บทที่9-2 อาถรรพ์
ค่ำคืนนี้เป็คืนที่สองติดต่อกัน ที่หวังิซินมีอาการนอนไม่หลับในหัวของนางมีแต่เื่ของหลิวอี้โจวเต็มไปหมด ยิ่งคิดมากเท่าไรก็ยิ่งคิดไม่ตกั้แ่เกิดมานางไม่เคยมีอาการเช่นนี้มาก่อน
‘เกิดสิ่งใดขึ้นกับข้ากันแน่นะเหตุใดข้าจึงเป็เช่นนี้’ หวังิซินได้แต่ตั้งคำถามกับตนเอง
รุ่งเช้าซิ่งฮวาและเพ่ยฟางนำน้ำล้างหน้าและบ้วนปากเข้ามาให้คุณหนูของตนเองทันทีที่ทั้งสองคนได้เห็นใบหน้าของเ้านาย ก็ได้แต่ตกตะลึงคุณหนูของพวกนางเป็โฉมสะคราญของเมืองเฉิงตือ เหตุใดตอนนี้จึงกลายเป็เช่นนี้ได้
“คุณหนูเ้าคะ เหตุใดดวงตาของท่านจึงได้บวมและดำคล้ำแล้วผมของท่านเหตุใดจึงได้พันกันยุ่งไปหมดเช่นนี้ล่ะเ้าคะ”สาวใช้ตัวน้อยเอ่ยถามในขณะที่ส่งน้ำบ้วนปากให้เ้านาย
“ข้านอนไม่หลับมาสองคืนแล้วจึงทำให้ตาบวมและดำ ข้านอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียง เส้นผมจึงพันกันแบบนี้”
“คุณหนูล้างหน้าและบ้วนปากก่อนนะเ้าคะ”ซิ่งฮวาเอ่ยกับเ้านาย
“อืม”
“เพ่ยฟาง เ้าไปที่ห้องครัวบอกให้แม่ครัวฝานแตงกวาเป็ชิ้นให้คุณหนูนำมาลดรอยคล้ำและบวมที่ดวงตา”ซิ่งฮวาใช้ความรู้ที่ฮูหยินิเยว่เคยสอนนางไว้
“เ้าค่ะพี่ซิ่งฮวา”
เมื่อสาวใช้ตัวน้อยเดินออกจากห้องไปแล้วซิ่งฮวาจึงได้เอ่ยกับคุณหนูของตนเองว่า
“คุณหนูมีเื่อันใดไม่สบายใจหรือเ้าคะจึงทำให้นอนไม่หลับถึงสองคืน”
“ข้ามีเื่ที่คิดไม่ตกนะ”
“เื่คุณชายอี้โจวหรือเ้าคะ”
ซิ่งฮวาเป็สาวใช้ของหวังิซินมานานย่อมรู้ใจเ้านายของตนเอง อีกทั้งนางยังมีคนรักแล้ว ย่อมรู้ว่า อาการที่เกิดขึ้นกับคุณหนูของนางคือสิ่งใด
หวังิซินนิ่งเงียบไม่เอ่ยตอบคำถามของสาวใช้คนสนิทเมื่อซิ่งฮวาเห็นกิริยาของเ้านายตนเองจึงได้เอ่ยออกไปว่า
“เอาเช่นนี้ดีไหมเ้าคะฮูหยินิเยว่รอบรู้และเก่งกาจทุกอย่าง ถ้าคุณหนูมีเื่ที่คิดไม่ตก ลองไปปรึกษาฮูหยินิเยว่ดีหรือไม่เ้าคะ”
“ดีสิ พี่สามของข้าแก้ปัญหาได้ทุกอย่างข้าไปหาพี่สามดีกว่า ขอบใจเ้ามากซิ่งฮวา” หวังิซินกอดสาวใช้คนสนิทของตนเองด้วยรอยยิ้ม
“ยินดีเ้าค่ะคุณหนู”
ซิ่งฮวารู้สึกโชคดียิ่งนักที่ได้ติดตามคุณหนูจากเมืองหลวงมาที่นี่ครอบครัวของคุณหนูให้ความเมตตากรุณากับคนรับใช้และคนงานทุกคนโดยเฉพาะคุณหนูของนางที่ดีกับสาวใช้ประจำตัวยิ่งนักตัวนางและเพ่ยฟางมีเครื่องประดับที่คุณหนูมอบให้เกือบเต็มกล่องอีกทั้งคุณหนูยังบอกว่า ได้เตรียมเงินเป็สินเดิมให้กับพวกเราเหมือนกับพี่เพ่ยเฟินที่เพิ่งแต่งงานออกไปนางจึงรักและเคารพคุณหนูของนางมาก อยากให้คุณหนูของนางมีแต่ความสุขพบเจอแต่เื่ดีๆ ไม่ต้องทุกข์ร้อนใจ แต่เื่ของความรักไม่มีใครสามารถกำหนดได้คงต้องปล่อยให้เป็ไปตามโชคชะตาที่นำพาไป
หลังจากหวังิซินกินอาหารมื้อเช้าและส่งพี่ชายของตนเองไปทำงานแล้วจึงได้ขึ้นรถม้าเพื่อเดินทางไปยังจวนท่านรองเ้าเมืองเฉิงตือใช้เวลาประมาณสองเค่อจึงถึงจุดหมาย ข้ารับใช้ในจวนพาหวังิซินไปหาพี่สาวของตนเองที่ห้องโถงนั่งเล่น
“คารวะพี่สามเ้าค่ะ” หวังิซินยอบกายคารวะ
“ซินเอ๋อร์เหตุใดวันนี้ถึงมาหาพี่แต่เช้า มีเื่ด่วนอันใดหรือไม่”
“ข้ามีเื่คิดไม่ตกเลยอยากมาขอคำปรึกษาพี่สามเ้าค่ะ”
“หือมีเื่ที่ทำให้เ้าคิดไม่ตกด้วยหรือ ไหนบอกพี่มาสิว่า เป็เื่ใด”หวังิเยว่เอ่ยถามด้วยความฉงน น้องสาวของนางถือว่า เป็คนที่มีปฏิภาณไหวพริบดีผู้หนึ่งเพราะนางสอนให้น้องสาวมีสติรู้จักแก้ไขปัญหาด้วยตนเองั้แ่เด็ก
“ค...คือ ข้าอยากรู้ว่าถ้าหากเวลาที่เราพูดคุยกับใครสักคน แล้วใจเต้นแรงตลอดมันหมายความว่าอย่างไรเ้าคะ”
หวังิเยว่มองหน้าน้องสาวของตนเองที่ตอนนี้กลายเป็หญิงสาวหน้าตางดงามผู้หนึ่ง นางคงต้องยอมรับความจริงว่า น้องเล็กของนางโตเป็สตรีที่สามารถออกเรือนได้แล้วไม่ใช่น้องเล็กตัวน้อยที่คอยออดอ้อนนางอยู่เสมอ หวังิเยว่ยิ้มละมุนแล้วบอกกับน้องสาวของตนเองว่า
“หมายความว่าเ้ามีใจให้กับชายผู้นั้นอย่างไรเล่า”
“ข้ายังไม่ได้บอกเลยนะเ้าคะว่า เป็บุรุษ”หวังิซินเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ
“แล้วที่พี่กล่าว ถูกหรือไม่เล่า”
“ถูกเ้าค่ะฮูหยิน”เป็สาวใช้ตัวน้อยที่เอ่ยตอบหวังิเยว่
หวังิซินส่งสายตามองค้อนน้อยๆไปให้กับสาวใช้ของตน
“แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรเ้าคะว่า เราชอบคนผู้นั้นมากเพียงใดเ้าคะ”
“เ้าลองคิดว่า ถ้าให้เลือกระหว่างเงินกับได้พูดคุยกับคนผู้นั้น เ้าจะเลือกสิ่งใด”
เมื่อได้ยินคำถามของพี่สาว หวังิซินนิ่งเงียบก้มหน้าอย่างใช้ความคิด ก่อนจะเอ่ยตอบว่า
“ข้าเลือกที่จะได้พูดคุยกับคนผู้นั้นเ้าค่ะมันทำให้ข้ามีความสุขมากกว่ามีเงินเ้าค่ะ”
“เช่นนั้นก็หมายความว่าเ้าชอบคนผู้นั้นมากแล้วละน้องเล็ก”
หวังิซินนิ่งเงียบไปสักพักกำลังใช้ความคิดประมวลสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น ก่อนจะเอ่ยถามพี่สามของตนเองว่า
“แล้วถ้าคนผู้นั้น ทำเหมือนชอบข้าและก็เหมือนไม่ชอบข้า ข้าควรจะทำเช่นไรดีเ้าคะ”
“เ้าอธิบายให้ละเอียดมากกว่านี้ได้หรือไม่พี่จะได้วิเคราะห์ให้ถูกต้อง”
“ก็เขาทำเหมือนชอบข้า แต่ก็บอกว่า ไม่ชอบข้าเ้าค่ะข้า...”
“หยุดน้องเล็ก เ้าหยุดพูดก่อน”
หวังิเยว่เอ่ยห้ามน้องสาวของตนหันไปมองหน้าสาวใช้ตัวน้อยของหวังิซินที่กำลังทำท่าทางอึดอัดอยากเป็คนเล่าเื่เอง
“เพ่ยฟาง เ้าเล่าออกมาสิว่า เกิดเหตุอันใดขึ้น”
“เ้าค่ะฮูหยินิเยว่”
“ชายผู้นั้นที่คุณหนูหมายถึงคือ คุณชายหลิวอี้โจวเ้าค่ะคุณชายมีข่าวลือเื่อาถรรพ์เ้าสาว เนื่องจากว่าที่เ้าสาวทั้งสามคนของเขาต่างเสียชีวิตก่อนงานแต่งงานทุกคนเ้าค่ะ”
“คุณชายอี้โจวดีกับคุณหนูมากเ้าค่ะคอยช่วยเหลือคุณหนูเื่ของร้านค้าและโรงงาน ซื้อของและอาหารที่คุณหนูชอบให้เสมอโดยอ้างชื่อคุณชายจิ่งเทียนเป็ผู้ให้ทั้งที่ความจริงเป็คุณชายอี้โจวที่เสาะหาของจากต่างเมืองมาให้คุณหนูเ้าค่ะ”
“เมื่อวานคุณหนูกับคุณชายอี้โจวนั่งกินข้าวด้วยกันที่ภัตตาคารเจี้ยนคังต่างผลัดกันตักอาหารให้แก่กัน ยิ้มและพูดคุยกันอย่างมีความสุข”
“พี่อี้โจวทานปลาเ้าค่ะน้องิซินพี่ตักเป็ดให้นะอร่อยมาก”สาวใช้ตัวน้อยเลียนแบบท่าทางและคำพูดของคนทั้งสองเพื่อแสดงให้ฮูหยินของท่านรองเ้าเมืองได้ชม
“ลักษณะของคุณหนูกับคุณชายอี้โจวเหมือนกับเวลาที่พี่สาวของข้าอยู่กับสามีของนางเลยเ้าค่ะ”
“แต่คุณชายอี้โจวกลับบอกว่าเป็เพียงมิตรสหายกับคุณหนูเพราะไม่อยากให้คุณหนูต้องเกี่ยวพันกับบุรุษที่มีเื่อาถรรพ์เช่นเขาเ้าค่ะ”
“นั่นเลยทำให้คุณหนูกลุ้มใจยิ่งนัก และนอนไม่หลับตลอดสองคืนเลยเ้าค่ะ”
‘เพ่ยเฟิน เ้ารายงานได้ทุกกระเบียดนิ้วมิมีตกหล่นสักนิดเลยนะ’ ิซินได้แต่ค่อนขอดในใจ