.............................
พาหนะสาธารณะซิ่งไปตามทาง แน่นอนว่าโชเฟอร์นายนี้ไม่ได้กล่าวเกินจริง เขามีฝีมือการขับขี่ที่แน่พอตัว เพราะแซงรถทุกคันที่อยู่ข้างหน้าได้อย่างยอดเยี่ยม ทว่าก็ไม่ดีพอให้หรั่งสบายใจ ด้วยรู้ดีว่าสิ่งที่ไล่ตามนั้นว่องไวยิ่งกว่านั้น
" ขับให้เร็วกว่านี้ไม่ได้เหรอครับ"
โชเฟอร์หันมามองหรั่งแวบนึง จากนั้นก็เอ่ยถาม ท่าทางหัวเสีย
" นี่ผมเหยียบจนมิดแล้วนะ ไม่น่ามีใครตามทันอีก หรือคุณจะบอกว่าคนที่ไล่ตามคือ.....โทเรตโต้จากหนังเรื่องเดอะฟาส "
แม้คำประชดนี้จะออกแนวยียวนกวนบาทา แต่หรั่งไม่อินตาม แถมยังเร่งให้โชเฟอร์วัยกลางคนเพิ่มความเร็วให้มากกว่านี้
" ขอร้องเถอะครับ ช่วยขับให้เร็วกว่านี้ได้มั้ย "
โชเฟอร์วัยกลางอยากจะถีบหรั่งลงจากรถซะเดี๋ยวนี้ โทษฐานที่พูดจาเป็นเชิงดูถูก แต่พอเห็นสีหน้าที่ดูสิ้นหวังของหนุ่มหล่อ เขาก็เริ่มใจอ่อน ถึงกระนั้น สิ่งที่ร้องขอ ก็เป็นเรื่องที่ไม่อาจทำได้
" เฮ้อ.....คุณครับ ผมควบเต็มที่แล้ว กำลังของรถทำได้แค่นี้ "
อันที่จริง หรั่งเองก็เข้าใจ เพราะเขานับว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านรถคนหนึ่ง จึงรู้ขีดจำกัดของมันเป็นอย่างดี
" อืม......ก็น่าจะจริงอย่างที่เขาว่า เพราะนี่คือรถ toyota corolla altis trd sportivo ปี 2014 ดูจากสภาพ การทำความเร็วถึง 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็น่าจะเต็มที่แล้ว "
เมื่อเป็นเช่นนี้ สิ่งเดียวที่หรั่งทำได้คือ.....ตั้งสติให้ดีๆ ดวงตาจ้องกระจกมองหลังอยู่ตลอด พร้อมเอ่ยถามโชเฟอร์วัยกลางคน
" เอาล่ะครับ ในเมื่อวิ่งได้ประมาณนี้ ก็ไม่เป็นไร ว่าแต่พี่พอจะมีอาวุธให้ผมหยิบยืมหรือเปล่า "
โชเฟอร์วัยกลางคนเกือบจะบอกว่ามีมีดสปาต้าและปืนพกอยู่ในลิ้นชัก แต่ก็ชะงักปากเอาไว้ เพราะนึกขึ้นมาได้ว่าหรั่งเป็นคนแปลกหน้า ไม่ควรหยิบยื่นอาวุธให้ง่ายๆ จึงโกหกหน้าด้านๆ
" รถคันนี้ไม่มีอาวุธหรอก นายจะเอาไปทำอะไรเหรอ น้องชาย "
" ผมแค่คิดว่าไอ้สิ่งที่ไล่ล่าเรา น่าจะเร็วกว่ารถคันนี้ เลยต้องหาอาวุธมาใช้ เผื่อว่ามันจะตามทัน "ถึงหรั่งจะได้ยินเสียงปฏิเสธที่แหลมสูง แต่ก็ไม่ใส่ใจ เพราะจิตส่วนใหญ่หมกมุ่นอยู่กับปีศาจสาวที่ไล่ตามติดๆ
" เอ......หรือไอ้หมอนี่จะหนีโทเรตโต้มาจริงๆ " โชเฟอร์วัยกลางคนฉงนเต็มที ภายในใจแอบขบคิด แต่นั่นก็เป็นความเพ้อเจ้อที่เกิดขึ้นชั่วขณะ
และแล้ว การคาดเดาของหรั่งก็ดันถูก ด้วยเห็นบางสิ่งที่ฉายอยู่บนกระจกมองข้าง จึงรีบชะเง้อหน้าออกไปดู ทำให้พบกับ.....ปีศาจสาวตนเดิม มันกำลังใช้ปีกสีดำขนาดใหญ่ เพื่อไล่ตามพาหนะที่หนุ่มหล่อโดยสาร
" มันมาแล้ว ทำไงดีนะ "
โชเฟอร์วัยกลางคนก็ไม่โง่ซะทีเดียว เพราะเขาเองก็เหลือบไปเห็นสตรีผู้มีปีกค้างคาวเช่นกัน เลยอ้าปากค้าง ด้วยความตกใจ
" อะ......นะ.....นั่นมันเป็นตัวอะไร "
"ก็ตัวที่ไล่ตามเรามายังไงล่ะครับ พี่วิ่งให้เร็วกว่านี้ไม่ได้หรือ " หรั่งตอบกลับ ท่าทางลุกลี้ลุกลนจนนั่งไม่ติด พร้อมหันไปมองปีศาจสาวที่บินตามเป็นระยะ
" ละ....แล้วมันคืออะไร " โชเฟอร์วัยกลางคนเริ่มปากคอสั่นจนบังคับไม่อยู่ แต่ข้อดีของเรื่องนี้ก็คือ.....เขาทำความเร็วได้มากกว่าเดิม เพราะถูกความหวาดกลัวครอบงำจิตใจ เลยเร่งหนีตายตามสัญชาตญาณ
หรั่งเองก็ไม่รู้จะตอบยังไง เพราะมีข้อมูลน้อยเหลือเกิน แต่สิ่งเดียวที่บอกได้ก็คือ......พวกนี้ไม่ใช่มนุษย์
แม้สองหนุ่มจะพยายามหนีสุดชีวิตจนทำความเร็วได้ถึง 160กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ก็ไมได้ทิ้งห่างจากปีศาจสาวที่บินตาม มิหนำซ้ำ มันยังกระชั้นเข้ามาอีกหลายคืบ มุมปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยวคม เริ่มแสยะยิ้มชั่วร้าย
" หนีไม่พ้นหรอก เจ้ามาเป็นของข้าซะดีๆ "
เหตุที่เกิด ค่อนข้างฉุกละหุก และบีบรัดหัวใจสุดๆ ชนิดที่ต่อให้ผู้พบเจอ มีประสาทกล้าแข็งเพียงใด ก็ต้องตื่นกลัวกันทุกคน โชเฟอร์หนุ่มใหญ่จึงตัดสินใจ บอกที่ซ่อนอาวุธให้หรั่งรู้
" น้องชายรีบค้นลิ้นชักเลย พี่มีสปาต้าและปืนลูกโม่อยู่ในนั้น นายจะได้ใช้มันจัดการไอ้ปีศาจที่ไล่ติดตาม"
ถ้าเป็นเวลาปกติ หรั่งอาจจะแอบเคือง เพราะถูกโป้ปดซึ่งหน้า แต่นี่คือยามฉุกเฉิน ดังนั้นต้องทิ้งเรื่องปลีกย่อยไปก่อน จึงทำตามที่โชเฟอร์วัยกลางคนบอก เลยพบกับมีดสปาต้าที่ยาวเกือบเท่าไม้บรรทัด และปืนลูกโม่เก่าๆหนึ่งกระบอก
" ไม่รู้ว่าจะใช้ได้มั้ย แต่เราไม่มีทางเลือก "หรั่งไม่แน่ใจว่าอาวุธพื้นๆแบบนี้ จะใช้โค่นปีศาจสาวได้หรือไม่ เพราะขนาดเขาเอาไม้แหลมเสียบอกเต็มๆ มันยังลุกขึ้นยืนหน้าตาเฉย แต่ยังไงก็ดีกว่าสู้ด้วยมือเปล่า จึงกระชับศาสตราเอาไว้แน่น แล้วกระโดดไปที่เบาะหลัง เพื่อเตรียมประจัญบาน
หรั่งจ้องมองปีศาจสาวที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆผ่านกระจกหลัง และพอเหลือระยะห่างเพียงสิบเมตร หนุ่มหล่อก็เปิดกระจกข้าง แล้วโผล่ออกไปครึ่งตัว เพื่อเล็งปากกระบอกปืนไปที่อมนุษย์ ปิดท้ายด้วยการลั่นไก
" ปัง........"
ทันทีที่สิ้นเสียงกัมปนาท ปีศาจสาวก็ผงะถอยหลัง บ่งบอกว่าหนุ่มหล่อยิงเข้าเป้า แต่อมนุษย์เซได้ไม่นาน มันก็กลับมาทรงตัว แล้วบินตามต่อไป
" กะไว้แล้วว่า 9 มม.กระบอกนี้น่าจะหยุดมันไม่ได้ แต่อาจช่วยทำให้มันช้าลง " หรั่งมองสมิทแอนด์เวสสันในมือของตัวเอง ก่อนจะตั้งสติให้มั่นคง เพื่อใช้สิ่งนี้ขัดขวางการไล่ตามของปีศาจร้าย
ทว่าปีศาจสาวก็ไม่ใช่ตัวโง่งม มันจึงป่วนด้วยการบินฉวัดเฉวียนไปมา ทำให้หรั่งยิงยากกว่าเดิมหลายเท่าตัว หนุ่มหล่อจึงได้แต่จดๆจ้องๆ
" บ้าชะมัด ไอ้ปีศาจนี้เร็วเหลือเกิน แล้วเราจะยิงมันยังไง "
แม้จู่โจมได้ยากยิ่ง แต่ข้อดีก็คือปีศาจสาวติดตามได้ช้าลง เพราะต้องคอยเคลื่อนที่ไปซ้ายทีขวาที ไม่ได้บินตรงๆเหมือนตอนแรก สถานการณ์จึงยังตึงอยู่แบบนั้น ทว่าถ้ามองให้ดี ฝ่ายมนุษย์น่าจะมีความหวังมากกว่า
" หนีไปเรื่อยๆ อีกไม่กี่ชั่วโมงก็เช้าแล้ว ถึงเวลานั้น มันคงตามต่อไม่ได้ " หรั่งคิดแบบนั้น แต่เขาเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะมีโอกาสที่ปีศาจตนนี้จะไม่พ่ายแพ้แสงตะวัน
แต่แล้ว โลกนี้ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะในขณะที่ทีมมนุษย์กำลังพะวงกับการเผ่น โชเฟอร์วัยกลางคนก็รีบร้องบอก
" เฮ้ย!แย่แล้ว ไอ้น้องชาย ข้างหน้ามีด่านตำรวจ "
หรั่งขบกรามแน่น ในหัวสมองรีบวิเคราะห์อย่างหนักหน่วง เพื่อชั่งน้ำหนักของทุกทางเลือกที่เข้ามา จึงรู้ว่า.....การมีชีวิตรอดสำคัญกว่าติดคุก
" ฝ่าด่านไปเลย พี่ เพราะถ้าเราหยุด ต้องโดนปีศาจร้ายฆ่าตายอย่างแน่นอน "
โชเฟอร์วัยกลางคนก่นด่าตัวเอง โทษฐานที่รับตัวหายนะขึ้นมาบนรถ แต่เมื่อตกกระไดพลอยโจนแบบนี้ เขาก็จำต้องเล่นตามบท
" เอาก็เอาวะ จับให้ดีๆนะ ไอ้น้อง "
...........................
(5นาทีก่อน)
จ่าหมานเป็นตำรวจวัยใกล้เกษียณ รูปร่างเล็กบาง แถมลงพุงหน่อยๆ ดูยังไง ก็ไม่ควรจะมาทำอาชีพนี้ แต่เขาก็เป็นชายที่เจ้าเล่ห์สุดๆ และในวันนี้ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์จอมเก๋าก็ได้ตั้งด่านตรวจจับ จุดประสงค์หลักคือหาทางเก็บส่วย เรียกรับสินบน โดยส่วนหนึ่งจะแบ่งให้เบื้องบน จึงได้รับการสนับสนุนจากเจ้านายเป็นอย่างดี
" ฮ้าว......ง่วงจังเลย ใกล้เช้าแล้วเหรอเนี่ย เพิ่งได้แค่หมื่นเดียวเอง กูมีหวังถูกนายด่าอย่างแน่นอน " จ่าหมานหาวอีกหนึ่งที ก่อนจะก้มลงมองเวลาที่ปรากฏบนนาฬิกาข้อมือ จากนั้นก็หันไปสั่งนายสิบอีกสองคนที่เพิ่งจบใหม่
" เฮ้ย! เดี๋ยวพวกเอ็งเฝ้าด่านให้ดี คันไหนดูมีเงิน ก็ลองเรียกตรวจ เผื่อว่ามันเมามาหรือไม่มีใบขับขี่ เราจะได้ไถตังค์ซักหลายๆพัน ส่วนข้าขอแอบงีบซักเล็กน้อย อีกชั่วโมงค่อยมาปลุก "
" ครับ ได้เลย ลุงจ่า " นายสิบที่ดูทะเล้นหน่อย แกล้งกระเซ้ารุ่นพี่ (น่าจะรุ่นพ่อมากกว่ามั้ง) ทำให้จ่าหมานเริ่มหัวเสีย
" ส้นตีนสิ เสือกเรียกกูว่าลุงได้ไงฟะ ถึงกูจะแก่ แต่ก็ยังมีไฟอยู่ และถ้ายังขืนกวนตีนไม่เลิก เดี๋ยวจะอดแดกส่วนแบ่งในวันนี้ "
" ครับ " สองนายสิบรับคำ แต่ใบหน้ายังคงยิ้มละไม ทว่าก่อนที่ตำรวจอาวุโสจะจากไป จอมทะเล้นคนเดิมก็ได้เอ่ยถาม
" และถ้าลุง เฮ้ย! พี่หมานได้เงินมา จะเอาไปทำอะไร "
" ไม่เห็นยาก ข้าก็จะเอาไปตีหม้อสิวะ เพราะเล้าที่เคยไปเป็นประจำ มีอีหนูแจ่มๆมาทำงานใหม่ตั้งหลายคน " จ่าหมานตอบหน้าตาเฉย ดวงตาฉายแววกรุ้มกริ่ม บ่งบอกว่าตาแก่นี่น่าจะเจ้าชู้อยู่ไม่หยอก
" ว้าว......ถ้าเป็นแบบนี้ ผมขอไปด้วยได้มั้ย" คราวนี้ สองนายสิบโห่ร้องพร้อมกัน เพราะถึงยังไง พวกเขาก็เป็นบุรุษหนุ่มวัยกำดัด
" ได้สิวะ แต่ข้าไม่เลี้ยงนะโว้ย เพราะนายใหญ่สั่งมาว่า......เดือนนี้ต้องรวบรวมเงินให้ได้เกินแสน "
" กะ....ก็ได้ครับ " ทันทีที่ได้ยิน สองนายสิบเริ่มเสียงอ่อย เพราะพวกเขาต่างรู้ดีว่า.....เงินเดือนของตำรวจชั้นผู้น้อยนั้นอัตคัดเพียงใด จึงไม่ค่อยมีทุนไปสำเริงสำราญ
แต่ไม่ทันที่จ่าหมานจะเข้าไปเอนหลังบนเปลสนามที่ตั้งอยู่บนทางเท้า ก็ได้ประจักษ์กับแท็กซี่เขียวเหลือง ซึ่งแล่นมาด้วยความเร็วสูง เลยตบเข่าดังผลั๊ก
" นั่นปะไร ไม่ทันได้หายใจ พวกเอ็งก็ได้เหยื่อแล้ว รีบเรียกแท็กซี่คันนั้นให้จอด เพราะถ้าวิ่งด้วยความเร็วขนาดนี้ น่าจะไถได้ไม่ต่ำกว่า 500 และถ้ามันเมา คงบานปลายถึง 2000 โชคเป็นของเราจริงๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า......"
ทีแรกสองนายสิบคิดจะทำตามคำสั่ง แต่เมื่อดูจากสถานการณ์ เท้าของพวกเขาก็ถอยออกมาโดยพลัน เพราะถึงจะเข้าใกล้ด่านตรวจ แต่แท็กซี่คันนั้นไม่ลดความเร็วลงซักนิด
" ชักไม่ค่อยเข้าท่าแล้ว "จ่าหมานเองก็รับรู้ได้กลิ่นอายแห่งอันตราย และด้วยความเจนจัด จึงตะโกนบอกตำรวจรุ่นน้อง
" เฮ้ย! หลบเร็ว ไอ้รถคันนั้นมันกำลังแหกด่าน "
" โครม......."
เสียงปะทะดังสนั่น พร้อมไม้กั้นด่านตรวจที่แตกกระจาย แต่ไม่มีตำรวจนายใดได้รับบาดเจ็บ เพราะทุกคนกระโจนหลบได้ทันท่วงที ส่วนแท็กซี่เจ้ากรรมได้แล่นหายไปตามท้องถนนด้วยความเร็วสูง และในที่สุด ก็เป็นจ่าหมานที่รู้สึกตัวก่อน จึงรีบร้องบอก พร้อมวิ่งห้อไปที่รถ
" ไอ้สองตัวตามข้ามา เราต้องไล่ล่ารถคันนั้น "
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
