สำนักจันทร์สกาว!
ผู้คนเนืองแน่นรวมตัวกันอยู่ที่หน้าประตูสำนักกระเบียดกระเสียดเอะอะทุกรูปแบบ
แผ่นกระดาษสี่เหลี่ยมสีแดงขนาดใหญ่แปะอยู่บนป้ายประกาศหน้าประตูสำนัก
รายชื่อบนแผ่นประกาศคือนามของศิษย์ผู้ผ่านการทดสอบและผ่านการคัดเลือกเข้าสำนักจันทร์สกาว
ในเวลานี้ ฉู่เหินกลับยืนอยู่หน้าป้ายประกาศราวกับน้ำแข็งก้อนหนึ่งแววตาฉายความเย็นะเืและลึกล้ำสุดหยั่งถึง
ฝูงชนโดยรอบมองฉู่เหินด้วยแววตาต่างออกไป ต่างคนต่างก็หันไปกระซิบกระซาบกันเบาๆ
“แฮ่ๆ ศิษย์น้องฉู่เหิน เ้ามาเร็วปานนี้เลยหรือนี่?” ชายหนุ่มผู้หนึ่งกุลีกุจอมาหาฉู่เหินฮ่าวจึที่เพิ่งรู้จักกันเมื่อวานนั่นเอง
ฉู่เหินไม่ตอบ แววเยือกหนาวบนใบหน้าเข้มขึ้นอีก
แต่พอเห็นฉู่เหินสีหน้าไม่สู้ดี ฮ่าวจึขึงซักถามด้วยสงสัย“ทำไมเล่าศิษย์น้อง? ได้เข้าสำนักของพวกเราแล้วนี่ไม่ดีใจหรอกหรือ?”
“ท่านดูซิว่ามีชื่อข้าอยู่บนนั้นไหม?” ฉู่เหินตอบนิ่งๆ
“มีชื่อเ้าไหมน่ะหรือ?”
ฮ่าวจึสงสัยยิ่งกว่าเดิม จึงเบิกตาคู่เล็กเหมือนตาหนูนั้นขึ้นอ่านป้ายประกาศั้แ่ต้นจนจบ อึ้งที่ไม่เห็นมีชื่อของฉู่เหินอยู่เลย
ไม่มีหรือ?
เป็ไปได้อย่างไรกัน?
หากกระทั่งฉู่เหินยังเข้าสำนักจันทร์สกาวไม่ได้เช่นนั้นศิษย์ทุกคนที่เข้าทดสอบเมื่อวานมีหวังได้ตกรอบกันยกชุด
ฮ่าวจึขยี้ตาตัวเอง ก้าวไปข้างหน้าถอยไปข้างหลัง หาดูอย่างละเอียดอีกครั้งแต่ก็ยังไม่เห็นชื่อ ‘ฉู่เหิน’ สองคำนี้เลย หรือก็คือฉู่เหินถูกปฏิเสธนั่นเอง
“พับผ่า นี่มันเื่อะไรกันนี่? ไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย! ต้องผิดพลาด ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่...” ฮ่าวจึยกมือตบบ่าฉู่เหิน เขาว่า“ศิษย์นองฉู่เหิน เ้ารออยู่นี่ก่อนสักประเดี๋ยวข้าจะไปถามเอาความจากอาจารย์หลี่เวยเดี๋ยวนี้ พวกเขาคงทำตกหล่นไปเ้าอย่าเพิ่งรีบร้อน รออยู่ที่นี่ก่อนนะ”
ว่าจบฮ่าวจึก็วิ่งฝ่าฝูงชนเข้าประตูใหญ่สำนักไป
แต่กระนั้น ใบหน้าของฉู่เหินกลับไร้ร่องรอยของความคาดหวังใด
เริ่มจากสำนักวายุจักรพรรดิ แล้วก็สำนักมหาหัสดีมาบัดนี้ยังสำนักจันทร์สกาวอีก...
หากบังเอิญเหมือนกันถึงเพียงนี้เด็กสามขวบยังไม่เชื่อเลยว่าเป็เื่บังเอิญ
เื้ัเื่ราวเหล่านี้ต้องมีมือมืดหลังม่านที่ไม่้าให้ผู้ใดรู้ตัวตนแน่
ฉู่เหินถอนหายใจพรืดยาว หันหลังเดินจากไปท่ามกลางสายคนหลายหลากของผู้คนฉู่เหินไม่คิดจะรอฮ่าวจึออกมา เพราะเขารู้ดีว่าฮ่าวจึต้องไม่ได้คำตอบอันใดมาแน่นอน
“โอ้ ศิษย์น้องฉู่เหินจะไปแห่งหนใดหรือนี่? ประตูสำนักอยู่ทางนั้นนะ...”
เมื่อฉู่เหินกำลังจะไปจากที่นั้นนั่นเองเสียงอันดูถูกเสียดแทงแก้วหูก็ดังแว่ว เพียงพริบตา สองร่างอันคุ้นตาก็ยืนขวางทางไปของเขา
“สุนัขเกะกะขวางทางอีกแล้ว” ฉู่เหินมองเฮ่อเฉาและเฮ่อเสี่ยนเบื้องหน้าอย่างเย็นะเื
“อย่าพูดจาไม่น่าฟังนักซิ...” เฮ่อเฉาสีหน้าเย้ยหยันอย่างสาใจในทุกข์ของผู้อื่นยิ่งนัก“ฮะๆ เดิมคิดจะสนทนาพาทีกับเ้าในสำนักเสียหน่อย ไม่นึกเลยว่าเ้าไม่มีคุณสมบัติจะเข้าสำนักจันทร์สกาวเลยด้วยซ้ำไปช่างน่าผิดหวังเสียจริง”
เฮ่อเสี่ยนใกล้กันยิ่งได้ใจใหญ่ ทับถมคนล้มเบื้องหน้าเข้าไปอีก
ฉู่เหินอารมณ์ไม่ค่อยดีอยู่แล้ว เห็นสองคนนี้ยั่วยุ ใบหน้าหล่อเหลาก็หม่นมัวลงเรื่อยๆ“ถอยไปให้ไกล อย่ามาเห่าให้ข้าได้ยิน”
“เ้าว่าอะไรนะ? กล้ามากก็พูดอีกทีซิ?” เฮ่อเสี่ยนตวาดเสียงเฉียบ
“ข้าบอกว่าให้พวกเ้าหมาโง่สองตัวไสหัวไปเห่าให้ไกลๆ ข้าหน่อยข้าไม่มีกระดูกมาให้รางวัลพวกเ้าหรอก”
ชัดเจนทุกถ้อยคำ หนักหน่วงสะท้านแก้วหู
ฝูงชนที่ปากประตูสำนักจันทร์สกาวถูกดึงดูดให้หันมาสนใจในเหตุการณ์นี้ต่างล้อมวงเข้ามาดูละครน้ำดี ว่ากันตามจริงพวกเขาวาดหวังอยากเห็นฉู่เหินกับเฮ่อเฉาประมือกันสักยกอยู่แล้ว
ศิษย์ใหม่ที่ ‘สังหารสิ้นซาก’ หลิวเหมิ่งเมื่อวานได้สำเร็จ ใครกันจะเป็าาเหนือราชัน!
“ข้ารู้อยู่แล้วว่าศิษย์พี่เฮ่อเฉาต้องหาเื่ฉู่เหินวันนี้แน่”
“ข้าก็เดาไว้แล้ว เมื่อวานเฮ่อเสี่ยนโดนฉู่เหินตบหน้าเสียปูดฟันหักไปตั้งหลายซี่ เฮ่อเฉากล้ำกลืนฝืนทนได้ก็แย่แล้ว!”
“จะว่าไป ศิษย์พี่เฮ่อเฉาท่านบุกเบิกชีพจรเส้นที่เก้าได้แล้วเื่ระดับพลังมากกว่าฉู่เหินต่อหนึ่งอีกอย่างถึงเมื่อวานทั้งคู่จะสังหารสิ้นซากได้เหมือนกันแต่ศิษย์พี่เฮ่อเฉาอาศัยพลังอย่างชัดเจนส่วนฉู่เหินนั่นอาศัยโชคช่วยด้วยไม่มากก็น้อย สองคนเปรียบเทียบกัน ศิษย์พี่เฮ่อเฉาต้องมีสิทธิ์ชนะมากกว่าอยู่แล้ว”
“พูดมีเหตุผล”
...
ฝูงชนรอบข้างวิพากษ์วิจารณ์ราวกับกลัวฟ้าไม่ถล่ม
เฮ่อเฉาค่อยๆ เดินไปข้างหน้า มุมปากยกเป็ยิ้มเย็นเฮ่อเฉาผู้ครองขีดจำกัดสายเืกายสัประยุทธ์กระบี่ิญญากระจายกลิ่นอายแหลมประกายคมเฉียบดุจกระบี่ออกมาทั่วร่าง
นี่เป็แค่เพียงพลังขั้นต้นของสายเืกายสัประยุทธ์ เขายังเคลื่อนใช้ได้อย่างคล่องแคล่วเฮ่อเฉาในยามนี้มีคุณสมบัติและศักยภาพที่จะกลายเป็ยอดฝีมือผู้แข็งแกร่งพร้อมแล้ว
“ฮึ เห็นทีเ้าจะยังไม่เข้าใจสถานการณ์ตัวเอง” เฮ่อเฉาแค่นหัวเราะเฉยชา“เ้าไม่ใช่ศิษย์สำนักจันทร์สกาว ยามนี้ก็มิใช่ภายในสำนัก ยั่วโทสะข้าข้าก็...ฆ่าเ้าได้”
น้ำเสียงคุกคามอย่างที่สุดจากปากเฮ่อเฉา
ผู้มุงดูโดยรอบถอยไปสองสามก้าวโดยไม่รู้สึกตัว
กระนั้น ฉู่เหินกลับไร้วี่แววหวาดหวั่น เสียงของเขานั้นช่างเย็นเยียบ“แนะว่าพวกเ้าอย่ามายั่วโทสะข้าจะดีกว่า ไม่เช่นนั้น พ่อจะฆ่าทิ้งทั้งสองตัว”
เพียงได้ยินคำนั้น ผู้คนก็อดขนลุกซู่ไม่ได้
อหังการ อหังการยิ่งนัก!
ต้องรู้ไว้ก่อนว่า ในบรรดาคนรุ่นราวคราวเดียวกันทั้งเมืองหลวงนี้ ผู้ที่กล้าเอ่ยวาจาเช่นนี้กับเฮ่อเฉามีน้อยจนนับนิ้วได้แต่ฉู่เหินผู้มาจากเมืองหลินเหยียนอันเล็กจ้อยกลับบังอาจท้าทายเช่นนี้น่าตะลึงงันเสียจริง
ตึง!
ฉับพลัน กายของเฮ่อเฉาะเิรังสีสังหารเย็นยะเยียบออกมากระบี่คมกริบเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นในมือทันตา “ฮึวันนี้ข้าจะขอดูให้เห็นกับตาว่าเ้ามีสิทธิ์อะไรจะมาปากกล้าหน้าไม่อาย”
“ตามที่ปรารถนา!” ฉู่เหินเองก็โกรธจนไฟลุกท่วมจากเมื่อวานจนถึงวันนี้ เขาถูกรังแกจนถึงขีดสุดแล้วขืนยังทนอยู่อีกก็เป็ไอ้ขี้แพ้
“ชิ...”
เฮ่อเฉาขยับกายวูบหนึ่ง ชิงเป็ฝ่ายบุกก่อนพลังหยวนแท้เข้มข้นไต่ตัวกระบี่เร็วรี่ กระแสลมปราณแปรเปลี่ยนคึกคะนองไม่หยุดนิ่ง“กินกระบี่ข้าเสีย!”
กระบี่เฉียบคมเสือกแทงเข้าหาฉู่เหิน
ฉู่เหินต้องเผชิญกับกระบี่ที่แสนเรียบง่ายและแกร่งกร้าวแต่กลับไม่หลบหลีก เท้าเหยียบย่างเป็ัดาวเหนือจรปราดเปรียวดุจัจรรับมือศัตรู
“รนหาที่!”
เฮ่อเฉาั์ตาวูบแสงโเี้เฉียบขาดกระบี่ยาวสั่นไหวผันแปรเป็ปราณกระบี่คมกริบหลายสายถล่มออกไป
ฉู่เหินแข็งใจ ไม่สนใจไยดีปราณกระบี่เ่าั้ วาดมือเป็ท่าหัตถ์ ตีเข้าที่หน้าอกอีกฝ่ายรวดเร็วรุนแรงดุจฟ้าคะนอง
“นี่มัน...”
ผู้ชมทั้งหลายขวัญหนีดีฝ่อ นี่มันสู้แบบแผลแลกแผล
กระทั่งเฮ่อเฉายังไม่นึกเลยว่าฉู่เหินจะใจเด็ดถึงเพียงนี้?
ปึ้ง!
ยามร่างฉู่เหินถูกปราณกระบี่เ่าั้ ฝ่ามือขวาของเขาก็ประทับเข้าที่หน้าอกเฮ่อเฉาอย่างจัง
แรงมือถาโถมดั่งคลื่นทะเลพลังหยวนแท้แตกซ่านปะทุและะเิออกระหว่างคนทั้งสองฉู่เหินกับเฮ่อเฉาถอยกรูดไปเื้ัไม่หยุด
“ไอ้ระยำ ข้าจะคอยดูว่าแกจะตายเยี่ยงไรวันนี้...”เฮ่อเสี่ยนไม่ไกลออกไปเห็นเฮ่อเฉาไม่ได้เปรียบอันใดก็ดึงรังสีพลานุภาพระดับเปิดชีพจรขั้นแปดปรี่เข้าหาฉู่เหินไปอีกแรง
ฉู่เหินยกยิ้มไม่แยแสรอให้อีกฝ่ายอยู่ห่างจากตนไม่ถึงหนึ่งเมตรก็ย่างสามขุมไปเผยตัวข้างขวาของเขา เงื้อมือตบหน้าข้างขวาของเฮ่อเสี่ยนเร็วแรงจนสายฟ้าไม่เทียมทัน
“ไสหัวไปหาแม่!”
เพี้ยะ
เสียงดังก้องสะท้อนผิดสามัญ หัวใจของทุกผู้ทุกนามในที่นั้นสั่นสะท้าน
ภาพที่เกิดขึ้นเมื่อวานอุบัติขึ้นอีกหนสายตาพิลึกพิลั่นนับคู่ไม่ถ้วนมองดูเฮ่อเสี่ยนลอยละลิ่วไปอีกครั้ง เขาตกกระแทกพื้นอย่างหนักแน่วงกระอักเืที่มีฟันติดมาด้วย
ชั่ววินาทีนั้น ไม่มีใครนิ่งเฉยได้อีกต่อไป
สองวันติดต่อกัน ถูกคนๆ เดียวตบหน้าสองวันติดไม่มีหน้าเหลือให้อับอายอีกแล้ว
ทุกคนสงสัยด้วยซ้ำไปว่าเฮ่อเสี่ยนเหลือฟันในปากอยู่กี่ซี่กันแน่?
“ไอ้เด็กชาติชั่ว ไปตายซะไป!” เฮ่อเฉาโมโหสุดขีดฉู่เหินกำลัง ‘ตบ’ หน้าเขาอย่างโจ่งแจ้ง
“พวกเ้าทั้งคู่หยุดเดี๋ยวนี้...”
ไม่รอให้ทั้งสองเปิดฉากฟาดฟันกันอีกครั้งเสียงคำรามด้วยความโกรธอันหนักอึ้งก็ดังมาจากปากประตูสำนักจันทร์สกาว ทุกคนใแล้วหันมองไปตามๆกัน
เห็นชายวัยกลางคนผู้หนึ่งเดินเข้ามา ฮ่าวจึผู้ไปสืบสาวราวเื่ให้ฉู่เหินก่อนหน้านี้เดินตามหลัง
ทุกคนจำได้ว่าชายวัยกลางคนเป็หนึ่งในอาจารย์ที่รับผิดชอบเื่การทดสอบเมื่อวานนั่นเอง
“ศิษย์น้องฉู่เหิน เ้าไม่เป็ไรใช่ไหม?” ฮ่าวจึรีบเข้ามาไต่ถาม
ฉู่เหินส่ายหน้าเป็เชิงตอบว่าตนไม่เป็ไร
“พวกเ้าเหิมเกริมกันเกินไปแล้ว กล้ามาลงไม้ลงมือกันหน้าประตูสำนัก” ชายวัยกลางคนตวาดหน้าเคร่ง
เฮ่อเฉาเก็บรังสีพลานุภาพที่ปล่อยออกไปภายนอก สีหน้าอ่อนลงหลายส่วนแต่แววตากลับยังเย็นะเื “อาจารย์เิ ใครบางคนไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงข้าเพียงจะชี้แนะให้เขาอย่ามาทำอหังการที่นี่เท่านั้นไม่นึกเลยว่าไม่เพียงไม่ฟังคำชี้แนะ ยังลงมือทำร้ายคนจนาเ็ด้วย”
“ฮึ” ฉู่เหินแค่นหัวเราะ “พลังไม่เท่าไรแต่เื่ใส่สีตีไข่นี่ล้ำเลิศนัก”
“พอได้แล้ว...” ชายวัยกลางคนผู้ถูกเรียกว่าอาจารย์เิขมวดคิ้วมุ่นว่าอย่างไม่พอใจ “ใครกล้ามาลงไม้ลงมือกันที่นี่อีกอย่าว่าหาข้าไม่เกรงใจศิษย์ที่ผ่านการคัดเลือกเตรียมรายงานตัวเข้าสำนักคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องก็รีบไปได้แล้ว”
“ได้ยินชัดหรือยัง? คนที่ไม่เกี่ยวข้องอย่ามาทำเสียเื่ที่นี่”เฮ่อเฉาเอ่ยอย่างจองหอง
“อาจารย์เิ ทำไมศิษย์น้องฉู่ไม่ผ่านการคัดเลือกขอรับ? ท่านต้องบอกเหตุผลข้านะ!” ฮ่าวจึซักไซ้
“ข้าไม่รู้” อาจารย์เิแววตาสับสนแวบหนึ่งก็ว่าต่อ“เื่นี้เ้าต้องไปถามอาจารย์หลี่เวยกับอาจารย์หลิวเหมิ่งข้ามีหน้าที่เพียงรายงานเท่านั้น”
“แต่อาจารย์หลี่เวยหายไปไหนก็ไม่รู้!”
“เช่นนั้นข้าก็จนปัญญาแล้ว”
อาจารย์เิแม้จะพูดจาเรียบง่ายแต่กลับไม่ได้บอกเหตุผลที่ปฏิเสธฉู่เหินออกมาเลย
แต่ดูจากท่าทางไม่ยี่หระของอีกฝ่ายก็พอมองความนัยที่แอบแฝงออกคือสำนักจันทร์สกาวของข้า้าหรือไม่้าเ้าก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจครั้งเดียวเท่านั้น ไม่้าให้เหตุผลอันใดทั้งสิ้น
ฉู่เหินย่อมััถึงความนัยที่แอบแฝงนั้นได้ดี
ใบหน้าเปื้อนยิ้มเย็น ไม่พูดจามากความ เขาหันหลังเดินจากไป
“ศิษย์น้องฉู่เหิน...” ฮ่าวจึร้อนรนะโเรียกเขา
ฉู่เหินหยุดฝีเท้าลงเล็กน้อย หันกายกลับมา “ศิษย์พี่ฮ่าวจึขอบพระคุณท่านที่คอยช่วยเหลือ ความหวังดีของท่าน ข้าฉู่เหินจดจำไว้แล้วในเมื่อสำนักจันทร์สกาวแห่งนี้รับข้าไม่ได้ ข้าก็ไม่อยู่เท่านั้นเอง”
ว่าจบก็จากจรไม่หันกลับมามอง
ทันใดนั้นเองที่เฮ่อเฉาทิ้งท้ายไม่ยั้งคิด “เื่วันนี้ไม่จบแค่นี้แน่เ้าจะต้องชดใช้ในสักวัน”
“พร้อมเล่นด้วยเสมอ...”
ฉู่เหินตอกกลับเสียงเย็นไม่เกรงใจ แผ่นหลังของบุรุษหนุ่มผู้เด็ดเดี่ยวแน่วแน่แผ่กลิ่นอายความทระนงออกมาอย่างหมดจด
ฉู่เหินเดินออกไปไกลท่ามกลางสายตาผู้คนอันแตกต่าง
ฮ่าวจึกำหมัด ทั้งจนใจและเสียดาย ใคร่ครวญหาคำตอบในใจ รำพึงว่า“กระทั่งดวงตาเล็กกระจิริดของฮ่าวจึผู้นี้ยังมองออก ฟ้าประทานที่ไม่อาจหาได้ตามท้องถนนเช่นนี้ไฉนพวกเ้าถึงได้มีตาหามีแววไม่นัก? สำนักจันทร์สกาวเอ๋ยพวกเ้าต้องได้เสียใจภายหลังกับสิ่งที่ทำลงไปในวันนี้...”
……………………….