วังหลวงเป็สถานที่อันทรงเกียรติมาทุกยุคทุกสมัย
ภายใต้รั้วกำแพงสูงที่มีอาณาเขตสุดลูกหูลูกตาและยังสิ่งล้ำค่าอันประเมินประมาณมิได้
ทว่าสถานที่แห่งนี้กลับมากไปด้วยความโสมมและสิ่งเลวร้าย…
ณ จักรวรรดิซานตง
รัชสมัยที่สี่ ฮ่องเต้เฉิงตี้
อำนาจทางการเมืองได้แบ่งออกเป็สองฝ่ายหลักๆคือฝ่ายอัครเสนาบดีหลีซ่างซู ผู้กุมอำนาจครึ่งหนึ่งในราชสำนัก
พร้อมทั้งยังมีน้องสาวผู้ดำรงตำแหน่งประมุขแห่งวังหลังนามว่า'หลีฮองเฮา'
สกุลหลีเป็ที่เคารพยำเกรงต่อบรรดาเหล่าขุนนางชั้นผู้น้อยชั้นผู้ใหญ่รวมไปถึงฮ่องเต้มาหลายชั่วอายุคน
ส่วนอำนาจอีกครึ่งหนึ่งที่เหลือมีเสนาบดีฝ่ายซ้ายไป๋จงซูเป็ผู้นำ คอยทำหน้าที่คานอำนาจกับสกุลหลี
ที่เป็เช่นนี้ได้ ก็เนื่องจากว่าฐานอำนาจในกองทัพของแผ่นดินนี้มีสกุลไป๋สืบทอดมาอย่างยาวนาน
แม่ทัพใหญ่ไป๋เจียงจวินคุมกำลังทหารสามแสนรั้งอยู่หัวเมืองชายแดน และลูกหลานคนอื่นๆ ของตระกูลก็ดำรงตำแหน่งสำคัญในกองกำลังรักษาเมืองหลวง จึงมิมีผู้ใดกล้าต่อกรกับสกุลนี้
ในสมัยอดีตฮ่องเต้
ขุนนางมีอำนาจเหนือพระาาผู้ปกครองแผ่นดินจนเรียกได้ว่าเป็เพียง'ฮ่องเต้หุ่นเชิด'
ต่อมาในยุคสมัยของฮ่องเต้องค์ปัจจุบันด้วยปรีชาสามารถทั้งบุ๋นและบู๊พระองค์พยายามที่จะทำให้ขั้วการเมืองทั้งสองฝ่ายถ่วงดุลอำนาจกันอย่างเหมาะสมและตัดทอนกำลังขุนนางลงเรื่อย ๆ อย่างแยบยล
ดึงอำนาจกลับสู่พระองค์เอง...