นักล่าล้างพันธุ์อมตะ (ฉบับเซ็นเซอร์)

    เลิอดหยดที่ 41 จะไหวมั้ยเนี่ย

    .............................

           

           พาหนะสาธารณะซิ่งไปตามทาง แน่นอนว่าโชเฟอร์นายนี้ไม่ได้กล่าวเกินจริง  เขามีฝีมือการขับขี่ที่แน่พอตัว เพราะแซงรถทุกคันที่อยู่ข้างหน้าได้อย่างยอดเยี่ยม   ทว่าก็ไม่ดีพอให้หรั่งสบายใจ  ด้วยรู้ดีว่าสิ่งที่ไล่ตามนั้นว่องไวยิ่งกว่านั้น


    " ขับให้เร็วกว่านี้ไม่ได้เหรอครับ"



           โชเฟอร์หันมามองหรั่งแวบนึง จากนั้นก็เอ่ยถาม  ท่าทางหัวเสีย


    " นี่ผมเหยียบจนมิดแล้วนะ  ไม่น่ามีใครตามทันอีก  หรือคุณจะบอกว่าคนที่ไล่ตามคือ.....โทเรตโต้จากหนังเรื่องเดอะฟาส "



           แม้คำประชดนี้จะออกแนวยียวนกวนบาทา แต่หรั่งไม่อินตาม แถมยังเร่งให้โชเฟอร์วัยกลางคนเพิ่มความเร็วให้มากกว่านี้


    " ขอร้องเถอะครับ  ช่วยขับให้เร็วกว่านี้ได้มั้ย "



          โชเฟอร์วัยกลางอยากจะถีบหรั่งลงจากรถซะเดี๋ยวนี้  โทษฐานที่พูดจาเป็นเชิงดูถูก  แต่พอเห็นสีหน้าที่ดูสิ้นหวังของหนุ่มหล่อ  เขาก็เริ่มใจอ่อน  ถึงกระนั้น สิ่งที่ร้องขอ ก็เป็นเรื่องที่ไม่อาจทำได้


    " เฮ้อ.....คุณครับ  ผมควบเต็มที่แล้ว  กำลังของรถทำได้แค่นี้ "



           อันที่จริง  หรั่งเองก็เข้าใจ  เพราะเขานับว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านรถคนหนึ่ง  จึงรู้ขีดจำกัดของมันเป็นอย่างดี


    " อืม......ก็น่าจะจริงอย่างที่เขาว่า เพราะนี่คือรถ toyota corolla altis trd sportivo ปี 2014  ดูจากสภาพ การทำความเร็วถึง 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็น่าจะเต็มที่แล้ว "



           เมื่อเป็นเช่นนี้ สิ่งเดียวที่หรั่งทำได้คือ.....ตั้งสติให้ดีๆ  ดวงตาจ้องกระจกมองหลังอยู่ตลอด  พร้อมเอ่ยถามโชเฟอร์วัยกลางคน


    " เอาล่ะครับ  ในเมื่อวิ่งได้ประมาณนี้  ก็ไม่เป็นไร ว่าแต่พี่พอจะมีอาวุธให้ผมหยิบยืมหรือเปล่า "



            โชเฟอร์วัยกลางคนเกือบจะบอกว่ามีมีดสปาต้าและปืนพกอยู่ในลิ้นชัก  แต่ก็ชะงักปากเอาไว้  เพราะนึกขึ้นมาได้ว่าหรั่งเป็นคนแปลกหน้า  ไม่ควรหยิบยื่นอาวุธให้ง่ายๆ  จึงโกหกหน้าด้านๆ


    " รถคันนี้ไม่มีอาวุธหรอก  นายจะเอาไปทำอะไรเหรอ  น้องชาย "


    " ผมแค่คิดว่าไอ้สิ่งที่ไล่ล่าเรา  น่าจะเร็วกว่ารถคันนี้  เลยต้องหาอาวุธมาใช้  เผื่อว่ามันจะตามทัน "ถึงหรั่งจะได้ยินเสียงปฏิเสธที่แหลมสูง แต่ก็ไม่ใส่ใจ เพราะจิตส่วนใหญ่หมกมุ่นอยู่กับปีศาจสาวที่ไล่ตามติดๆ


    " เอ......หรือไอ้หมอนี่จะหนีโทเรตโต้มาจริงๆ " โชเฟอร์วัยกลางคนฉงนเต็มที  ภายในใจแอบขบคิด  แต่นั่นก็เป็นความเพ้อเจ้อที่เกิดขึ้นชั่วขณะ



          และแล้ว การคาดเดาของหรั่งก็ดันถูก ด้วยเห็นบางสิ่งที่ฉายอยู่บนกระจกมองข้าง จึงรีบชะเง้อหน้าออกไปดู ทำให้พบกับ.....ปีศาจสาวตนเดิม  มันกำลังใช้ปีกสีดำขนาดใหญ่  เพื่อไล่ตามพาหนะที่หนุ่มหล่อโดยสาร


    " มันมาแล้ว  ทำไงดีนะ "



           โชเฟอร์วัยกลางคนก็ไม่โง่ซะทีเดียว เพราะเขาเองก็เหลือบไปเห็นสตรีผู้มีปีกค้างคาวเช่นกัน  เลยอ้าปากค้าง ด้วยความตกใจ


    " อะ......นะ.....นั่นมันเป็นตัวอะไร "


    "ก็ตัวที่ไล่ตามเรามายังไงล่ะครับ พี่วิ่งให้เร็วกว่านี้ไม่ได้หรือ " หรั่งตอบกลับ  ท่าทางลุกลี้ลุกลนจนนั่งไม่ติด  พร้อมหันไปมองปีศาจสาวที่บินตามเป็นระยะ


    " ละ....แล้วมันคืออะไร " โชเฟอร์วัยกลางคนเริ่มปากคอสั่นจนบังคับไม่อยู่  แต่ข้อดีของเรื่องนี้ก็คือ.....เขาทำความเร็วได้มากกว่าเดิม เพราะถูกความหวาดกลัวครอบงำจิตใจ เลยเร่งหนีตายตามสัญชาตญาณ



           หรั่งเองก็ไม่รู้จะตอบยังไง เพราะมีข้อมูลน้อยเหลือเกิน แต่สิ่งเดียวที่บอกได้ก็คือ......พวกนี้ไม่ใช่มนุษย์



         แม้สองหนุ่มจะพยายามหนีสุดชีวิตจนทำความเร็วได้ถึง 160กิโลเมตรต่อชั่วโมง  แต่ก็ไมได้ทิ้งห่างจากปีศาจสาวที่บินตาม มิหนำซ้ำ มันยังกระชั้นเข้ามาอีกหลายคืบ มุมปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยวคม  เริ่มแสยะยิ้มชั่วร้าย 


    " หนีไม่พ้นหรอก  เจ้ามาเป็นของข้าซะดีๆ "



           เหตุที่เกิด  ค่อนข้างฉุกละหุก  และบีบรัดหัวใจสุดๆ  ชนิดที่ต่อให้ผู้พบเจอ  มีประสาทกล้าแข็งเพียงใด  ก็ต้องตื่นกลัวกันทุกคน  โชเฟอร์หนุ่มใหญ่จึงตัดสินใจ  บอกที่ซ่อนอาวุธให้หรั่งรู้


    " น้องชายรีบค้นลิ้นชักเลย  พี่มีสปาต้าและปืนลูกโม่อยู่ในนั้น  นายจะได้ใช้มันจัดการไอ้ปีศาจที่ไล่ติดตาม"



            ถ้าเป็นเวลาปกติ หรั่งอาจจะแอบเคือง  เพราะถูกโป้ปดซึ่งหน้า  แต่นี่คือยามฉุกเฉิน  ดังนั้นต้องทิ้งเรื่องปลีกย่อยไปก่อน  จึงทำตามที่โชเฟอร์วัยกลางคนบอก  เลยพบกับมีดสปาต้าที่ยาวเกือบเท่าไม้บรรทัด  และปืนลูกโม่เก่าๆหนึ่งกระบอก


    " ไม่รู้ว่าจะใช้ได้มั้ย  แต่เราไม่มีทางเลือก "หรั่งไม่แน่ใจว่าอาวุธพื้นๆแบบนี้ จะใช้โค่นปีศาจสาวได้หรือไม่  เพราะขนาดเขาเอาไม้แหลมเสียบอกเต็มๆ  มันยังลุกขึ้นยืนหน้าตาเฉย  แต่ยังไงก็ดีกว่าสู้ด้วยมือเปล่า  จึงกระชับศาสตราเอาไว้แน่น  แล้วกระโดดไปที่เบาะหลัง  เพื่อเตรียมประจัญบาน



          หรั่งจ้องมองปีศาจสาวที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆผ่านกระจกหลัง  และพอเหลือระยะห่างเพียงสิบเมตร  หนุ่มหล่อก็เปิดกระจกข้าง  แล้วโผล่ออกไปครึ่งตัว  เพื่อเล็งปากกระบอกปืนไปที่อมนุษย์  ปิดท้ายด้วยการลั่นไก


    " ปัง........"



          ทันทีที่สิ้นเสียงกัมปนาท ปีศาจสาวก็ผงะถอยหลัง บ่งบอกว่าหนุ่มหล่อยิงเข้าเป้า แต่อมนุษย์เซได้ไม่นาน มันก็กลับมาทรงตัว  แล้วบินตามต่อไป


    " กะไว้แล้วว่า  9 มม.กระบอกนี้น่าจะหยุดมันไม่ได้  แต่อาจช่วยทำให้มันช้าลง " หรั่งมองสมิทแอนด์เวสสันในมือของตัวเอง  ก่อนจะตั้งสติให้มั่นคง  เพื่อใช้สิ่งนี้ขัดขวางการไล่ตามของปีศาจร้าย



           ทว่าปีศาจสาวก็ไม่ใช่ตัวโง่งม มันจึงป่วนด้วยการบินฉวัดเฉวียนไปมา ทำให้หรั่งยิงยากกว่าเดิมหลายเท่าตัว หนุ่มหล่อจึงได้แต่จดๆจ้องๆ


    " บ้าชะมัด  ไอ้ปีศาจนี้เร็วเหลือเกิน  แล้วเราจะยิงมันยังไง "



             แม้จู่โจมได้ยากยิ่ง แต่ข้อดีก็คือปีศาจสาวติดตามได้ช้าลง เพราะต้องคอยเคลื่อนที่ไปซ้ายทีขวาที ไม่ได้บินตรงๆเหมือนตอนแรก สถานการณ์จึงยังตึงอยู่แบบนั้น ทว่าถ้ามองให้ดี  ฝ่ายมนุษย์น่าจะมีความหวังมากกว่า


    " หนีไปเรื่อยๆ  อีกไม่กี่ชั่วโมงก็เช้าแล้ว  ถึงเวลานั้น มันคงตามต่อไม่ได้ " หรั่งคิดแบบนั้น แต่เขาเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะมีโอกาสที่ปีศาจตนนี้จะไม่พ่ายแพ้แสงตะวัน



           แต่แล้ว โลกนี้ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะในขณะที่ทีมมนุษย์กำลังพะวงกับการเผ่น  โชเฟอร์วัยกลางคนก็รีบร้องบอก


    " เฮ้ย!แย่แล้ว  ไอ้น้องชาย  ข้างหน้ามีด่านตำรวจ "



          หรั่งขบกรามแน่น ในหัวสมองรีบวิเคราะห์อย่างหนักหน่วง เพื่อชั่งน้ำหนักของทุกทางเลือกที่เข้ามา จึงรู้ว่า.....การมีชีวิตรอดสำคัญกว่าติดคุก


    " ฝ่าด่านไปเลย  พี่ เพราะถ้าเราหยุด ต้องโดนปีศาจร้ายฆ่าตายอย่างแน่นอน "


            โชเฟอร์วัยกลางคนก่นด่าตัวเอง โทษฐานที่รับตัวหายนะขึ้นมาบนรถ แต่เมื่อตกกระไดพลอยโจนแบบนี้ เขาก็จำต้องเล่นตามบท


    " เอาก็เอาวะ  จับให้ดีๆนะ ไอ้น้อง "


    ...........................


    (5นาทีก่อน)

           จ่าหมานเป็นตำรวจวัยใกล้เกษียณ รูปร่างเล็กบาง แถมลงพุงหน่อยๆ  ดูยังไง  ก็ไม่ควรจะมาทำอาชีพนี้  แต่เขาก็เป็นชายที่เจ้าเล่ห์สุดๆ  และในวันนี้ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์จอมเก๋าก็ได้ตั้งด่านตรวจจับ  จุดประสงค์หลักคือหาทางเก็บส่วย  เรียกรับสินบน โดยส่วนหนึ่งจะแบ่งให้เบื้องบน จึงได้รับการสนับสนุนจากเจ้านายเป็นอย่างดี


    " ฮ้าว......ง่วงจังเลย ใกล้เช้าแล้วเหรอเนี่ย เพิ่งได้แค่หมื่นเดียวเอง กูมีหวังถูกนายด่าอย่างแน่นอน " จ่าหมานหาวอีกหนึ่งที  ก่อนจะก้มลงมองเวลาที่ปรากฏบนนาฬิกาข้อมือ  จากนั้นก็หันไปสั่งนายสิบอีกสองคนที่เพิ่งจบใหม่


    " เฮ้ย!  เดี๋ยวพวกเอ็งเฝ้าด่านให้ดี  คันไหนดูมีเงิน  ก็ลองเรียกตรวจ  เผื่อว่ามันเมามาหรือไม่มีใบขับขี่  เราจะได้ไถตังค์ซักหลายๆพัน  ส่วนข้าขอแอบงีบซักเล็กน้อย  อีกชั่วโมงค่อยมาปลุก "


    " ครับ  ได้เลย ลุงจ่า " นายสิบที่ดูทะเล้นหน่อย แกล้งกระเซ้ารุ่นพี่ (น่าจะรุ่นพ่อมากกว่ามั้ง)  ทำให้จ่าหมานเริ่มหัวเสีย


    " ส้นตีนสิ  เสือกเรียกกูว่าลุงได้ไงฟะ  ถึงกูจะแก่ แต่ก็ยังมีไฟอยู่ และถ้ายังขืนกวนตีนไม่เลิก เดี๋ยวจะอดแดกส่วนแบ่งในวันนี้ "


    " ครับ " สองนายสิบรับคำ  แต่ใบหน้ายังคงยิ้มละไม  ทว่าก่อนที่ตำรวจอาวุโสจะจากไป  จอมทะเล้นคนเดิมก็ได้เอ่ยถาม


    " และถ้าลุง เฮ้ย!  พี่หมานได้เงินมา  จะเอาไปทำอะไร "


    " ไม่เห็นยาก  ข้าก็จะเอาไปตีหม้อสิวะ  เพราะเล้าที่เคยไปเป็นประจำ  มีอีหนูแจ่มๆมาทำงานใหม่ตั้งหลายคน " จ่าหมานตอบหน้าตาเฉย  ดวงตาฉายแววกรุ้มกริ่ม  บ่งบอกว่าตาแก่นี่น่าจะเจ้าชู้อยู่ไม่หยอก


    " ว้าว......ถ้าเป็นแบบนี้  ผมขอไปด้วยได้มั้ย" คราวนี้ สองนายสิบโห่ร้องพร้อมกัน เพราะถึงยังไง  พวกเขาก็เป็นบุรุษหนุ่มวัยกำดัด


    " ได้สิวะ  แต่ข้าไม่เลี้ยงนะโว้ย  เพราะนายใหญ่สั่งมาว่า......เดือนนี้ต้องรวบรวมเงินให้ได้เกินแสน "


    " กะ....ก็ได้ครับ " ทันทีที่ได้ยิน สองนายสิบเริ่มเสียงอ่อย เพราะพวกเขาต่างรู้ดีว่า.....เงินเดือนของตำรวจชั้นผู้น้อยนั้นอัตคัดเพียงใด  จึงไม่ค่อยมีทุนไปสำเริงสำราญ



          แต่ไม่ทันที่จ่าหมานจะเข้าไปเอนหลังบนเปลสนามที่ตั้งอยู่บนทางเท้า  ก็ได้ประจักษ์กับแท็กซี่เขียวเหลือง  ซึ่งแล่นมาด้วยความเร็วสูง  เลยตบเข่าดังผลั๊ก


    " นั่นปะไร  ไม่ทันได้หายใจ  พวกเอ็งก็ได้เหยื่อแล้ว  รีบเรียกแท็กซี่คันนั้นให้จอด  เพราะถ้าวิ่งด้วยความเร็วขนาดนี้  น่าจะไถได้ไม่ต่ำกว่า 500  และถ้ามันเมา คงบานปลายถึง 2000 โชคเป็นของเราจริงๆ ฮ่า  ฮ่า  ฮ่า......"



            ทีแรกสองนายสิบคิดจะทำตามคำสั่ง แต่เมื่อดูจากสถานการณ์ เท้าของพวกเขาก็ถอยออกมาโดยพลัน เพราะถึงจะเข้าใกล้ด่านตรวจ แต่แท็กซี่คันนั้นไม่ลดความเร็วลงซักนิด


    " ชักไม่ค่อยเข้าท่าแล้ว "จ่าหมานเองก็รับรู้ได้กลิ่นอายแห่งอันตราย และด้วยความเจนจัด จึงตะโกนบอกตำรวจรุ่นน้อง


    " เฮ้ย!  หลบเร็ว  ไอ้รถคันนั้นมันกำลังแหกด่าน "


    " โครม......."



           เสียงปะทะดังสนั่น พร้อมไม้กั้นด่านตรวจที่แตกกระจาย แต่ไม่มีตำรวจนายใดได้รับบาดเจ็บ เพราะทุกคนกระโจนหลบได้ทันท่วงที ส่วนแท็กซี่เจ้ากรรมได้แล่นหายไปตามท้องถนนด้วยความเร็วสูง  และในที่สุด ก็เป็นจ่าหมานที่รู้สึกตัวก่อน จึงรีบร้องบอก  พร้อมวิ่งห้อไปที่รถ


    " ไอ้สองตัวตามข้ามา  เราต้องไล่ล่ารถคันนั้น "



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2


    คล้ายกับเรื่องนักล่าล้างพันธุ์อมตะ (ฉบับเซ็นเซอร์) ที่คุณอ่าน

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.60M 3244
    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    71K 458
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247