หนึ่งวันผ่านไป ข่าวเกี่ยวกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่เคยเป็นประเด็นร้อนแรงถูกกลบหายไปจนหมดสิ้น ด้วยข่าวการล่มสลายของเมืองระดับที่ 5 พร้อมกับการเสียชีวิตของ เสินคัง ผู้ควบคุมสัตว์ร้ายระดับจักรพรรดิ บนท้องถนนและในโลกออนไลน์ ผู้คนต่างพูดถึงเหตุการณ์นี้อย่างกว้างขวาง
“ไอ้พวกรัฐบาลกลางปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไง?” ชายคนหนึ่งกล่าวขึ้นด้วยความโกรธ
“ใช่! ปกติแล้วเมืองระดับที่ 5 ควรจะมีระบบป้องกันที่แข็งแกร่ง ทำไมถึงพังง่ายขนาดนั้น?” อีกคนเสริม
“แล้วผู้ควบคุมสัตว์ร้ายระดับจักรพรรดิคนนั้นเป็นใครกัน ทำไมถึงได้อ่อนแอขนาดนั้น?”
“นั่นสิ! ปกติแล้วการจะเป็นผู้ควบคุมสัตว์ร้ายระดับจักรพรรดิได้ต้องมีสัตว์ร้ายระดับจักรพรรดิอย่างต่ำ 5 ตัว แต่กลับแพ้สัตว์ร้ายจักรพรรดิตัวเดียวแบบนี้เนี่ยนะ?”
แต่ทันใดนั้น มีคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะรู้ข้อมูลมากกว่าเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเย็นชา “คนคนนั้นก็คือ เสินคัง นะ”
บรรยากาศเงียบลงชั่วขณะ ก่อนจะมีเสียงหัวเราะเยาะดังขึ้น
“เสินคัง? ไอ้คนพิการนั่นน่ะเหรอ? โอ้ ฉันไม่แปลกใจเลย!”
“แต่ว่าในครั้งนี้องค์กรตะวันสาดส่องก็เข้าร่วมในการโจมตีเมืองด้วยใช่ไหม เห็นข่าวบอกว่าพวกมันถึงแม้กระทั่งส่งผู้ควบคุมสัตว์ร้ายระดับจักรพรรดิ มาเลย”
ข่าวลือมากมายทั้งจริงและเท็จกระจัดกระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว
ณ เมืองหลักระดับที่ 6 ห้องประชุมลับ
ภายในมิติพิเศษ มีห้องประชุมขนาดมหึมาถูกปิดกั้นด้วยพลังงานลึกลับ ที่นี่ไม่มีทางออก ไม่มีประตูเข้า มีเพียงวิญญาณที่ได้รับตราอัญเชิญเท่านั้นที่สามารถเข้ามาได้
ในห้องแห่งนี้มี เสาสีดำสูงตระหง่าน 10 ต้น ไม่นานนัก เงาวิญญาณสีดำก็ปรากฏขึ้นบนเสาทั้งสิบต้น ด้วยท่าทีที่นิ่งสงบและเคร่งขรึม เมื่อเห็นว่าทุกคนมา ครบแล้ว เงาบนเสาหมายเลข 1 ก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ไอ้พวกหนูท่อสกปรกเหล่านั้น... เริ่มไม่รู้จักสถานะตัวเองแล้วสินะ.”
เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นจากเงาบางตน ก่อนที่ชายคนแรกจะพูดต่อ
“แต่วันนี้ฉันไม่ได้เรียกพวกเจ้ามาเพื่อพูดถึงเรื่องนั้น…. วันนี้... เราจะมาตกลงกันให้ชัดเจนเกี่ยวกับการแบ่งทรัพยากรในประตูมิติระดับจักรพรรดิ”
“ฉันคิดว่ามีบางคนกำลังเล่นตุกติกอยู่... พวกนายไม่คิดแบบนั้นหรือไง?”
บรรยากาศในห้องประชุมเงียบลงทันที
หน้าประตูมิติลับ ไม่ไกลจากตัวเมืองแห่งสายฝน กู่เทียนยืนอยู่กับ หลินหยุนเทียน ทั้งสองกำลังเตรียมตัวเข้าไปใน ประตูมิติลับอยู่และกู่เทียนก็ถามขึ้น “ม่านพลังของนายโอเคแล้วใช่ไหม?”
“เรียบร้อยแล้วครับ” หลินหยุนเทียนตอบขณะสร้างม่านพลังป้องกันครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด
เมื่อการเตรียมการเสร็จสิ้น ทั้งสองคนก็ก้าวเข้าสู่ประตูมิติทันที ภายในประตูมิติ โลกภายในประตูมิติลับนี้มีลักษณะคล้าย ป่าดงดิบ ต้นไม้สูงใหญ่ปกคลุมไปทั่ว เสียงของสัตว์ร้ายคำรามดังมาจากทุกทิศทาง
กู่เทียนมองไปรอบๆ ก่อนจะเอ่ยออกมา “กริม เซียวไป๋ ออกมา”
เงาสีดำ และ มังกรขาวขนาดเล็ก ปรากฏตัวขึ้นจากร่างของกู่เทียน “ฆ่าทุกสิ่งที่มีชีวิตที่นี่... ยกเว้นสไลม์”
สิ้นคำสั่ง สัตว์ร้ายทั้งสองก็พุ่งตัวออกไปทันที กู่เทียนหันไปหาหลินหยุนเทียน “นายช่วยจับสไลม์ทั้งหมดให้ฉันที”
“รับทราบครับผม” หลินหยุนเทียนพยักหน้าก่อนจะทะยานขึ้นไปกลางอากาศออกไปค้นหา สไลม์ ในทันที
ขณะที่ทุกอย่างดำเนินไป กู่เทียนก็หยิบสมุดบันทึกขึ้นมาจดข้อมูลบางอย่างเขาพึมพำกับตัวเอง
“นี่ก็ประตูมิติที่ 12 แล้ว... ยังไม่เจอสไลม์ที่ตรงตามเงื่อนไขเลยสักตัว”
ในขณะนี้ ระดับพลังของกู่เทียนอยู่ที่ระดับเงินขั้นสูงสุด เขาอยู่ห่างจากระดับทองเพียงแค่ ก้าวเดียว เท่านั้น และหากทำลายประตูมิตินี้ได้สำเร็จ กริมก็จะทะลุไปถึงระดับทองได้พอดี
แต่ทันใดนั้นเอง... เสียงคำรามของสัตว์ร้ายก็ดังขึ้น
ซ่าาาาา!!
พลังโจมตีบางอย่างพุ่งเข้ามาทางกู่เทียนอย่างรวดเร็ว!
ตูมมมมมมม!!
กู่เทียนกระโดดหลบได้อย่างสบายๆ ขณะที่มองไปที่สัตว์ร้ายตรงหน้าพร้อมข้อมูลของมันที่ปรากฏขึ้นมาในสายตาของเขา
[ชื่อ: ราชันย์วิญญาณ]
[ระดับพลัง: เงิน ระดับต่ำ]
[เผ่า: เผ่าวิญญาณสายเลือดราชันย์]
[ธาตุ: วิญญาณ]
[ความสามารถพิเศษ: ดาบกลืนวิญญาณ (SSS+) , เส้นทางแห่งวิญญาณ (SSS) , อาณาจักรวิญญาณ (S) , ดาบวิญญาณไม้เน่า (S) , ดาบวิญญาณเพลิงทมิฬ (S) , จิตสัมผัส (S) , ดาบวิญญาณสายน้ำ (A) , ดาบวิญญาณลม (A) , กายวิญญาณ (A) , หัวใจของวิญญาณ (A) , ปรมาจารย์ดาบ (A) ]
[ศักยภาพ: ราชา ระดับสูงสุด]
[เส้นทางวิวัฒนาการ: 1 เส้นทาง]
[การประเมินเมื่อเทียบกับสัตว์ร้ายระดับเงิน: SS]
กู่เทียนเมื่อเห็นข้อมูลของ ราชันย์วิญญาณ แล้วก็ตกอยู่ในความคิดบางอย่าง ขณะที่กำลังหลบการโจมตีของมันอยู่ เขาก็ตัดสินใจแล้ว นี่แหละ สัตว์ร้ายตัวที่สามของเขา!
เดิมทีกู่เทียนต้องการหาสไลม์ที่มี สกิลพิเศษอย่างระดับ S เพื่อทดลองสร้างสไลม์ที่สามารถกลืนกินได้อย่างไม่มีขีดจำกัด แต่การเจอ ราชันย์วิญญาณ กลับทำให้เขาเปลี่ยนแผนทันที ความสามารถ ดาบกลืนวิญญาณ (SSS+) ของมันน่าสนใจอย่างยิ่ง ราชันย์วิญญาณสามารถ กลืนกินวิญญาณของสิ่งมีชีวิตใดๆ และนำมาแปรสภาพเป็นดาบ ซึ่งมันจะสามารถ ใช้ความสามารถของสัตว์ร้ายที่ถูกกลืนกินผ่านดาบนั้นได้ และที่สำคัญที่สุด มันไม่มีขีดจำกัดของจำนวนดาบ นั่นหมายความว่า... ถ้าหากมันสะสมดาบได้เรื่อยๆ มันจะสามารถเติบโตขึ้นได้อย่างไร้ขีดจำกัด! ตรงตามที่กู่เทียนต้องการเลย
กู่เทียนยิ้มออกมา หลังจากตามหา สไลม์มา 12 ประตูมิติ ตรวจสอบสไลม์กว่า 10,000 ตัว แต่ไม่พบแม้แต่ตัวเดียวที่ตรงตามเงื่อนไข นี่อาจจะเป็นโชคชะตาที่ชดเชยให้เขา ด้วยการส่งสัตว์ร้ายที่มีศักยภาพดีมากตัวนี้มาให้แทน
กู่เทียนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “กริม”
ที่อีกด้านหนึ่งของป่า กริม ซึ่งกำลังล่าสัตว์ร้ายอยู่ได้รับคำสั่งจากกู่เทียน มันจึงดึง อันเดด 500 ตัว ที่ปล่อยออกไปกลับมาทันที กลับมาที่กู่เทียน ออร่าแห่งความมืดปกคลุมตัวของเขา ขณะที่เขาเอ่ยคำสั่งต่อไป
“จับมันไว้ซะ”
ตูมมมมม!
เงาอันเดดจำนวน 500 ตนพุ่งเข้าใส่ราชันย์วิญญาณทันที!
ราชันย์วิญญาณที่รับรู้ถึงอันตรายก็รีบสะบัดมือของมันทันที เงาดาบหลายเล่มที่หมุนวนรอบตัวมันเปล่งแสงสีม่วงดำออกมา ดาบที่ก่อตัวจากวิญญาณของสัตว์ร้ายที่มันเคยฆ่าหมุนรอบตัวมันราวกับกำแพงดาบ!
ฟึ่บบบ!
ตูมมมมมมมมมม!!
กู่เทียนจ้องมองราชันย์วิญญาณที่ยังคงยืนหยัดอยู่ แม้จะถูกล้อมด้วยอันเดดนับร้อยของกริม แต่กลับไม่มีตัวไหนสามารถแตะต้องร่างกายของมันได้เลย ทันใดนั้นเอง ราชันย์วิญญาณสะบัดดาบที่เปล่งแสงสีฟ้าใส พลังแห่งวิญญาณก่อตัวขึ้นเป็นคลื่นดาบสายน้ำฟันเข้าใส่อันเดดจำนวนมาก ตูมมม! ร่างของอันเดดหลายตัวกระเด็นออกไปกระทบกับต้นไม้ ถึงแม้จะไม่สร้างความเสียหายร้ายแรงต่ออันเดดเหล่านั้น แต่มันก็ทำให้กู่เทียนเริ่มรู้สึกว่าต้องเปลี่ยนแผนการ
กู่เทียนสังเกตการณ์ต่อสู้ต่อไปอีกครู่หนึ่ง ก่อนจะพบว่าจำนวนอันเดดธาตุวิญญาณของกริมมีเพียงแค่สิบตัวเท่านั้น ที่เหลือเป็นพวกสายกายภาพทั้งหมด ซึ่งนั่นหมายความว่าพวกมันแทบจะทำอะไรกับราชันย์วิญญาณไม่ได้เลยเพราะว่าสายกายภาพไม่สามารถโจมตีพวกวิญญาณได้ถ้าไม่มีสกิลพิเศษบางอย่าง
กู่เทียนไม่เสียเวลาคิดนาน เขาหยิบปืนพกสีดำจากแหวนมิติออกมาก่อนจะกดปลดแม็กกาซีนเก่าออกและใส่แม็กกาซีนพิเศษที่มีสัญลักษณ์สีเงินเข้าไปแทน เสียง คลิก! ดังขึ้น พร้อมกับที่กู่เทียนยกปืนขึ้นเล็งไปที่ราชันย์วิญญาณซึ่งยังคงต่อสู้กับอันเดดของกริม
ปัง!
เสียงกระสุนวิญญาณดังสะท้อนไปทั่ว ราชันย์วิญญาณไม่มีโอกาสแม้แต่จะหลบ มันถูกยิงเข้าที่กลางลำตัว ร่างของมันสั่นสะท้านก่อนจะทรุดลงกับพื้น คลื่นพลังแห่งวิญญาณที่เคยล้อมรอบตัวมันอ่อนแอลงทันที