เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 123 ไม่ให้หยิก

            หลังจากกรอกหนังสือยินยอมเข้าศึกษาต่อ จัดการเรื่องต่างๆ ของนักเรียนที่ทำคะแนนสอบได้อันดับหนึ่งซื้อของ ซื้อห้อง กองทุนการกุศล ยุ่งอยู่กับเรื่องมากมายเดิมทีเธอคิดว่าตนเองต้องอยู่จัดการธุระต่างๆ ในเมืองประมาณสิบวัน หรือไม่ก็ครึ่งเดือนคิดไม่ถึงว่าเรื่องต่างๆ จะผ่านไปได้อย่างราบรื่น จนใช้เวลาสั้นๆแค่สามวันก็จัดการเสร็จสิ้น

            เมื่อจัดการเรื่องยุ่งๆ เสร็จแล้ว เธอก็ต้องเดินทางกลับเร็วกว่าที่คิด

            การที่เธอต้องกลับเร็วแบบนี้ทำให้อวี๋ฉิงอดไม่ได้ที่จะอาลัยอาวรณ์

            “ในเมืองมีของอร่อย มีอะไรสนุกๆ ตั้งเยอะ จะรีบกลับทำไม!”

            ประโยคแสนธรรมดาที่ออกจากปากของคุณหนูอวี๋มันออกมาด้วยความเย่อหยิ่ง “มนุษย์โง่เขลา มีความสุขย่อมไม่แบ่งปัน”

            “ต่อให้สนุกแค่ไหน แต่ก็ไม่น่าสนุกเท่าน้องชายของฉันหรอก”

            หลายวันที่อยู่ในเมือง ซูอินติดต่อกับครอบครัวที่ชนบทตลอดเมื่อโทรศัพท์ไปซูเล่อลูกพี่ลูกน้องของเธอที่ฟื้นความสัมพันธ์ที่มีต่อเธอแล้วก็รีบไปเรียกเด็กชายตัวน้อยมาด้วยท่าทีกระตือรือร้นเธอได้ฟังเสียงใสๆ ที่ไร้เดียงสาผ่านโทรศัพท์ ซึ่งเขาจะคอยบอกตลอดว่าวันนี้ท่องอะไรและทำอะไรไปบ้างพร้อมถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “เมื่อไรพี่จะกลับบ้าน” ทำให้ในใจของซูอินเต็มไปด้วยความสุข

            ในเมืองน่าอยู่ สะอาดเป็นระเบียบ ใช้ชีวิตสะดวกสบายแต่ที่ชนบทมีน้องชายที่น่ารักของเธออยู่

            เมื่อเห็นท่าทีมีความสุขที่ซูอินแสดงออก อวี๋ฉิงก็นึกถึงเด็กชายตัวน้อยที่เธอเจอเมื่อครั้งก่อนเช่นกันเธอเจอเด็กน้อยมามากมาย โดยเฉพาะบริเวณสำนักงานแถวบ้านของคุณยายที่มีฐานะดีทำให้เด็กๆ ที่ถูกเลี้ยงดูเหล่านั้นแข็งแรงสดใส หากดูภายนอกใครๆ ต่างก็ชื่นชอบ

            แต่กลับไม่มีใครสักคนที่เชื่อฟังว่านอนสอนง่ายและน่ารักเหมือนกับน้องชายของซูอิน

            นึกถึงครั้งก่อนที่อยู่ในห้องด้วยกันถึงแม้จะดูมีท่าทีกลัวเล็กน้อย แต่ก็ยังยอมอยู่ในห้องอย่างว่าง่ายเด็กชายตัวน้อยน่ารักน่าหยิก ทำให้อวี๋ฉิงอดไม่ได้ที่จะเข้าจู่โจมแก้มนั้น

            แค่นึกถึงก็อยากทำแบบนั้นอีกคุณหนูอวี๋แสดงท่าทีกระตือรือร้นก่อนจะตัดสินใจ

            “ก็จริง น้องชายของเธอน่าสนุกกว่า วันนี้ฉันไม่มีอะไรทำพอดีฉันจะไปส่งเธอที่บ้าน จะได้ไปเล่นที่บ้านของเธอด้วย”

            จะไปเล่นที่บ้านฉัน หรือจะไปเล่นกับน้องชายฉันกันแน่

            ซูอินอดไม่ได้ที่จะสงสัย

            แต่เธอรู้ดีว่าคุณหนูอวี๋ไม่ได้มีเจตนาไม่ดีถึงแม้จะดูเย่อหยิ่งแต่ก็เป็นคนมีความพอดี มีมารยาทไม่รู้ว่าเป็นเพราะนิสัยของเขาหรือเป็นเพราะถูกหลิงเมิ่งรังแกหนักเกินไปทำให้เด็กชายตัวน้อยมีนิสัยค่อนข้างเก็บตัว หากได้เจอผู้คนโดยเฉพาะอวี๋ฉิงที่เป็นคนชอบเปิดหูเปิดตาได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างดี น่าจะส่งผลดีต่อนิสัยของเขา

            “ได้สิ ดีเลย เพราะก่อนหน้านี้ซื้อของตั้งเยอะ หากมีรถก็สะดวกมากขึ้นจะได้เอากลับไปให้หมดทีเดียว”

            อย่างไรเสียท้ายรถก็มีพื้นที่ว่างมากมายอวี๋ฉิงพยักหน้ารับก่อนจะนึกเรื่องอื่นขึ้นได้ “นี่เธอเตือนสติฉันเลยนะ คราวก่อนที่ไปบ้านเธอฉันรับปากกับอันอันว่าครั้งหน้าถ้าไปหาจะเอาของขวัญไปให้ ตอนนี้ยังพอมีเวลาพวกเราไปที่ห้างสรรพสินค้ากันอีกเถอะ”

            ดังนั้นก่อนกลับชนบทซูอินจึงถูกคุณหนูอวี๋ลากไปช็อปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้าอีกครั้ง

            ซื้อ ซื้อ ซื้อ!

            “ไม่ต้องซื้อแพงขนาดนั้น”

            “พอแล้ว นี่ก็พอแล้ว ซื้อเยอะเกินไปแล้ว”

            ซูอินเอ่ยปากห้ามครั้งแล้วครั้งเล่าแต่เธอจะห้ามคุณหนูอวี๋ได้อย่างไรเมื่อเริ่มรำคาญที่เธอห้ามจึงกล่าวปรัชญาชีวิตออกมาด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง

            “หาเงินมาก็เพื่อใช้ไม่ใช่หรือ สอบครั้งนี้ได้คะแนนดีคุณพ่อของฉันเติมเงินในบัตรให้หนึ่งแสนหยวน ที่คะแนนครั้งนี้ออกมาดีก็เพราะได้เธอช่วยติวเงินครึ่งหนึ่งในนี้หากเธอชอบอะไร ฉันจะซื้อให้หมดเลย”

            ที่อวี๋ฉิงเอ่ยออกมานั้นเป็นเรื่องจริง

            สำหรับคนที่ไม่มีเงิน เงินถือเป็นสิ่งสำคัญแต่สำหรับคนที่ไม่ได้ขาดแคลนเงินอย่างอวี๋ฉิง มีหลายสิ่งที่สำคัญกว่า เช่นการที่เธอได้หน้าได้ตาในครั้งนี้และมิตรภาพดีๆ ระหว่างเธอกับอินอิน

            ซูอิน...

            ในเมื่อห้ามไม่ได้ เธอก็คงทำได้แค่ปล่อยให้คุณหนูอวี๋ซื้อของต่อไป

            จากนั้นเมื่อถึงเวลาต้องเดินทางกลับ ของขวัญเพิ่มมากขึ้นจากเดิมกระโปรงหลังรถ BMWที่กว้างขวางเกือบจะบรรจุข้าวของลงไปไม่หมด

            รถ BMW เคลื่อนตัวผ่านหลุมบ่อบนถนนลูกรังชาวบ้านหลายคนที่เห็นภาพนี้ ถึงแม้จะพบเจอมาไม่น้อยแต่ก็ยังรู้สึกแอบอิจฉาอยู่ลึกๆ

            “ลูกสาวของซูเจี้ยนจวินที่เพิ่งกลับมาสุดยอดจริงๆ!”

            “บ้านดินสามห้องของเขา แต่กลับมีหงส์ทองคำตกลงมาใส่”

            หากซูอินเติบโตในชนบทตั้งแต่ยังเล็กหรือเก่งกว่าบุตรของพวกเขาเพียงเล็กน้อยชาวบ้านเหล่านี้คงแสดงอารมณ์ความรู้สึกอื่นๆ ออกมาอีกแน่นอนแต่สำหรับซูอินที่ปรากฏตัวขึ้นโดยไม่คาดคิด อีกทั้งยังเก่งในทุกๆด้านจนบุตรของพวกเขาไม่อาจเอื้อมถึง เมื่อมีความแตกต่างกันมากขนาดนั้นทำให้หลายคนเหลือไว้เพียงความอิจฉา รวมไปถึงประโยคที่เอ่ยด้วยความภาคภูมิใจ “หมู่บ้านของฉันมีเด็กที่สอบได้คะแนนอันดับหนึ่งด้วย”

            ชาวบ้านพูดคุยกันแก้เบื่อระหว่างทำไร่ทำนา ถึงแม้บางคนจะอิจฉาแต่ส่วนใหญ่คือคำพูดชื่นชม

            ชาวบ้านคนอื่นๆ ที่อยู่ใกล้ตะโกนบอกเมิ่งเถียนเฟิน “เถียนเฟิน อินอินของพวกเธอกลับมาแล้ว”

            อินอินกลับมาแล้วหรือ

            เมิ่งเถียนเฟินที่กำลังยุ่งอยู่กับงานในทุ่งนาค่อยๆ เงยหน้าเธอเห็นรถยนต์ขับเข้ามาในหมู่บ้านพอดี เมื่อวานตอนที่รับโทรศัพท์อินอินบอกแล้วว่าวันนี้จะรีบกลับมา ในรถคันนี้ก็น่าจะเป็นเธอ

            ครั้งนี้อินอินกลับมาอยู่บ้านไม่นานก็ต้องห่างบ้านอีกแล้วเมิ่งเถียนเฟินรู้สึกได้ถึงบรรยากาศในบ้านที่เปลี่ยนไปบรรยากาศอบอุ่นและร่มรื่นในบ้านหายไปบุตรชายตัวน้อยที่ร่าเริงได้ไม่นานเงียบลงอีกครั้ง สามีของเธอก็ดูหม่นหมองแม้แต่เธอเองก็แทบจะไม่มีแรงลุกไปทำอาหารและซักผ้า

            แม้แต่เมื่อตอนที่ไปส่งเมิ่งเมิ่งซึ่งพวกเขาเลี้ยงดูมาเหมือนเป็นบุตรสาวแท้ๆถึงสิบหกปี ก็ยังไม่เคยรู้สึกเช่นนี้

            เมิ่งเถียนเฟินรับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่แตกต่างระหว่างอินอินและเมิ่งเมิ่งเมื่อบุตรสาวแท้ๆ คนนี้กลับมา เธอก็นำพาสิ่งที่แตกต่างกันมากมายกลับมาสู่ครอบครัว

            หลายวันมานี้ถึงแม้จะคุยโทรศัพท์กันทุกคืนแต่เธอก็ยังคิดถึงอินอินมาก วันนี้เมื่อบุตรสาวกลับมา เธอก็แทบจะไม่สนใจทำงานอีก

            “ฉันว่าเหมือนมีคนมาส่งเธอ ที่บ้านมีแขก ฉันจะต้องกลับไปดูแลสักหน่อย”

            เมิ่งเถียนเฟินเก็บข้าวของก่อนจะรีบกลับบ้าน

            ไม่ใช่แค่เมิ่งเถียนเฟิน เด็กชายตัวน้อยซูอันก็คิดถึงพี่สาวเช่นกันไม่ง่ายเลยที่เขาจะได้มีพี่สาวหน้าตาสะสวย ไม่ดุ สอนเขาอ่านหนังสือ เล่นกับเขาคงไม่ต้องบอกว่าเขาจะดีใจขนาดไหน อันที่จริงก่อนหน้านี้ที่ซูอินบอกว่าจะไม่อยู่หลายวันเด็กชายตัวน้อยรู้สึกเสียใจมาก เพราะอยากไปกับพี่สาว

            หลายวันมานี้เขาคิดถึงพี่สาวตลอดเวลาถึงแม้จะมีพี่เล่อเล่อลูกพี่ลูกน้องคอยมาอยู่เล่นเป็นเพื่อนแต่ก็ไม่เหมือนพี่สาวของเขา

            เมื่อรู้ว่าพี่สาวจะกลับมาวันนี้ เขาตื่นมาแต่เช้าและท่องบทกลอนโบราณจากเล่อเล่อจนเสร็จซูอันตัวน้อยก็ยกตั่งตัวเล็กออกมานั่งหน้าประตูเพื่อรอพี่สาวกลับมา

            เมื่อได้ยินเสียงรถยนต์ เขาลุกขึ้นก่อนจะเห็นเงาของพี่สาวดวงตาสีดำที่แวววาวราวกับไข่มุกเปล่งประกายขึ้นมาทันที

            รถ BMW จอดที่ลานนวดข้าวข้างบ้านของตระกูลซูซูอินลงจากรถก่อนจะเห็นเด็กชายตัวน้อยใช้ขาสั้นๆ วิ่งเข้ามาหาเธอ

            ขนตายาว ดวงตาสีดำเป็นประกาย และท่าทางตื่นเต้นทำให้จิตใจอันเหนื่อยล้าที่ถูกกระแทกจากหลุมบ่อบนถนนลูกรังฟื้นกลับมาทันที

            “อันอัน พี่กลับมาแล้ว”

            เธอก้มตัวและเหยียดแขน ซูอินกอดเด็กชายตัวน้อยไว้ในอ้อมกอดก่อนจะยกเขาขึ้นหมุนไปในอากาศ

            “พี่ฉิงฉิงก็มาด้วยนะ”

            อีกเสียงหนึ่งดังขึ้น เด็กชายตัวน้อยมองไปที่ร่างอันคุ้นตาเห็นพี่สาวคนนี้กลับมา ทำให้เขาตื่นเต้น เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ครั้งก่อนเขายกมือสองข้างปิดหน้าพร้อมกับเอียงหลบ

            ห้ามหยิกนะ!

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569] ที่คุณอ่าน