ตอนที่ 17 พี่ชาย... 1
น้ำฟ้าส่งยิ้มให้รินอารีอีกครั้งก่อนจะหันหลังกลับเดินนำหน้าชายสองคนคุณนันทิศจับตามองดูน้ำฟ้าที่เดินห่างออกไปอย่างไม่ละสายตาจนกระทั่งได้เห็นคุณฐิติวัสส์ที่ยืนรอน้ำฟ้าอยู่ตรงทางออกของศูนย์อาหารเมื่อคุณนันทิศกับคุณฐิติวัสส์สบตากันทั้งสองต่างก็เบือนหน้าหนีทันที
“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับพ่อ”
“เอาไว้พ่อจะเล่าให้ฟังระหว่างทางที่เรากลับก็แล้วกันแม่รออยู่ที่รถแล้ว” คุณฐิติวัสส์เสียงเคร่งขรึม...
คุณนวลหงส์หันมองดูบุตรสาวก่อนจะเรียกชื่อ
“ริน...”น้ำเสียงคุณนวลหงส์แสดงออกถึงความไม่พอใจบุตรสาวทันทีที่ได้เห็นว่าชายหนุ่มคนนั้นคือบุตรชายของคุณฐิติวัสส์“ทำไมออกมากับผู้ชายสองต่อสองแบบนี้”
“รินขอโทษค่ะ”รินอารีแปลกใจทันทีเพราะเมื่อครู่ก็เห็นว่าน้ำเสียงตอนที่คุยกับน้ำฟ้ายังเป็ปกติอยู่“แต่ที่นี่คนก็เยอะนะคะ” รินอารียังทำเป็ใจดีสู้เสือ
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ”
“เรากลับกันเถอะ”น้ำเสียงคุณนันทิศขรึม ๆ นิ่ง ๆทำให้รินอารียิ่งรู้สึกไม่ดีแต่ก็ได้แต่มองหน้ามารดาสลับกับป้าลุงของตัวเองโดยไม่แย้งเหตุผลเชิงอ้อนวอนอย่างที่หล่อนถนัด
“รินขอโทษค่ะ”รินอารีเสียงอ่อน
“ริน” คุณนันทิศเรียกหลานสาวพร้อมกับลูบศีรษะเบาๆ อย่างทะนุถนอม “รินไม่ผิดหรอกนะหลาน พวกเขาต่างหากที่ผิด”
“คะ...พวกเขา”รินอารีแปลกใจกับคำพูดเมื่อครู่พร้อมกับทวนคำพูดของคุณนันทิศด้วยความสงสัย
“เอาไว้ป้าลุงจะเล่าให้รินฟังตอนที่เรากลับไร่ก็แล้วกัน”
คุณนันทิศพูดพร้อมกับหันหน้าไปสบตาน้องสาวราวกับจะบอกความนัยบางอย่างเมื่อคุณนวลหงส์ได้เห็นแววตาของพี่ชายก็พอจะเดาออกได้เลยว่าพี่ชายต้องตระเตรียมแผนการรองรับกับเื่ที่เกิดขึ้นเอาไว้แล้ว
รินอารีหันมองไปที่น้ำฟ้าแต่ไม่มีใครอยู่ที่นั่นแล้วหล่อนรู้สึกใจหายและยิ่งได้ยินคำพูดของป้าลุงกับมารดาแล้วก็ทำให้เริ่มรู้สึกไม่ดียิ่งขึ้นหล่อนพยายามปลอบใจตัวเองว่าขออย่าให้เป็เื่ที่ร้ายแรงอะไรเลยเสียงของน้ำฟ้าเมื่อครู่ยังดังก้องอยู่ในความรู้สึก
...“แล้วค่อยเจอกัน” ...
หล่อนยังตอบกลับเขาไปว่าแล้วค่อยเจอกันเหมือนกับที่เขาบอกมาแต่ทว่าคำพูดของป้าลุงกลับทำให้หล่อนรู้สึกกังวลใจเป็อย่างมาก “พวกเขา” คำพูดนั้นทำให้หล่อนรู้สึกถึงความห่างเหินความแตกต่าง แบ่งแยก ชิงชัง หรืออาจถึงขั้นที่เป็ “ศัตรู”
รินอารีถอนหายใจแววตากลมโตของหล่อนดูเป็กังวล...
รถเก๋งคันหรูประจำตัวของคุณนันทิศค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากประตูบ้านเดี๋ยวสองชั้นหลังใหญ่ใกล้สนามบินคุณนันทิศบอกให้คนขับรถขับออกมาอย่างช้า ๆ
“ริน”
“คะ”
“ป้าลุงอยากให้หนูดูรูปภาพพวกนี้แล้วค่อย ๆ คิดนะ ไม่ต้องรีบ ถ้าปวดหัวหรือไม่ไหวให้บอกนะ”คุณนันทิศส่งอัลบั้มภาพถ่ายให้รินอารีที่นั่งอยู่ตอนหลังกับตนผู้เป็หลานสาวรับอัลบั้มภาพไปด้วยความสงสัย
“ค่ะ”
รินอารีถอนหายใจเฮือกหนึ่งจ้องมองดูปกอัลบั้มภาพและทำใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะเปิดมันออก
ภาพแรกเป็ภาพของเด็กผู้หญิงไว้ผมเปียกับเด็กผู้ชายที่อุ้มกีตาร์ชูสองนิ้วอยู่ด้านหลังรินอารีให้ความสนใจกับเด็กผู้หญิงไว้ผมเปียมากกว่าจะสนใจอย่างอื่น
“นี่มันภาพของรินตอนเด็กนี่คะ”รินอารียิ้ม
“แล้วรินจำได้ไหมว่าเด็กผู้ชายที่อุ้มกีตาร์อยู่นั่นเป็ใคร” คุณนันทิศแทรกขึ้น
“...”
รินอารีนิ่งเงียบหล่อนพยายามจ้องมองเด็กผู้ชายที่อยู่ในภาพถ่ายหล่อนยังไม่รู้ว่าเขาเป็ใครแต่ในความรู้สึกเด็กผู้ชายคนนี้ช่างดูคุ้นเคยเป็อย่างมากรู้สึกอบอุ่นเมื่อได้เห็นรอยยิ้มของเขา
“จำได้ไหมลูก”คุณนวลหงส์ที่นั่งอยู่เบาะหน้าข้างคนขับหันกลับมาพูดกับบุตรสาว
“...”
รินอารียังนิ่งเงียบก้มหน้ามองดูภาพถ่ายภาพแรกแต่เพียงชั่วครู่รินอารีก็ผงะเล็กน้อยมือสองข้างที่ถืออัลบั้มภาพเริ่มออกอาการสั่น ๆคุณนันทิศหันไปมองหน้าน้องสาวแล้วผงกศีรษะบอกให้รับรู้ถึงความผิดปกติของรินอารี
ดวงตากลมโตซุกซนคู่นั้นเริ่มแดงระเรื่อและมีน้ำออกมาคลอเคลียเล็กน้อยเ้าของดวงตากลมโตค่อย ๆ เปิดอัลบั้มเพื่อจะดูภาพถัดไป
เด็กหญิงผมเปียในภาพถ่ายพร้อมกับเด็กผู้ชายที่มีรอยยิ้มอบอุ่นคนนั้นเริ่มโตขึ้นเรื่อยๆ ตาม่วัย รินอารีรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปใน่วัยเด็กของตัวเองด้วยภาพถ่ายที่อยู่ตรงหน้าแล้วความทรงจำเก่า ๆ ก็ค่อย ๆ ก่อร่างสร้างตัวขึ้นพร้อม ๆกับเหตุการณ์ที่อยู่ในภาพถ่ายและผู้คนที่อยู่ในภาพ
หยดน้ำตาของรินอารีหยดหนึ่งตกลงกระทบภาพถ่ายในตอนที่หล่อนโตเป็สาวหล่อนกำลังขี่หลังของผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเป็เด็กผู้ชายที่อยู่ในภาพถ่ายคู่กับหล่อนมาตลอดเกือบทุกภาพทั้งสองยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี
รินอารีค่อย ๆสะอื้นก่อนจะร้องไห้โฮเมื่อความทรงจำที่ปวดราวได้ปรากฏไห้หล่อนได้รับรู้ว่าพี่ชายของหล่อนได้จากไปแล้วหลอนพูดด้วยน้ำเสียงปนสะอื้น
“แม่คะ ป้าลุงคะ รินคิดถึงพี่วา”
รินอารีร้องไห้อย่างหนักหล่อนโผเข้ากอดป้าลุงของตัวเองมือซ้ายยังถืออัลบั้มภาพถ่ายเอาไว้แน่น
“เอาพี่วาของรินคืนมานะเอาพี่วาของรินคืนมา”รินอารีร้องไห้ปนกับเสียงพูดทั้งสะอื้นเหมือนเด็กน้อยที่พูดไม่รู้เื่ “ฮือ ๆเอาพี่วาของรินคืนมา” เสียงสุดท้ายค่อย ๆ ลดระดับลงจนเกือบจะเป็เสียงกระซิบ
รินอารีเริ่มแน่นที่หน้าอกหายใจติดขัดก่อนจะหมดสติคาอ้อมกอดของคุณนันทิศ
“ริน... ริน”คุณนันทิศพยายามเขย่าให้รินอารีรู้สึกตัวแต่รินอารีก็ไม่ขยับ
“คุณพี่คะนี่ค่ะยาดมให้หนูริน” คุณนวลหงส์รีบส่งยาดมให้พี่ชายทันที
คุณนวลหงส์สั่งให้คนขับหยุดรถแล้วยายมานั่งเบาะหลังข้างๆ รินอารีช่วยดูแกว่งยาดมใกล้ ๆ ปลายจมูกของรินอารี เพียงไม่นานรินอารีก็ค่อย ๆลืมตาขึ้น
“แม่คะหนูคิดถึงพี่วา” ตื่นขึ้นมารินอารีก็ร้องไห้อีกครั้ง
“ไม่เป็ไรนะลูกแม่กับป้าลุงยังอยู่ตรงนี้และจะอยู่กับรินเสมอนะ ไม่เป็ไรนะลูก”
“หนูคิดถึงพี่วาค่ะแม่ป้าลุงรินคิดถึงพี่วา” รินอารีหันหน้ามองมารดาสลับกับป้าลุงของหล่อนปากยังบ่นเพ้อถึงพี่ชายไม่หยุด “แม่หนูคิดถึงพี่วา”
“เข้มแข็งไว้นะลูกแม่เชื่อว่าพี่เขาคงไม่อยากเห็นน้องสาวตัวเองร้องไห้เหมือนเด็กขี้แยอย่างนี้นะลูก”
“เดี๋ยวพี่เขาจะเป็ห่วงเอานะรินรินต้องเข้มแข็งนะเดี๋ยวพี่วาเขาไม่สบายใจเอานะริน”
คุณนันทิศกับคุณนวลหงส์ต่างพากันปลอบรินอารีที่เอาแต่ร้องไห้และไม่นานด้วยความเหนื่อยอ่อนรินอารีก็เผลอหลับไปทั้งน้ำตามือสองข้างกอดอัลบั้มภาพเอาไว้แน่น
รถเก๋งคันหรูของคุณนันทิศวิ่งลัดเลาะสลับไหล่เขามาเรื่อยๆ คุณนันทิศค่อย ๆ เสยปอยผมที่ปิดหน้าหลานสาวเหน็บไว้ในซอกหูอย่างทะนุถนอมพร้อมกับเอาผ้าเช็ดหน้าฝืนน้อยซับน้ำตาที่ยังหลงเหลือ
ขณะที่รินอารียังหลับใหลด้วยความเหนื่อยอ่อนภายใต้ความมืดมิดรินวารีพี่ชายได้ปรากฏตัวในภาพฝันของหล่อน เขาเผยรอยยิ้มเป็รอยยิ้มที่ยังคงอบอุ่นเสมอในความรู้สึกของรินอารี
“นี่... รินอารี เ้าหญิงรินอาของพี่ ตื่นได้แล้ว”
“พี่วา...” รินอารีผวาตื่นขึ้น
“ริน...ไม่เป็ไรแล้วลูก แม่อยู่นี่ลูก แม่อยู่นี่” คุณนวลหงส์เอื้อมมือจับแขนบุตรสาว
“รินป้าลุงอยู่นี่แล้วริน ไม่เป็ไรแล้วนะ” คุณนันทิศจับแขนอีกข้าง
รถเก๋งใกล้จะถึงทางโค้งต่างระดับที่อยู่ด้านหน้าห่างออกไปราวสักห้าสิบเมตรรินอารีรีบบอกคนขับรถทันที
“ลุงคะช่วยจอดที่โค้งด้านหน้าหน่อยค่ะ”
“ครับคุณหนูริน”
คุณนันทิศกับคุณนวลหงส์ได้แต่มองหน้าแล้วสบตากันไม่มีใครพูดอะไรออกมาหลังจากที่รินอารีบอกกับคนขับรถให้หยุดที่ทางโค้งด้านหน้า
รถค่อย ๆลดความเร็วจนกระทั่งจอดนิ่งเลียบข้างทางรถหยุดนิ่งได้สักพักแต่ยังไม่มีใครลงมาจากรถ
บนผิวถนนมีรอยเบรกลากล้อเป็ทางยาวก่อนจะถึงราวเหล็กกั้นที่บิดเบี้ยวและขาดออกเป็ช่องทางขนาดใหญ่หญ้าที่ขึ้นริมทางล้มระเนระนาดบางส่วนถูกบดทับแนบติดกับพื้นมีเศษแก้วเล็ก ๆกระจายเต็มข้างทาง ต่ำลงไปเบื้องล่างต่างระดับเล็กน้อยนั้นมีร่องรอยไฟไหม้รอยขีดสร้างเสียหายของหน้าดินไปตามพื้นเป็ร่องรอยของอุบัติเหตุที่ยังหลงเหลือไว้ให้เห็น
“ริน...”คุณนวลหงส์เรียกชื่อบุตรสาวเบา ๆ “รินแน่ใจแล้วเหรอลูก”
“ค่ะรินอยากจะเห็น” รินอารีพูดพร้อมกับยกแขนขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลออกมาอีกครั้ง
“อย่าดูเลยนะริน”คุณนันทิศพูดกับหลานสาวด้วยความเป็ห่วงเกรงว่าจะกระทบกระเทือนจิตใจจนต้องหมดสติไปอีกครั้ง
“รินไม่เป็ไรหรอกค่ะป้าลุง”รินอารีรับรู้ถึงความรู้สึกเป็ห่วงของคุณนันทิศแต่หล่อน้าออกไปดูร่องรอยของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นให้ได้
ประตูรถเปิดออกพร้อมกับคุณนันทิศก้าวลงจากรถตามมาด้วยรินอารีและคุณนวลหงส์รินอารีค่อย ๆ เดินตรงไปที่ราวเหล็กกั้นซึ่งขาดออกจากกันเป็ช่องหล่อนเดินไปหยุดตรงนั้น
รินอารีพยายามนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้นแต่ยิ่งใช้ความพยายามมากเท่าไหร่ภาพเหตุการณ์ที่ยังคงเลือนรางนั้นกลับจางหายไปเพราะความรู้สึกเสียใจที่ต้องเสียพี่ชายไปรบกวนจิตใจทำให้ภาพเหตุการณ์ที่พอจะนึกออกมาได้นั้นยิ่งยุ่งเหยิงจนไม่สามารถปะติดปะต่อเป็เื่ราวออกมาให้ชัดเจนได้แม้แต่น้อยจนในที่สุดหล่อนก็เริ่มที่จะแน่นหน้าอกหายใจติดขัดอีกครั้ง
คุณนวลหงส์กับคุณนันทิศเห็นท่าไม่ดีจึงพากันนำตัวรินอารีขึ้นรถและพาออกจากบริเวณที่เกิดอุบัติเหตุทันที...
รถเก๋งสองคันวิ่งตามกันออกมาจากตัวเมืองเชียงใหม่น้ำฟ้ากับคุณฐิติวัสส์นั่งอยู่คันหน้า ทั้งคู่นิ่งเงียบน้ำฟ้ามองออกไปด้านนอกมองดูบรรยากาศริมทางแต่แววตาของเขาดูเหม่อลอยเขายกมือขึ้นปาดน้ำตาเมื่อมันไหลออกจากดวงตาสองข้างและยังคงนิ่งเงียบมาเรื่อย ๆจนกระทั่งรถวิ่งมาถึงทางโค้งที่มีร่องรอยของอุบัติเหตุ
“หยุดรถก่อน”