บริการเธอเพียงคนเดียวเป็การส่วนตัว
“เรามีบ้านเรืออยู่หลายลำหลายขนาดครับปกติแล้วถ้าพอเป็ไปได้จะจัดให้แต่ละกลุ่มพักแยกกันคนละลำเพื่อความเป็ส่วนตัวและเป็การกระจายงานให้พนักงานของเรา”