หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป....
ราฟาเอลฟื้นตัวดีตามลำดับ เดินเหินคล่องขึ้น แผลหน้าท้องไม่มีภาวะแทรกซ้อน รับประทานอาหารได้ปกติ ด้วยความแข็งแรงของร่างกาย ทำให้การฟื้นตัวเป็ไปได้เร็วกว่าที่คิด
วันนี้เป็เหมือนทุกวันที่เขาชะเง้อมองไปที่ประตูอยู่บ่อยครั้ง เพราะศัลยแพทย์สาวจะมาตรวจเยี่ยมอาการเวลานี้เป็ประจำ ถ้าไม่ติดเคสจริง ๆ
เขาเหลือบมองนาฬิกา ผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมงแต่ยังไม่มีวี่แววว่าเธอจะมา ถึงแม้เธอจะมาตรวจอาการของเขาทุกวัน แต่การพูดคุยระหว่างกันเป็ในลักษณะคนไข้กับหมอ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น หรือว่าง่าย ๆ ก็คือเธอพูดกับเขาเท่าที่จำเป็ เธอจะมาไม่กี่นาทีก็กลับถ้าอาการของเขาไม่มีอะไรเพิ่มเติม มากไปกว่านั้น เธอพยายามที่จะไม่สบตาเขาตรง ๆ
ั้แ่เหตุการณ์วันนั้น เธอจะอยู่ห่าง ๆ เวลาเข้ามาตรวจอาการ ซึ่งบางครั้งเขาก็อดน้อยใจไม่ได้ แต่ก็สุขใจอย่างประหลาด แค่ได้เห็นหน้าเธอทุกวันก็พอ เป็เขาเสียอีกที่คอยแอบล้อมมองปฏิกิริยาท่าทางของเธอเสียมากกว่า
"ผมว่าวันนี้คุณหมอคงติดเคสมั้งครับ อาจจะยังไม่มา" ไรอัลพูดขึ้นเหมือนรู้ทัน ทำให้คนที่นั่งอยู่บนเตียงร้อนรน เขาส่งสายตาดุไปยังบอดี้การ์ดคนสนิท วันนี้โจนส์ไม่อยู่ ไปจัดการธุระเื่งานให้กับเขา
"จะสิบโมงแล้ว" บอดี้การ์ดหนุ่มยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูพลางเอ่ยขึ้นหน้าตาเฉยขณะนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่โซฟารับแขกในห้องวีวีไอพี
"ถ้านายจะอยู่เฉย ๆ ไม่พูด ก็ไม่มีใครว่าอะไรนะไรอัล" เขาว่าพลางส่งสายตาอำมหิตไปทางบอดี้การ์ดคนสนิท
ไรอัลยิ้ม เขาแอบมองเ้านายหนุ่มมาสักพักั้แ่หลังเกิดเหตุโดนยิง เ้านายไม่เคยเป็แบบนี้มาก่อน ไม่ว่าจะเป็ผู้หญิงคนไหน ทุกคนที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านเลย ไม่เคยจริงจังกับใคร ทั้งที่มีสาว สวยรายล้อมมากมาย
แต่ผ่านไปไม่นาน เสียงประตูก็ถูกเปิดเข้ามาแต่ไม่ใช่คุณหมอคนสวย กลับเป็เจสสิก้าที่เดินเฉิดฉายเข้ามาภายในห้องคนไข้ หญิงสาวเอ่ยทักทาย
"สวัสดีค่ะ"
ไรอัลกลั้นหัวเราะ แอบยิ้มส่งสายตาบุ้ยปากไปทางหญิงสาวที่ก้าวเข้ามาในห้องและรีบลุกเดินออกไปทันที ทำเอาเ้านายหนุ่มมองตามอย่างเข่นเขี้ยวให้บอดี้การ์ดคนสนิท
"สวัสดีครับ" ราฟาเอลหันมายิ้มให้เธอ
"พอดีผ่านมาแถวนี้ก็เลยแวะมาเยี่ยมค่ะ" เจสสิก้าส่งยิ้มหวานให้ชายหนุ่ม ที่จริงเธอตั้งใจมาเยี่ยมเขาต่างหาก
"เป็ยังไงบ้างคะ ดีขึ้นไหม จะได้ออกจากโรงพยาบาลวันไหนคะ"
"น่าจะอีกวันสองวันนี้ คุณหมอยังไม่ได้กำหนดวันออกจากโรงพยาบาลที่แน่นอนครับ"
"แต่ดูแล้วท่าทางคุณราฟาเอลแข็งแรงขึ้นเยอะแล้วนะคะ"
"ครับ ผมก็รู้สึกแบบนั้น คงต้องกลับไปพักฟื้นที่บ้านอีกสักระยะ คิดว่าไม่นานก็น่าจะกลับมาเหมือนเดิม อยากกลับไปทำงานแล้วครับ นั่ง ๆ นอน ๆ น่าเบื่อเหมือนกัน"
"เห็นคุณพ่อจะนัดคุยงานกับคุณค่ะ เจสซี่เลยบอกท่านว่าอาจต้องรอสักระยะ ให้คุณกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมแล้วค่อยนัดคุย" หญิงสาวว่าพลางส่งยิ้มหวานโปรยเสน่ห์
"ได้ครับ วันหรือสองวันนี้ผมน่าจะออกจากโรงพยาบาล"
"รอคุณแข็งแรงก่อนดีกว่าค่ะ คุณพ่อไม่รีบ เอาให้คุณราฟาเอลหายดี ๆ ก่อนดีกว่า แล้วคุณหมอมาตรวจรึยังคะนี่"
"วันนี้คุณหมอยังไม่เข้ามาตรวจเลยครับ น่าจะติดเคสอยู่"
"ตายจริง แย่จังค่ะ ไม่ทราบหมอคนนั้นชื่ออะไรคะ ป่านนี้ยังไม่มาตรวจคนไข้ บอกได้นะคะถ้าที่นี่มีปัญหาเื่การให้บริการของเ้าหน้าที่"
"คุณหมอเธออาจจะมีคนไข้เร่งด่วนก็ได้ครับเลยยังไม่เข้ามาตรวจ" ชายหนุ่มแก้ต่างให้
ทว่าคนที่ถูกกล่าวถึง เดินเข้ามาภายในห้องพอดี จึงได้ยินการสนทนาของบุคคลทั้งสองอย่างชัดเจน เธอตัดสินใจเดินเข้าไปขัดจังหวะการสนทนาพร้อมกับเ้าหน้าที่พยาบาลเฝ้าไข้ที่เดินตามมาติด ๆ
"ต้องขอโทษด้วยค่ะที่มาช้า พอดีมีเคสฉุกเฉินเลยทำให้ล่าช้า" ทั้งคู่หันไปมองศัลยแพทย์สาว เจสสิก้าปรายตามองคุณหมอสาวด้วยท่าทางที่ไม่ค่อยเป็มิตร พยายามรักษาสีหน้าให้เป็ปกติเพราะอยู่ต่อหน้าชายหนุ่ม ก่อนจะเอ่ยกับมีร่าด้วยน้ำเสียงไว้ตัวนิด ๆ
"วันหลังควรจะแจ้งให้คนไข้ทราบด้วยสิค่ะว่าอาจจะมาล่าช้าคนไข้จะได้ไม่ต้องรอ" เจสสิก้าตำหนิออกไปตรง ๆ และมองผู้ที่เข้ามาใหม่ั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยแววตาที่แสดงการดูถูกอย่างไม่คิดจะปิดบัง
"ค่ะ! ต้องขอโทษอีกครั้ง ถ้าจะให้อธิบายเื่ราวคงยาว คิดว่าเสียเวลาเปล่า ๆ อีกอย่างคนไข้ที่ฉันดูแลก็ไม่ได้มีแค่คนไข้วีวีไอพีคนเดียว ยังมีคนไข้อีกหลายคนที่้าการดูแลจากฉัน" มีร่าพูดด้วยใบหน้าเรียบเฉย ไม่ได้รู้สึกอะไรกับคำตำหนินั่น ไม่ได้ใส่ใจมากมาย เพราะถ้ามัวแต่คิดเล็กคิดน้อยคงบ้ากันพอดี
ด้วยอาชีพนี้ รู้ดีว่าบางทีญาติอาจจะเื่มาก โดยเฉพาะคนไข้ห้องพิเศษทั้งหลาย เจสสิก้าเสียอีกที่เมื่อได้ยินหญิงสาวตอบกลับมาด้วยความสุภาพแต่เด็ดขาดก็ถึงกับต้องหยุดพูดไปเลย เธอจึงได้แต่ส่งสายตาขุ่นเคืองไปให้กับศัลยแพทย์คนนี้
มีร่าเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรแล้ว จึงเดินเข้าไปตรวจชายหนุ่มที่นั่งเอนหลังอยู่บนเตียง รีบตรวจให้เสร็จเพราะไม่อยากจะอยู่ห้องนี้นาน
เมื่อตรวจเสร็จก็เขียนอะไรหยุกหยิกในแฟ้มประวัติก่อนจะหันไปสั่งงานกับเ้าหน้าที่พยาบาลเฝ้าไข้สองสามประโยค จากนั้นจึงหันมาคุยกับคนไข้
"วันพรุ่งนี้ฉันจะให้คุณราฟาเอลกลับบ้านได้แล้วนะคะ อาการทั่วไปปกติ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ภาวะแทรกซ้อนก็ไม่พบ ผลตรวจเืก็ปกติ แผลก็เริ่มแห้ง แต่อาจจะต้องทำแผลต่ออีกสองสามวันและจะนัดให้มาตัดไหม เดี๋ยวเ้าหน้าที่พยาบาลจะคุยในรายละเอียดให้ฟังอีกครั้งก่อนกลับ มีอะไรจะถามหมออีกไหม" มีร่าพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ขณะที่พูด ถึงแม้จะมองหน้าชายหนุ่ม แต่เธอกลับพยายามไม่สบตาตรง ๆ เขารู้สึกขัดใจชะมัด อยากจับมาฟาดก้นสักสองสามที ให้ ตายเถอะแม่คุณ! จะรังเกียจอะไรกันขนาดนี้ เขาไม่ตอบเพราะกำลังหงุดหงิดกับน้ำเสียงและท่าทางของเธอ
"งั้นพรุ่งนี้ให้เจสซี่มารับนะคะ ไม่ต้องเกรงใจ เจสซี่เต็มใจค่ะ" เจสสิก้าขอร้องชายหนุ่มพร้อมกับส่งเสียงออดอ้อนทำตาปริบ ๆ
"เอ่อ...ก็ได้ครับ" เขาไม่สามารถปฏิเสธได้จริง ๆ
ชายหนุ่มลอบมองแพทย์เ้าของไข้ของตัวเอง แต่ก็พบเพียงใบหน้าที่เรียบเฉย อยากจะรู้นักว่าเธอมีความรู้สึกนึกคิดอย่างไร
"ถ้าไม่มีอะไรแล้วต้องขอตัวก่อนนะคะ" มีร่าเดินออกจากห้องทันทีหลังพูดเสร็จ ปล่อยให้ชายหนุ่มส่งสายตาขุ่นเคือง ขบกรามเบา ๆ มองตามหลังเธอไปจนสุดสายตา
'ฝากไว้ก่อนเถอะคนสวย!'
ฝั่งเจสสิก้าแอบปรายตามองหมอมีร่าด้วยสายตาเหยียดหยามดูแคลน พร้อมกับแอบเบ้ปากเบา ๆ
"งั้นสาย ๆ เจสซี่ มารับนะคะ"
ราฟาเอลที่ไม่สามารถปฏิเสธอะไรได้จึงยิ้มแกน ๆ ส่งให้เธอ
วันนี้มีร่ามีเคสผ่าตัดยาวั้แ่เที่ยงวันจนถึงตอนนี้ ซึ่งเป็เวลาสามทุ่มตรง หญิงสาวทั้งเหนื่อยทั้งหิว มื้อเที่ยงได้ทานแค่สลัดทูน่าและซุปครีมเห็ดกับพัฟเคลือบน้ำตาลไปสองสามชิ้น มื้อเย็นทานแซนด์วิชไปหนึ่งชิ้น ซึ่งไม่ได้ช่วยให้อาการหิวทุเลาลงเลย เมื่ออกจากห้องผ่าตัดมาได้จึงคิดว่ากลับห้องพักน่าจะดีกว่าเพราะดึกมากแล้ว เผื่อมีอะไรในตู้เย็นและอยากจะอาบน้ำให้สบายตัวด้วย
หญิงสาวเปิดประตูห้องเข้าไปพร้อมกับเปิดไฟ เมื่อแสงไฟในห้องสว่างขึ้น เธอก็ต้องใกับบุคคลที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของเธอ ราฟาเอลเลิกคิ้วส่งยิ้มอย่างคนเ้าเล่ห์ให้เธอ เป็เธอเสียอีกที่แผดเสียงขึ้นมาแทน
"คุณ! เข้ามาได้ยังไง ใครอนุญาตให้เข้ามา" มีร่าเอ่ยขึ้นด้วยความใปนหวาดระแวงสงสัย สีหน้าไม่พอใจอย่างมากกับการปรากฏตัวของเขาในเวลานี้ แถมยังนั่งสบายอารมณ์ประหนึ่งเป็ห้องของตัวเองก็ไม่ปาน
"ก็เปิดประตู เดินเข้ามา นั่งรอ ไม่เห็นยากเลย อ้อ! ลืมบอก ผมขออนุญาตเ้านายของคุณแล้ว" ชายหนุ่มตอบพร้อมกับยักไหล่ ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์
ราฟาเอลเอามือเท้าคางมองมายังเธอเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาไม่ได้บอกเธอตรง ๆ ว่าที่จริงแล้วเขาเองเป็คนสั่งแกมบังคับให้คารอสสั่งให้แม่บ้านมาเปิดประตูห้องเธอทิ้งไว้ แค่นั้นจริง ๆ สาบานได้
"ออกไปเลยนะ คุณเป็คนไข้ หายไปแบบนี้ทางตึกผู้ป่วยเขาอาจกำลังตามหาคุณอยู่ก็ได้" หญิงสาวท้วงติง พยายามหาเหตุผลให้เขากลับ แต่มันไม่ได้ผลเพราะร่างสูงไม่ไหวติง
"พูดเป็เด็ก ๆ ไปได้ ใครจะหนีหายกัน ผมแจ้งเ้าหน้าที่ที่ตึกผู้ป่วยแล้วว่าผมจะออกไปเดินเล่นออกกำลังกาย จะได้ฟื้นตัวเร็วขึ้น ไม่เห็นเ้าหน้าที่ว่าอะไรเลย"
มีร่าที่กำลังจะหยิบมือถือออกมาเพื่อแจ้งให้เ้าหน้าที่หอผู้ป่วยวีวีไอพีรับทราบถึงกับชะงักไป แต่ก็เพียงครู่เดียวเท่านั้น
"นั่นคุณจะโทรไปไหน เดี๋ยวเขาก็รู้กันหมดว่าผมอยู่ในห้องคุณ ลองคิดดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีคนรู้ว่าผมอยู่ในห้องคุณหมอมีร่าสองต่อสอง แบบนี้มันน่าคิดนะว่าไหม" ชายหนุ่มเอ่ยยิ้มๆ หญิงสาวคิดตามที่เขาพูดก็เห็นว่าจริงแต่มันไม่ถูกต้อง!!!
"เอาน่า คิดเสียว่าผมมาปรึกษาเื่อาการเจ็บป่วยก็แล้วกัน" เขาเสนอความคิด
"ออกไปเลยคุณ ไม่งั้นฉันจะแจ้ง รปภ. ว่าคุณจะเข้ามาคุกคามฉัน" เธอขู่
"เดี๋ยวนะ! ข้อหาแรงไปรึเปล่า ผมยังไม่ได้คุกคามอะไรคุณเลยนะคุณหมอคนสวย" เขาหัวเราะหึหึในลำคอ นั่งเคาะโต๊ะอย่างสบายอารมณ์ที่ได้แหย่เธอ
"ไม่แน่คุณอาจจะคุกคามผมแทนก็ได้ว่าไหม" พูดแค่นั้นเขาก็ลุกจากเก้าอี้ ยืนเต็มความสูงแล้วเดินเข้ามาหาเธอช้า ๆ
"บ้าสิ! หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะคุณ"
แต่ร่างสูงไม่สนใจ ยังคงเดินอาด ๆ เข้ามาไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
"ฉันบอกให้คุณหยุดอยู่ตรงนั้น ไม่งั้นฉันจะะโให้คนช่วย" เธอมีสีหน้าใ
"ผมยังไม่ทำอะไรคุณเลย" เขาทักท้วงแต่ก็ไม่หยุดเดิน เธอก็ถอยออกไปเรื่อย ๆ แอบหวั่นว่าเขาจะทำอะไร
"เรามาคุยกันหน่อยดีกว่า ผมไม่ชอบที่มันคาราคาซังแบบนี้"
"คุยอะไร ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ" เธอขึ้นเสียงเล็กน้อย
เมื่อเขาเห็นท่าทางหวาดหวั่นของเธอจึงอยากจะแกล้งเสียให้เข็ด ถือโอกาสเดินเข้าไปประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว เรียวแขนแกร่งตวัดรวบเอว ดึงเธอเข้ามาแนบชิดอย่างไม่ให้ตั้งตัว พันธนาการตัวเธอด้วยอ้อมแขนแข็งแรง ในที่สุดจึงตกอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มอย่างเลี่ยงไม่ได้
"ปล่อย" เธอถลึงตาใส่เขาด้วยความไม่พอใจที่เขาทำแบบนี้กับเธอเหมือนไม่ให้เกียรติ! ใช้สองมือผลักหน้าอกของเขาให้ออกห่าง
"ไม่ปล่อย จะทำไม"
มีร่าพยายามดิ้นขลุกขลักในอ้อมกอดของชายหนุ่ม กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ บวกกับกลิ่นกายสาวชวนให้หลงใหล มีร่าหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธที่เขาถือวิสาสะเข้ามาในห้องของเธอแถมยังมีท่าทีรุ่มร่ามกับเธอแบบนี้
"ปล่อยนะ! อีตาบ้า คุณกำลังคุกคามฉัน" เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง ส่งสายตาไม่พอใจให้เขา แต่ชายหนุ่มไม่มีท่าทีจะปล่อยเธอออกจากอ้อมแขน แถมยังตีหน้าตายกระชับอ้อมกอดมากขึ้นกว่าเดิม
"อ๋อ! นี่สินะที่เขาเรียกคุกคาม แต่ถ้าคุกคามมากกว่านี้จะเรียกว่าอะไรบอกหน่อยสิ เผอิญผมสอบตกวิชากฎหมาย"
มีร่าเบิกตากว้างกับคำพูดของเขา ชายหนุ่มหัวเราะหึหึในลำคออย่างอารมณ์ดี แล้วก็โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ กระซิบข้างใบหูเล็กน่ารักของหญิงสาวเบา ๆ จงใจให้ปลายจมูกเฉียดแก้มเนียน เล่นเอาเธอร้อน ๆ หนาว ๆ ชอบกล
"อยากรู้จังว่าเวลาคุณอยู่ใกล้ ๆ ผมแบบนี้ คุณจะรู้สึกยังไงบ้าง" เสียงนุ่มทุ้มกระซิบแ่เบาชิดใบหู รู้สึกถึงริมฝีปากอุ่นของเขาที่เคลียคลอบริเวณนั้น ความรู้สึกวาบหวามอย่างประหลาดก่อตัวในช่องท้อง เธอพยายามดิ้นรนผลักไสเขาแต่มันไม่เป็ผลเอาเสียเลยเหมือนผลักกำแพงสูงก็ไม่ปาน
‘นี่เขาเอาแรงมาจากไหนกัน เขาไม่สบายอยู่นี่ ไม่เจ็บแผลรึไงนะ แต่ท่าทางน่าจะหายเป็ปกติแล้ว'
"บอกผมสิว่าคุณรู้สึกยังไง" เขาคาดคั้นคำตอบจากเธอ
"ฉันไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น" เธอตอบด้วยน้ำเสียงเ็า สีหน้าเรียบเฉย เบือนหน้ามองออกไปทางอื่น
"จริงเหรอว่าไม่รู้สึกอะไร รู้ไหมผมไม่ชอบเวลาคุณทำหน้าเหมือนเราไม่รู้จักกัน หรือท่าทางเ็าเวลาเจอผม" น้ำเสียงชายหนุ่มหงุดหงิดเล็กน้อยเหมือนไม่ได้ดั่งใจ
"คุณไม่ชอบก็เื่ของคุณ มันไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน คุณกับฉันก็แค่คนเคยรู้จักกัน ผ่านมาก็ผ่านไป ไม่มีอะไรให้จดจำและไม่ได้มีอะไรสำคัญมากไปกว่านี้" แววตาเ็านั้นเขาไม่ชอบที่สุด
"คุณโกรธผม" เขาพูดขึ้น เหมือนพูดกับตัวเองมากกว่า
"ใครโกรธคุณ ปล่อย!" มีร่าสะบัดหน้ามามองเขาด้วยความไม่พอใจ น้ำเสียงไม่เ็าอีกต่อไปแล้ว กลับกลายเป็กรุ่นโกรธ
"ไม่ปล่อย! เรายังคุยกันไม่รู้เื่และผมไม่ชอบให้มันคาราคาซังแบบนี้" ชายหนุ่มดันตัวเธอชิดฝาผนัง พูดเสียงดังฟังชัด กรามขบแน่น ท่าทางโกรธและตัดพ้อในคราวเดียวกัน
หญิงสาวเห็นท่าทางของเขาที่ดูเหมือนจะโกรธแต่ก็หวั่น ๆ กล้า ๆ กลัว ๆ เลยคิดว่าใช้ไม้อ่อนกับเขาน่าจะดีกว่า
"งั้นปล่อยฉันก่อนนะคะแล้วมาคุยกันดี ๆ" ชายหนุ่มเลิกคิ้วที่เห็นท่าทางของเธออ่อนลง
แต่ใครจะรู้ว่าราฟาเอลไม่ตกหลุมพรางเธอแน่ ๆ เขารู้เท่าทันเธอ จึงยิ้มมุมปากอย่างคนเ้าเล่ห์
"โอเค ผมจะปล่อยคุณก็ต่อเมื่อคุณรับปากผมก่อนว่าจะทำตามที่ผม้า แล้วผมจะปล่อยคุณ" เขายื่นข้อเสนอ
"รับปากเื่อะไร" เธอทำหน้าบึ้งตึงโกรธกรุ่น พยายามนับหนึ่งถึงสิบบอกตัวเองให้ใจเย็น ๆ
ทว่าเขากลับโน้มใบหน้าเขามาใกล้กว่าเดิม ลมหายใจอุ่น ๆ เป่ารดใบหน้าสวย เธอรู้สึกประหม่าหวั่นไหวอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนแต่พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกนั้นไว้
"นั่นสิ ทำอะไรดี" เขาเล่นลิ้นยิ้มกริ่มอย่างเป็ต่อ นั่นทำให้เธอหงุดหงิดกับท่าทางยียวนกวนประสาทของเขา เธอพยายามดิ้น ใช้มือผลักหน้าอกแกร่ง ใช้ทั้งเข่าและขา แต่ร่างสูงของเขาไม่กระเทือนเลยสักนิด เขาใช้ขาล็อกตัวเธอไว้ไม่ให้ดิ้น
'ถ้าเธอไม่ยอม ใครจะรับประกันว่าเขาจะไม่ทำอะไร บางทียอมเขาแล้วค่อยคิดว่าจะทำอย่างไรน่าจะเป็ความคิดที่ดีกว่า'
"โอเค! ฉันยอมแล้ว ปล่อยฉันได้แล้ว" ท่าทางและน้ำเสียงฟังดูอ่อนลง ทว่าเขากลับไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิด ชายหนุ่มเปลี่ยนท่าแต่ยังคงโอบกอดเธอไว้ กลิ่นอาฟเตอร์เชฟบวกกับกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ปะทะจมูก ทำให้ใจเธอปั่นป่วนชอบกล รู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ ทั้งที่แอร์ในห้องก็เย็นฉ่ำ หัวใจดวงน้อยเต้นแรง
"ขอคิดดูก่อนได้ไหม" เขาแกล้งเธอ
"นี่คุณ!" เธอเริ่มขึ้นเสียงอีกครั้ง เขาส่งเสียงพร้อมทำท่าทางให้เธอเงียบเสียง
"ชู่ว์ เบา ๆ สิ เดี๋ยวคนอื่นมาได้ยินคุณจะลำบาก" เขาว่าพลางยิ้มแบบไม่อนาทรร้อนใจ
"บ้าที่สุด!" เธอหน้าแดงก่ำ ทั้งโกรธทั้งอาย เกิดมาไม่เคยมีผู้ชายคนไหนกล้าทำแบบนี้กับเธอเลยสักครั้ง ความรู้สึกตอนนี้สับสนบอกไม่ถูกว่าจะทำยังไง ได้แต่หงุดหงิดตัวเองเป็ที่สุดที่ไม่สามารถทำอะไรได้
ก๊อก ๆ ก๊อก ๆ
ในตอนนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงเรียกของใครบางคนหน้าห้อง ทั้งสองหันไปตามเสียงเคาะประตู