ระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน

    บทที่ 17

    ในขณะเดียวกับที่คนอื่นกำลังยุ่งวุ่นวายอยู่นั้นเอง เจ้าตัวของปัญหาทั้งหมดกลับไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับเขาเลยแม้แต่น้อย เขายังคงใช้ชีวิตตามปกติ ออกไปตลาดหากับข้าวทาน เข้าร้านเจ๊หมึกเพื่อซื้อวัตถุดิบ แม้ว่าเจ๊หมึกจะสงสัยว่าเจ้าหนุ่มคนนี้ซื้อของมากขึ้นกว่าเดิมในทุกๆครั้ง ซึ่งวันนี้ก็เล่นซื้อไป 4 ชุดแล้ว“เจ้าหนู เธอจะลองทำสูตรใหม่อย่างนั้นไม่เปลืองตังค์แย่หรือยังไง 4 ชุดก็วันละ 2,000 บาทกว่าบาทเข้าไปแล้วนะ” เจ๊หมึกเอ่ยเตือนโอ๊ตเล็กน้อย เธอนั้นรู้ดีว่าเด็กหนุ่มคนนี้สภาพการเงินเป็นอย่างไร เมื่อก่อนยังแทบจะเหมามาม่ากินกันอยู่เลย ตอนนี้เริ่มกลับมาใช้เงินเยอะขึ้น เธอก็เลยค่อนข้างเป็นห่วง“ผมคิดว่าคงจะซื้อต่อวันเท่านี้แหละครับเจ๊.. พอดีว่าสูตรใหม่ที่ทำขึ้นมามันดันขายดีเป็นเทน้ำเทท่าน่ะครับ.. จริงสิ! เดี๋ยววันเสาร์ตอนเย็นๆผมจะมาซื้อสัก 6 ชุดนะครับ พอดีจะไปขายที่แถวๆโรงเรียนกวดวิชาน่ะครับ” โอ๊ตกล่าวกับเจ๊แกอย่างเป็นกันเอง อย่างน้อยๆพวกเขาก็เห็นหน้าคาดตากันมาตั้งแต่เมื่อสิบๆปีก่อนแล้ว“แกจะไปขายที่โรงเรียนกวดวิชากลางเมืองนั้นอะนะ.. ไม่ไกลไปหน่อยหรือยังไง อีกอย่างครั้งแรกที่ไปขายก็ลงทุนตั้ง 3,000 กว่าบาทเกือบ 3,500 บาทเลย มันจะไม่มากไปอย่างนั้นเหรอ”เจ๊หมึกกล่าวแนะนำกับโอ๊ตเหมือนกับลูกกับหลาน เธอไม่อยากเห็นเจ้าเด็กนี่ทำอะไรเกินตัว ถ้ามันไม่เป็นอย่างที่คาดหวังเอาไว้ กลัวว่าจะเด็กนี้จะไปต่อไม่เป็น โอ๊ตที่ได้ยินอย่างนั้นก็สุขใจไม่น้อยที่มีคนเป็นห่วงเขา หลังจากที่พ่อแม่เสียไป ก็มีแต่คนในชุมชนนี่แหละที่คอยช่วยเหลือเขามาโดยตลอด“คือว่าลูกค้าประจำของผมเขาขอมาน่ะครับ ขายตั้งแต่เช้ายันเย็น ถึงมันจะไกลไปสักหน่อย แต่ผมคิดว่ามันน่าจะคุ้มค่าเหนื่อย อีกอย่างพวกเขายังให้ผมไปขายที่นั่นแบบฟรีๆอีกด้วย ก็เลยว่าจะจัดเต็มที่ให้กับเธอสักหน่อยน่ะครับ” โอ๊ตกล่าวอธิบายพร้อมกับในหัวกำลังนึกถึงภาพของโรส และเหล่าสาวๆที่กำลังคาดหวังในแพนเค้กเจ้ากรรมของเขาอย่างนั้นเหรอ.. ยังไงฉันก็จะเป็นกำลังใจให้แกก็แล้วกัน วันเสาร์ฉันจะเตรียมของที่แกสั่งให้ 6 ชุดนะ” เจ๊หมึกก็หมดปัญญาที่จะกล่าวอะไร ในความคิดของผู้ใหญ่อย่างเธอแล้ว ถ้าโอ๊ตโดนหลอกล่ะ เขาจะทำยังไงกันนะ เรื่องนี้ก็คงมีแต่ต้องให้ประสบการณ์สอนเขาเอาเองแล้วล่ะ หลังจากเม้าท์บวกกับฝอยกับคนในชุมชนอยู่นานพอสมควร โอ๊ตก็เดินกลับมาที่หอพักของเขา และแน่นอนว่าในเวลานี้มีผู้คนจำนวนมากกำลังยืนรอการกลับมาของเขา โอ๊ตที่เห็นอย่างนั้นก็ถึงกับไปไม่เป็น คนอื่นๆก็มองมาทางโอ๊ตด้วยเช่นกัน นายน้อยตระกูลใหญ่กำลังถือถุงแป้ง และไข่ไก่หลายแผง เสื้อยืดธรรมดาๆ กางเกงขาสั้น รองเท้าคีบแตะ ยิ่งมองก็ยิ่งนึกแปลกใจเอามากๆ“สวัสดียามเย็นอีกครั้งครับคุณหนู.. รถของคุณหนูเราตามกลับคืนมาได้แล้วนะครับ” กิตติที่เห็นโอ๊ต เขาก็โค้งคำนับให้กับเขา แน่นอนว่าโอ๊ตชินมันแล้วเขาก็ทำเพียงแค่พยักหน้าตอบรับเท่านั้น“ขอบคุณมากนะครับ...” โอ๊ตกล่าวแค่นั้น จากนั้นเขาก็เดินกลับไปทางห้องพักของตัวเองในทันที“เดี๋ยวก่อนครับคุณหนู.. ผมต้องขออนุญาตแนะนำพวกเขาสักเล็กน้อย” กิตติพยายามยื้อเพื่อที่จะให้คุณหนูของเขาได้รู้จักกับคนที่เขาพามา แน่นอนว่าโอ๊ตไม่ได้สนใจอะไร แต่จะให้มองข้ามมันก็ยังไงๆอยู่ ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็คงจะเป็นคนที่เหนื่อยทำงานหารถหรูคันนี้กลับมาคืนเขา“โอเคๆ เชิญแนะนำพวกเขามาได้เลย” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับถอนหายใจออกมาเล็กน้อย“ครับคุณหนู.. คนนี้คือ พงษ์ ตัวแทนของตระกูลเราที่ภาคเหนือครับ ถ้าคุณหนูต้องการความช่วยเหลือใดๆ สามารถติดต่อกับเขาได้โดยตรงเลยทันทีครับ.. ส่วนคนนี้คือ ‘พลตำรวจโทกฤษณะ’ เขาเป็นผู้บังคับบัญชาตำรวจภูธรภาคเหนือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติครับ ผมคิดว่าเขาสามารถช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคุณได้ในหลายๆทาง ถ้าคุณหนูเดือดร้อนสามารถเรียกหาเขาได้ตลอดเวลาเลยครับ” กิตติกล่าว“สวัสดีครับคุณหนู ผม ‘พงษ์ภัคดี’ ยินดีที่ได้พบกับคุณหนูขอรับ” พงษ์กล่าวพร้อมกับก้มหัวให้กับโอ๊ต แน่นอนว่าเขายินดีเป็นที่สุดที่มีโอกาสได้รับใช้ผู้นำตระกูลยิ่งใหญ่อย่างนี้ในอนาคต แน่นอนว่าหน้าที่การงานของเขาก็จะรุ่งเรืองขึ้น ถ้าเขาสร้างผลงานได้พอ“สวัสดีครับคุณชาย คุณสามารถเรียกใช้งานกฤษณะคนนี้ได้ตลอดเวลาครับ ไม่ว่าเมื่อไหร่เวลาใด โปรดเรียกหากระผมได้ หากมีเรื่องเดือดร้อน” กฤษณะกล่าวพร้อมกับยื่นนามบัตรของตัวเองให้กับโอ๊ต ซึ่งโอ๊ตก็รับเอาไว้อย่างไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก เหมือนกับปัดๆให้มันจบไป“ผมเข้าใจแล้ว.. จริงสิ! เพื่อเป็นการตอบแทนกับความเหนื่อยยากของพวกคุณ วันนี้ผมจะทำแพนเค้กให้กับพวกคุณคนละ สองชิ้นก็แล้วกัน..”โอ๊ตกล่าวอย่างนั้น เพราะเขาไม่อยากจะติดหนี้ใคร เขาไม่รู้ว่าจะตอบแทนกับพวกเขายังไง จะให้เงินไปมันก็ดูจะเล็กน้อยเกินไปสำหรับพวกเขา การทำอาหารให้ทานก็ถือว่าเป็นสิ่งหนึ่งปกติที่ใครหลายคนทำเป็นการตอบแทน“ขอบคุณครับคุณหนู.. พวกเราจะรอครับ” กิตติกล่าว เขาเองก็เคยได้ยินเรื่องของแพนเค้กของคุณหนูมาบ้างเหมือนกัน จากการสืบ และเฝ้าระวังล่าสุด มีรายงานว่าแพนเค้กของคุณหนูนั้นกำลังเป็นที่นิยมเอามากๆ แน่นอนว่าเขาต้องการเก็บชิ้นหนึ่งเอาไว้ให้กับคุณท่านได้ทานมัน เพราะอย่างน้อยมันก็ทำมาด้วยฝีมือของหลานคนเดียวของเขา“ได้!.. รอสักครู่ ผมขอผสมแป้งก่อน คงใช้เวลาไม่นานเท่าไร” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับเดินเข้าไปที่ห้องของตัวเอง แน่นอนว่าเขาใช้เวลาไม่นานในการผสมแป้ง 1 ชุด เพื่อที่จะทำให้พวกเขาทาน ในระหว่างที่โอ๊ตกำลังทำแป้งของตัวเองอยู่นั้นเอง ความคิดหนึ่งมันก็แวบเข้ามาในหัวของเขา และมันก็ทำให้เขายิ้มออกมาอย่างชอบใจ เพราะเขารู้แล้วว่าจะกำจัดรถคันนั้นออกไปได้ยังไง ‘ได้การล่ะ ถ้าใช้แผนนี้ กิตติก็ไม่สามารถปฏิเสธได้..’ โอ๊ตคิดพร้อมกับทำแป้งอย่างมีความสุข ..อีกด้านหนึ่ง ด้านของกิตติ..“คุณกิตติครับ พวกเราต้องเดินทางไปที่บ้านของสกุลชุนคนนั้นต่อนะครับ..” พงษ์กล่าวออกมาอย่างเกรงใจ ชุนตงคนนั้นค่อนข้างมีอิทธิพลในเมืองแห่งนี้ แม้แต่เป็นเขาเองก็ยากที่จะเจรจาด้วยเลย การที่ทำให้เขาไม่พอใจ มันจะมีปัญหาตามมาให้ต้องตามแก้อีกมากมาย ไม่ใช่ว่าเขากลัวชุนตง แต่เขาแค่ขี้เกียจจัดการกับเรื่องวุ่นวายที่จะตามมาเท่านั้น“ปล่อยพวกมันรอไป!.. ตอนนี้แพนเค้กของคุณหนูสำคัญกว่า” กิตติกล่าว แม้พลตำรวจโทกฤษณะกับพงษ์จะไม่เข้าใจก็ตาม แต่พวกเขาก็เลือกที่จะนั่งหน้าซึมๆต่อไป กิตติคนนี้เป็นบุคคลที่เพียงแค่เอ่ยปาก พวกเขาก็ปลิวตกจากตำแหน่งกันได้เลย ดังนั้นพวกเขาไม่ควรต่อล้อต่อเถียงกับเขา“พวกแกทำหน้าอย่างนั้นคงจะคิดไม่ออกอย่างนั้นสินะว่าแพนเค้กนั้นมันสำคัญยังไง.. เฮ้ออ จะบอกให้ก็แล้วกัน และจดจำเอาไว้ ให้คิดลึกๆกว่านี้ในคราวหลัง อย่าให้ต้องบอกตลอด.. พวกแกคิดยังไงล่ะ ถ้าคุณท่านใหญ่ได้ทานแพนเค้กฝีมือของหลานชายที่พรากจากกันมานาน พวกแกคิดว่าคุณท่านจะชื่นชมผลงานของเราไหมล่ะ” กิตติกล่าว ทั้งสองที่ได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าให้กับเขาอย่างเห็นด้วยที่สุด“ผมเข้าใจแล้วครับคุณกิตติ คุณช่างเป็นคนที่มองการไกลจริงๆ นับถือๆ” ทั้งสองกล่าวในประโยคที่ใกล้เคียงกัน กิตติที่ได้โอกาสก็เก๊กเท่สักเล็กน้อย และมันเป็นเวลาเดียวกันที่โอ๊ตเดินออกมาพร้อมกับถังใส่แป้งแพนเค้ก จากนั้นเขาก็มุ่งตรงไปที่ร้านรถเข็นของเขาทันที เสียงเตาแก๊สเรียกความสนใจให้กับทั้งสามคนหันมามอง แน่นอนว่าพวกเขาใจจดใจจ่อกับการทำแพนเค้กของนายน้อย ถึงแม้ว่ามันจะไม่อร่อย แต่พวกเขาก็ยินดีที่จะทานมันอย่างเต็มใจ มันเป็นโอกาสที่หาได้ยากที่จะประจบกับผู้ที่จะกลายเป็นใหญ่ในอนาคตอย่างนี้“คนของพวกนายมีกันกี่คน วันนี้ฉันใจดีจะทำให้พวกเขาทานคนละชิ้นด้วย..” โอ๊ตกล่าวถามกับพวกเขาทั้งสามคน แน่นอนว่าพวกเขาก็เอ่ยจำนวนผู้ติดตามของตัวเองไป จำนวนรวมๆแล้วมีกับ 26 ชีวิต เท่ากับว่าเขาจะต้องทำแพนเค้กเป็นจำนวน 26 ชิ้น จากนั้นเสียงแป้งที่กระทบกับกระทะร้อนก็ยิ่งดึงดูดความสนใจ ไม่นานโอ๊ตก็ทำจนแล้วเสร็จตามจำนวนที่เขาตั้งเอาไว้ แพนเค้กถูกแจกจ่ายให้กับทุกๆคน และพวกเขาก็ต้องรอคนที่มีอำนาจมากที่สุดนั้นทานก่อนตามธรรมเนียม กิตติไม่ได้สนใจอะไรทั้งนั้น ในเวลานี้เขามองแพนเค้กของนายน้อยด้วยสีหน้าท่าทางที่ดูหลงใหล ไม่รอช้า เขากัดกินมันไปหนึ่งคำ“อื้มมม...” เสียงร้องอย่างพอใจของกิตติดังไปทั่วบริเวณ เมื่อทุกคนเห็นว่ากิตตินั้นเริ่มทานแล้ว แล้วจะรออะไรล่ะ พวกเขาค่อยๆกัดกินตามเจ้านายใหญ่ในทันที และปรากฏการณ์ที่ทุกๆคนต่างกินต่างทานอย่างเงียบๆก็เริ่มต้นขึ้น กิตติที่ทานไปทานมาเมื่อรู้ตัวอีกที แพนเค้ก 1 ชิ้นในมือของเขาก็หมดลงไปแล้ว เขากัดฟันเพราะอยากจะทานมันต่ออีกชิ้น แต่ก็ต้องเก็บเอาไว้ให้กับคุณท่านได้ลองทานบ้าง แต่แล้วเขาก็เงยหน้าขึ้นมาเห็นความหวังที่จะได้ทานต่อ“นายน้อยครับ.. ผมขออีกสักชิ้นสองชิ้นได้ไหมครับ”