“าในครั้งนี้ลินาขอเป็คนจบเอง เพราะสาเหตุส่วนหนึ่งก็มาจากฉัน ทุกชีวิตมีคุณค่าอย่าต้องให้สูญเสียไปมากกว่านี้เลย”
คำกล่าวสุดท้ายของหญิงสาวผู้เป็อดีตเ้าณาจักรเบลลาทริกซ์ ตลอดชีวิตที่ได้ร่วมสร้างอาณาจักรมาพร้อมกับทุกคน จนในเวลานี้มีอาณาจักรต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย และนั้นก็คือความสุขที่ได้เห็น ยิ่งการได้มาเจอมิตรภาพจากเหล่าที่น้องทั้งแปดยิ่งเป็สุขกว่า และเพื่อให้มันยังคงอยู่ต่อไป การจากไปของเธอมันก็จะส่งผลดีต่อทุกคน
ร้อยยิ้มสดใสหัวใจเปี่ยมสุขแต่น้ำตากลับไหลเป็สายเืสีแดงฉานอาบแก้มขาวผ่องของเธอ ก่อนที่ร่างของเธอจะหายไป ฝนก็ได้เทลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา กระหน่ำซัดเข้าประทะร่างของทุกสรรพชีวิตที่อยู่ในสมรภูมิรบในครั้นนี้บนพื้นที่ของอาณาจักรที่เธอเป็คนสร้างมันขึ้นมากับมือ สิ่งที่แปลกไปคือสีของสายฝนนั้นเป็ดังสีของเืที่ไหลรินจากดวงตาคู่งามนั้น
หลังจากร่างของเธอสลายไป ทุกชีวิตที่ได้รับาเ็ก็กลับมาเป็ปกติ และคนหรือตนไหนที่สิ้นไปก็จะสลายหายไปทันที
ห้าปีต่อมา
ท่ามกลางกองหนังสือนิยายมากมายที่ทับถมกันจนกลายเป็ูเาสูงเสียดฟ้าหลายพันร้อยกองอัดแน่นจบแทบไม่เหลือที่ให้ผู้ใดเดินได้ ซึ่งทุกเล่มล้วนมีจิติญญาอยู่ด้วย และในนี้ก็ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จิติญญาอ่อนแอของหญิงสาวผู้เลือกสละต้นเพื่อสรรพสิ่งให้อยู่รอดบัดนี้สามารถฟื้นตัวขึ้นมาได้แล้วส่วนหนึ่ง จึงได้รวมกับจิติญญาของหนังสือบางส่วน จนก่อเกิดเป็ร่างของเด็กสาววัยห้าขวบขึ้นมาท่ามกลางดินแดนที่มีเพียงกองหนังสือ ซึ่งไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็จะเจอเพียงสิ่งเดียว สิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ไม่ต้องถามถึงเพราะคำตอบที่ได้คือความเงียบกับเสียงลมพัดผ่านูเาเหล่านี้เท่านั้น
เด็กน้อยมีหน้าตาที่จิ้มลิ้มน่าหลงใหล ผิวพรรณขาวเนียนผ่องไร้ซึ่งรอยตำหนิ ที่ข้อมือขวาของเธอมีตัวอักษรสีแดงสลักชื่อของเ้าตัวไว้
'ลินาตื่นได้แล้ว เธอหลับนานเกินไปแล้ว เด็กดีตื่นเถอะนะ' เสียงหวานของใครบางคนเรียกเด็กน้อยให้ตื่นลืมตาขึ้นมาดูโลกใบนี้
เด็กน้อยครั้นได้ยินเสียงของใครบางคนเรียกก็ไม่รอช้าให้คนเรียกคอย เธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้นก่อนจะยกมือน้อย ๆ ขึ้นมาขยี้ตาเล็กน้อยเพื่อปรับสายตา
เมื่อลุกขึ้นนั่งได้ เธอก็รีบมองดูสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวทันที และสิ่งที่เธอเห็นคือกองหนังสือจำนวนมากมายมหาศาล
'เธอจะอยู่บนนี้ตลอดไปหรือ' เสียงของบางสิ่งบางอย่างถามขึ้น
"เสียงใคร! คุณอยู่ที่ไหน" เด็กน้อยะโถามออกไป เพราะนอกจากเสียงของคนคนนั้นแล้ว เธอก็ไม่พบผู้เป็เ้าของเสียงนั้นเลย
'ฉันคือเพื่อนของเธออย่างไรเล่าลินา' เสียงนั้นตอบกลับเธออย่างใจดี ถึงแม้จะมองไม่เห็นเ้าของเสียงแต่เด็กน้อยก็ััได้ว่าเ้าของเสียงนั้นใจดีกับเธอสุด ๆ
"คุณเป็เพื่อนฉันจริง ๆ ใช่ไหม แล้วทำไมฉันถึงมองไม่เห็นคุณ" ลินาถามออกไปด้วยความสงสัยใคร่รู้
'ฉันอยู่รอบตัวเธอ ไม่ว่าเธอจะมองไปที่ไหนในโลกใบนี้ เธอก็จะเห็นฉันอยู่'
"คุณโกหกหรือเปล่า นอกจากกองหนังและเหล่าก้อนเมฆแล้วฉันยังไม่เห็นคุณเลยนะ"
'เธอเห็นฉันแล้ว' เสียงนั้นตอบกลับเด็กน้อย ซึ่งนั้นมันก็ยิ่งทำให้เธองงกับคำตอบที่ได้ เธอเห็นเ้าของเสียงนั้นแล้วอย่างงั้นหรือ
"อย่า..."
'อยู่บนนี้ตั้งนานแล้วเธอไม่รู้สึกหนาว ๆ หวิว ๆ บ้างหรือ' เสียงนั้นถามขึ้นก่อนลินาจะพูดสิ่งที่เธอคิดออกไป
"หนาว...แต่หวิว ๆ คือฉันไม่รู้สึก" เธอตอบออกไปตามความจริง
'เช่นนั้นลองมองลงไปข้างล่างนั้นก่อนดีไหม เธอคงไม่คิดจะใช้ชีวิตบนกองหนังสือเ่าั้ตลอดไปหรอกนะเด็กน้อย'
เมื่อได้ยินเสียงนั้นบอก เด็กน้อยลินาก็ไม่รอช้ารีบมองลงสู่พื้นเบื้องล่างนั้นทันที และภาพที่เห็นก็ทำให้ขาน้อย ๆ ของเธอสั่นเทาก่อนทิ้งตัวลงนั่งพื้นยอดสูงสุดของูเาหนังสือ และดูเหมือนว่ากองที่เธอกำลังนั่งเข่าอ่อนอยู่จะสูงที่สุดเสียด้วย
"นี้มันอะไรกัน" ลินาถามออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเพราะความกลัว หากเธอไม่ทันได้ระวังตัว มีหวังได้กลิ้งหลุน ๆ หมุนเป็ลูกบอลโดนเตะลงไปเป็แน่ ดีไม่ดีอาจจะมีตีลังกาสามตลบและคอหักตายในตอนท้าย ถึงว่าทำไมเธอถึงสามารถมองเห็นทิวทัศน์ภาพรวมของที่นี่ได้ดีขนาดนี้ ที่ไหนได้ตรงที่เธอกำลังนั่งอึ้งตะลึงกลัวอยู่คือใจกลางของกองหนังสือนี่เอง
'ลินาเธอกลัวเหรอ' เสียงนั้นถามขึ้นด้วยความเป็ห่วงเด็กน้อย
"คุณก็ถามมาได้ สูงขนาดนี้ใครไม่กลัวก็บ้าแล้ว" ลินาตอบกลับเสียงนั้น
'ที่นี่ทุกเล่มเชื่อฟังเธอ ขอเพียงแค่เอ่ยปากสั่ง หนังสือเหล่านี้ก็จะทำตามทันที' เสียงนั้นบอกกับเธอ ซึ่งนั้นก็หมายความว่า...
"ทุกเล่มที่อยู่ตรงนี้ จงฟังคำขอของฉัน พวกคุณช่วยทำเป็บันไดให้ฉันหน่อยได้ไหม" ลินาลองเอ่ยคำขอออกไป
ทันทีที่เธอเอ่ยจบประโยคหนังสือที่อยู่ตรงนั้นต่างพากันขยับมารวมตัวต่อกันเป็บันไดที่มีรางจับทั้งสองข้างเพื่อความปลอดภัยของเ้าตัว
ลินาที่เห็นเช่นนั้นก็รีบลุกขึ้นยืน มองภาพที่เหล่าหนังสือกำลังขยับทำหน้าที่ของตัวเองตามคำขอของเธอด้วยความอึ้ง ไม่คิดว่าจะมีเื่เหลือเชื่อเช่นนี้เกิดขึ้นกับเธอ
"ฉันสามารถเดินเหยียบพวกเขาไปได้เลยไหม" ถ้าหากว่าหนังสือเหล่านี้สามารถทำตามคำขอของเธอได้นั้นก็หมายความว่าพวกเขาต้องมีความรู้สึกสิ แล้วถ้าเธอเดินเหยียบลงไปพวกเขาจะต้องเจ็บแน่ ๆ
'พวกเขาไม่รู้สึกเจ็บกับการที่เธอเหยียบหรอกนะ แต่จะรู้สึกเสียใจที่สุดหากว่าเธอเป็อะไรไปเพราะพวกเขา'
"เช่นนั้นฉันขอเหยียบพวกคุณ เพื่อลงไปเบื้องล่างหน่อยนะ" กล่าวจบเธอก็รีบเดินตรงไปที่หัวบันได เพื่อเดินลงไปข้างล่างตามที่เสียงนั้นบอก
ขณะที่เธอก้าวเดินไป ข้างหน้าหนังสือหลายเล่มก็ก่อตัวกันเป็บันไดให้กับเธอ จนในที่สุดเธอก็มาถึงข้างล่าง
"ทำไมที่นี่ไม่มีอะไรเลยนอกจากหนังสือที่กองกันเป็ูเา" นี้คือสิ่งแรกที่เธอ้าทราบเมื่อเดินลงมาถึง ขณะเดียวกันเธอก็พยายามสอดส่องสายตามองหาสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ที่อยู่แถวนี้
'ลินาที่นี่มีเพียงเธอที่เป็สิ่งมีชีวิตและรูปร่างเป็มนุษย์ ที่เหลือมีเพียงจิติญญาที่หลงเหลือในรูปร่างของหนังสืออย่างที่เธอเห็นนั่นล่ะ'
"คุณหมายความว่าอย่างไร" ลินาถามออกไปด้วยความสงสัย ที่บอกว่ามีเธอเพียงคนเดียวที่อยู่ในโลกใบนี้
'ลินา สิ่งที่ฉันจะเล่าให้เธอฟังต่อจากนี้ มันอาจดูน่าเหลือเชื่อ และไม่น่าจะเกิดขึ้นได้แต่นั่นมันคือความจริงที่เธอต้องรู้' เสียงนั้นบอกกับเธอ
"ทำไมฉันถึงเริ่มรู้สึกกลัวกับสิ่งที่คุณจะเล่าอย่างไรไม่รู้" ลินาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเธอควรทำอย่างไรต่อไปหากสิ่งที่ได้ฟังต่อจากนี้คือสาเหตุที่ทำให้เธอมีตัวตนในโลกแห่งนี้เพียงลำพัง
ขณะที่ลินามีสีหน้าดูเป็กังวลใจอยู่นั้น ก็มีหนังสือเล่มหนึ่งที่วางอยู่บนพื้นแถวนั้นลอยขึ้นมาอยู่ตรงหน้าของเธอ ก่อนจะพลิกไปที่หน้าว่างอยู่ออก ไม่นานก็มีตัวหนังสือสีเขียวน้ำทะเลปรากฏขึ้นเพื่อให้กำลังใจกับเธอ (ลินาไม่ต้องกังวลไป เธอยังมีพวกเราอยู่ ^-^)
เมื่อเธอเห็นอักขระที่ปรากฏตรงหน้ารอยยิ้มจาง ๆ ก็เกิดขึ้นบนใบหน้าหวานนั้น
'เธอพร้อมฟังเื่ที่ฉันจะเล่าต่อจากนี้หรือยัง' เสียงนั้นเอ่ยถามเธอขึ้นด้วยความใจเย็น
"ฉัน...คุณเริ่มเลยก็ได้" ถึงแม้จะยังทำใจไม่ได้ แต่ก็ไม่อยากให้เสียเวลาไปมากกว่านี้ สิ่งที่ต้องรู้จะช้าหรือเร็วก็ไม่ต่างกัน เพราะท้ายที่สุดแล้วเธอก็ไม่สามารถหนีความจริงเ่าั้ได้
'ลินาที่นี่คือดินแดนไร้นาม และเติมไปด้วยหนังสือนิยายจำนานมากอย่างที่เธอเห็น เคยสงสัยไหมว่าตัวเองมาจากที่ไหนทำไมถึงได้เป็มนุษย์เพียงคนเดียวที่อยู่ที่นี่'
ลินารีบพยักหน้ารัว ๆ ทันทีเมื่อเสียงนั้นเอ่ยถามเธอ
'นั้นเป็เพราะว่าเธอเกิดจากการรวมตัวของจิติญญาของเหล่าหนังสือกว่าครึ่งที่มีอยู่ตรงนี้อย่างไรล่ะ พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็ผู้าุโที่อยู่ที่นี่มาเนิดนานและดูเหมือนว่าจะมีหนังสือเล่มใหม่ ๆ หล่นลงมายังดินแดนนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้พวกเขาที่อยู่มานานตัดสินใจหลอมรวมตัวกันจนเกิดเป็ร่างของเด็กสาววัยห้าขวบขึ้นมาหนึ่งร่าง ซึ่งเด็กสาวคนนั้นก็คือเธอ...ลินา'
"ที่แท้ฉันไม่ใช่มนุษย์จริง ๆ สินะ แต่ฉันคือจิติญญาของเหล่าหนังสือนิยายาุโเก่าแก่ของที่นี่กว่าครึ่งที่สละตนเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้กับเหล่าหนังสือรุ่นหลัง และดูเหมือนว่าฉันจะต้องไม่ได้เกิดมาเปล่า ๆ โดยไม่มีจุดประสงค์อื่นแน่นอน คุณบอกฉันได้ไหมว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงกับการที่ทำให้ฉันมีตัวตนขึ้นมาบนโลกใบนี้เพื่ออะไรกันแน่" ดูเหมือนว่าการมีตัวตนของเธอบนโลกใบนี้จะต้องมีภารกิจกู้โลกเกิดขึ้นแน่นอนลินาคิด
'แน่นอน ลินาการมีตัวตนของเธอในโลกใบนี้ คือเพื่อทำหน้าที่จัดการกับเหล่าหนังสือเหล่านี้ และสร้างเมืองด้วยการนำพาทุกอย่างที่เธอ้าออกมายังที่นี่ และพวกเขาก็จะเป็ครอบครัวของเธอ'
"ฉันคนเดียวจะสามารถดูแลที่นี่ได้อย่างไร และจะนำพาอย่างไร" หนังสือที่นี่มีอยู่ในนี้น้อยซะที่ไหน อย่างน้อยพวกเขาก็ควรสร้างผู้ช่วยมาให้กับเธอบ้างสิ เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ เช่นเธอจะทำคนเดียวได้อย่างไร
'ลินาพวกเราเชื่อว่าเธอทำได้ เพราะเธอคือเ้าแห่งดินแดนไร้นามนี้แล้ว' เสียงนั้นตอบ
"แล้วคุณเกิดจากอะไร ทำไมถึงได้มีแค่เสียงกลับไม่มีตัวตนเช่นฉัน" ลินาตัดสินใจถามสิ่งที่้าทราบออกไปอย่างไม่ลังเล
'ฉันเกิดจากอะไรมันไม่สำคัญหรอกนะ รู้เพียงว่าฉันจะอยู่ข้างเธอเอง'
"แล้วนอกจากทำหน้าที่เป็ผู้ดูแลที่นี่แล้ว ฉันพอจะมีความสามารถพิเศษอะไรอย่างอื่นไหม นอกจากสื่อสารกับเธอและหนังสือที่นี่"
'ลินาความสามารถของเธอไม่มีขีดจำกัด'
"ไม่จำกัดอย่างไร" ลินารีบเอ่ยถามออกไปทันที
'เพราะนอกจากที่เธอจะสามารถสื่อสารกับพวกเราได้แล้ว เธอยังสามารถปลุกตัวละครหรืออะไรก็ได้ในหนังสือนิยายเหล่านี้ขึ้นมามีตัวตนบนโลกใบนี้ได้ ด้วยการที่เธอััที่พวกเขา หรือเธอคิดอยากได้พวกเขามาอยู่กับเธอ และที่สำคัญเธอยังสามารถไปยังดินแดนมนุษย์ได้โดยใช้หนังสือเป็ตัวนำทาง แต่ทุกอย่างล้วนมีขีดจำกัด โลกของหนังสือเธอสามารถใช้เวลาในนั้นได้หนึ่งชั่วโมง และหากเธอไปโลกมนุษย์ เธอจะสามารถใช้เวลากับที่นั่นได้เพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น'
หลังจากที่ได้ฟังเสียงนั้นเล่าจบ ลินาถึงกับไปต่อไม่เป็ มันอาจจะฟังดูน่าสนใจและตื่นเต้น แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็ต้องทำหน้าที่อันใหญ่หลวงด้วยเช่นกัน และยังมีอีกหลายอย่างที่เธอยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับที่นี่ ไม่รู้ว่าการมีตัวตนของเธอในครั้งนี้จะเป็ความโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่.....