ตอนที่16 เ้ารู้จักภาษาของพวกมันไหม
เสิ่นอี้อยากด่าทอมดนิวให้หายโมโหที่มันทำให้เนื้อตัวเขาสกปรกยิ่งกว่าเดิมทันใดนั้นเขารับรู้ได้ถึงแรงสั่นะเืเล็กน้อยจากกระเป๋า อาจหมายความว่าแมงป่องวางกระเป๋าเพื่อเตรียมนำซากศพและสัตว์ที่ยังมีชีวิตอยู่ออกมากินแน่นอน
“ตายละ!...มันจะต้องเตรียมกินอาหารพวกนี้แน่พวกเราต้องหาทางออกไปจากที่นี่แล้ว”
เสิ่นอี้อุทานด้วยความตื่นตระหนกเขาพยายามนอนเหยียดยาวทาบตัวเข้ากับซากศพของกิ้งกือเพื่อไม่ให้พวกแมงป่องมองเห็นตนเองได้ชัดเจนโดยพยายามมองหาจังหวะหรือโอกาสหลบหนีอยู่ตลอดเวลา
พลันรู้สึกได้ทันทีว่ากล่องอาหารของพวกแมงป่องถูกยกขึ้นแล้วเทพรวดลงบนโต๊ะทันทีร่างของเขาร่วงหล่นลงบนโต๊ะพร้อมกับซากศพที่เขาเกาะอย่างเหนียวแน่น
เขาพยายามหาช่องว่างเพื่อสูดอากาศหายใจอย่างสุดฤทธิ์โดยมีมดตัวน้อยเกาะอยู่บนไหล่เขาอย่างแ่า
เมื่อสูดเอาอากาศหายใจได้สักพักจนมีเรี่ยวแรงมากพอแล้วเขาพยายามแหวกหัวและตัวออกมาจากกองซากศพโดยมีกิ้งกือกับหนอนพากันไต่ยั้วเยี้ยบนโต๊ะโลหะขนาดใหญ่ เขาสอดส่ายสายตามองหาทางรอดของตัวเองกับมดนิวจนพบมุมโต๊ะด้านหนึ่งมีปลายกระบอกปืนเลเซอร์วางพิงไว้พอดีซึ่งช่วยให้เขาสามารถปีนป่ายลงไปยังพื้นเพื่อหาสถานที่หลบซ่อนต่อไปได้
จากนั้นเสิ่นอี้กวาดสายตามองทั่วห้องขนาดใหญ่อีกครั้งเขามองเห็นทหารแมงป่องเดินขวักไขว่อยู่ภายในห้องโถงโล่งขนาดใหญ่เป็จำนวนมากทว่าพวกมันต่างกำลังง่วนหาเครื่องปรุงรสสำหรับกินกับอาหารอันโอชะของมัน ทหารแมงป่องบางตัวก็เริ่มกินอาหารจากกล่องของมันเองแล้ว
เสิ่นอี้พิจารณาแล้วเห็นว่าจังหวะนี้เป็โอกาสอันดีที่จะช่วยให้เขาหลบหนีได้พอดี
“ไปกันเถอะมดนิวพวกเราต้องเร่งทำเวลาแล้ว”
เสิ่นอี้พึมพำบอกเพื่อนคู่หูอย่างร้อนใจเขาวิ่งตรงไปยังมุมโต๊ะแล้วรีบปีนป่ายลงไปตามกระบอกปืนเลเซอร์อย่างรวดเร็ว
มดนิวไม่กล้าส่งเสียงดังเพราะกลัวว่าจะเรียกความสนใจจากเหล่าทหารแมงป่องมันเกาะไหล่ของเสิ่นอี้ไว้แน่นอย่างกลัวตาย เนื่องจากเป็การเข้าสู่แหล่งที่อยู่ของศัตรูโหดร้ายโดยตรงซึ่งมีความเสี่ยงเหลือคณนานับ
เสิ่นอี้พยายามมองหาแหล่งที่พอจะหลบซ่อนตัวได้ทว่าห้องดังกล่าวเป็ห้องโล่งที่มีเพียงโต๊ะกลางห้องไม่กี่ตัวเท่านั้นไม่มีสิ่งอื่นที่พอให้เขาหลบซ่อนตัวได้เลย ทำให้ชายหนุ่มและมดตัวน้อยต้องยืนแนบลำตัวเข้ากับขาโต๊ะพร้อมกับหลบซ้ายขวาไปมาเพื่อไม่ให้ศัตรูมองเห็นตัวเขาได้ถนัดถนี่
‘บ้าจริง! ห้องนี่คงเป็ห้องอาหารหรือไม่ก็ห้องทำกิจกรรมบางอย่างของพวกมันแน่ มันโล่งกว้างไปหมดเลย มีแค่โต๊ะไม่กี่ตัวตัวเท่านั้นแล้วฉันจะหลบพวกมันได้ยังไง? หวังว่ามันจะมองไม่เห็นฉันหรอกนะ’
เสิ่นอี้ไม่กล้ากระพริบตาสักนิดเพราะกังวลว่าจะมีทหารแมงป่องตัวใดตัวหนึ่งมองเห็นเขาถึงแม้ว่าเขาจะอยู่ในสภาพคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ใกล้ขาโต๊ะก็ตาม เขาหลบอยู่หลังขาโต๊ะหนึ่งในสี่อันที่มีขนาดกว้างพอบดบังตัวได้
อย่างไรก็ตามจำนวนทหารแมงป่องที่มีอยู่เป็จำนวนมากซึ่งเขานับคร่าว ๆ จากสายตาแล้วพบว่ามีประมาณหนึ่งร้อยตัวนั้นเป็จำนวนที่มากและสร้างความหวาดหวั่นให้กับตัวเขายิ่งนัก
ชายหนุ่มต้องทนอยู่ในสภาพระแวดระวังตัวอยู่เป็เวลานานจนกระทั่งทหารแมงป่องกินอาหารเสร็จเรียบร้อย โดยพวกมันทยอยเดินออกจากห้องไปทีละตัว
เขาพยายามหาช่องทางออกจากห้องนี้เพราะไม่แน่ใจว่าประตูจะปิดแล้วทำให้เขาถูกขังไว้ภายในหรือไม่ กระทั่งมองเห็นโอกาสที่เป็ไปได้โดยการแฝงตัวเข้าไปอยู่ในรถเข็นเก็บอาวุธปืนที่มีหุ่นยนต์เข็นเข้ามาในห้องพอดี
“โปรดนำอาวุธมาวางไว้ที่นี่เราจะเอาไปทำความสะอาดและจัดเก็บให้เรียบร้อย”
หุ่นยนต์สูงเท่าทหารแมงป่องเข็นรถที่มีช่องสำหรับวางปืนเลเซอร์ในลักษณะตั้งขึ้นเรียงเป็ช่องอย่างเป็ระเบียบเข้ามามันพูดเสียงราบเรียบเหมือนกับเสียงระบบโกลาหลของเสิ่นอี้โดยเป็การบอกกล่าวเหล่าทหารแมงป่องทั้งหลายตามหน้าที่
บรรดาทหารแมงป่องต่างนำปืนเลเซอร์ที่พกติดตัวมาวางในช่องบนรถเข็นอย่างรู้หน้าที่
เมื่อมีทหารแมงป่องตัวหนึ่งเดินผ่านขาโต๊ะที่เสิ่นอี้หลบอยู่เขารีบะโเกาะรองเท้ามันเพื่ออาศัยเดินทางไปด้วยโดยไม่ให้ผิดสังเกตอย่างรวดเร็ว
ครั้นเข้าใกล้รถเข็นเก็บอาวุธแล้วเขาจึงรีบะโหลบไปอยู่ใต้รถเข็นเพื่อรอคอยหาจังหวะปีนป่ายขึ้นไปอยู่ในรถเข็นอีกที่เวลาดังกล่าวเป็จังหวะที่เขาไม่คาดคิดว่าตนเองจะได้ทำอะไรที่เสี่ยงอันตรายและต้องลุ้นระทึกเช่นนี้มาก่อน
“เสิ่นอี้.....ล้อรถเข็นน่าจะพอเกาะไปได้อยู่อย่าปีนขึ้นไปเลย มันเสี่ยงเกินไป”
มดนิวเหลือบมองหาช่องทางหลบหนีช่วยเสิ่นอี้มันกระซิบบอกชายหนุ่มเมื่อมองเห็นลักษณะล้อรถเข็นที่มีแผ่นโลหะขนาดใหญ่ครอบล้อไว้โดยคิดว่าน่าจะปลอดภัยมากกว่าการพยายามปีนป่ายขึ้นไปอยู่บนรถเข็น ซึ่งอาจทำให้ศัตรูมองเห็นพวกตนได้
คำแนะนำของมดนิวทำให้ชายหนุ่มมองตามและวิเคราะห์ตามสภาพความเป็จริงเขาพบว่าครอบปิดล้อรถเข็นมีขนาดกว้างพอที่จะขึ้นไปนั่งอยู่ได้ในความสูงของตัวเองจึงเห็นด้วยกับคำแนะนำของมดนิว
“ตกลง.....น่าจะปลอดภัยจริงดั่งที่เ้าว่ามา”เสิ่นอี้กระซิบตอบเสียงเบาเช่นกัน
จากนั้นเขาปีนป่ายขึ้นไปนั่งอยู่บนล้อรถเข็นอย่างทุลักทุเลเพราะไม่มีสิ่งใดพอให้ยึดเกาะได้ทว่าเขาสามารถปีนขึ้นไปนั่ง
ได้สำเร็จ โดยมีมดนิวไต่จากบ่าลงมานั่งข้าง ๆ แต่ละคนและตัวต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอก
สักพักหนึ่งหุ่นยนต์เข็นรถนำอาวุธไปตรวจสภาพและทำการซ่อมบำรุงตามหน้าที่โดยห้องที่รถเข็นเคลื่อนตัวไปนั้นเป็เขตซ่อมบำรุงที่ทำงานด้วยหุ่นยนต์และจักรกลอัตโนมัติซึ่งพวกมันไม่ได้สนใจเสิ่นอี้และมดนิวที่วิ่งออกมาจากใต้รถเข็นแต่อย่างใด
เขาวิ่งไปหามุมหลบภัยซึ่งเป็มุมอับข้างซอกตู้โลหะที่ใช้จัดเก็บอาวุธไว้ข้างผนังห้องอย่างรวดเร็วจากนั้นรอคอยหาโอกาสเพื่อจะเข้าไปยังห้องที่อยู่ของเ้าหญิงต่อไป
มดนิวกระซิบถามเสิ่นอี้อย่างกังวลใจเกี่ยวกับภารกิจไปช่วยเหลือเ้าหญิงผีเสื้อว่า
“เสิ่นอี้พวกเราจะทำยังไงต่อไป?ห้องที่อยู่ของเ้าหญิงก็ไม่รู้อยู่ไหน?เ้ารู้จักภาษาพวกมันไหม?”
เสิ่นอี้ขมวดคิ้วแน่นอย่างหนักใจเหตุเพราะเขาแปลกใจที่สามารถเรียนรู้ภาษาของมดนิวได้ ทว่าพอเป็ภาษาของพวกทหารแมงป่องเขากลับฟังไม่รู้เื่สักคำ มีเพียงการวิเคราะห์และคาดเดาเองจากน้ำเสียงหรือท่าทางทั้งหลาย
“ฉันก็แปลกใจเหมือนกันที่ฟังภาษาพวกมันไม่ออกดูเหมือนว่าฉันจะสื่อสารได้เฉพาะกับคนดาวผีเสื้อกระมัง”
เขาตอบกลับมดนิวอย่างไม่แน่ใจโดยเป็การคาดเดาทั้งหมดซึ่งเขาคิดว่าทักษะเรียนรู้ฉับไวอาจไม่ได้รวมเื่ภาษาเข้าไว้ด้วย โดยคิดเปรียบเทียบกับทักษะของเอสเปอร์ทั้งหลายเหตุเพราะทักษะเื่การเข้าใจภาษาจักรวาลนั้นเป็อีกหนึ่งทักษะเฉพาะที่ไม่เกี่ยวข้องกับทักษะเรียนรู้ฉับไว
“อย่างนั้นหรือ? น่าเสียดายจังหากพวกเรารู้ว่าเ้าหญิงอยู่ที่ไหนก็คงดี ไม่งั้นถ้าจะต้องคอยหลบซ่อนโดยไม่รู้อะไรแล้วต้องตามหาไปทั่วยานเองแบบนี้ พวกเราจะเจอเ้าหญิงตอนไหนละ? มันอาจไม่ทันการณ์แล้วก็ได้”
มดนิวตอบกลับด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยมันไม่คาดคิดว่าผู้กล้าจะอับจนหนทางเช่นกัน ทำให้มันรู้สึกผิดหวังที่ไม่สามารถช่วยเหลือเ้าหญิงได้
“ไม่หรอกน่าอย่าเพิ่งหมดหวังสิ ขนาดฉันยังไม่ยอมแพ้เลย แกจะยอมแพ้ได้ไง?”
เสิ่นอี้กล่าวปลอบใจมดนิวอย่างกังวลใจเขาไม่เคยรู้สึกย่ำแย่ขนาดนี้มาก่อน โดยคิดว่าหากขึ้นมาบนยานได้แล้วอาจหาช่องทางตามหาที่อยู่ของเ้าหญิงได้ทว่าตอนนี้เขารู้สึกอับจนหนทางอย่างแท้จริง
ชายหนุ่มหลับตาลงเพื่อครุ่นคิดวางแผนการในอนาคตทว่าการเดินทางและผจญภัยที่ผ่านมานั้น เขาได้ใช้พละกำลังไปมากส่งผลให้เขาอ่อนเพลียจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว
มดนิวเห็นชายหนุ่มเงียบเสียงไปมันพยายามคิดหาหนทางช่วยเขาอย่างกังวลใจโดยมันเผลอหลับไปเพราะความเหนื่อยล้าเช่นกัน
หนึ่งคนหนึ่งมดนั่งเหยียดขาพิงหลังตู้แล้วซบหลับไปด้วยกันจนถึงวันต่อมาซึ่งทั้งคู่ตื่นขึ้นพร้อมกันเพราะได้ยินเสียง
ะโโหวกเหวกพร้อมกับหุ่นยนต์เตรียมขนปืนเลเซอร์จำนวนมากใส่ในรถเข็นอีกครั้ง ทำให้เสิ่นอี้มองเห็นโอกาสตามหาเ้าหญิงขึ้นมาทันที
เขาจับมดนิวขึ้นไว้บนบ่าเหมือนอย่างเคยแล้วออกตัววิ่งเข้าใส่รถเข็นคันหนึ่งก่อนที่จะรีบปีนขึ้นไปนั่งบนครอบล้อเหมือนเช่นเคย
“หวังว่าพวกมันจะพาเราไปหาเ้าหญิงเสียทีนะ”มดนิวกระซิบบอกเสิ่นอี้อย่างกังวลใจ
“คิดว่าไม่.....ดูท่าพวกมันคงเตรียมทำามากกว่าเห็นขนอาวุธไปมากแบบนี้ คงไปตามหาาาเผ่าผีเสื้อเป็แน่หรือ
ไม่งั้นก็อาจจะทำาเพื่อกดดันาาก็เป็ได้”
เสิ่นอี้ส่ายหัวก่อนพูดทักท้วงมดนิวอย่างไม่แน่ใจเขาคาดเดาจากการที่หุ่นยนต์หลายสิบตัว ต่างพากันนำอาวุธใส่รถเข็นแล้วตรงไปยังเส้นทางหนึ่งอย่างรวดเร็วเป็การกระทำที่ดูเหมือนเตรียมก่อามากกว่า
“ก็ไม่แน่หรอกหากพวกมันคิดจะทำาจริง พวกมันก็ต้องนำตัวเ้าหญิงไปต่อรองด้วยสิ”
มดดำส่ายหัวอย่างไม่แน่ใจมันคาดเดาว่ากองทัพแมงป่องน่าจะ้าข่มขู่าาเผ่าผีเสื้อมากกว่า เพื่อให้าายินยอมบอกแหล่งที่ซ่อนแร่เกรตโทนเนื่องจากแร่ชนิดนี้ไม่สามารถตรวจพบด้วยเทคโนโลยีใดได้เป็แร่ที่อาจกล่าวได้ว่ามีชีวิตซึ่งรู้จักหลบหลีกและหลบซ่อนตัวเป็อย่างดี
“เป็ไปได้.....ความคิดเ้าไม่เลวถ้างั้นพวกเราต้องหาทางเข้าใกล้เ้าหญิง เพื่อช่วยออกมาให้เร็วที่สุด”
เสิ่นอี้พยักหน้าเห็นด้วยเมื่อวิเคราะห์ตามสถานการณ์ที่มดนิวกล่าวออกมาโดยเขามีความหวังว่าจะช่วยเหลือเ้าหญิงได้ทันเวลาก่อนที่จะครบกำหนดเพราะเขาเผลอหลับไปซึ่งทำให้เสียเวลาไปมากถึงหนึ่งวันเต็ม