เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 128: กระทิงพิโรธบุกวัง (The Wrath Bison’s Palace Invade)

            หลังจากที่ร้องไห้มาได้สักพัก คินทาโร่ก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน แล้วเดินทางกลับไปที่บ้านกระท่อมพร้อมกันกับโยริมิทสึและสึนะ เพื่อที่จะขุดหลุมฝังร่างไร้วิญญาณของผู้เป็นแม่ที่บริเวณหน้ากระท่อม ก่อนที่เขานั้นจะกล่าวอำลากับผู้เป็นแม่เป็นครั้งสุดท้ายที่หน้าป้ายสุสานของยาเอะกิริ และรีบเดินทางกลับไปยังตำหนักองเมียวที่อยู่ภายในเมืองเกียวโตพร้อมกับโยริมิทสึและสึนะทันที

            เฒ่าปีศาจยามัมบะ ในอดีตนั้นหล่อนคือหญิงสาวโฉมงามที่มีนามว่าคุโรสึกะ เป็นภรรยาสาวสวยของเศรษฐีผู้มั่งคั่งคนหนึ่ง ทั้งสองนั้นได้แต่งงานกัน และได้ให้กำเนิดลูกสาวน่ารักๆ คนหนึ่ง แต่ทว่า ลูกสาวคนนั้นก็มีอาการป่วยเป็นโรคประหลาดชนิดหนึ่งอย่างไม่ทราบสาเหตุ จึงทำให้ลูกสาวของหล่อนนั้นมีอาการที่คล้ายกับเป็นใบ้ และไม่พูดไม่จาออกมาเลย

            ในขณะที่กำลังกลุ้มใจอยู่นั้น อยู่ๆ ก็ได้มีหมอผีไสยเวทย์คนหนึ่งเดินเข้ามาหาสองสามีภรรยาถึงที่คฤหาสน์ พร้อมกับให้คำแนะนำไปว่า ตับสดของเด็กทารกในครรภ์ของมารดานั้นจะทำให้ลูกสาวของพวกเขากลับมาเป็นปกติ และสามารถพูดคุยสื่อสารได้เหมือนกับลูกคนอื่นๆ ทั่วไป

            แต่หากรู้ไม่ว่า หมอผีไสยเวทย์ผู้นั้น...แท้จริงแล้ว มันคือคิโดวมารุ อสูรกระทิงแห่งไฟพยาบาทที่มากไปด้วยพลังแห่งไสยเวทย์นั้นปลอมตัวเข้ามา

            แต่อย่างไรก็ตาม ก็คงจะไม่มีแม่คนไหนที่คิดจะเอาชีวิตของลูกในไส้ของตนเองเข้าไปแลกเป็นแน่แท้ คุโรสึกะจึงตัดสินใจออกเดินทางไปยังที่ราบสูงอาดาชิกาฮาระ และคอยอาศัยอยู่ภายในถ้ำมานานหลายปี เพื่อที่จะดักรอหญิงตั้งครรภ์ที่เดินทางผ่านมาตรงบริเวณนี้ และพุ่งเข้าไปฆ่าเพื่อชิงตับสดของเด็กทารกในครรภ์มาให้ลูกสาวของหล่อน ก่อนที่จะออกเดินทางนั้น คุโรสึกะได้มอบเครื่องรางป้องกันภัยให้กับลูกสาวของตัวเอง

            จนในที่สุด ก็ได้มีหญิงสาวตั้งครรภ์คนหนึ่งเดินทางผ่านเข้ามา คุโรสึกะจึงรีบกระโจนตัวออกมาจากในถ้ำพร้อมกับลงมือสังหารหญิงสาวนางนั้น แล้วใช้มีดควักท้องเอาตับสดของเด็กทารกในครรภ์ออกมา หลังจากที่ได้ตับสดของเด็กทารกในครรภ์แล้ว คุโรสึกะก็ได้สังเกตเห็นเครื่องรางป้องกันภัยที่หล่อนนั้นเคยให้ไว้กับลูกสาวของตัวเอง

            คุโรสึกะก็ได้รู้ทันทีเลยว่า หญิงสาวตั้งครรภ์ที่ตนได้ลงมือฆ่าไปนั้นก็คือลูกสาวของหล่อนเอง และไม่นาน คลื่นแห่งอารมณ์ที่มากมายมหาศาลนั้นก็ได้พากันถาโถมเข้ามา จนทำให้หล่อนเสียสติ และกลายสู่ร่างนางอสูรเฒ่าปีศาจผู้หิวโหยที่มีนามว่ายามัมบะทันที

            โดยนางอสูรเฒ่าปีศาจยามัมบะนั้นจะออกล่าเหยื่อที่เป็นเด็ก นักบวช นักเดินทางไปตามกระท่อมในป่า ภูเขา ที่ราบสูง และพื้นที่หมู่บ้านในแถบชนบทต่างๆ ทั่วญี่ปุ่น เพื่อที่จะกินเลือดเนื้อสดๆ ของเหยื่อเป็นอาหาร

            วันเวลาผ่านไป คิโดวมารุ กระทิงแห่งไฟพยาบาทก็ได้มุ่งหน้ามายังพระราชวังหลวงเกียวโต มันมีลักษณะคล้ายกับอสุรกายครึ่งมนุษย์ครึ่งกระทิงขนาดใหญ่ที่มีดีกรีความดุร้ายที่ราวกับราชสีห์ มีลมหายใจเป็นเปลวไฟอันร้อนระอุ และที่สำคัญ มันมีขวานไฟขนาดยักษ์เป็นอาวุธ อีกทั้งตัวคิโดวมารุนั้นก็ยังสามารถใช้พลังแห่งไสยเวทย์ได้อย่างเก่งกาจอีกด้วย

            คิโดวมารุนั้นมีความเคียดแค้นต่อศิษย์ผู้ติดตามทั้งสามของเซย์เมย์อย่างโยริมิทสึ สึนะ และคินทาโร่ ที่เคยสังหารชูเท็นโดจิ จอมทัพอสูรผู้เป็นบิดาของมันไปเป็นอย่างมาก มันจึงบุกเข้าไปยังพระราชวังเกียวโต เพื่อล่อให้พวกเขาทั้งสามนั้นออกมา แล้วทำการสังหารพวกเขาเพื่อล้างแค้นให้กับผู้เป็นพ่อของมัน

            “คุ้มกันเอาไว้ อย่าให้มันเข้าไปในวังได้” เหล่าบรรดาทหารองครักษ์ในวังนั้นต่างก็รีบพากันติดอาวุธเข้าไปเผชิญหน้ากับคิโดวมารุอย่างสุดชีวิตอยู่ตรงบริเวณหน้าพระราชวังหลวง เพื่อป้องกันไม่ให้คิโดวมารุนั้นบุกเข้าไปในวังได้ 

            คิโดวมารุจึงรีบทำการจามขวานลงบนพื้นปฐพีเข้าอย่างจัง จนทำให้เกิดเปลวไฟอันร้อนระอุลุกโชนขึ้นมาบนพื้นที่บริเวณตรงนั้นเป็นวงกว้าง เหล่าทหารองครักษ์ในวังที่อยู่ในพื้นที่บริเวณตรงนั้นจึงพากันถูกมันเล่นงานจนสิ้นใจลงไปเป็นจำนวนมาก คิโดวมารุสามารถฝ่ากองทหารองครักษ์บุกเข้ามาตรงที่บริเวณลานหน้าตำหนักพระโรงที่อยู่ภายในพื้นที่พระราชวังได้อย่างง่ายดาย และทันใดนั้นก็มีแผ่นยันต์ทั้ง 25 แผ่นลอยอยู่บนกลางอากาศ

            “Rin Pyo To Sha Kai Jin Retsu Zai Zen...OM!!” หลังจากที่การร่ายเวทย์นั้นได้สิ้นสุดลง แผ่นยันต์ทั้ง 25 แผ่นนั้นก็ได้ถูกเสกให้กลายเป็นพลังสายฟ้าฟาด และโจมตีใส่คิโดวมารุเข้าอย่างจัง และทันใดนั้น เซย์เมย์ก็ได้มาถึงตรงบริเวณลานกว้างที่อยู่หน้าตำหนักพระโรง พร้อมกับศิษย์ผู้ติดตามทั้งสามอย่างโยริมิทสึ สึนะ และคินทาโร่ โดยที่พวกเขาทั้งหมดนั้นได้พากันขี่บนหลังภูติพิทักษ์ประจำกายของแต่ละคนมาด้วย

            “ในที่พวกเจ้าก็ปรากฏตัวจนได้นะ โยริมิทสึ สึนะ และคินทาโร่ ข้ามีนามว่าคิโดวมารุ ข้าตั้งใจล่อให้พวกเจ้ามายังที่ตรงนี้ เพื่อที่ข้าจะล้างแค้นให้กับชูเท็นโดจิ บิดาของข้า”

            “ถ้าอย่างงั้น...เจ้าก็คงจะเป็นบุตรชายของเจ้าชูเท็นโดจินั่นอย่างงั้นหล่ะสิน” โยริมิทสึเอ่ยถามในเชิงคาดเดาออกมา ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายนั้นจะเกิดการต่อสู้กันอย่างดุเดือด

            อุชิโกเซ็น ภูติพิทักษ์วัวน้ำ ซึ่งเป็นภูติพิทักษ์ประจำกายของคินทาโร่นั้นก็ได้ทำการพ่นแรงดันน้ำอันเย็นเฉียบออกมาโจมตีใส่คิโดวมารุเข้าอย่างจัง ก่อนที่คินทาโร่นั้นจะรีบใช้กำปั้นในสนับมือพุ่งเข้าไปโจมตีใส่อย่างไม่ยั้ง จากนั้น เขาก็ยกขาขึ้นเตะเสยขึ้นหน้าจนร่างของมันนั้นลอยขึ้นไปบนกลางอากาศ ก่อนที่เขานั้นจะรีบกระโดดขึ้นไปบนกลางอากาศ และเตะเข้าที่ร่างของมันจนกระเด็นออกมา แล้วล้มกระแทกลงสู่พื้นเข้าอย่างจัง

            คิโดวมารุนั้นโกรธจัด จึงรีบยิงลูกไฟเวทย์ที่มีขนาดใหญ่ออกมาโจมตีใส่คู่ต่อสู้ แต่คินทาโร่นั้นก็สามารถปัดลูกไฟที่มีขนาดใหญ่ออกไปได้อย่างรวดเร็วด้วยกระบองยาวของเขา คินทาโร่รีบพุ่งเข้าไปโจมตีใส่ด้วยกระบองยาวอย่างไม่ยั้ง ก่อนที่เขานั้นจะรีบสลับเปลี่ยนรูปแบบอาวุธให้กลายเป็นท่อนฟาอย่างต่อเนื่อง

            จากนั้น คินทาโร่ก็รีบกระโดดถอยหลังออกมา ก่อนที่เขานั้นจะใช้กรงเล็บทั้งสองข้างปล่อยคลื่นใบมีดธาตุดินออกมาโจมตีใส่อีกฝ่ายเข้าอย่างจัง แต่คิโดวมารุก็สามารถหลบหลีกคลื่นใบมีดเหล่านั้นไปได้ทั้งหมด ก่อนที่มันจะตวัดขวานไฟขนาดยักษ์ปล่อยคลื่นใบมีดเปลวไฟออกมา

            แต่คินทาโร่ก็รีบนำกระบองสั้น 2 ศอกเสียบเข้ากับคมขวานขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหลัง ก่อนที่เขานั้นจะรีบตวัดปล่อยคลื่นใบมีดธาตุน้ำออกมาเกมไว้ได้ทัน

            “ฝีมือก็ไม่เลวเลยนี่ไอ้หนู แต่เจ้าอยากรู้ไหม ว่าเฒ่าปีศาจยามัมบะที่เคยฆ่าแม่ของเจ้านั้นมันเกิดขึ้นได้อย่างไร”

            จากนั้น คิโดวมารุก็ได้เล่าอดีตความเป็นมาของเฒ่าปีศาจยามัมบะให้คินทาโร่ฟังทันที จนกระทั่งเขาได้รู้แล้วว่าการที่หญิงสาวที่ชื่อคุโรสึกะได้กลายเป็นเฒ่าปีศาจยามัมบะนั้นมันเกิดจากฝีมือของมันเอง

            ตัวคิโดวมารุเองเนี่ยแหละที่ส่งตัวเฒ่าปีศาจยามัมบะไปที่บ้านกระท่อมของยาเอะกิริที่อยู่บนภูเขาอาชิการะ เพื่อที่จะยืมมือเฒ่าปีศาจยามัมบะในการสังหารยาเอะกิริ ผู้เป็นแม่ของเขา เพื่อที่จะให้คินทาโร่นั้นได้ลิ้มลองกับรสชาติของความสูญเสีย เหมือนกับที่มันนั้นได้สูญเสียผู้เป็นบิดาของมันไป

    คล้ายกับเรื่องเจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain) ที่คุณอ่าน