“เห้ยนี่มันม่านพลังอะไรกันวะ”
ผู้เล่นกลุ่มหนึ่งราวหกคนที่ออกมาจากเมืองมนตราที่หวังจะมาชุบมือ
เปือบเมื่อเข้ามายังภายในป่าที่สภาพเริ่มฟื้นฟูกลับมาเหมือนเดิมกลับติดไปข้างหน้าไม่ได้เนื่องจากได้มีม่านพลังสีแดงเืปิดกั้นอาณาเขตเป็วงกว้างถึงสามกิโลเมตร
“เออ หัวหน้าครับไอ้ม่านพลังแบบนี้หรือมันจะเป็อาณาเขตของสัตว์อสูรระดับชารากันครับ”ชายตัวอ้วนผุ๊ยถือโล่สีเหลืองเอ่ยขึ้น
“นั่นสิครับเพราะต้องสัตว์อสูรระดับาาขึ้นไปถึงจะใช้ม่านพลังแบบนี้ได้นะครับผมว่าเราถอยกันก่อนดีกว่า”
“เอาตามนั้น”
เมื่อลูกน้องพูดแบบนั้นบวกกับไปต่อไม่ได้ทั้งหมดจึงถอยกลับไป
ตัดมาอีกฝั่งกลุ่มคนสี่คนที่กำลังเก็บเลเวลอยู่ในป่ากำลังยืนทำหน้างง เพราะอยู่ดีๆก็ถูกม่านพลังตรงหน้าดีดออกมาจากพื้นที่
“พี่ฟันโอม่านพลังแบบนี้มัน”
ชายหนุ่มอายุราวสิบหกเอ่ยขึ้นในมือถือหอกข้างกายคือหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกันส่วนชายหนุ่มนามฟันโอยืนจ้องมองม่านพลังในมือขาวถือดาบมือซ้ายถือโล่ทั้งหมดส่วนชุดเกราะสีฟ้าเงินมีเพียงหญิงสาวหนึ่งเดียวในกลุ่มสวมชุดจอมเวทย์เป็ผ้าสีแดงสด
“พี่ว่าเราพักกันตรงนี้ก่อนแล้วกัน
โอรีโอ้ช็อกโก้ เนเนะ พวกนายจะหลับก่อนก็ได้นะเดี๋ยวพี่อยู่ยามให้”
ชายหนุ่มนามฟันโอพี่ใหญ่สุดเอ่ยพร้อมกับก่อกองไฟให้น้องๆทั้งสามหลับสบายฟื้นฟูพลัง
ตัดมาทางด้านศิลาผ่านไปราวชั่วโมงกว่าเขาก็เริ่มลืมตาตื่นพร้อมกับดีดร่างรุกขึ้นทันทีแววตาปรายไปมาซ้ายทีขวาทีมองรอบด้านจิตสังหารแรงกดดันแผ่ออกพุ่งพร่าน เป็สัญชาตญาณการระวังตัวเพราะเขาได้หลับไปแบบไม่ตั้งใจแถมยังใจกลางป่าสะอีก และเมื่อศิลาฟื้นอาณาเขตก็หายวับไปทันที
“เหอ! ไปแล้วสมงสมองไอ้ศิเอ่ยเล่นโซโล่มากไปจนจะบ้าสะแล้ว”
ศิลาที่ฟื้นมาบ่นทันทีพร้อมกับเรียกเอากระติกน้ำแบบทหารออกมาดื่มดับกระหายก่อนจะมองไปรอบๆเขาก็ต้องตาโตเพราะไอเท็มจากสัตว์อสูรที่ตายไปจากการต่อสู้ของเขามันมากสะเหลือคนานับพร้อมกับ ศิลาเรียกรายละเอียดภารกิจขึ้นมาอ่านคร่าวๆทันที
“ขนปีกนกฟีนิกซ์เจ็ดก้าน เืนกฟีนิกซ์ เอาล่ะ”
จากนั้นศิลาก็ได้ใช้ขวดสีขาวใส่ขนาดเท่าขวดเอ็มร้อยทำจากหินเวทมนต์ที่ได้รับมาจากมนตราเก็บเืของฟีนิกซ์จนเต็มขวด จากนั้นก็เด็ดขนเป็ก้านๆออกมาเจ็ดก้านจากปีกก่อนจะเก็บเข้าไอเท็มบล็อกไป
“หืมรู้แล้วๆ”
ศิลาหันไปพูดกับร่ำไห้ที่กับส่ง
เสียงกิ๊วก๊าวทอแสงสีแดงวิบวับจากนั้นเขาก็นำดาบปักลงไปยังร่างของ
เซออนเืสีส้มลาวาถูกร่ำไห้ดูดเข้าไปในอัญมณีสีแดงสดตรงที่กั้นดาบอย่างราวเร็ว
“นั่นมัน!”
ศิลาที่กำลังจะพลิกร่างของเซออนเพื่อจะตัดเอาปีกจากด้านหลังออกสังเกตุเห็นอะไรบางอย่างตรงตำแหน่งหัวใจพร้อมกับรอยยิ้ม
แห๊ก...แห๊ก..
“เห่ย...สมกับเป็นกะจริงๆนะ”
สิ่งที่เขาพบคือร่างของลูกนกตัวขนาดกำปั้นของทานกกำลังนอนหายใจตาปิดสนิทขนสีฟ้าส้ม ชีวิตใหม่ของฟีนิกซ์ได้ถือกำเนิดเมื่อชีวิตเก่าม็อดดับไปศิลาค่อยๆยื่นมือไปอุ่มประครองร่างนกน้อยพร้อมสายตาอ่อนโยนก่อนที่เขาจะกัดที่ปลายนิ้วชี้ตัวเองจนเืไหลและได้ประทับเืของตัวเองลงตรงตำแหน่งหัวใจของเ้านกน้อยจากนั้นเสียงระบบก็ดังขึ้นพร้อมกับแสงส้มสีฟ้าสาดไปทั่ว
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไขได้รับสัตว์เลี้ยงสัตว์อสูรวิหคอัมตะฟีนิกซ์ระดับ1”
“เนื่องจากผู้เล่นศิลาได้รับสัตว์อสูรโดยการทำพันธะสัญญาระบบกำลังสุ่มไอเท็มสำหรับสัตว์เลี้ยง”
“ผู้เล่นศิลาไอ้รับต่างหูเพลิงระดับSสำหรับเก็บสัตว์อสูร”
เมื่อสิ้นเสียงจากระบบก็ปรากฎต่างหูรูปปีกนกข้างหนึ่งสีส้มประกายฟ้าใส่วิววับสะดุดตาขนาดหนึ่งนิ้วออกมาจากร่างของเ้านกน้อยศิลาหยิบขึ้นมาอ่านรายละเอียดทันที
เมื่อส่วมใส่พลังธาตุไฟ้พิ่มขึ้น150%ต้านทานการโจมตีด้วยไฟ100%พลังชีวิตเพิ่มขึ้น50%
ศิลาไม่รอช้าหยิบขึ้นมาส่วมใส่ที่หูด้านขวาทันทีมันยิ่งทำให้เขาดูลึกลับทรงพลังมากยิ่งไปอีกต่างหูเข้ากลับชุดเกราะัของเขาอย่างหน้าประหลาดบวกกับใบหน้าคมเข้มสีผิวซีดเทาราวขี้เถ้ากับสีสะดุดตาของเครื่องประดับยิ่งทำให้ศิลาทรงเสน่
แต่ทว่าศิลากลับใเมื่อเขาเห็นค่าพลังชีวิตของตัวเองมันทยานไปถึง200,000พร้อมกับธาตุไฟไม่มีผลกับเขาหากเขาใส่ต่างหูนี่ เมื่อศิลาใส่ต่างหูเ้านกน้อยก็หายกลายเป็แสงเข้าไปในต่างหูทันทีแถมเมื่อมันหายเข้าไปพลังป้องกันของเขากลับเพิ่มขึ้นอีก5,000จนหน้าใ
จากนั้นศิลาก็ยืนยิ้มน้ำตาเลดด้วยความปิติสุขก่อนจะลงมือตัดปีกคู่งามสีส้มเพลิงที่ยังทอเเสงอยู่เก็บเข้าไอเท็มบล็อกพร้อมกับแร่เนื้อออกเอากระดูกเส้นเอ็นเส้นเืเก็บเข้าคลังสมบัติจนเวลาผ่านไปเริ่มใกล้รุ่งเช้า
“เข้าเมืองไปครั้งนี้คงต้องหาพ่อค้าตีดาบสร้างอาวุธเก่งๆสะแล้ว”
ศิลามีความคิดที่จะเอากระดูกของฟีนิกซ์นั้นไปตีเป็ดาบเพราะถึงยังไงสะมันก็คือชิ้นส่วนจากร่างของสัตว์อสูรระดับาาจะปล่อยให้กลายเป็เเสงหายไปก็เสียเปล่าส่วนเส้นเอ็นของมันเขายากจะทำเป็โซ่ติดกลับปลายดาบทั้งสองเล่ม
จากนั่นศิลาก็ใช้เวลาอีกสองชั่วโมงในการเดินเก็บไอเท็มต่างๆเนื่องจากศพของฟีนิกซ์นั้นไม่ได้สลายไปเขาจึงไม่ได้ไอเท็มแต่ศิลาก็ไม่คิดเสียใจแต่อย่างใด เพราะเขาได้มาแล้วคือวัตถุดิบเขาสามารถสร้างอะไรที่มันดีกว่าไอเท็มจากระบบสร้างด้วยฝีมือของคนในเกมจริงๆหรือเขาอาจจะสร้างมันเองด้วยมือตัวเอง
ศิลาได้หาพื้นที่นั่งพักจากการเก็บไอเท็มพร้อมกับตรวจดูทันทีพร้อมกับดวงตะวันค่อยๆเผยโฉมพ้นขอบฟ้าให้แสงสว่างเสียงผู้เล่นเริ่มเข้ามาเก็บเลเวลทำภารกิจกันสงเสียงจอแจ
ศิลากวาดตามองไอเท็มในคลังเขาอ่านดูเฉพาะไอเท็มระดับAเท่านั้น
*ดาบหยกอัคคีนะดับAสามเล่ม
*ทวน์ระดับAสามเล่ม
*หอกแผ่นดินระดับAหนึ่งเล่ม
*แหวนออร์คระดับAหนึ่งวง
*แหวนจะกละระดับAหนึ่งวง
ศิลาได้หยิบแหวนออร์คสีแดงสดมาใส่นิ้วกลางข้างขวาพบว่าสกิลของมันถือว่าดีทีเดียวคือมันจะดูดไอเท็มที่ตกพื้นและไร้เ้าของเข้ามาในแหวนแบบไม่จำกัดจำนวนเมื่อเปิดใช้สกิลขโมยทรัพย์
ส่วนแหวนศิลาใส่นิ้วกลางข้างซ้ายสีเงินวาวพบว่าสกิลของมันคือย่นระยะลง50%
ซึ่งศิลาเองก็ไม่ค่อยเข้าใจแต่สัญชาตญาณเขามันบอกว่าไอ้แหวนวงนี้มันวิเศษควรเก็บเอาไว้และใส่ไว้ตลอด
จากนั้นเขาก็หยิบห่ออาหารที่ซื้อมาออกมารับประทานอย่างสบายใจพร้อมกับนั่งชมวิวเบื้องหน้า พระอาทิตย์ที่ค่อยขึ้นโผล่พ้นยอดเขารูปปักษาสะท้อนเงาูเามากมายสีส้มทองสีดำสนิทปกคลุมทั่วพื้นป่าเขียวขจียิ่งส่งเสริมให้อาหารอร่อยยิ่งขึ้น
ทว่าศิลากลับพบสิ่งที่ขัดใจคือศากโบราณสถานที่คล้ายกับวิหารย์จากนั้นเมืาอทานจนอิ่มหนำเข้าจึงเดินเข้าไปสำรวจก็พบเพียงซากปลักหักพังกับอักษรโบราณอ่านไม่ออกสายตาของเขาปรายไปมองเห็นอะไรคล้ายหนังสือมันคือคัมภีเมื่อเขาหยิบขึ้นมาก็พบว่ามันคือไอเท็มระดับซี
เขาเลือกที่จะอินสตอลพร้อมกับใช้มันทันที
“ผู้เล่นศิลา ได้รับทักษะภาษาโบราณระดับ1”
“หึ.เอ้าวะไอ้ศิก็ถือว่าไม่ได้มีแต่เื่ซวยอย่างเดียว”
ศิลาเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มและด้วยนิสัยส่วนตัวชอบเรียนชอบสังเกตุเขาจึงรีบไปไล่อ่านจารึกโบราณทันที
“วิหารย์เซเซส เมื่อครั้งอดีตกาลนานมาแล้วกษัตริย์เซเซสได้ตกหลุมรักเทพพีแห่งธรรมชาติจึงยากได้น้ำแห่งความเยาวัยน์จึงส่งทหารออกตามหามุ่งไปยังทิศบูรพาทิศทักษิณและทิศอุดร เพื่อคืนความเยาวัยน์ ทว่าเมื่อได้มันมาซึ่งน้ำเยาวัยน์หล่อหลอมเข้ากับร่างกายด้วยพลังสุดเปี่ยมล้นของมันทำให้กษัตริย์คุ้มคลั่งสังหารประชาราชจนสูญสิ้น เหล่าภูติจิติญญาแห่งธรรมชาติมิอาจนิ่งเฉยเพราะน้ำเยาวัยน์น้ำที่เกิดจากพลังธรรมชาติได้ให้กำเนิดจักพรรดิอสูรขึ้นมาเหล่าภูติทั้งเจ็ดจึงเข้าต่อสู้และสังหารจักรพรรดิอสูรลงได้และได้ปิดผนึกน้ำเยาวัยน์โดยภูติแห่งความมืดเป็ผู้ปกปัก
“อะอ่าวอะไรวะจบแล้ว”
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไขภาษาโบราณระดับ1...3...5...10...14”
ศิลาไม่ได้สนใจเสียงจากระบบแม้แต่น้อยเขาสนใจแต่สิ่งตรงหน้าเท่านั้นพร้อมกับใช้ความคิดในความหมาย
“น้ำเยาวัยน์คงเป็น้ำอัมฤทธิ์แน่นอน ผนึกไว้โดยภูติความมืดจิติญญาแห่งธรรมชาติ เหอๆๆงานเข้าและไหมล่ะไอ้ศิถึงว่าทำไมไอ้เ้ามนตราถึงบอกว่ายังไงเราก็ทำไม่สำเร็จก็คนเฝ้าเล่นเป็จิติญญาผู้มีพลังแห่งธรรมชาติเลยนี่หว่า”
ศิลาเอ่ยพร้อมกับสีหน้าปั้นยากแต่กลับแฝงไว้ด้วยเลห์นัยแบบสมหวังก่อนที่เขาจะเดินออกมาพร้อมกับได้ยินเสียงะเิสนั่นป่าทำให้ศิลาหันไปมองด้านซ้ายทางด้านเมืองมนตราก่อนจะพุ่งทะยานร่างไปด้วยความเร็วสุดขีด
“จะอะไรก็ช่างขอสัตว์อสูรระดับาาขึ้นก็พอ”
ว๊ายยยย
“เนเนะหลบไป ไม่ทันแล้วสิ”
เสียงของฟันโอดังลั่นพร้อมกับหมาป่าตัวหนึ่งกำลังพุ่งจะขย้ำร่างของเนเนะสาวสวยประจำกลุ่มชุดจอมเวทย์สีแดงในมือขวาถือคฑาสีแดงสด
ฉ๊วะ
คมดาบของศิลาตัดผ่าร่างของหมาป่าตัวสีเทาขาดเป็สองส่วนก่อนจะหันมายื่นมือให้เด็กสาวเพื่อช่วยให้เธอลุกยืนพร้อมกับมองกลุ่มคนเบื้องหน้าอีกสามคนชายชุดเกราะถือโล่
ฟันโอและโอรีโอ้ถือหอกสีแดงเืชุดเกราะสีน้ำตาลสดซ็อกโก้ถือดาบสวมเกราะหนังสีน้ำเงินทั้งสามหน้าตาคมคายสมชายผมสีดำสนิทอายุราวสิบห้าส่วนฟันโอน่าจะโตสุดอายุราวยี่สิบกว่าทั้งสามตกอยู่ในวงล้อมของหมาป่าเขี้ยวดาบถึงสี่ร้อยตัว
“ของคุณพี่ชายมากครับแต่ว่าตอนนี้พวกเราคงไม่มีเวลาคุยเอาไว้จัดการตรงหน้าเสร็จเราจะขอบคุณอย่างเป็ทางการนะครับ”
ฟันโอเอ่ยขึ้นพร้อมกับเข้าปะทะกับฝูงหมาป่าโดยเนเนะที่ตั้งหลักได้ของคุณศิลาพร้อมกับวิ่งเข้าสบทบเพื่อนพ้องทันทีศิลายืนมองไปทั่วบริเวณก็พบกลุ่มผู้เล่นมากมายที่กำลังสู้กับสัตว์อสูร ทว่าสัตว์อสูรกลับดุร้ายมากยิ่งขึ้นและมีจำนวนมากกว่าปกติ
ถ้าตามปกติศิลาคงปลีกตัวไปแบบไม่สนใจแต่ทว่าเขาตระหนักแล้วว่าการโซโล่ย้อมมีขีดจำกัดและการจะพิชิตเกมด้วยตัวคนเดียวมันแทบเป็ไปไม่ได้ถ้าเขาจะสร้างเมืองสร้างกองกำลังก็ต้องมีเพื่อนพ้องที่คอยระวังหลังและไว้ใจถึงขั้นตายแทนกันได้
และปาร์ตี้ตรงหน้าเขากลุ่มคนสี่คนนี้ก็ดูจะเข้าทางตามวิสัยของเขาพอดีใจเขาสั่งมาแบบนั้น
“ผมช่วยอีกแรง”
ศิลาเอ่ยพร้อมกับโถมร่างเข้าโรมลันสัตว์อสูรทันที
เสียงดาบดังถี่ยิบเสียงร้องโหยหวนดังไม่ขาดสายเลเวลคือสิ่งที่ศิลา้าเขาใช้เวลาไปอีกหนึ่งวันเต็มๆในการไล่สังหารสัตว์อสูรกับกลุ่มของฟันโอ จนเกิดเป็ปาร์ตี้ขึ้น