“เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว!”
จู้เจียงเจียงแบกไม้ตั้งถังหูลู่บนไหล่ด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างหนึ่งก็ถือถังใส่เืหมูและเครื่องใน ใบหน้าเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ ในที่สุดก็กลับมาถึงหมู่บ้านเสี่ยวฮวงก่อนเวลาอาหารเที่ยง
ยังไม่ทันเข้าหมู่บ้าน เผยเสี่ยวอวี๋ที่ขุดผักป่าอยู่ในแปลงดินก็วิ่งเข้าหานางจากที่ไกล ๆ “พี่สะใภ้!”
ด้านหลังนางยังมีเด็กในหมู่บ้านตามมาอีกเป็พรวน
เพราะน้ำแกงเนื้อมื้อเมื่อวาน เผยเสี่ยวอวี๋จึงได้รับความนิยมเป็พิเศษจากเด็ก ๆ ในหมู่บ้าน จู้เจียงเจียงก็พลอยเป็ที่ชื่นชอบของพวกเขาไปด้วย
เพิ่งเข้ามาใกล้ พวกเด็ก ๆ ต่างก็เรียกนางอย่างดีอกดีใจว่า “พี่หญิงจู้”
จู้เจียงเจียงมองพวกไอ้เด็กลิงผอมแห้งกลุ่มนี้ที่ไม่แม้แต่จะสวมรองเท้า เสื้อผ้าบนร่างกายก็ใหญ่เกินตัว นางเองก็ชอบพวกเขามากเหมือนกัน
วันนี้นางได้ถังหูลู่ยกตั้งมาฟรี ๆ พอดี เช่นนั้นก็แบ่งให้พวกเขาแล้วกัน
“เสี่ยวอวี๋ เรียกพวกเด็ก ๆ ในหมู่บ้านมา ข้าเลี้ยงถังหูลู่ให้ทุกคนกินดีไหม?”
เผยเสี่ยวอวี๋ไม่ได้แสดงความไม่พอใจที่ของของตัวเองถูกคนอื่นแย่งไป แต่กลับดีใจเอามาก ๆ “พี่สะใภ้ พวกเราจะไปเดี๋ยวนี้”
พูดจบ พวกเด็ก ๆ ก็วิ่งกระจายไปเรียกคนทันที
จู้เจียงเจียงยังพูดไม่ทันจบ จึงทำได้แค่ะโตามหลังพวกเขาที่วิ่งจากไป “พวกเ้าเรียกพวกผู้ใหญ่ในบ้านมากินข้าวบ้านข้าด้วยเลย…”
ถึงอย่างไรเืหมูและเครื่องในก็เอากลับมาแล้ว ถือโอกาสตอนที่ยังสดอยู่ทำข้าวมื้อเที่ยงให้ทุกคน กินเสร็จแล้วจะได้ลงแปลงนาไปทำงาน
หากทำตอนเย็นอีก ทำงานเหนื่อยมาขนาดนั้น นางไม่อยากบริการคนมากมายกินข้าว หลังจากนี้ก็ทำให้กินตอนเที่ยงเลยแล้วกัน
จู้เจียงเจียงเอาไม้ตั้งถังหูลู่เสียบไว้ในร่องหินหน้าประตู ไม่รอให้เผยเสี่ยวอวี๋กลับมาก็เริ่มเตรียมมื้อเที่ยงทันที
เืหมูเริ่มแข็งตัวเป็ก้อนแล้ว ไม่จำเป็ต้องทำอะไรอีก แค่ตอนลงหม้อใช้มีดหั่นสักหน่อยก็พอ
ส่วนเครื่องใน ยังคงเหมือนเมื่อวาน ทอดลำไส้ใหญ่ ทำน้ำแกงกระเพาะหมูกับผักป่าอีกหนึ่งหม้อ
ในขณะที่นางกำลังง่วนอยู่กับการทำกับข้าว คนในหมู่บ้านก็ทยอยมากันแล้ว
สวี่หลิวซื่อเรียกป้าอีกสองคนมาช่วยจู้เจียงเจียงทำความสะอาดเครื่องในด้วยกัน เมื่อวานพวกนางเห็นแล้วว่าจู้เจียงเจียงทำอย่างไร วันนี้จึงลงมือทำตามได้เลย
“พี่สะใภ้ ทุกคนมากันหมดแล้ว” เผยเสี่ยวอวี๋วิ่งมาเรียกนางด้วยใบหน้าแดงก่ำ
เห็นจู้เจียงเจียงยังมีเื่ที่ต้องทำ สวี่หลิวซื่อจึงแย่งทรายละเอียดในมือนาง แล้วกล่าวว่า “สะใภ้เล็กไปทำสิ่งอื่นเถอะ พวกเราช่วยเ้าล้างเอง”
“ไม่เป็ไร ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร…”
จู้เจียงเจียงอยากจะปฏิเสธ แต่สวี่หลิวซื่อไม่รอให้นางพูดอีก แย่งงานในมือของนางไปจนหมดแล้วผลักนางออกไป
ในเมื่อเป็แบบนี้ เช่นนั้นนางขอไม่เกรงใจก็แล้วกัน
จู้เจียงเจียงลุกขึ้นเดินไปทางไม้ตั้งถังหูลู่ ตรงนั้นมีเด็กในหมู่บ้านล้อมอยู่เต็มไปหมด
พวกเขาเงยหน้ามองถังหูลู่สีแดงบนไม้ตั้ง เอาแต่กลืนน้ำลาย
“พี่ชุ่ยฮวา พี่เคยกินไหม?”
ในกลุ่มเด็กเหล่านี้หลูชุ่ยฮวาเป็เด็กที่อายุมากที่สุด มีนิสัยอ่อนโยน เป็เด็กดีรู้ความ พวกเด็ก ๆ ในหมู่บ้านต่างก็ชอบเล่นกับนาง
“ไม่เคย” หลูชุ่ยฮวายิ้มแล้วส่ายหน้า สายตาที่มองถังหูลู่มีความรู้สึกอิจฉาและอารมณ์อะไรบางอย่างเล็กน้อย
จู้เจียงเจียงไม่ได้คิดต่อ นางแค่หยิบถังหูลู่สองไม้ยื่นให้เผยเสี่ยวอวี๋ แล้วถึงจะแจกให้พวกเด็ก ๆ ในหมู่บ้านคนละไม้
น้องสามีบ้านตัวเองนะ แน่นอนว่านางต้องถือหางและรักมากกว่าอยู่แล้ว
จนพวกเด็กในหมู่บ้านที่อายุต่ำกว่าสิบขวบรับถังหูลู่กันไปหมดแล้ว บนไม้ตั้งก็ยังเหลืออีกหลายไม้
จู้เจียงเจียงมองกลุ่มคนแวบหนึ่ง ก่อนจะพบว่าหลูชุ่ยฮวาและเด็กโตหน่อยสองสามคนไม่ได้มารับจากนาง
“ชุ่ยฮวา พวกเ้ามาเอาถังหูลู่ไปกินสิ” นางกวักมือเรียกหลูชุ่ยฮวาและสองสามคนนั้น
เห็นได้ชัดว่าเมื่อได้ยินจู้เจียงเจียงเรียกพวกเขากินไปถังหูลู่ เด็กเ่าั้ล้วนไม่อยากจะเชื่อ “พวกเราอายุสิบสองสิบสามปีกันหมดแล้ว มีของพวกเราด้วยหรือ?”
จู้เจียงเจียงอดไม่ได้ที่จะยิ้มให้กับคำถามนี้ของพวกเขา “สิบสองสิบสามปีก็ยังเป็เด็กนะ รีบมาเร็วเข้าเถอะ!”
ในความเข้าใจของนาง พวกเขาก็คือเด็ก
แต่เหมือนจู้เจียงเจียงจะลืมไปแล้ว ตอนนี้นางก็แค่สิบห้าปีเท่านั้น
แจกถังหูลู่สามสิบอันบนไม้ตั้งหมดแล้ว บนถังหูลู่หนึ่งไม้มีซานจาเจ็ดลูก พวกเด็กกินกันอย่างเอร็ดอร่อย ผู้ใหญ่ในบ้านก็โชคดีได้กินด้วยหนึ่งลูก
คนทั้งหมู่บ้านรวมตัวกันอยู่หน้าบ้านตระกูลเผย กินถังหูลู่หวาน ๆ อยู่รอน้ำแกงเนื้อในหม้อสุก
ทุกคนไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะได้ใช้ชีวิตดีและน่าพึงพอใจเช่นนี้
เมื่อกับข้าวทำเสร็จแล้ว จู้เจียงเจียงก็แบ่งกับข้าวให้ทุกคน เืหมูเป็ฐาน เติมน้ำแกงกระเพาะหมูกับผักป่าจนเต็ม ้าวางลำไส้ใหญ่ทอดสองสามชิ้น
นี่คือค่าตอบแทนที่ทุกคนมาช่วย
เมื่อชาวบ้านยกกับข้าวกลับไป หน้าบ้านจึงเหลือแค่พวกนางสองคนพี่สะใภ้น้องสามีก้มหน้าก้มตากินข้าวกันสองคน
หลังจากกินมื้อเที่ยงเสร็จ จู้เจียงเจียงก็นอนไปพักหนึ่ง ถึงจะลุกจากเตียงแบกเสียมไปแปลงนา
ไม่รู้ว่าทุกคนในหมู่บ้านออกกันมาั้แ่ตอนไหน เมื่อรอพี่สะใภ้น้องสามีตระกูลเผยมาถึง คนในหมู่บ้านที่มาช่วยก็เริ่มไถดินรออยู่ก่อนแล้ว
ทุ่งนาแช่น้ำมาหลายวัน ดินร่วนซุย ขุดไถสบายขึ้นเยอะ
“สะใภ้เล็ก ที่ดินตรงโน้นเ้าจะปลูกอะไรไหม? หากเ้าจะปลูก ข้าจะให้ทุกคนช่วยเ้าทำ”
จู้เจียงเจียงลงแปลงนา เพิ่งทำได้ไม่นานสวี่เหล่าเกินก็เข้ามาถามนางพร้อมชี้ไปที่ที่ดินแปลงข้าง ๆ
“ปู่สวี่ นั่นเป็ที่ดินของใคร ทำไมต้องช่วยข้าปลูก?” นางมองผืนดินนั้นแวบหนึ่ง ค้นหาในสมองก็ไม่มีความทรงจำที่เกี่ยวข้อง
เมื่อนางถามไปแบบนี้ สวี่เหล่าเกินก็เอาแต่หลบสายตา แต่ก็ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม ถามแค่ว่านางจะปลูกไหม ๆ
“ปลูก ข้าปลูกแน่นอน!”
มีที่ดินเพาะปลูกมากขึ้น ทำไมนางจะไม่ปลูกล่ะ?
“ได้ พวกเราจะช่วยเ้าไถที่ดินผืนนั้นด้วย” สวี่เหล่าเกินพยักหน้าด้วยความยินดี ตบบ่านางเบา ๆ แล้วหมุนตัวรีบไปทำงานต่อ
ตอนนี้เขายังบอกจู้เจียงเจียงไม่ได้ ที่ดินด้านนั้นก็เป็ของตระกูลเผยด้วย
ตระกูลเผยเคยกำชับเขาไว้ ‘มีบางเื่ เมื่อเ้าสาวมีทายาทแล้ว ถึงบอกนางได้’
ที่ดินดั้งเดิมของตระกูลเผย บวกกับที่ดินที่ผู้ใหญ่บ้านให้นางปลูกเพิ่ม ทั้งสองแปลงรวมกันก็แทบจะเท่ากับครึ่งหนึ่งของไร่นาในหมู่บ้านเสี่ยวฮวงแล้ว
ทุกคนในหมู่บ้านทำงานด้วยกันกับจู้เจียงเจียง ประมาณเจ็ดแปดวันถึงไถดินเสร็จหมด
ในเวลาเจ็ดแปดวันนี้ ต้นกล้าที่ลงดินวันแรกเริ่มสูงเท่าฝ่ามือแล้ว รออีกเจ็ดแปดวันก็ดำนาได้แล้ว
เื่ช่วยงานที่นาใน่นี้ จู้เจียงเจียง่เช้าจะเข้าไปฆ่าหมูในเมือง เมื่อกลับมาแล้วก็ค่อยไปลงแปลงนาต่อในทุก ๆ วัน
เวลาครึ่งเดือนนี้ นางเก็บเงินได้นิดหน่อย รอดำนาเสร็จ ซื้อเครื่องครัวถ้วยชามใหม่เล็กน้อย ก็เตรียมเื่ตั้งแผงลอยได้แล้ว
หลังผ่านฝนต้นเดือน การเพาะปลูกฤดูใบไม้ผลิก็ได้เริ่มต้นขึ้น
จู้เจียงเจียงตื่นเช้าขึ้น กลับจากในเมืองเร็วขึ้น วางของเสร็จก็ออกจากบ้านไปทำนาแล้ว
ถึงแม้ต้องตื่นเช้าทุกวัน แต่ดีที่ตอนกลางคืนไม่ได้นอนดึก สติของนางยังถือว่าไม่เลว ระหว่างดำนาก็ร้องเพลงไปด้วย
เสียงร้องที่กระตุ้นให้ตัวเองสนุกของนางในท้องนาท่ามกลางูเากว้างใหญ่อันเงียบสงบนี้ ในที่สุดก็ดึงดูดความสนใจของเผยเสี่ยวอวี๋
“พี่สะใภ้กำลังร้องอะไรอยู่?” เผยเสี่ยวอวี๋กุมต้นกล้าเล็ก ๆ ไว้ในมือ และใช้ความพยายามอย่างที่สุดเพื่อจะช่วยทำนา
“ข้ากำลังร้องเพลงทำนา เสี่ยวอวี๋อยากเรียนไหม?”
ลมฤดูใบไม้ผลิที่พัดโชยบวกกับแสงแดดอ่อนกำลังดี จู่ ๆ จู้เจียงเจียงก็ฉุกคิดได้ การร้องเพลงในท้องนาก็ช่วยขจัดความเหนื่อยล้าได้ ดังนั้นจึงอยากจะสอนนาง
“ข้าอยากเรียน!”
“พี่หญิงจู้ พวกเราก็อยากเรียนด้วย!”
แปลงนาด้านข้าง พวกเด็ก ๆ ในหมู่บ้านที่โดนผู้ใหญ่ลากมาทำงาน เมื่อได้ยินจู้เจียงเจียงจะสอนเผยเสี่ยวอวี๋ร้องเพลง ต่างก็เข้ามาขอร่วมสนุกด้วย
“ได้ งั้นพวกเราร้องด้วยกัน!” จู้เจียงเจียงเปล่งเสียงออกไป
ความบันเทิงในหมู่บ้านมีค่อนข้างน้อย นางต้องทำให้พวกเขารู้สึกว่าดนตรีทำให้คนมีความสุขและพลัง
“♪ เหงื่อหนึ่งหยด ข้าวหนึ่งเมล็ด ทุกคนช่วยกันปลูก ฤดูใบไม้ผลิหว่านเมล็ด ฤดูใบไม้ร่วงเก็บเกี่ยว ผ่านฤดูหนาวพร้อมเสียงหัวเราะไปด้วยกัน ♪”
บทเพลงนี้เหมาะสมพอดีกับพวกเขาตอนนี้ ความหวังของทุกคนก็เป็แบบนี้ ‘เหงื่อหนึ่งหยด ข้าวหนึ่งเมล็ด ลำบากลำบนก็เพื่อผ่านฤดูหนาวอย่างมีความสุข’
ท่วงทำนองเพลงที่ร้องตามง่าย ตอนจู้เจียงเจียงร้องรอบที่สาม เสียงประสานจากรอบด้านก็ประสานเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ไม่เพียงแค่พวกเด็ก ๆ แม้แต่พวกผู้ใหญ่ก็ร้องไปด้วยกัน ท้องนาของหมู่บ้านเสี่ยวฮวงเต็มไปด้วยเสียงร้องในทันที
ทุกคนร้องเพลง ยิ้มไปส่ายหน้าไป มีความสุขที่สุด!