ไม่ทันรอให้หูเอ่อร์ฮั่นตอบว่าใช่หรือไม่ จี้หรูเยว่ก็กล่าวต่อ "ท่านกลัวิญญาของิอ๋องกลับมาทวงแค้นไม่ใช่หรือ"
หูเอ่อร์ฮั่นไม่ตอบว่า ทว่าแรงนิ้วที่บีบบนธนูเหล็กกล้าก็ได้ทรยศเขาแล้ว
จี้หรูเยว่ได้ยินเสียงกระดูกดังกร๊อบแกร๊บก็อดยกยิ้มเย้ยมุมปากไม่ได้ สายตาเ็าไร้ความอบอุ่นมองผ่านมู่อวิ๋นฮว่าไป แววบ้าคลั่งในนั้นไม่ผิดกับพายุหมุนรุนแรง "ในเมื่อกลัวก็อย่าให้เขาได้เวียนว่ายตายเกิดอีกเลยดีกว่า"
"หูเอ่อร์ฮั่น ให้ข้าจัดการเขา! แล่เนื้อเถื่อหนังเขามากินทีละชิ้น ไม่ให้เขาได้เวียนว่ายตายเกิดอีก!!"
ประโยคนี้ชวนให้มู่อวิ๋นฮว่าเย็นหลังวาบ ก่อนหันขวับกลับไปจ้องคนพูด นางรู้ดีว่ายามผู้หญิงคนหนึ่งบ้าคลั่งขึ้นมาแล้ว ไม่มีสิ่งใดที่ทำไม่ได้
ทว่าเื่ความรักไม่ใช่สิ่งที่จี้หรูเยว่จะตบมือข้างเดียวได้!
หากไป๋หลี่จงหัวหลอกให้ความหวังกัน นางคงไม่พูดถึงการเชือดเฉือนเนื้อหนังของเขา แม้แต่บดขยี้เขาให้เป็ผุยผงก็จะไม่พูดสักคำ
ทว่าั้แ่ต้นจนจบชายหนุ่มหาได้มีความรู้สึกดีๆ ต่อนางสักนิด ทั้งหมดเป็เพียงความรักข้างเดียวของจี้หรูเยว่เท่านั้น เพราะไม่ได้รับรักตอบจึงต้องตัดโอกาสเวียนว่ายตายเกิดของเขาไปด้วย
เมื่อเทียบกับจี้หรูเยว่แล้ว การแก้แค้นของมู่อวิ๋นฮว่านับว่ากระจอกงอกง่อยยิ่งนัก
ไป๋หลี่จงหัวถูกขุนพลทองคำกลุ่มหนึ่งจับกดลงกับพื้น ปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกราวกับสัตว์ที่ถูกคนแล่เนื้อทีละชิ้น...
"กินซะ!"
"กัดกินิอ๋อง ทำให้เขาไม่มีปัญญากลายเป็ิญญาได้"
"ฮ่าๆๆๆ ิอ๋องผู้ไร้เทียมทานตายแล้ว และยังเข้ามาอยู่ในท้องของข้าอีก"
"ได้กินเนื้อนี้ ข้าไม่กลัวอะไรอีกแล้ว!"
มู่อวิ๋นฮว่าหลับตาลง กำมือที่ทิ้งน้ำหนักอยู่ข้างตัวแน่นจนดังกร๊อบแกร๊บ เืลมในร่างพุ่งพล่าน
นางพูดมาตลอดว่านางจะฟาดฟันไป๋หลี่จงหัวเป็พันเป็หมื่นครั้ง ทว่ายามนี้เมื่อได้เห็นชายหนุ่มถูกรุมสกรัมเฉือนเนื้อเข้าจริงๆ นางกลับรู้สึกทนดูไม่ไหวและไม่อาจยอมรับได้!!
ต่อให้ไป๋หลี่จงหัวจะไม่ใช่คนแสนดี แต่เขาก็เป็วีรบุรุษผู้มีจิตใจเด็ดเดี่ยว!!!
วีรบุรุษสามารถตายในสมรภูมิได้ สามารถสละหัวและหลั่งเืได้ สามารถ... สามารถมีวิธีตายได้มากมาย แต่ไม่ใช่แบบนี้ เหมือน...
มู่อวิ๋นฮว่าบรรยายโทสะในใจออกมาเป็คำพูดไม่ได้ด้วยซ้ำ
น่าขันนักที่จะบอกว่านางซึ่งหวังให้ไป๋หลี่จงหัวตายมากที่สุด บัดนี้กลับกลายเป็คนที่ไม่้าให้เขาจากไปในสภาพนี้มากที่สุด!
มู่อวิ๋นฮว่าลืมตาขึ้น ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธ กวาดตาจ้องขุนพลทองคำที่ถือธนูทีละคน มุมปากของทุกคนมีคราบเื... นางไม่อยากคิดว่ามันเกิดจากอะไร
นางยกมือขึ้นก่อนหยุดอยู่กลางอากาศ เพียงแค่ปล่อยมือลงไปกระชากขุนพลทองคำที่กำลังรุมกัดกินไป๋หลี่จงหัวออก มิติลวงตานี้ก็จะพังทลายลง
เมื่อถึงเวลานั้น...
"มา กินอีกชิ้น!"
"กินไม่ลงแล้ว เก็บไว้ให้สัตว์ป่ากินเถอะ"
"บุญปากสัตว์พวกนั้นจริงๆ"
มู่อวิ๋นฮว่าหลับตาลงแล้วลืมตาขึ้นอีกครั้ง นางตัดสินใจแล้ว มือที่ยกขึ้นตั้งท่าจะปล่อยลงไป...
ทว่ามิติลวงตาทั้งหมดกลับเริ่มพังทลายลงในจังหวะนี้!!
"เกิดอะไรขึ้น?" มู่อวิ๋นฮว่าใ มือของนางยังไม่ได้แตะต้องขุนพลทองคำสักนิด มิติลวงตาจะถูกทำลายลงได้อย่างไร
นางไม่ทันได้คิดมาก แสงสีทองก็แยงตาจนลืมไม่ขึ้น เมื่อเปิดเปลือกตาขึ้นอีกครั้ง หญิงสาวก็กลับมาอยู่ในกระท่อมทรุดโทรมที่นางอาศัยอยู่มาสิบหกปีแล้ว
ผนึกกับดักอสูรแตกสลาย มู่อวิ๋นฮว่าถูกดึงตัวกลับมาทันทีพร้อมเืกระฉอกหนึ่งที่พ่นออกมาจากปาก...
"แค่ก"
กลิ่นคาวเืฟุ้งกระจายไปทั่วกระท่อมอันมืดมิดท่ามกลางเสียงหายใจหอบถี่ มู่อวิ๋นฮว่าทรุดลงกับพื้น ไร้สิ้นเรี่ยวแรงไปทั้งตัว
ยังไม่ทันได้เช็ดเืที่ไหลลงมาที่คาง มือมาดร้ายก็พลันพุ่งพรวดจากความมืดมาบีบคอนางไว้โดยไม่มีโอกาสให้ได้ต่อต้าน! มันยกตัวนางลอยขึ้นจากพื้น!
"อึก!"
สีหน้าของมู่อวิ๋นฮว่าแปรเปลี่ยนเป็เ็ปในทันที ความเย็นะเืพุ่งจากคอลามตรงไปถึงกระดูกสันหลัง ขนตามร่างกายตั้งชันขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
หนาว... หนาวเหลือเกิน!
มู่อวิ๋นฮว่ายื่นมือออกไป พยายามตบตีมือที่จับนางอยู่ งัดนิ้วแข็งแกร่งออกทีละนิ้ว... ทว่าถึงจะใช้แรงที่เหลืออยู่ทั้งหมด มือที่บีบคอนางไว้ก็ไม่คลายลงแต่อย่างใด
"มู่ อวิ๋น ฮว่า!" เสียงของไป๋หลี่จงหัวไม่เพียงแต่เ็า แต่ยังเปี่ยมล้นแววชิงชังชนิดที่แทบจะกลืนกินนางทั้งเป็ด้วยซ้ำ
"เ้าทำอะไรกับข้า!!" เสียงคำรามดังลอดออกมาจากหน้ากากปีศาจสีเงิน คนก็ยังเป็คนเดิม ท่าทีก็ยังเฉยเมยอยู่เช่นเดิม แต่ร่างนั้นกลับปรากฏขึ้นและหายไปเป็ระยะๆ อย่างไม่นิ่งเต็มที ชุดคลุมสีดำขาดวิ่นที่มีรอยกรีดนับไม่ถ้วนยังห่มอยู่บนร่างของเขา
เห็นชัดว่าเขาตายไปแล้วและไม่มีเืไหลรินอีกต่อไป แต่ร่างกายที่ปรากฏให้เห็นกลับยังเต็มไปด้วยรอยแผลทั้งแนวขวางและแนวตั้งจากมีดดาบ แทบหาิัที่สมบูรณ์ไม่ได้เลย
แต่ละรอยแผลล้วนพิสูจน์ได้ว่าร่างกายนี้เพิ่งประสบกับการทรมานที่โหดร้ายเพียงใด!
ความคับแค้นของไป๋หลี่จงหัวทำให้สัตว์ทุกตัวนอกกระท่อมเงียบลง ทั้งห้องเงียบสงัดจนไม่ได้ยินแม้แต่เสียงจิ้งหรีด มีเพียงเสียงดิ้นรนของมู่อวิ๋นฮว่าเท่านั้น
"ปะ... ปล่อย..." มู่อวิ๋นฮว่าพยายามเค้นคำนี้ออกมาจากปากอย่างเต็มกำลัง แต่ดูคล้ายมันจะทำให้อีกฝ่ายยิ่งหมดความอดทน มือที่บีบคอนางเริ่มรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ!
เท้าเหยียบไม่ถึงพื้น อากาศหายใจพลันร่อยหรอ ทำให้สมองของนางเริ่มมึนงงไปหมด หรือจะถึงคราวตายแล้ว
ในจังหวะนั้นนางนึกเสียดายอย่างถึงที่สุด หากนางรู้ว่าตนเองจะเผชิญหน้ากับสถานการณ์เช่นนี้หลังมิติลวงตาพังทลายลง นางคงขออยู่ดูความตายอันน่าสมเพชของไป๋หลี่ตจ้งหัวในมิตินั้น ไม่นึกเห็นอกเห็นใจเขาแม้แต่น้อย!
นางถึงขั้นอยากจะทำลายผนึกกับดักอสูรของตนเองเพื่อเขา... น่าขันยิ่งนัก!
สมองที่ขาดอากาศของมู่อวิ๋นฮว่าเริ่มปรากฎแสงสีขาว สติสัมปชัญญะกระจัดกระจายไป ชั่วขณะที่คิดว่าตนเองคงไม่รอดแล้ว ทันใดนั้นนิ้วมือเย็นะเืที่บีบคอจนเกือบแตกอยู่ก็โยนร่างนางออกไปกระแทกกับเตียง
"อึ่ก!"
เตียงไม้แข็งกระด้างส่งแรงกระแทกจนอวัยวะภายในของหญิงสาวคล้ายจะเคลื่อนที่ เืคาวไหลขึ้นมาจากลำคอ มู่อวิ๋นฮว่ากัดฟันกลืนไม่ลงด้วยซ้ำ! กว่าจะกลับมาหายใจได้อีกครั้งไม่ง่าย ร่างกายจึงหอบหายใจเข้าอย่างรุนแรงตามสัญชาตญาณจนไอสำลักออกมา
ทุกเสียงไอพาก้อนเืหลุดออกมาด้วย ความปรารถนาจะหายใจและอาการหายใจไม่ออกซึ่งต่างกันสุดโต่งตีกัน เรียกน้ำตาของนางให้ไหลพราก
ร่างกายเ็ป สมองมึนงง ทั้งยังหมดสิ้นเรี่ยวแรง ไฟโทสะของมู่อวิ๋นฮว่าเริ่มลุกโชน
เป็เช่นนี้ทุกครั้ง เจอไป๋หลี่จงหัวยามใดนางก็มักตกเป็รองอยู่ร่ำไป อยู่ในสภาพย่ำแย่ที่สุดเสมอ! เป็นางที่ทำได้เพียงยอมตกในเงื้อมมือของเขามาโดยตลอด ช่างน่าโมโหยิ่งนัก!
"คาถาอาคม! นึกไม่ถึงว่าคุณหนูใหญ่ผู้สูงศักดิ์แห่งตระกูลมู่ที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างสัตว์ป่าจะรู้คาถาอาคมด้วย! เ้าเกี่ยวข้องอะไรกับลัทธิฝานอิน!" คำถามเกรี้ยวกราดของไป๋หลี่จงหัวดังทะลวงความมืดมิด ชวนให้มู่อวิ๋นฮว่าสะดุ้งโหยง