“ ไอ้หนู กลุ่มข้างหน้านั่นคือกลุ่มนักล่ามืออาชีพทีมพยัคฆ์คำรามทุกคนแม้จะอยู่ขั้นแรกเริ่มระดับห้า แต่พวกเขาทำงานเป็ทีมแลล้มอสูรลงได้หลายตัวนัก “ สมเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้าช้าๆ
เมื่อทั้งสองมาถึง
ปราบที่มิอยากเป็ตัวปัญหาเขาจึงเร่งพนมมือไหว้อย่างรวดเร็ว
“ สวัสดีครับผมปราบเป็จอมยุทธฝึกหัดครับ “ เขาเอ่ย
“ ดี ดี ดี “ ชายหนุ่มคนหนึ่งร้องออก
“ รู้จักมีสัมมาคารวะเช่นนี้เห็นจะอยู่ด้วยกันได้นาน “ ชายหนุ่มเอ่ย
เขาเดินเข้าหาแล้วยึดเอากระเป๋าเป้ของเด็กหนุ่มไป
“ โอ้ “ ชายหนุ่มร้องลั่น
“ เ้าไปขโมยแก่นิญญาอสูรเหล่านี้มาจากที่ใด “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ พี่ชาย ข้าเก็บมันได้จากป่าที่ถูกะเิเมื่อวานครับ “ ปราบเอ่ย
“ ชิชะ เ้าตัวกะเปี๊ยกนี่มีดีใช่ย่อย ถึงกับกล้าไปยังที่ที่มิมีผู้ใดอยากไป “ เขาเอ่ย
“ ทักทายกันพอรึยัง “ ผอ.ยิ่งเอ่ยออก
กลุ่มนักล่ามืออาชีพส่งกระเป๋าเป้คืนให้เด็กหนุ่ม “ พลั่ก “ สายสะพายที่มาพร้อมกับหมัดซัดกลางอกของเด็กหนุ่มอย่างแรง
“ อั้ก “ เด็กหนุ่มกระอักโลหิตออกพร้อมกับร่างที่เหยียดถอยไปหลายก้าว
ชายหนุ่มเดินเข้าหาแลวางฝ่ามือลงบนศีรษะของเด็กหนุ่ม “ ไอ้หนู หากมิอยากตายก็อย่าได้คิดเป็ศัตรูกับพวกข้า “ เขาเอ่ยแลเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
“ ถุด “ ปราบบ้วนโลหิตทิ้งแลมองยังแผ่นหลังของนักล่ามืออาชีพ
“ คอยก่อนเถอะ กูจะเหยียบพวกมึงให้จมดินในสักวัน “ ปราบเอ่ย
“ ไอ้หนู การฆ่าจอมยุทธ ถือเป็ความผิดร้ายแรง หากเ้ามีหลักฐานที่สามารถจัดการพวกมันได้ เ้าจงเร่งนำมามอบให้กับผอ.ยิ่ง “ สมเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้าช้าๆ
“ น้องปราบพิภพใช่รึไม่ “ เสียงหญิงสาวดังขึ้น
“ ครับผมเอง “ ปราบเอ่ย
“ พี่สาวชื่อว่าแก้วจะพาน้องปราบไปทำเื่ต่างๆ “ แก้วเอ่ย
“ ลุงสม ผมไปแล้ว “ ปราบเอ่ย
“ อืม “ สมพยักหน้า
แก้วนำพาปราบมาจัดการเื่ราวต่างๆทั้งยังรับเอาชุดที่สวมใส่ เมื่อแก้วจัดการเื่ราวของเด็กหนุ่มแล้วเสร็จ นางจึงได้ส่งเด็กหนุ่มต่อให้กับกลุ่มชายฉกรรจ์
ปราบนั่งรถกลับยังบ้าน เขายิ้มออกอย่างดีใจเมื่อทุกอย่างเหมือนฝันทั้งที่ผ่านมาเพียงคืนเดียว เด็กหนุ่มแทบมิอยากจะเชื่อตนเองเลยว่าเวลานี้เขาจะกลายเป็จมยุทธเต็มตัวแล้ว
“ ขอบคุณเสือโคร่งอสูร “ เขาพึมพำ
รถของปราบมาถึงยังคอนโดมิเนียมของพ่อเขา เขาเร่งไปยังห้องอย่างรวดเร็ว
“ แม่ “ เด็กหนุ่มร้องออกเมื่อพบเจอมารดาของตน
“ ปราบลูกแม่ “ อิงอรที่ยังเสียใจครั้นเห็นบุตรชายของตนกลับมา นางพลันวิ่งเข้าสวมกอดเขาอย่างรวดเร็ว
อิงอรใช้สองมือของนางสำรวจไปทั่วร่างกายของชายหนุ่มอย่ารวดเร็วเพื่อสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น
“ พ่อ เวลานี้ผมเป็จอมยุทธฝึกหัดแล้ว “ ปราบเอ่ยพร้อมกับยื่นสัญญาให้บิดาของเขาดู
สมชายครั้นเห็นสัญญาน้ำตาของเขาพลันไหลอาบย้อมทั่วใบหน้า ทั้งสามโผเข้าสวมกอดกันอย่างรวดเร็ว
“ ผมจะพาพ่อและแม่ไปดูบ้านหลังใหม่ “ ปราบเอ่ย
“ จริงรึลูก “ อิงอรเอ่ย
“ ไปกับพี่ชายแว่นดำ เขาจะพาเราไปยังบ้านใหม่ “ ปราบเอ่ย
“ เชิญขอรับ “ ชายสวมแว่นกันแดดสีดำเอ่ย
อิงอรมองออกไปนอกกระจกรถที่เคลื่อนเข้าสู่เขตกลางของเมือง นางให้ตื่นเต้นเป็อย่างยิ่ง เพราะตั้งเกิดมานางเพิ่งเคยเข้ามาที่นี่เป็ครั้งแรก
สมชายที่เป็แรงงานประจำของเขตนี้เขารู้สึกตื่นเต้นเช่นกัน เพราะเวลานี้เขามิใช่แรงงานที่เข้ามาทำงานที่นี่แล้ว แต่เขาเป็ผู้อาศัยของเขตนี้ ความรู้สึกของเขาจึงแตกต่างจากเมื่อก่อนมากนัก
ปราบที่นั่งมองนิ่งแต่ในใจของเขากลับตื่นเต้นเหลือแสน นอกจากจะสามารถเข้ามาอยู่เขตกลางได้แล้ว เขายังมีบ้านใหม่ให้พ่อกับแม่แลพี่สาวทั้งสองของเขา ความรู้สึกของเขาจึงมากล้นเกินคำบรรยาย
เมื่อขบวนรถของปราบมาถึงบ้านหลังใหญ่ที่ถูกสร้างอย่างประณีต เด็กหนุ่มถึงกับหลั่งน้ำตากับบ้านหลังใหม่ที่ใหญ่ยิ่งกว่าเดิมมากนัก มันมีห้องนอนถึงสิบห้อง มันมีพื้นที่ใช้สอยทั้งในบ้านแลนอกบ้านกว้างใหญ่
เมื่อเข้ามาในบ้านทุกอย่างถูกตกแต่งไว้แล้วเสร็จเพียงหิ้วกระเป๋าก็เข้ามาอยู่ได้เลย ทั้งยังมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ล้ำสมัยยิ่ง
หลังจากเลือกห้องแลเก็บข้าวของแล้วเสร็จพี่สาวทั้งสองของเขาก็มาถึงยังบ้านหลังใหม่ พีม กับแพมต่างก็ส่งเสียงไชโยโห่ร้องวิ่งเข้าเลือกห้องของตนอย่างวุ่นวาย
เมื่อทุกอย่างแล้วเสร็จ เด็กหนุ่มได้แยกตัวไปยังห้องของตน แลทำการศึกษาตำราที่สม ชายชราให้เขามา
เด็กหนุ่มกางตำราออกแลอ่านมันอย่างละเอียดแลตั้งใจยิ่ง เพราะเขานั้นข้ามขั้นตอนของการฝึกฝน ชายชราสมจึงเกรงว่าพื้นฐานของเขาในอนาคตจะเสียหาย เขาจึงใช้คะแนนของเขาแลตำราฝึกยุทธมาให้กับเด็กหนุ่ม
เด็กหนุ่มอ่านตำราทีละหน้าแลทำการศึกษามันอย่างละเอียด
“ กาลก่อนเมื่อเกิดสัตว์อสูรบุกทะลวงดินแดนมนุษย์ มนุษย์มากมายต่างสูญสิ้นความหวังแห่งการอยู่รอด ใน่ที่มนุษย์ทุกข์เข็ญที่สุดได้ปรากฏคัมภีร์ฝึกยุทธร่วงหล่นลงจากฟากฟ้า ผู้คนจึงได้ทำการฝึกยุทธจนสามารถไล่ล่าสังหารสัตว์อสูรแลขับไล่มันไปยังส่วนที่อยู่ในปัจจุบัน “ เขาพึมพำ
“ ั้แ่วันนั้นจนวันนี้มนุษย์ได้ฝึกฝนยุทธมาร้อยกว่าปี แต่ก็ยังไม่มีมนุษย์คนไหนที่สามารถฝึกยุทธไปจนถึงขั้นเหนืุ์เลยสักคน “ เขาพึมพำ
“ มีมนุษย์ที่ฝึกฝนได้สูงที่สุดก็คือขั้นหลอมรวมกายาซึงเป็ขั้นที่สี่ แต่ยังมิมีมนุษย์คนใดก้าวข้ามขีดจำกัดไปได้ แม้นแต่สัตว์อสูรทั้งหลายก็ยังอยู่ในขอบเขตเดียวกัน “ เขาพึมพำ
ปราบถอนหายใจออกอย่างแรงแลปิดตำราลง เขาเข้าสู่กรรมฐานในทันใด
เด็กหนุ่มเพ่งจิตไปยังตันเถียนของตนเพื่อมองยังห้วงแห่งพลังของเขา ในตันเถียนของเขานั้นมีเนบิวล่าหลากสีสวยสดงดงามยิ่ง ทั้งยังมีดาราแห่งพลังสีทองสองดวงล่องลอยอยู่เหนือเนบิวล่าที่กำลังก่อตัวเป็ดาราแห่งพลังดวงที่สาม
จิตของเด็กหนุ่มมองยังเนบิวล่าที่กำลังก่อตัวเป็ดาราแห่งพลัง เขาพบว่ามันมีเนบิวล่าเพิ่มเติมเข้ามาโดยตลอดมิมีหยุดนิ่ง เขาให้สงสัยเป็อย่างยิ่งว่ามันเป็เช่นนี้ได้เช่นใด
ครั้นเขามองยังมวลอากาศรายรอบกายาของเขาเขาจึงได้รู้ว่าโลกนี้มีพลังฟ้าดินที่หมุนเวียนอยู่ทั่วโลก พลังฟ้าดินนี้เป็พลังอิสระที่มิอาจเก็บกักไว้ได้ แต่สามารถดูดซับเอาได้ผู้คนมากมายที่เป็จอมยุทธจึงใช้วิธีดูดซับเอาพลังฟ้าดินเพื่อฝึกฝนแลฟื้นฟูกายาของตน แทนโอสถแลยาต่างๆ
“ พลังฟ้าดินนี่เป็ของฟรีแต่หากจะใช้ฝึกฝนก็ยากยิ่งที่จะเติบโตได้รวดเร็ว “ เขาพึมพำ
“ เพราะฉะนั้นการใช้โอสถ ยา แลสมุนไพรจึงเป็ทางเลือกที่ดีที่สุด “ ชายหนุ่มพึมพำ
“ หากเป็นักหลอมโอสถหรือนักปรุงยาได้ ก็ยิ่งจะสามารถสร้างหนทางรวยได้ง่ายดายนัก “ เขาพึมพำ
“ ฮื่อห์ “ เด็กหนุ่มถอนหายใจออกอย่างแรง
ยิ่งเขาคิดถึงระดับของเขาแล้วเขาก็ยิ่งให้วิตก เพราะเขาเป็จอมยุทธเต็มตัวแล้วแต่ยังขาดประสบการณ์การต่อสู้แบบเป็ตาย มันจึงยากยิ่งที่เขาจะสามารถออกทำภารกิจได้ในเร็ววัน
“ ่นี้คงต้องเร่งฝึกฝนวิชาต่อสู้ แลควบคุมฐานพลัง “ เขาพึมพำ
ชายหนุ่มมองยังกล่องเหล็กที่มาพร้อมกับเขา เขาเปิดกล่องเหล็กออก
“ วิ้ง “ แสงเรื่อเรืองสาดส่องอาบย้อมทั่วห้องของเขา
ชายหนุ่มพลันเบิกตากว้างมองยังเกราะสีชาดที่วางอยู่ในกล่อง เขาวางฝ่ามือลงยังเกราะ
“ วู๊มม “ เกราะสีชาดนั้นพลันพุ่งเข้าผสานกับกายาของเขาในทันใด
“ สวัสดีปราบ ผมคืออัลตรอนเป็เอไอคอยช่วยเหลือคุณ “ อันตรอนเอไอเอ่ย