ทันใดนั้นก็มีเสียงของชายหนุ่มผู้ได้รับาเ็ทั่วทั้งตัวดังขึ้นมาจากด้านหลังก้อนหินก้อนนั้น
“แม้หนทางจะถูกกีดขวางเอาไว้ด้วยอุปสรรคที่ไม่อาจทำลายได้ แต่ข้าเมอบิอุส ขอประกาศเอาไว้ ณ ที่นี่ว่าหัวใจของข้าจะไม่ละทิ้งซึ่งความหวัง ที่จะแปรเปลี่ยนเป็ความเป็ไปได้...ความเป็ไปได้ที่จะมีชัยเหนือเ้า”
เมอบิอุสยืนอยู่อย่างทระนงที่หลังก้อนหิน ความสำคัญของคำสัญญาความสำคัญของสิ่งที่เขาต้องปกป้องนั้น ได้ผลักดันเขาให้เข้าสู่ความเป็ไปได้ใหม่ที่มีเพียงแต่ชายหนุ่มผู้สูญเสียทุกอย่างของเขาเท่านั้นที่จะเข้าถึง
แม้ภายในโลกจำลองนี้เขาจะสามารถรับรู้สิ่งต่างๆผ่านประสาทััทั้งห้าของเขาได้แต่แท้จริงแล้วสิ่งที่เขารับรู้นั้นไม่มีอยู่จริงมันเป็เพียงคลื่นสมองจำลองที่ส่งมายังประสาทส่วนกลางเพื่อประมวลผลเท่านั้นและสำหรับเขาผู้ซึ่งสูญเสียประสาทััที่แท้จริงทั้งห้าไปแล้ว สมองของเขาจึงได้ใช้ทุกส่วนที่เคยใช้กับประสาทััทั้งห้ามาใช้กับการประมวลผลด้วย เปรียบได้กับคนที่ตาบอดจะหูดีกว่าคนที่ตาสามารถมองเห็นได้
แต่ในกรณีของเมอบิอุสที่สูญเสียทุกอย่างไป การพัฒนาที่สมองส่วนกลางนั้นจึงทรงพลังมากกว่าหลายเท่าทำให้ตอนนี้การคิดวิเคราะห์ การคาดการณ์ และปฏิกิริยาตอบสนองของเขาเหนือกว่าคนทั่วไปอย่างเทียบไม่ติด
“ฮูม !!!”
เสียงของต้นไม้ปีศาจที่ะโขึ้นเปรียบดังเสียงระฆังบอกการเริ่มศึกตัดสินครั้งนี้กำปั้นขนาดั์ที่เกิดจากเถาวัลย์ที่สานเข้าด้วยกันของมันเกือบถึงก้อนหินที่ทั้งสองอยู่แล้ว
ตูม !!!
เสียงะเิที่ดังก้องไปทั่งถ้ำแสดงถึงความร้ายแรงของการโจมตีเป็อย่างดีแต่ท่ามกลางกลุ่มเกสรสีเหลืองนั้นไม่มีเศษก้อนหินกระเด็นไปทั่วแต่อย่างใดเพราะว่าเมอบิอุสได้ดูดก้อนหินก้อนนั้นเข้าไปในมือซ้ายของเขาเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่เถาวัลย์หักจะทำลายมันเสียงะเิที่ดังขึ้นเป็เพียงเสียงของเถาวัลย์ที่โจมตีลงไปบนพื้นถ้ำที่เป็พื้นหินอย่างแรงจนจมลงไปหลายฟุต
เมอบิอุสรีบวิ่งขึ้นไปบนเถาวัลย์ั์ที่ปักลงลึกจนยากที่จะถึงออกด้วยพลังของรองเท้าเขี้ยวเสือที่สามารถยึดเกาะสิ่งต่างๆได้ดีมือทั้งสองข้างว่างเปล่าเนื่องจากต่อจากนี้เขาต้องอาศัยความคล่องตัวอย่างถึงที่สุด
“เ้าต้นไม้อัปลักษณ์โทษทัณฑ์ที่เข้าได้ทำลายสถานที่ที่ทั้งสวยงามและสำคัญนี้มันยิ่งใหญ่เกินกว่าจะได้รับการอภัย จงเตรียมตัวรับการลงโทษนี้ซะ”
เสียงที่เปี่ยมไปด้วยพลังดังกึกก้องไปทั้งห้องก้อนหินทั่วทั้งห้องที่แม้แต่กระแสของกาลเวลาและกระแสลมก็ไม่อาจสั่นคลอนมันได้ กลับสั่นะเืราวกับตอบรับคำพูดของชายหนุ่มต้นไม้ั์เองก็ไม่อาจหนีพ้นได้เช่นกัน คำพูดที่ออกจากมนุษย์ธรรมดากลับทำให้หัวใจของมันถูกกัดกินด้วยความกลัวมันจึงใช้เถาวัลย์ที่เหลือของมันทั้งหมดพุ่งเข้าโจมตีเพียงเพื่อหวังให้ต้นตอของความกลัวนี้หายไป
แต่กับเมอบิอุสที่จดจ่ออยู่กับอุปสรรคข้างหน้าจนไม่สนใจกับการเปลี่ยนแปลงของตัวเองแล้วนั้นเขาเห็นสิ่งที่พุ่งเข้ามาราวกับเวลารอบตัวไหลช้าลงเถาวัลย์จำนวนที่กำลังพุ่งเข้ามา ไม่จำเป็ต้องสนพวกมันทั้งหมดเลือกหลบเพียงแค่เส้นที่จะโดนตัวเขา ตามลำดับก่อนหลังก็เพียงพอแล้วเริ่มจากเส้นที่เหวี่ยงมาจาก้าก่อนร่างกายของเขาเคลื่อนไหวไปเองตามความคิดอันซับซ้อนแต่เรียบง่ายที่ผุดขึ้นมาในหัวของเขา
‘ย่อ’ จังหวะการก้าวเดินของเขาเปลี่ยนไปทันทีจากก้าวยาวมาเป็ก้าวสั้นๆเพื่อให้สามารถทรงตัวอยู่ได้ในจังหวะที่เขาโน้มตัวไปด้านหน้าเพื่อย่อตัวลงต่ำให้เถาวัลย์เส้นนั้นพุ่งข้ามตัวของเขาไป
‘เบี่ยง’ เถาวัลย์อีกหลายเส้นพุ่งเป็เส้นตรงเข้ามาทางเขาชายหนุ่มใช้ประโยชน์จากการก้าวเดินที่สั้นให้สามารถเบี่ยงตัวไปมาเพื่อหลบการโจมตีตรงหน้าด้วยการเคลื่อนไหวที่น้อยที่สุดและเร็วที่สุดทั้งๆที่ยังย่อตัวอยู่เพื่อให้เขาเป็เป้าที่เล็กที่สุด
‘ะโ’ การโจมตีต่อไปไม่สามารถใช้การเบี่ยงตัวหลบได้อีกแล้วเนื่องจากเถาวัลย์เส้นใหญ่เหวี่ยงกวาดมาจากด้านล่างมีเพียงบนอากาศเท่านั้นที่สามารถหลบได้เมอบิอุสยืดตัวตรงในเวลาทันรวดเร็วเพื่อสร้างแรงะโให้สามารถะโพ้นเถาวัลย์เส้นใหญ่นี้ไปได้แต่เบื้องหน้าที่รอเขาอยู่คือเถาวัลย์กว่า 10 เส้นที่พุ่งเข้ามาเป็เส้นตรงเขาที่ลอยอยู่บนอากาศนั้นไม่สามารถหลบได้อีกแล้ว
‘ยิงสกัด’ เพียงแค่ชั่วพริบตาปืนกลเบาทอมสันก็มาอยู่ในมือของเขาแล้วเขามองเห็นอย่างชัดเจนว่าการโจมตีข้างหน้านั้นจะพุ่งเข้ามาในมุมไหนราวกับมีเงาจางๆเกิดขึ้นทับซ้อนกับภาพตรงหน้าอย่างอัศจรรย์เมื่อเห็นดังนั้นแล้วเขาจึงรอให้เถาวัลย์รอบนั้นเข้ามาใกล้จนเกือบจะโดนเขา
ก่อนจะเหนี่ยวไกปืนยิงใส่มันเพื่อเบี่ยงวิถีของมันในระยะที่เขายิงไม่พลาดความรู้สึกที่เหมือนกับโลกหมุนช้าลงที่เกิดจากการทำงานของสมองที่เร็วขึ้นนี้ไม่ได้ทำให้เขาเคลื่อนไหวได้เร็วขึ้นแต่จากการคำนวณอันซับซ้อนเกิดกว่าที่เขาของเขาเองจะเข้าใจได้ช่วยให้การเคลื่อนไหวของเขาปราศจากการเคลื่อนไหวที่สูญเปล่า
กีก้ารัฟเฟอร์เซียที่ััได้ถึงอันตรายของเหยื่อของมันที่เปลี่ยนไปเหมือนคนละคนจึงคลายเถาวัลย์เส้นใหญ่ที่เมอบิอุสเคยใช้เป็สะพานวิ่งเข้าหามันออกเพื่อให้ชายหนุ่มที่ลอยตัวอยู่ในอากาศไม่มีที่วางเท้าอีกต่อไป
(มิโฮ)
เมอบิอุสส่งกระแสจิตบอกคู่หูของเขาทันทีด้วยเวลาที่มีน้อยเขาจึงไม่อาจเอ่ยมันออกมาทั้งหมดแต่เขาเชื่อหมดใจของเขาว่าเธอต้องเข้าใจแน่ๆว่าเขาหมายถึงอะไร
(อือ)
จิ้งจอกสาวที่ตอบเพียงสั้นๆก่อนจะยิงลูกไฟที่พุ่งไปด้านหน้าด้วยความเร็วสูงแทบในทันทีที่ชายหนุ่มเรียกชื่อของเธอ ก่อนจะพุ่งตัวตามลูกไฟลูกนั้นไปด้วยเช่นกัน
“แม้หนทางจะไกลสักเพียงใดตราบที่ยังมีคนที่รู้ใจอยู่ข้างกาย จะไม่มีเป้าหมายที่ไหนที่ไปไม่ถึง”
เมอบิอุสอาศัยลูกไฟที่กูมิโฮปล่อยออกมาเมื่อครู่เป็ที่ยั่งเท้าด้วยความเร็วของลูกไฟนี้ชายหนุ่มจึงได้แรงส่งเพื่อไปถึงจุดหมายที่เขา้านั้นคือเหนือหัวของกีก้ารัพเฟอเซียในชั่วพริบตาปืนในมือถูกเปลี่ยนเป็ปืนพกคู่ที่ส่องแสงสีขาวออกมาสว่างจ้า ดวงตาทั้งสองข้างมองหาหินแสงจันทร์อย่างรวดเร็ว
ประกายแสงหนึ่งส่องประกายข้างในปากของต้นไม้ั์ทำให้เห็นว่าสิ่งที่เขากำลังหานั้นอยู่ที่ไหน ในขณะเดียวกับจิ้งจอกสีทองตัวใหญ่ก็พุ่งตัวมาลอยอยู่ข้างกายเขาเมอบิอุสใช้ปืนพกชี้ไปยังตำแหน่งที่หินแสงจันทร์วางอยู่ ซึ่งอยู่ในปากที่เต็มไปด้วยฟันยาวแหลมคมดูน่ากลัว
(เชื่อใจเรานะมิโฮ)
(อือ..)
จิ้งจอกสาวตอบรับแค่สั้นๆก่อนจะใช้หางเส้นหนึ่งของเธอยืดเข้าไปหยิบหินอย่างแม่นยำ กีก้ารัฟเฟอเซียเองก็ไม่ยอมง่ายๆมันรีบหุบปากที่มีเขี้ยวสีขาวที่เรียงตัวดุจเขี้ยวฉลามของมันลงเพื่อหวังกัดให้หางของจิ้งจอกสาวให้ขาดสะปั้น
ในขณะที่ปากของดอกไม้ั์กำลังหุบลงจนห่างจากหางสีทองของกูมิโฮไม่ถึง1 นิ้วนั้น หางสีทองของเธอก็รัดหินแสงจันทร์ได้พอดี
“เตรียมตัวตายได้เลยไอ้ดอกไม้น่าเกลียด”
เมอบิอุสที่รอเวลานี้อยู่เล็งปืนทั้งสองของเขาไปยังเขี้ยวที่กำลังหุบเข้ามาของกีก้ารัฟเฟอเซีย แล้วเหนี่ยวไกใช้ท่าไม้ตายของเขาทันที
Cool shot
ปัง !!! ปัง !!!
ะุปืนขนาดเล็กที่ส่องแสงสีขาวออกมาพุ่งออกจากกระบอกปืนพกสั้นจนคล้ายกับลำแสงสองเส้น ที่แยกกันพุ่งเข้าใส่ปากทั้งสองด้านที่กำลังหุบเข้ามาสวนทางกับปากที่กำลังหุบเข้า
6000*2 (คริติคอลจากการยิงเข้าจุดตาย)
ต้นไม้พิษที่เจอท่าไม้ตายของเมอบิอุสยิงเข้าจุดอ่อนอย่างจังนั้นก็ถูกแรงอัดของะุจนเกสรสีเหลืองทั้งหมดของมัน ทะลักออกมาจากลำต้นที่ฉีกขาดจนทั้งห้องแทบเต็มไปด้วยเกสรสีเหลืองจนหนาแน่นจนมองไม่เห็นพื้นถ้ำอะไร
“ฮูม...!!!”
เสียงกรีดร้องด้วยความเ็ปของกีก้ารัฟเฟอเซียดังสะท้อนไปทั้งห้องและสิ่งที่ออกมาพร้อมกันคือเกสรสีแดงสดที่ออกมาจากปากของมันเมอบิอุสคาดการณ์ว่ามันต้องมีพิษร้ายแรงกว่าสีเหลืองมากถ้าโดนเข้าต้องไม่มีแรงพอนะหนีแน่
(จะไปล่ะนะเมอบิอุส)
จิ้งจอกสาวใช้หางอีก5 เส้นของเธอพันรอบเมอบิอุสไว้ก่อนจะใช้กลีบดอกสีแดงลายจุดขาวของกีก้ารัฟเฟอเซียเป็ฐานะโเพื่อพุ่งไปยังรูบนเพดาน
จิ้งจอกสาววิ่งไต่ขึ้นไปบนรูบนเพดานที่พุ่งตรงไป้าเป็แนวเฉียงไปรอบๆรูกลมๆนี้เพื่อใช้ประโยชน์จากแรงเหวี่ยงจากศูนย์กลางเพื่อทำให้เธอสามารถวิ่งบนกำแพงได้ เบื้องล่างเป็เกสรสีแดงที่พุ่งขึ้นตามพวกเขามาติดๆ้าเป็ท้องฟ้าที่ตอนนี้เป็สีน้ำเงินเข้มซึ่งประทับด้วยดวงจันทร์อยู่ตรงกับปากทางเข้าพอดี
เหลือระยะทางแค่10 เมตรก่อนที่จะถึงทางออก แต่หมอกสีแดงสดที่พุ่งขึ้นมาด้วยความเร็วสูงก็เกือบจะไล่ทันพวกเขาแล้ว แต่เมอบิอุสไม่ยอมให้เป็เช่นนั้น
‘หัตถ์แห่งเมอบิอุสหลุมขาว ก้อนหินใหญ่’
เมอบิอุสปล่อยก้อนหินก้อนใหญ่ที่เขาดูดเข้ามาตอนเปิดฉากสู้กับต้นไม้ั์ออกมาจากมือขวาลงไปยังข้างล่างด้วยขนาดของก้อนหินที่ใหญ่กว่าทางที่ทั้งสองกำลังใช้หนีอยู่ ทำให้หินก้อนนั้นอุดรูเบื้องล่างจนหมอกสีแดงไม่อาจจะตามมาได้
(จะบินแล้วนะ)
กูมิโฮที่เหลือแรงอีกไม่มากใช้แรงทั้งหมดของเธอพุ่งขึ้นเป็เส้นตรงไปยังทางออกที่อยู่อีกไม่ไกลแล้ว แล้วทั้งสองพุ่งออกมาจากรูบนพื้นที่เคยปล่อยเกสรสีเหลืองออกมาเนื่องด้วยความเร็วสูงของการพุ่งออกมานั้นส่งให้เมอบิอุสและกูมิโฮที่หมดแรงจนกลายร่างเป็มนุษย์พุ่งขึ้นสูงบนอากาศ
พวกเขาม้วนตัวกลางอากาศหลายรอบก่อนจะลงมายืนที่พื้นด้วยความมั่นคงในปากของเมอบิอุสคาบดอกกุหลาบป่าสีแดงสดที่ไม่รู้ว่าเอามาจากไหนเอาไว้ เขาเดินกลับไปยังรูที่เพิ่งออกมาแล้วโยนดอกสีหลายดอกนั้นลงหลุมไปก่อนจะหันไปยืนเก๊กให้กับดวงจันทร์ แล้วจึงพูดประโยคจบท่าของ Cool shot
“ถ้าชาติหน้ามีจริงขอให้เ้าเกิดมาใหม่เป็ดอกไม้ที่สวยเยี่ยงดอกกุหลาบแดงดอกนี้เถอะนะ”
1,200*2
เสียงะเิเบาดังขึ้นที่ใกล้พื้นที่พวกเขายืนอยู่และเพียงเสี้ยววินาทีต่อมา เสียงะเิที่ดังกว่านับสิบเท่าก็ดังขึ้นจนก้องไปทั้งป่า
ตูมมม !!!
50,000
ตัวเลขแสดงค่าความเสียหายจำนวนมหาศาลพุ่งออกมาจากรูบนพื้นพร้อมด้วยเปลวไฟจำนวนมากที่เมื่อออกมาด้านนอกได้พวกมันก็กลายเป็ควันรูปดอกเห็ดที่พุ่งขึ้นสูงบนท้องฟ้า
เสียงจากระบบดังขึ้นในหัวของเขาเป็เครื่องยืนยันว่าศัตรูที่อยู่ในบ่อน้ำถูกจัดการแน่นอนแล้ว
‘ยินดีด้วยคะ คุณเมอบิอุสกำจัด กีก้ารัฟเฟอเซีย สำเร็จแล้วค่ะ’
‘ระดับของคุณเมอบิอุสเลื่อนเป็ระดับ30 ค่ะ’
‘ระดับของคุณกูมิโฮเลื่อนเป็ระดับ35 ค่ะ’
เหมือนว่าวันนี้ความยุติธรรมของระบบจะเข้าข้างเขามันส่งเงินและของที่ได้จากการฆ่าต้นไม้ั์ออกมาตกตรงหน้าของเขาด้วยของที่เขาได้มีเงินจำนวน 25,684เรียวยาแก้พิษระดับสูง 2 ขวด กระเป๋าลูกไม้สีชมพูสวยใบเล็ก 1 ใบสร้อยคอรูปดอกกุหลาบสีแดง 1 ดอก
เมอบิอุสเก็บของทั้งหมดเข้ากระเป๋าก่อนจะหยิบยาแก้พิษให้จิ้งจอกสาวที่นอนอยู่ข้างๆตาของเธอกลายเป็รูปก้นหอยหมุนๆจากความมึนที่ต้องวิ่งเป็วงกลมด้วยความเร็วสูงนั่นเองส่วนเขาเองก็กินยาแก้พิษระดับสูงอีกขวดที่เหลือเหมือนกันก่อนที่จะล้มลงนอนข้างๆกูมิโฮ
“เมอบิอุสทำไมถึงะเิแรงจัง”
จิ้งจอกสาวถามเมอบิอุสเื่ความเสียหายมหาศาลที่ชายหนุ่มทำได้ทั้งๆที่เขาไม่น่าจะโจมตีได้แรงขนาดนั้น
“ออเพราะว่าเราตั้งใจทำให้เกิด ‘ะเิฝุ่น’ ไงมันเกิดจากการเผาไหม้ของฝุ่นเล็กๆที่ติดไฟได้ในพื้นที่ปิดเมื่อฝุ่นเผาไหม้ก็จะกลายเป็ก๊าซจำนวนมหาศาลทำให้เกิดแรงะเิครั้งที่ 2แถมเป็การะเิในห้องปิดตายแรงะเิจึงสะท้อนกับผนังถ้ำทำให้ความรุนแรงเพิ่มขึ้นไปอีก”
เมอบิอุสอธิบายถึงความรุนแรงของท่าที่เขาใช้ก่อนจะมองไปที่จิ้งจอกสาวที่ไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับแม้แต่น้อย
ZZZzzzz…
จริงๆเธอหลับไปตั้งนานแล้วเพราะเธอไม่เข้าใจเื่ที่เมอบิอุสอธิบายมาเลยแม้แต่นิดเดียวชายหนุ่มจึงได้แต่ยิ้มละไมก่อนจะอุ้มจิ้งจอกสาวขึ้นแล้วจะใช้ม้วนคาถากลับหมู่บ้านจิ้งจอก
ม้วนคาถาส่งเขาไปยังลานกว้างของหมู่บ้านซึ่งเขาเห็นอินาริในร่างมนุษย์กำลังคุยอยู่กับชายวัยกลางคนค่อนไปทางชราที่ดูเหมือนอายุประมาณ56-60 ปีใส่เสื้อคลุมเหมือนนักบวชแต่เป็สีเทาเมื่อเขาเห็นเมอบิอุสจึงเดินเข้าไปพร้อมกับพูดว่า
“โอ้หน่วยก้านไม่เลวเลยนะพ่อหนุ่ม ไม่น่าเชื่อว่าจะกล้าไปจำกัดกีก้ารัฟเฟอเซียด้วย”
ชายคนนั้นเดินรอบๆตัวเมอบิอุสที่อุ้มจิ้งจอกสาวในท่าอุ้มเ้าหญิงอยู่หลายรอบเขามองเมอบิอุสด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็นเต็มที่ก่อนจะมาหยุดตรงหน้าของชายหนุ่มที่ยืนงงอยู่ พร้อมกับแนะนำตัวเอง
“ข้าชื่อ มอสคอสมอส”
“คอสมอส”
เมอบิอุสก็ได้เบิกตากว้างมองคอสมอสพร้อมกับคิดว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่เขาเหมือนจะโชคดีความยุติธรรมของระบบมักจะส่งเื่ร้ายพอๆกันตามมาในอีกไม่นานและเขาก็คิดถูกซะด้วย