[จบ] สวรรค์ประทานหนูน้อยนำโชคมาสู่ครอบครัวชาวนา

    บทที่ 38 ถงเซิงนั้นเลิศล้ำเพียงใด (รีไรต์)

    บทที่ 38 ถงเซิงนั้นเลิศล้ำเพียงใด (รีไรต์)

     

    “โอ้สวรรค์! ตระกูลฉินมีเด็กสอบผ่านถงเซิงแล้วหรือ?!”

     

    “หมู่บ้านฉินของพวกเราจะไม่เจริญรุ่งเรืองได้อย่างไร ข้าจะต้องไปเปิดศาลบรรพชนเพื่อบอกกล่าวบรรพบุรุษ!”  

     

    ผู้อาวุโสสามกล่าวด้วยความตื่นเต้น

     

    ระบบการสอบขุนนางของแคว้นต้าหนิงกำหนดไว้ว่า เฉพาะผู้ที่สอบผ่านการสอบระดับอำเภอเท่านั้นจึงจะได้เป็นถงเซิงและมีสิทธิ์เข้าร่วมการสอบระดับเมืองเพื่อเป็นซิ่วไฉ*[1]

     

    แม้ว่าทุกปีอำเภอจะรับเด็กสอบเป็นถงเซิงได้จำนวนมาก แต่เขาไม่เคยเห็นถงเซิงที่อายุน้อยขนาดนี้มาก่อน บางคนอายุเจ็ดสิบแปดสิบแล้วก็ยังสอบระดับถงเซิงไม่ผ่าน

     

    หนูน้อยตระกูลฉินคนนี้ดูเหมือนจะอายุแค่แปดเก้าขวบเท่านั้น แต่เขาได้เป็นถงเซิงแล้ว

     

    เด็กที่สอบผ่านตั้งแต่อายุน้อยขนาดนี้ เรียกได้ว่าอัจฉริยะจริง ๆ วันหน้าไม่ต้องกังวลแล้วว่าจะสอบเป็นซิ่วไฉไม่ผ่าน

     

    เมื่อเห็นสีหน้าตื่นเต้นของผู้อาวุโสสาม ฉินลิ่งเหวินก็กะพริบด้วยความสงสัยยิ่งขึ้น

     

    “เด็กที่ได้เป็นถงเซิงเก่งมากเลยหรือขอรับ ในครอบครัวของพวกเรา นอกจากอาห้าแล้ว คนอื่นก็สอบผ่านแล้วทั้งนั้นขอรับ”

     

    คำพูดอันไร้เดียงสาของฉินลิ่งเหวิน ทำเอาผู้อาวุโสสามแทบจะเป็นลม อะไรนะ! ลูกหลานเกือบทุกคนของครอบครัวนี้เป็นถงเซิงกันหมดแล้ว!

     

    ตระกูลของพวกเขา... ตระกูลของพวกเขาจะมีถงเซิงถึงเก้าคน?!

     

    ผู้อาวุโสสามนับนิ้วคำนวณ คราวนี้เริ่มนั่งไม่ติด อยากจะไปเปิดศาลบรรพชนเสียเดียวนี้

     

    ต้องรู้ว่าหากตระกูลหนึ่งมีคนสอบได้เป็นถงเซิงหนึ่งคน หรือมีคนหนึ่งเข้ารับราชการเป็นขุนนาง นั่นก็เป็นเกียรติยศของทั้งตระกูลแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นตระกูลของพวกเขามีถึงเก้าคน และดูเหมือนว่าฉินลิ่งอันที่อายุน้อยที่สุดจะมีอายุเพียงหกเจ็ดขวบเท่านั้น

     

    ถงเซิงเก้าคนอย่างน้อยก็ต้องมีหนึ่งหรือสองคนที่สามารถเป็นซิ่วไฉได้ เมื่อถึงเวลานั้น หมู่บ้านพวกเราจะไม่เจริญรุ่งเรืองได้อย่างไร!

     

    “ท่านผู้อาวุโสสาม เดี๋ยวจะเริ่มงานเลี้ยงแล้ว เรื่องอื่น ๆ ค่อยว่ากันทีหลัง วันนี้กินให้อิ่มหนำก่อน แล้วค่อยคิดเรื่องอื่น” แม่เฒ่าฉินเห็นท่าทางตื่นเต้นของผู้อาวุโสสามจึงรีบเอ่ย กลัวว่าหากผู้อาวุโสสามตื่นเต้นมากเกินไปจนหัวใจวายจะยุ่งยากเอา

     

    “ใช่แล้ว ๆ ๆ ข้าจะกินข้าวก่อน ข้าต้องกินข้าวก่อน” ผู้อาวุโสสามตื่นเต้นจนเดินวนอยู่กับที่สองรอบ

     

    ตอนนี้เขามีความคิดเดียวคือต้องการเปิดศาลบรรพชน เพื่อบอกกล่าวต่อบรรพบุรุษว่าตระกูลฉินของพวกเขาจะมีถงเซิงถึงเก้าคน

     

    “ใช่แล้ว ๆ ๆ ดื่มกันเถอะ เถี่ยจู้ไปนำสุราใต้เตียงข้ามาอีกไหหนึ่ง วันนี้ข้าจะดื่มให้สำราญใจ” 

     

    ผู้อาวุโสสามเอ่ยด้วยความสุขใจ

     

    ฉินเหล่าเอ้อร์รีบกล่าวว่า “เชิญท่านผู้อาวุโสสามดื่มให้เต็มที่เถิดขอรับ แม้อาหารจะเรียบง่ายไปบ้าง แต่สุราและข้าวปลามีให้ท่านอย่างจุใจแน่นอนขอรับ”

     

    ไม่นานนัก อาหารก็ถูกยกมาวางบนโต๊ะ อาหารจานแรกที่ถูกยกมาคือผักกาดดองกับไข่แดง*[2] ตามมาด้วยอาหารนานาชนิดที่ทำมาเนื้อหมู มีทั้งเนื้อหมูต้ม ซี่โครงหมูอบ ไส้หมูผัด และขาหมูตุ๋น


    ถัดมาเป็นปลาทอด ผัดผักรวม และกระดูกหมูต้มฟัก เมื่ออาหารทั้งหมดถูกยกมาวางเรียบร้อยแล้ว ผู้คนต่างพากันตื่นตาตื่นใจ

     

    ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าตระกูลฉินจะจัดงานเลี้ยงอย่างใจกว้างเช่นนี้ ทั้งเนื้อปลา เนื้อหมู ผักสด มีอาหารมากถึงสิบกว่าอย่าง

     

    ขนาดในวันฉลองตรุษจีน พวกเขาก็ยังไม่เคยได้ลิ้มรสอาหารมากมายเช่นนี้

     

    แต่เมื่อคิดดูอีกที ตระกูลฉินสามารถส่งบุตรหลานเล่าเรียนจนสอบเป็นถงเซิงได้ถึงเก้าคน ฐานะคงไม่ธรรมดาเป็นแน่

     

    แม้ในใจจะครุ่นคิดถึงเรื่องราวต่าง ๆ แต่ก็ยังคงใช้ตะเกียบคีบอาหารไม่หยุด

     

    อาหารที่ได้กินล้วนแต่เป็นเนื้อสัตว์ทั้งนั้น พวกเขาแทบไม่ได้กินเนื้อเลยในรอบหนึ่งปี

     

    ผู้ที่กินข้าวเช้ามาแล้วรู้สึกเสียดาย หากรู้ว่าจะมีอาหารมากมายเช่นนี้ พวกเขาคงไม่กินก่อนมา ควรเก็บท้องไว้ให้ว่าง อาหารบนโต๊ะทั้งหมดเป็นของดี ไม่มีอะไรจะเทียบได้

     

    ในตอนนี้ ฉินเหล่าซื่อเปิดไหเหล้าอีกหลายใบ

     

    กินเนื้อคำหนึ่ง ดื่มเหล้าอึกหนึ่ง บรรยากาศในลานบ้านคึกคักเป็นอย่างยิ่ง

     

    ผู้อาวุโสสามจ้องมองพวกเด็ก ๆ ไม่วางตา ทำเอาฉินลิ่งอันและคนอื่น ๆ ขนลุกซู่ไปหมด แม้จะคิดจนหัวแทบระเบิดก็ยังไม่เข้าใจว่าท่านผู้อาวุโสสามต้องการทำอะไรกันแน่

     

    ชาวบ้านทั้งหญิงชาย ลูกเด็กเล็กแดงต่างมารวมตัวกินดื่มที่บ้านของแม่เฒ่าฉิน โดยไม่รู้เลยว่าในกระท่อมมุงหญ้าผุพังที่ท้ายหมู่บ้านนั้น ข้าวของได้หายไปแล้ว


    และไม่มีผู้ใดรู้สึกตัวเลยว่ามีสายตาอันแสนชั่วร้ายจ้องมองเล่อเหนียงอยู่

     

    เช้ารุ่งขึ้น ชาวบ้านต่างก็เริ่มเก็บเกี่ยวพืชผลกันอย่างขะมักเขม้น จนแทบไม่มีเวลาได้หยุดพัก

     

    แม้ว่าครอบครัวของพวกเขาจะไม่มีผลผลิตทางการเกษตรให้เก็บเกี่ยว แต่แม่เฒ่าฉินก็ไม่ได้นิ่งเฉย เช้าวันนี้ แม่เฒ่าฉินออกเดินทางขึ้นภูเขาพร้อมกับสะพายฉินเยาเยาไว้บนหลัง โดยมีสวี่ซิ่วอิงและสือไห่ถังติดตามไปด้วย

     

    แม่เฒ่าฉินไม่ได้เอ่ยปากเรียกเฝิงเสี่ยวฮวา คาดว่าคงรู้ดีว่าการเรียกนางนั้นคงเปล่าประโยชน์ 


    แต่ครานี้ เฝิงเสี่ยวฮวากลับทำในสิ่งที่ทุกคนคาดไม่ถึง นางถือตะกร้าเดินตามมาด้วย ทำเอาแม่เฒ่าฉิน สวี่ซิ่วอิง และฉินเยาเยา อดไม่ได้ที่จะมองนางด้วยความฉงน

     

    เฝิงเสี่ยวฮวาเปลี่ยนไปแล้วหรือ

     

    ส่วนด้านของฉินเหล่าซื่อพอเช้าตรู่ พวกเขาก็พาเด็ก ๆ ไปช่วยผู้เฒ่าผู้แก่และผู้ที่ไม่สะดวกในการเคลื่อนไหวเก็บเกี่ยวพืชผลในหมู่บ้าน

     

    โดยจุดหมายแรกที่พวกเขามุ่งหน้าไปก็คือบ้านของแม่เฒ่าจางที่อยู่ท้ายหมู่บ้าน 

     

    แม่เฒ่าจางมีอายุล่วงเลยห้าสิบปีแล้ว ชีวิตอาภัพยิ่งนัก ตอนยังสาวสามีตายจาก ต่อมาลูกชายก็มาด่วนตายจากไปอีก กระทั่งบั้นปลายชีวิตนี้หลานชายก็มาจากไปอีกคน ปล่อยให้นางต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวเดียวดายที่ท้ายหมู่บ้าน 

     

    บัดนี้อาการเจ็บป่วยก็มาเบียดเบียน นับว่าเป็นช่วงเวลาที่แสนลำบากที่สุดของนาง


    “แม่เฒ่าจาง พวกข้ามาช่วยท่านเก็บเกี่ยวขอรับ!”

     

    ฉินลิ่งผิงและฉินลิ่งอันจอมซุกซนวิ่งนำหน้าเข้ามาพลางร้องบอกเสียงดัง

     

    “แม่เฒ่าจาง ร่างกายของท่านยังไม่ค่อยแข็งแรง บ้านของข้าก็ไม่มีพืชผลให้เก็บเกี่ยว พวกข้าจึงตั้งใจมาช่วยงานท่านขอรับ”

     

    ฉินเหล่าซื่อกล่าวทักทายแม่เฒ่าจางด้วยรอยยิ้ม ไม่รอให้แม่เฒ่าจางเอ่ยตอบ พวกเขาก็เดินตรงผ่านลานบ้านด้านหลัง มุ่งหน้าไปยังนาข้าวเพื่อเกี่ยวข้าว

     

    รวงข้าวต้องถูกเก็บเกี่ยวและบรรจุใส่ถุงแบกกลับไปตากจนแห้ง ส่วนฟางข้าวก็ต้องเก็บมากองรวมกันตากแดดให้แห้ง สำหรับเป็นอาหารของวัว 

     

    ฉินเหล่าเอ้อร์กับฉินเหล่าซานต่างช่วยกันกวัดแกว่งเคียวเกี่ยวข้าว ส่วนฉินเหล่าซื่อนั้นรับหน้าที่แบกถุงข้าว ฉินลิ่งผิงกับฉินลิ่งอันผู้เป็นเด็กเล็ก วิ่งตามหลังทุกคนคอยเก็บรวงข้าวที่ร่วงหล่น พร้อมกับไล่จับกบเขียดอย่างสนุกสนาน

     

    ฝ่ายแม่เฒ่าจางก็ยกถาดที่มีซาลาเปาผักมุ่งหน้าไปที่นาข้าว โดยมีอาการไอเป็นระยะ 

     

    ฉินลิ่งผิงกับฉินลิ่งอันวิ่งเข้าไปหาแม่เฒ่าจางอย่างร่าเริง ส่วนฉินเหล่าซื่อกับคนอื่น ๆ ต่างก็ดื่มน้ำเพียงเล็กน้อย ไม่มีผู้ใดแตะต้องซาลาเปาผักแม้แต่ชิ้นเดียว

     

    “แม่เฒ่าจาง ท่านดูสิ ข้าจับกบตัวใหญ่ได้ด้วย” ฉินลิ่งผิงยกกบที่พ่อของเขาใช้รวงข้าวผูกไว้ให้ และพูดกับแม่เฒ่าจางอย่างตื่นเต้น

     

    แม่เฒ่าจางตาแดงก่ำ เอื้อมมือลูบหัวเล็ก ๆ ของเขา “ลิ่งผิงเก่งที่สุดเลย!”

     

    หลังจากนั้นจึงหันไปพูดกับฉินเหล่าซื่อและคนอื่น ๆ ว่า “พวกเจ้าบอกข้าเถิด ว่าข้าจะตอบแทนพวกเจ้าอย่างไรดี” 


    “ท่านแม่ของข้ากล่าวว่า ญาติมิตรที่ดีต้องรู้จักช่วยเหลือเกื้อกูลกัน รอปีหน้าบ้านของพวกข้าเริ่มเพาะปลูก ขอให้แม่เฒ่าจางช่วยชี้แนะพวกข้าด้วยเถิดขอรับ ว่าพวกข้าควรเพาะปลูกอย่างไรดี” 

     

    ฉินเหล่าซื่อดื่มน้ำหลายอึก ก่อนจะก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ

     

    แม่เฒ่าจางมีที่นาไม่มาก มีเพียงหนึ่งหมู่เท่านั้น ไม่ถึงครึ่งวันพวกเขาก็เก็บเกี่ยวข้าวเสร็จแล้ว

     

    แม่เฒ่าจางจะให้พวกเขาอยู่กินข้าวด้วยกัน แต่พวกเขาก็ปฏิเสธไป และรีบกลับบ้าน

     

    เมื่อเดินไปเพียงไม่กี่ก้าว ฉินเหล่าซื่อก็เดินกลับมาและกล่าวกำชับว่า “รวงข้าวเหล่านั้นตากแดดไว้หนึ่งวันก่อน พรุ่งนี้พวกข้าจะมาช่วยอีก ท่านร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง อย่าฝืนทำเองเป็นอันขาดนะขอรับ”

     

    แม่เฒ่าจางกำลังจะเอ่ยปาก แต่ฉินเหล่าซื่อก็หันหลังกลับไปเสียแล้ว

     

    แม่เฒ่าจางพิงประตู แล้วเอ่ยอย่างรู้สึกทึ่งขณะมองเงาหลังของพวกเขา “ไม่แปลกใจเลยที่ตระกูลฉินจะเจริญถึงเพียงนี้ พวกเขาทุกคนล้วนมีจิตใจเมตตา ทุกคนเป็นผู้มีบุญวาสนายิ่งใหญ่จริง ๆ!”

     



    [1] ผู้สอบผ่านระดับอำเภอ ซึ่งจะมีการจัดสอบปีละครั้ง

    [2] ไข่ที่ย้อมสีแดง เป็นประเพณีและสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สำคัญในจีน ใช้ในหลายโอกาสที่เกี่ยวข้องกับการเฉลิมฉลอง เช่น การเกิดของทารกใหม่ งานแต่งงาน และวันเกิด สีแดงในวัฒนธรรมจีนเป็นสีที่แสดงถึงความโชคดี ความสุข และชีวิตยืนยาว การมอบหรือแจกไข่แดงให้กับแขกจึงเป็นการส่งต่อความปรารถนาดีและโชคลาภให้แก่กัน นอกจากนี้ไข่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์และการเริ่มต้นใหม่ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ไข่แดงมีความหมายสำคัญในงานเฉลิมฉลองต่าง ๆ


    คล้ายกับเรื่อง[จบ] สวรรค์ประทานหนูน้อยนำโชคมาสู่ครอบครัวชาวนา ที่คุณอ่าน

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.78M 1459
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.58M 3137