ณ บ้านสกุลจาง
เฟยหรงเขามีแผนการอยู่ในใจแล้วว่าจะจัดการอย่างไรกับของรับขวัญที่ได้รับมาจากหยางฮูหยิน แต่ดันติดตรงที่ว่าเขาต้องใช้เงินทุนในการปรับปรุงบ้าน แต่ว่าตอนนี้เงินติดตัวที่เขามีดันหมดลงแล้ว เนื่องจากวันนี้เขาได้จ่ายค่าเสียหายให้แก่ชาวบ้านที่โดนรถม้าของเขาชน
“เห็นทีว่า วันนี้ข้าคงต้องไปอ้อนท่านแม่เสียหน่อยแล้ว”
บ่าวรับใช้ที่เห็นเฟยหรงก็รีบเปิดประตูให้เขาเข้าไปพบกับมารดาในทันที
“ลมอะไรหอบเ้ามาหาแม่ได้?”
“ท่านแม่ ลูกอยากจะทำธุรกิจ”
“หือ?ธุรกิจหรือ?บ้านของเราก็มั่งคั่งอยู่แล้ว ไม่เห็นว่าเ้าจะต้องไปลงแรงสร้างใหม่ให้เหนื่อย”
“ท่านแม่ ท่านเลิกให้ข้าอยู่เฉย ๆ ได้แล้ว ท่านก็รู้นี้ว่าชาวบ้านเขาโจษขานกันไปทั่วแล้วว่าข้าเป็ชายทึ่มไร้ประโยชน์ ทำอะไรก็ไม่เป็”
“ก็แม่ไม่อยากให้เ้าลำบาก”
“ท่านแม่ไม่ต้องกังวลหรอก ลูกขอเข้าเื่เลยแล้วกันนะขอรับ วันนี้ลูกว่าจะมาขอเงินท่านแม่หน่อย”
เมื่อจางฮูหยินได้ยินในสิ่งที่บุตรชายขอ นางจึงรีบไปหยิบถุงเงินถุงใหญ่ถุงหนึ่ง แล้วยื่นมือเขาในทันที
“อ่ะ แม่ให้ เอาไปทำทุนนะเฟยหรง”
“ข้ารักท่านแม่ที่สุดเลย”
เฟยหรงโผเข้ากอดมารดาของเขาแน่นด้วยความดีใจ ฮูหยินคนนี้ก็ใจดีไม่ต่างอะไรกับแม่ของเขาในชาติภพที่เขาจากมา
ทางด้านของจางฮูหยินก็ได้กอดตอบบุตรชาย ตัวของนางเองก็รู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย เพราะโดยปกติแล้วเฟยหรงเป็คนที่ไม่อ่อนโยน ค่อนข้างเอาแต่ใจ และใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แต่วันนี้เขากลับมาบอกนางว่าจะหาเงินใช้เอง
เมื่อเฟยหรงได้เงินจำนวนหนึ่งมาจากมารดาแล้ว เขาก็รีบวิ่งไปหาซิงอี ภรรยาแสนซื่อของเขาด้วยความดีใจทันที
“ซิงอี!ซิงอี!”
“ข้าได้ยินแล้ว ท่านจะเอะอะโวยวายทำไมกัน?”
“เ้าดูนี่สิ”
ชายหนุ่มชูเงินถุงใหญ่ไว้ในมือเพื่ออวดซิงอี และเมื่อซิงอีได้เห็นถุงเงินที่ใหญ่ขนาดนี้นางก็ถึงกับตาลุกวาว เพราะโดยปกติแล้วตอนที่นางอยู่ในจวนนางจะได้รับเงินใช้เพียงน้อยนิดแค่พอซื้อของกินในตลาดก็แค่นั้น
“โห ท่านนี่รวยจริง ๆ”
“นี่ไม่ใช่เงินที่ข้าหามาเองหรอก แต่นี่คือเงินที่ข้าขอแม่มาทำทุน”
“ทำทุน?”
“ใช่...พรุ่งนี้เราจะไปรีโนเวทบ้านที่แม่เลี้ยงของเ้ายกให้กัน”
“ระ ระ รีโนเวท?”
ซิงอีทำหน้างุนงงในสิ่งที่เฟยหรงพูด เพราะั้แ่เกิดมานางก็ยังไม่เคยได้ยินใครพูดคำนี้ แล้วอีกอย่าง ลักษณะการออกเสียงก็ช่างฟังดูพิกล
เฟยหรงที่เผลอลืมตัวจึงรีบแปลให้นางเข้าในทันที
“คือ...ข้าหมายถึง การซ่อมแซมปรับปรุงบ้านไง”
“อ่อ ข้าเข้าใจแล้ว...ว่าแต่ เราจะซ่อมแซมมันไปทำไมกัน ในเมื่อเราก็ไม่ได้ไปอยู่ที่นั่นสักหน่อย”
“ใครบอกเ้า?”
เฟยหรงหันหน้ามาหาซิงอีและใช้มือทั้งสองจับเข้าที่หัวไหล่ของนาง เพื่อให้นางหันมาสบตาเขา
“นี่ท่านหมายความว่ายังไง?”
“ก็พวกเราจะย้ายไปอยู่ที่นั่นกันไง”
“ห๊ะ!นี่ท่านอยู่บ้านใหญ่โตอยู่ดี ๆ มีบริวารมากมาย ท่านไม่ชอบหรอ?”
“ไม่ใช่ว่าไม่ชอบ ข้าแค่้าพิสูจน์ให้คนอื่นเห็นว่าตัวข้านั้นไม่ใช่ไอ้ทึ่มบ้ากามดังที่ชาวบ้านโจษขานกัน”
“เป็เช่นนี้เอง ข้าเข้าใจแล้วล่ะ”
เช้าวันถัดมา
เฟยหรงและซิงอี พร้อมด้วยลี่ิกับซิงซิงได้พากันมายังบ้านที่หยางฮูหยินมอบให้ เมื่อทั้งหมดมาถึง เฟยหรงก็ได้ขอให้ทุกคนช่วยกันปัดกวาดเช็ดถู เพราะบ้านหลังนี้ถูกทิ้งร้างมานานจนภายในบ้านเต็มไปด้วยฝุ่นและหยากไย่
แม้ว่าภายนอกตัวบ้านจะดูค่อนข้างเก่าไปเสียหน่อย แต่ว่าข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านก็ยังคงอยู่ในสภาพดีจะมีก็เพียงฝุ่นหนาเตอะที่ปกคลุม
กว่าจะทำความสะอาดภายในบ้านเสร็จก็ล่อเอาพวกเขาหมดแรง แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีงานภายนอกให้พวกเขาสะสางอีก เพราะพื้นที่รอบ ๆ ตัวบ้านที่ค่อนข้างกว้าง ตอนนี้มันเต็มไปด้วยวัชพืชที่ขึ้นรกปกคลุมไปหมด เฟยหรงเห็นว่านี่คงจะเป็งานใหญ่เกินไปสำหรับพวกเขา เขาจึงได้สั่งให้ลี่ิและซิงซิงออกไปป่าวประกาศหาคนงานมากำจัดวัชพืชเหล่านี้
ลี่ิและซิงซิงได้เดินทางไปยังชุมชนที่อยู่ใกล้กันนี้ และเดินป่าวประกาศหาคนงานที่จะมากำจัดวัชพืชไปทั่ว จนกระทั่งพวกเขาได้คัดเลือกชายหนุ่มร่างกำยำทั้งหมดห้าคน เพื่อมาช่วยงาน
และนอกจากกำจัดวัชพืชแล้ว เฟยหรงยังขอให้คนงานเ่าั้ช่วยกันพรวนดินในจุดที่เขากำหนดด้วย
ซิงอีที่เห็นการกระทำของสามีก็รู้สึกแปลกใจว่าเขาจะทำอะไรกันแน่ และอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เธอถึงกับประหลาดใจมากก็คือสามีของนางดูจะมีความรู้และรู้จักการวางแผนอยู่ไม่น้อย ซึ่งมันช่างแตกต่างกับข่าวลือเกี่ยวกับเขาที่เธอเคยได้ยินมา
“เอาล่ะ วันนี้พอเท่านี้ก่อน ขอบคุณทุก ๆ ท่านมาก...ลี่ิเดี๋ยวเ้าจัดการเื่ค่าใช้จ่ายของชายเหล่านี้ให้ข้าด้วยนะ”
“ขอรับคุณชาย”
******************************************
ขอบคุณผู้อ่านทุก ๆ ท่านค่ะ