อี้เหรินเฟิ่งหลังจากจมจ่อมไปกับการโคจรพลังอยู่นั้นเขารู้สึกว่าพลังหยินภายในร่างกายของเขานั้นเริ่มหนาแน่นแข็งแร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดต้องเข้าใจว่าถึงแม่เขาจะได้รับการฝึกเกี่ยวกับพลังหยินและหยางมาั้แ่เล็กแต่ก็ยังไม่ได้เรียนเคล็ดวิชาที่จำเพาะเจาะจงในการฝึกเช่นนี้ นี่เป็ส่วนที่ขาดหายไปของเขา
อี้เหรินเฟิ่งติดอยู่ในโลกของการฝึกฝนอย่างห้ามไม่ได้เถียนหลันหลันก็ไม่ได้รบกวนเขาแต่อย่างได ได้แต่ชื่นชมในพร์ของเขาอยู่เงียบๆเธอบังคับเหยี่ยวั์มุ่งหน้ากลับสำนักต่อไป
หนึ่งเดือนต่อมาทั้งสองก็ได้เข้ามาสู่เขตุแดนของสำนักในที่สุดดินแดนแห่งนี้เต็มไปด้วยหิมะขาวสุดลูกหูลูกตา อากาศของที่นี่หนาวเย็นตลอดทั้งปีลมหนาวรุนแรงเสียดกระดูกเต็มไปด้วยอันตราย
ทั้งสองเดินทางอีกสามวันในที่สุดก็เดินทางมาถึงสำนักธารเหมันต์ในที่สุดสำนักตั้งอยู่กลางธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ หนาวเย็นสุดบรรยายรายล้อมไปด้วยกำแพงแก้วใสสูงกว่าห้าสิบเมตรยาวสุดลูกหูลูกตาภายในมีพื้นที่กว้างขวางยิ่ง
เถียนหลันหลันพาอี้เหรินเฟิ่งลงจอดยังประตูเข้าสำนักภายในอานาเขตของสำนักห้ามบินผ่านโดยเด็ดขาด พวกเขาจึงจำต้องเดินเข้าเข้ามาจากประตูหน้าเท่านั้น
เถียนหลันหลันพาอี้เหรินเฟิ่งเดินมายังหอพักศิษย์ใหม่ตามหาหัวหน้าอาคารศิษย์ใหม่ไห้เขาพาอี้เหรินเฟิ่งไปหาห้องพักเสียก่อนในวันรุ่งขึ้นนางจึงจะกลับมาจัดการกับอี้เหรินเฟิ่งอีกทีหนึ่งด้วยพร์ของอี้เหรินเฟิ่งนั้น นางไม่อาจตัดสินใจเองได้จำต้องขอคำปรึกษากับท่านเ้าสำนักและเหล่าผู้าุโเสียก่อน
หลังจากที่เถียนหลันหลันจากไปผู้ดูแลได้พาอี้เหรินเฟิ่งไปยังห้องพักของเขาและได้กล่าวแนะนำสถานที่ใกล้เคียงต่างๆไห้เขาฟังจากนั้นจึงได้กำชับกับอี้เหรินเฟิ่งว่าอย่าได้เพ่นพ่านไปข้างนอกเวลานี้ ไห้รอการจัดการจากเหล่าผู้าุโในวันพรุ่งนี้เสียก่อนป้องกันการถูกเข้าใจผิด
จากนั้นอี้เหรินเฟิ่งจึงได้เข้าพักผ่อนยังห้องพักเนื่องจากเดินทางมาเป็เวลานานอี้เหรินเฟิ่งจึงได้ชำระร่างกายแล้วก็เข้านอนไปในที่สุด
เช้าวันรุ่งขึ้นผู้ดูแลได้เข้ามาตามตัวอี้เหรินเฟิ่งไปยังโถงกลางของศิษย์สายนอกภายในห้องโถงนอกจากเถียนหลันหลันแล้ว ยังมีชายวัยกลางคนสองคน คนแก่อีกสามคน
เถียนหลันหลันได้แนะนำผู้คนทั้งหมดไห้แก่อี้เหรินเฟิ่งชายวันกลางคนทั้งสอง คือเ้าสำนักคนปัจจุบัน กับรองเ้าสำนัก
เ้าสำนักมีนามว่า โม่อู่หาง
รองเ้าสำนักมีนามว่า เซียวผิงจาง
ผู้าุโอีกสามท่านนั้นเป็ผู้าุโใหญ่ประจำสำนัก
ท่านแรกมีนามว่า ฉู่จื่อหลิง
ท่านที่สองมีนามว่า เจิ้งกว่าง
ท่านที่สามเป็ผู้าุโสูงสุดมีนามว่าโม่หลิง
ทั้งสามได้ฟังเื่ราวคร่าวๆมาจากเถียนหลันหลันมาแล้วจากที่ได้เล่ามานั้นเหล่าผู้าุโต่างตื่นเต้นยินดีที่สามารถพบเจอกับเด็กที่มีพร์ระดับนี้
แต่หลังจากที่พวกเขาทั้งห้าคนนั้นได้พบเจอเข้ากับอี้เหรินเฟิ่งตัวจริงนั้นต่างทำไห้ทั้งหมดอ้าปากตาค้าง เนื่องจากทั้งห้านั้นมีระดับวรยุทธที่สูงล้ำทำไห้ระดับพลังบ่มเพาะต่างๆของอี้เหรินเฟิ่งที่ได้เก็บซ่อนไว้นั้นปรากฏแก่สายตาของพวกเขาทั้งหมด
เด็กน้อยวัยเพียงสิบขวบปีแต่กลับมีวรยุทธขั้นกายทองขั้นสูงสุดนับว่าเป็ตัวตนที่ไม่เคยพบเคยเจอมาก่อนในดินแดนแห่งนี้บุตรแห่ง์ทั้งหมดในดินแดนยังต้องก้มลงกราบในความสามารถขนาดนี้
ทั้งห้าหันมามองหน้ากันทุกคนต่างไม่สามารถเก็บอารมย์ความตื่นเต้นที่มีได้พวกเขาต่างใช้เสียงในใจปรึกษากันอย่างรวดเร็วพวกเขาทั้งห้าทุกคนนั้นต่างก็อยากได้อี้เหรินเฟิ่งนั้นมาเป็ศิษย์สืบทอดแต่ทุกคนต่างก็สงสัยในภูมิหหลังของอี้เหรินเฟิ่งเช่นเดียวกัน
แน่นอนว่าไม่มีทางที่จู่ๆจะมีเด็กน้อยคนหนึ่งที่น่าตื่นตะลึงเช่นนี้โผล่ออกมาเองโดยไม่มีผู้ไดดูแลเอาใจใส่ในที่สุดพวกเขาก็ตัดสินในได้ว่าจะไห้อี้เหรินเฟิ่งนั้นจะไปอยู่ในการดูแลของโม่หลิงผู้าุโสูงสุด
เนื่องจากพวกเขารู้ดีว่าผู้ที่สามารถจะสั่งสอนอี้เหรินเฟิ่งได้นั้นจำต้องเป็ผู้ที่มีความสามารถมากที่สุดในหมู่พวกเขาแต่พวกเขาก็ต้องสอบถามอี้เหรินเฟิ่งไห้แน่ชัดก่อน ว่าเขาเป็ไครมาจากไหนและ้าที่จะอยู่ศึกษาวิชาที่นี่หรือไม้
สุดท้ายโม่อู่หางก็ไล่คนอื่นออกไปด้านนอกเหลือเพียงเหล่าผู้าุโทั้งห้าคนแล้วเริ่มกล่าวกับอี้เหรินเฟิ่ง
"เด็กน้อยด้วยความสามารถของเ้านั้นไม่มีทางที่จะเป็คนธรรมดาเป็แน่เ้าช่วยบอกกับเหล่าผู้ชราได้ไหมว่าเ้านั้นเป็ไครมาจากไหนมีจุดมุ่งหมายไดอยู่หรือไม่"
"ข้าขออภัยด้วยท่านผู้าุโข้าไม่สามารถบอกกับท่านได้ว่าข้าเป็ไครมาจากไหนซึ่งบิดาข้าได้กำชับไว้ก่อนหน้านี้ตัวข้านั้นหลังจากอายุได้เจ็ดขวบ บิดาก็ไล่ไห้ข้าออกมาฝึกฝนยังเบื้องนอกแล้วอีกทั้งกำชับไว้ว่า ก่อนวัยสิบห้าปีห้ามกลับไปยังบ้านต้องอยู่ฝึกฝนเอาชีวิตรอดด้วยตัวเองอยู่ด้านนอกไห้ได้"
"ส่วนจุดมุ่งหมายของข้านั้นเพียง้าศึกษาหาความรู้ในสำนักแห่งนี้เพียงเท่านั้นหากไม่เป็การรบกวนจนเกินไป ไห้ข้าอาศัยอยู่ในสำนักด้วยได้หรือไม่ข้าสัญญาว่าจะตั้งใจเล่าเรียนทำตัวไห้มีประโยชน์ตอบแทนบุญคุณของสำนักอย่างสุดความสามารถ"
ได้ยินดังนั้นเหล่าผู้าุโก็เริ่มปรึกษาหารือกันอีกครั้งว่ายินดีจะรับอี้เหรินเฟิ่งไว้ในสำนักหรือไม่สุยท้ายก็สรุปไห้ผู้าุโสูงสุดดูแลเขาตามเดิม
โม่อู่หาง"นับจากนี้ไปเ้าจะเป็ศิษสืบทอดของผู้าุโสูงสุดโม่หลิง เ้ายินดีหรือไม่"
"ยินดีขอรับ"อี้เหรินเฟิ่งตอบกลับไปพร้อมกับกุมมือขอบคุณไปยังผู้าุโทั้งหลายจากนั้นจึงเดินไปหาโม่หลิง
โม่หลิงเห็นดังนั้นจึงยิ้มรับด้วยความดีใจพร้อมกับลูบมือไปยังแหวนบนมือเบาๆจากนั้นในมือของเขาก็ปรากฎกำไลหยกขาวออกมาหนึ่งวงตัวกำไลแกะสลักเป็รูปัห้าตัวไล่กวดกัน ดูอ่อนช้อยสมจริงยิ่งนักกำไลหยกขาวแผ่ไอเย็นออกมาจางๆ
โม่หลิงยื่นกำไลวงนั้นไปทางอี้เหรินเฟิ่งพร้อมกับพูดว่า
"สิ่งนี้ถือเสียว่าเป็ของขวัญต้อนรับศิษย์ของข้านับจากนี้เ้าจะเป็ศิษย์สืบทอดคนสุดท้ายของข้า โม่หลิง"
"กำไลวงนี้มีชื่อว่ากำไลัเหมันต์แกะสลักมาจากหยกน้ำแข็งธารเหมันต์ พบได้จากใต้ก้นบึ้งของธารเหมันต์แห่งนี้เท่านั้นมันสามารถช่วยเ้าในการบำเพ็ญเพียรพลังธาตุน้ำแข็งได้มันช่วยในการควบรวมพลังภายนอก แล้วส่งผ่ายพลังไห้แก่เ้าจากนี้เ้าจะได้ฝึกวิชาได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น"
"ขอบคุณสำหรับของขวัญพบหน้าขอรับท่านอาจารย์"อี้เหรินเฟิ่งกล่าวหลังจากรับกำไลมาสวมไว้ในมือ
จากนั้นทั้งหมดก็ได้แยกย้ายกันไปอี้เหรินเฟิ่งได้เดินตามโม่หลังไปยังหุบเขาด้านหลังสำนักท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมาย ในที่สุดไม่ช้าก็ได้มีข่าวแพร่กระจายออกไปในที่สุดว่าผู้าุโสูงสุดโม่หลิง ได้รับศิษย์สืบทอดคนสุดท้ายเข้ามาใหม่ต้องเข้าใจว่าศิษของผู้าุโสูงสุดนั้น ต่างก็เป็เ้าสำนักในภายหลังทั้งสิ้น
ฉะนั้นทุกคนที่ได้ยินข่าวนั้นต่างก็รู้สึกอิจฉาไปตามๆกัน
อี้เหรินเฟิ่งเดินตามโม่หลิงมายังหุบเขาท้ายสำนักในที่สุดที่นี่นับว่าห่างไกลจากผู้คน ภายในหุบเขามีเพียงอาคารไม่เกินสิบหลังล้วนแต่เป็สถานที่พักของศิษย์สืบทอดคนก่อนๆของโม่หลิง
โม่หลิงพาอี้เหรินเฟิ่งมายังที่พักแห่งหนึ่งไกล้ๆกับเรือนพักของเขาแล้วกล่าวกับอี้เหรินเฟิ่งไว้ว่าที่นี่จะเป็ที่พักนักของเขาต่อไปไห้เขาพักผ่อนไปก่อน วันนี้สามารถเดินชมรอบๆได้เขาจะต้องเตรียมการบางอย่างสำหรับใช้ฝึกฝนอี้เหรินเฟิ่งในวันพรุ่งนี้จากนั้นโม่หลิงก็ได้จากไป