หัวหน้าอันธพาลก้มมองดูหญิงสาวและพูดออกด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวปนข่มขู่
“เธอยอมฉันแต่ด้วยดีซะเถอะ แล้วหลังจากนี้ฉันจะปกป้องเธอเอง” หัวหน้าอันธพาลโน้มน้าวหญิงสาว สายตาที่เขาใช้มองหญิงสาวเต็มไปด้วยความหื่นกระหาย
หญิงสาวเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและตัวสั่น สายตาของเธอมองขายรูปร่างดุร้ายตรงหน้าด้วยน้ำตาไหลริน “ปล่อยฉันไปเถอะ ขอร้องละ” หญิงสาวพยายามร้องอ้อนวอน
หัวหน้าอันธพาลมีสีหน้าดำขึ้นทันที “ฉันทำดีกับเธอแล้วแต่เธอไม่ยอมเอง ต้องเจอไม้แข็งสินะถึงจะยอมเชื่อฟัง แล้วอย่ามาหาว่าฉันร้ายกับเธอละกัน ” หัวหน้าอันธพาลเริ่มฉีกเสื้อผ้าของหญิงสาวอย่างไร้ปรานี
“อ๊าา ไม่นะ ปล่อยฉัน ปล่อยฉันนะ” หญิงสาวพยายามดิ้นไปมาภายใต้การควบคุมของหัวหน้าอันธพาล
กระทั่งสายตาของเธอเหลือบไปเห็นสิ่งหนึ่งด้านหลังของหัวหน้าอันธพาล
มันมีร่างเงาบางอย่างยืนอยู่ตรงนั้น ร่างเงาดังกล่าวสวมชุดคลุมสีดำทั้งตัวจนยากจะเห็นใบหน้าใต้ผ้าคลุมนั้นได้ แต่แสงภายในดวงตาอันโดดเด่นกลับส่องสว่างจนน่ากลัว
ั์ตาสีแดงราวกับสัตว์ร้ายจ้องมองมายังเธอด้วยความเฉยชา เธอรู้ถึงขนลุกจนสุดหัวใจ ร่างกายหยุดนิ่งไม่อาจขยับได้
ราวกับความตายกำลังยืนอยู่เบื้องหน้าของเธอ
หัวหน้าอันธพาลเห็นหญิงสาวนิ่ง เขาจึงคิดว่าเธอยอมแล้ว
“ฮ่า ฮ่า พูดแลัวฟังแบบนี้ั้แ่แรกฉันคงอ่อนโยนกับเธอมากกว่านี้แล้ว” หัวหน้าอันธพาลหัวเราะ
ทว่าเมื่อหัวหน้าอันธพาลมองให้ดีแล้ว ดูเหมือนหญิงสาวจะไม่ได้มองที่ตัวมัน แต่มองไปยังด้านหลังของเขาซะมากกว่า “หืม? เธอมองอะไร…” ทว่าเขายังไม่ทันพูดจบ ภาพตรงหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป
‘เอ๊ะ! นี่…ฉันลอยอยู่งั้นเหรอ?’ นั้นคือความคิดของเขา ก่อนที่สายตาของเขาเหลือบไปเห็นร่างไร้หัวของตัวเอง
‘นั้นมันฉันไม่ใช่เหรอ ทำไมร่างฉันถึงไม่มีหัว ฉันตาย? แล้ว?’ นั้นคือความคิดสุดท้ายของหัวหน้าอันธพาล ก่อนที่จะหายไปชั่วนิรันดร์
หัวของหัวหน้าอันธพาลกระเด็นลอยไปไกลจนถึงบริเวณที่มีการต่อสู้ ราวกับจงใจให้มันรอยไปตกตรงนั้น
มีคนสังเกตเห็นเข้าพอดี การที่หัวของใครบางคนถึงกลับหลุดออกมามันไม่ใช่อะไรที่ทำได้ง่ายๆ มันจึงสังเกตได้ง่าย
“เอ๊ะนี่มัน!” ลูกน้องอันธพาลคนหนึ่งสังเกตหัวนั้นดีแล้วเขารู้สึกว่าคุ้นเหมือนเคยเห็นที่ไหน
“หะ-หัวของบะ-บอส?” เสียงของเขาไม่ได้เบาเลยแม้แต่น้อย ทำให้กลายเป็จุดสนใจทันที
“อะไรนะ หัวของบอส? แกหมายความว่ายังไง”
ชายที่ถูกถามชี้ไปยังหัวที่ดวงตาเบิกกว้างด้วยมือที่สั่นเครือ “นั้น! หัวของบอส!”
ชายที่ถามรวมถึงคนอื่นมองไปยังทิศทางที่ชายคนนั้นชี้ ก่อนที่ดวงตาของพวกเขาจะเต็มไปด้วยความใ “บะ-บอส! ได้ไงกัน” หลายคนรีบหันไปมองยังอีกที่หนึ่ง
ซึ่งมีร่างไร้หัวของบอสพวกเขานอนจมกองเือยู่ตรงนั้น พร้อมกับบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีดำถือเคียวขนาดใหญ่ไว้ในมือ ไม่มีว่าไปอยู่ตรงนั้นตอนไหน ซึ่งตรงเคียวมีรอยเืชัดเจน
ไม่บอกก็รู้ว่าใครเป็คนทำ
แน่นอนย่อมเป็เซโน่เอง เขาตัดหัวของอันธพาลคนนั้นเพราะความไม่ชอบใจล้วนๆ
สำหรับเขาผู้ซึ่งจะกลายเป็ผู้แข็งแกร่งที่สุดในอนาคตนั้นจะไม่รังแกคนอ่อนแอกว่าเด็ดขาด เพราะมันเป็การเสียศักดิ์ศรีสุดๆ การกระทำของหัวหน้าอันธพาลทำให้เขาไม่อาจทนได้และลงมือฆ่ามันทันที
อืม…ยกเว้นตอนเก็บเลเวลละกัน ยังไงก็ต้องฆ่ามอนสเตอร์ที่อ่อนแอจำนวนมาก
เซโน่ไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไร เขาหายไปต่อหน้าต่อหน้าของทุกคนก่อนจะไปปรากฎตรงหน้าของอันธพาลคนหนึ่ง
เคียวในมือกวัดแกว่งด้วยความเร็วสูงแยกร่างของชายคนนั้นออกเป็สองส่วน เขาไม่หยุดเพียงแค่นั้น พุ่งเข้าหาคนอีกกลุ่มหนึ่งด้วยความเร็วสูงและกวาดเคียวในมือฆ่าอันธพาล 5 คนในการโจมตีครั้งเดียว ทั้งหมดเกิดขึ้นภายใน 3 วินาทีเท่านั้น
ไม่มีใครตอบสนองความเร็วของเซโน่ได้ ดังนั้นเซโน่เริ่มไล่จัดการอันธพาลไปทีละคนสองคนอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดยั้ง ถึงแม้พวกนี้จะอ่อนแอแต่พวกมันทำการรังแกคนอ่อนกว่าอย่างไร้อย่างอาย ดังนั้นเขาจึงไม่มีความปราณีแม้แต่น้อย
“อะไร ทำไมมันเร็วแบบนี้ มันต้องเป็ผู้ทีคลาสเหมือนกันแน่”
“อ๊า มือฉัน มือฉัน”
“รวมกลุ่มกันไว้ อ๊ากก ไม่นะอย่าฆ่าฉันเลย”
“ปีศาจ ปีศาจ! มันไม่ใช่มนุษย์แล้ว”
การฆ่าฝ่ายเดียวเริ่มอย่างเป็ทางการ เสียงร้องด้วยความเ็ปและร้องขอชีวิตดังขึ้นต่อเนื่อง
แต่เสียงเ่าั้ไม่ได้เข้าหูของเซโน่แม้แต่น้อย ตอนนี้สีของดวงตาของเขาสว่างมากยิ่งขึ้นราวกับกำลังถูกอีกบุคลิกหนึ่งครอบงำ
ภายใต้ผ้าคลุมของเขาดวงตาสีแดงของเขาส่องสว่างราวกับมีชีวิต จนทำให้ผู้คนแถวนั้นที่ไม่ใช่อันธพาลกลืนน้ำลายด้วยความกลัว
“คะ-ใครกัน? ไม่แข็งแกร่งเกินไปเหรอ?”
“โเี้…มาก คนนั้นลงมือโดยไม่มีความลังเลเลย”
“ขะ-เขาจะไม่ฆ่าเราด้วยใช่ไหม”
เมื่อเห็นสายตาภายใต้ผ้าคลุมนั้นพวกเขารู้สึกขนผองสยองกล้า ผ่านตรงหน้ากลายไปเป็ความกลัวฝังรากจนลึกเข้าไปในกระดูกดำของพวกเขา
บางคนกังวลว่าคนนั้นจะฆ่าพวกเขาไปด้วย ใครจะไม่กลัวบ้าง? คนสวมชุดคลุมสีดำถือเคียวขนาดใหญ่ไล่ฆ่าคนราวกับเป็ผักเป็ปลา ไม่มีคนปกติที่ไหนเขาทำอะไรแบบนี้!
เซโน่ใช้เวลาเพียงไม่กี่น่ากี่ก็ฆ่าอันธพาลทั้งหมด ไม่มีอันธพาลคนไหนรอดแม้แต่คนเดียว
ตอนนี้เขายืนอยู่ท่ามกลางกองศพมากมาย
อันธพาลแต่ละคนร่างไม่สมประกอบสักคน ร่างบางคนขาดเป็สองส่วน บางคนหัวขาดกระเด็น บางคนถูกตัดแขนขาจนไม่มีเหลือและตายเพราะขาดเื
เรียกได้ว่าการฆ่าครั้งนี้ของเซโน่เป็การสังหารโหดก็ว่าได้
แต่เซโน่กลับไม่รู้สึกอะไรเลย กลับกันเขารู้สึกเหมือนได้รับการปลดปล่อยมากกว่า
ปลดปล่อยลักษณะของจอมเชือดออกมา!
ท่ามกลางความเงียบอันน่าตื่นใและตกตะลึง กลับมีเสียงผิวปากดังขึ้น
ไม่รู้อะไรดลใจให้เซโน่ผิวปากออกมา เขาผิวปากออกเป็ท่วงทำนอง “London bridge is falling down” ไม่ช้าหรือเร็ว แต่เมื่อหลายคนได้ฟัง่ทำนองดังกล่าวพวกเขากลับรู้สึกขนลุกตั้งชันขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
London Bridge is falling down,
Falling down, falling down,
London Bridge is falling down,
My fair lady.
(เป็เสียงผิวปากนะ)
แต่นอนว่าเซโน่ฟังเพลงนี้เป็เพราะ “Jack the Ripper” มันเป็เพลงที่เหมาะกับตัวตนของ jack the ripper
แล้วทำไมเขาถึงฟังนี้? ก็เพราะมันมีคำว่า “Ripper” อยู่ยังไงล่ะ! อะไรที่เกี่ยวข้องกับยมทูตเขาศึกษามาหมด
โดยเฉพาะตัวตนอันลึกลับของ Jack the Ripper นั้นชวนให้น่าค้นหามาก
ดังนั้นเขาจึงชอบฟังเพลง “London bridge is falling down” มากจนเผลอผิวปากออกมา
เสียงผิวปากของเซโน่ราวกับว่าเขาพิพากษาเหล่าคนบาปได้ยังไงอย่างนั้น
แต่สำหรับผู้ฟัง การผิวปากเป็่ทำนองนี้ทำให้พวกเขากลัวจนไม่กล้าฟัง
เซโน่หยุดผิวปากลงและสะบัดเืออกจากเคียว
เขาไม่ได้สนใจคนอื่นมากนัก ก่อนจะตรงไปยังห้างสรรพสินค้า ท่ามกลางสายตาของทุกคน
ซึ่งตอนนี้มันถูกปิดล็อคอย่างแ่า เซโน่ขมวดคิ้วเล็กน้อย
“เฮ้อ เอาแล้วไง…รู้งี้ฉันน่าจะไว้ชีวิตพวกมันสักคน แล้วทีนี้จะเข้าไปยังไงละเนี่ย” เขาบ่นพึมพำ
เซโน่หันมองดูรอบๆ เผื่อว่าจะมีกุญแจหรืออะไรพวกนั้น แต่เขาก็ไม่พบอะไร “ช่วยไม่ได้ งั้นวิธีบ้านๆ แล้วกัน”
เซโน่ยกเคียวขึ้นและเหวี่ยงเคียวเข้าใส่ประตูเหล็กขนาดใหญ่อย่างแรง
เสียงตัดดังขึ้น
ท่ามกลางสายตาของทุกคนประตูเหล็กขนาดใหญ่ค่อยๆ ถูกแยกออกและตกลงพื้นเสียง “ตึง”
เซโน่เดินเข้าไปในห้องสรรพสินค้าอย่างสบายอารมณ์ อย่างว่าเขาไม่ได้กลัวกฎหมายอะไรอีกต่อไปแล้ว
โลกนี้มันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง กฎหมายไม่อาจควบคุมเหล่าผู้มีพลังอันแข็งแกร่งได้อีกต่อไป
โลกในตอนนี้กลายเป็โลกที่ผู้แข็งแกร่งกลืนกินผู้อ่อนแอ
หลังจากที่เซโน่เข้าไป สักพักก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปตาม
จะให้พวกเขาเข้าไปในห้างนั้นกับสัตว์ประหลาด? ไม่มีทางซะหรอก พวกเขายังรักชีวิตของตัวเองอยู่
จริงอยู่ที่คนนั้นไม่ได้สนใจพวกเขาและสังหารแต่พวกอันธพาล แต่ใครมั่นใจได้ล่ะว่าคนนั้นจะไม่ทำอะไรเลย
ดังนั้นทุกคนจึงไม่มีใครกล้าเข้าไป และรอด้านนอกรอให้เซโน่ออกมาแทน
เซโน่เข้ามาในห้างอย่างแรกที่เข้าหาคือน้ำดื่ม เขาต้องเตรียมพวกมันเอาไว้มากๆ
เพราะนำมันสำคัญกับชีวิตมาก มากกว่าอาหารด้วยซ้ำไป
อย่างที่หลายคนว่า ร่างกายขาดอาหารเป็อาทิตย์ก็ไม่ตาย แต่ถ้าร่างกายขาดน้ำ 3-4 วันก็อาจถึงตายได้
ดังนั้นน้ำจึงเป็สิ่งสำคัญมากที่สุด เซโน่กวาดน้ำเข้าช่องเก็บของให้มากพอสำหรับ 100 วัน เพราะเขาไม่รู้ว่าเมื่อผ่านการหลอมรวมโลกแล้วมันจะเป็ยังไงต่อ ดังนั้นเขาต้องเตรียมเผื่อเอาไว้ เพราะยังไงน้ำมันก็ไม่เน่าเสียอยู่แล้ว
แถมเก็บในช่องเก็บของยิ่งแล้วใหญ่ ไม่ต้องกลัวเลยแม้แต่น้อย
จากนั้นเขาก็หาอาหารต่อ แน่นอนต้องเป็อาหารจำพวกกระป๋องเพราะเก็บรักษาได้นาน เซโน่ยังเอาพวกข้าวไปด้วย เพราะการหุงข้าวด้วยวิธีธรรมชาติไม่ใช่เื่ยาก ดังนั้นข้าวก็จำเป็เช่นกัน
เมื่อได้พวกของบริโภคแล้วเซโน่ก็เลือกของใช้ส่วนตัวต่อ ยังไงเซโน่ก็เป็พวกรักความสะอาด ดังนั้นเขาจึงขาดของพวกนี้ไม่ได้ ถ้าเกิดร่างกายเขาติดเชื้อโรคขึ้นมาจะลำบาก ดังนั้นของจำพวกทำความสะอาดเซโน่จึงเก็บมันมาด้วย
นี้เป็เหตุผลที่เขาแบกกระเป๋าใบใหญ่มาด้วย การจะเก็บทุกอย่างไว้ในช่องเก็บของระบบนั้นเป็การสิ้นเปลืองพื้นที่เกินไป ดังนั้นเขาต้องเก็บเอาไว้ในกระเป๋าแทน
“เอาละ เท่านี้ทุกอย่างก็ครบแล้ว ว่าแต่ทำไมถึงไม่มีใครเข้ามากันเลยนะ พวกอันธพาลก็ตายไปกันหมดแล้ว”
เซโน่ได้แต่สงสัย โดยไม่คิดเลยที่คนอื่นไม่กล้าเข้ามาด้วยก็เพราะตัวเขาเองนั้นแหละ
“ช่างเถอะ ตอนนี้ฉันได้ของที่จำเป็มากพอแล้ว” เซโน่แบกกระเป๋าใบใหญ่และเดินออกจากห้างสรรพสินค้า
คนด้านนอกเมื่อเห็นว่าเซโน่เดินออกมาพวกเขาก็รีบหลบทางให้ทันที
“คนนั้นออกมาแล้ว”
“หลบเร็วเข้า ทุกคนหลีกทางให้คนนั้นด้วย”
ทุกคนพร้อมใจหลบทางให้เซโน่กันอย่างรวดเร็ว
‘คนพวกนี้เป็อะไรกันนะ ทำไมถึงเกรงใจฉันขนาดนี้กัน ถึงกลับสร้างทางให้ฉันเดิน แต่ก็ดีเหมือนกัน’ เซโน่ไม่ได้พูดอะไรออกมาและเดินผ่านคนกลุ่มนั้นออกไปทันที
เดิมทีเซโน่ก็ไม่ชอบคุยกับใครอยู่แล้ว แต่ที่เห็นเขาพูดมากเพราะเขาชอบคุยกับตัวเองมากกว่า
ต่อหน้าคนอื่นเขาไม่รู้จะทำตัวยังไงและไม่รู้จะพูดอะไร ถ้าไม่ใช่คนที่เขารู้จักยิ่งแล้วใหญ่ เขาจะไม่เป็ฝ่ายเปิดสนทนาเลย เซโน่เป็พวกเข้าสังคมไม่เก่งก็ว่าได้
ดังนั้นเขาจึงไม่พูดอะไรเมื่อคนเ่าั้เปิดทางเข้าให้และผ่านไปอย่างเงียบๆ
เซโน่เดินหายไปในมุมมืด
หลายคนมองจุดที่เซโน่หายไป ก่อนจะถอนหายใจยาว
ไม่มีใครกล้าตามเขาไป
คงจะมีแต่คนโง่เท่านั้นที่กล้าตามคนนั้นไป พวกเขาก็เห็นฝีมือของคนนั้นมาแล้ว
เรียกได้คำเดียวว่า สัตว์ประหลาด!
ไม่มีคำอื่นเหมาะไปกว่านี้แล้ว