บทที่ 2
ไลลาบอกกับตัวเองตลอดทางที่ขับรถยนต์มายังสถานที่นัดหมายกับผู้ชายแปลกหน้าที่ประกาศหาเมียนั้นเป็สิ่งไม่ผิดในเมื่อชีวิตหล่อนกำลังเดินมาสุดตรอกหาทางออกไม่พบ ฉะนั้นเงื่อนไขที่หล่อนมองว่าบ้าบอคอแตกจะเป็จริงหรือไม่ก็ช่างหัวมัน หากการมาพบหมอนั่นเป็เื่ผิดคาด ก็ถือว่าดวงกำลังซวยฟาดเคราะห์ซ้ำ แต่หากมันคือทางออกก็นับว่ายังต่อลมหายใจให้ตัวเองได้บ้าง
รถยนต์คันหรูสีแดงคันละเฉียดสามล้านบาทค่อยๆจอดเทียบลานจอดรถขนาดกว้างซึ่งเป็คาเฟ่ที่มีผู้คนนิยมพอสมควรหล่อนขยับแว่นตากันแดดแบรนด์หรูให้เข้าที่ พลางมองกลีบปากสีแดงสดในกระจกรถ เมื่อเห็นว่ายังดูดีก็คว้ากระเป๋าสะพายแล้วก้าวลงจากรถยนต์
เสื้อรัดรูปสีแดงสดผ่าคอลึกสอดเข้าไปข้างในกางเกงผ้าชีฟองสีดำแนวแฟชั่นเป็ที่สะดุดตาจนใครต่อใครในละแวกต่างหันมามองเป็ตาเดียวแต่คนเคยมาดมั่นจนชินทำให้ไม่หวั่นกับสายตาเ่าั้เท่าไหร่นัก จึงเดินเข้าไปข้างในคาเฟ่เลือกโซนที่นั่งดูเงียบและเป็ส่วนตัวที่สุด พอหย่อนก้นลงบนเก้าอี้ก็สั่งอเมริกาโน่ร้อนมาดื่มฆ่าเวลาครั้นมองนาฬิกาข้อมือเรือนเล็กประดับเพชรก็เห็นว่าตัวเองมาก่อนเวลานัดเกือบหนึ่งชั่วโมง
ระหว่างดื่มกาแฟจิบเล็กๆ สายตาก็เพ่งมองไปยังบานประตูกระจกใสกรอบคิ้วสีดำแทบตลอดเวลาอยากเห็นหน้าผู้ชายคนนั้นว่าจะเป็อย่างไรเพราะทุกอย่างในหัวของหล่อนประมวลผลว่าเขาคงเป็พวกหน้าตาไปวัดไปวายังลำบากคงดูเชยะเิอย่างชาวไร่ชาวสวนที่เคยเห็น ก็ขนาดภาพโปรไฟล์ยังไว้หนวดเครารกรุงรังปานนั้นถ้าให้นิยามเขาก็คงเหมือนโจรป่าเถื่อน ส่วนข้อดีของเขาก็คงจะมีเงินเหลือใช้ไม่เช่นนั้นคงไม่กล้าประกาศหาเมียแบบนั้น
ถึงหล่อนจะไม่ใช่ผู้หญิงหิวเงิน แต่หนนี้หมดทางเลือก
หล่อนนึกพลางถอนใจ ถึงสองคืนก่อนที่คุยกับเขาผ่านทางโทรศัพท์ครั้งแรกเขาถามหล่อนตรงๆโผงผางและเป็ประโยคน่าเกลียดที่สุดในชีวิตที่หล่อนได้ยิน...ไม่ใช่สิ...คำพูดดนุน่าเกลียดและทุเรศกว่าหลายเท่านัก
‘งั้นอย่างแรกเลย คุณแรดไหม?’
‘ว่าไงนะคะ’
‘หูตึงรึไง’
‘ฉันไม่ได้หูหนวกตาบอดนะคะแต่ไม่ชอบที่จู่ๆผู้ชายที่ไม่รู้จักกันมาก่อนอย่างคุณก็ถามฉันว่าแรดไหมฟังแล้วแสลงหู เหมือนคุณไม่ให้เกียรติกันเลยค่ะ ถ้าฉันด่าคุณกลับบ้างว่าไอ้โรคจิตคุณจะชอบไหมละ’
‘หลอกด่าผมกลับรึไง งั้นผมควรจะเปลี่ยนประโยคคำถามใหม่สินะ’
‘แล้วมันมีประโยคที่ฉันฟังรื่นหูกว่านี้ไหมคะ?’
‘งั้นผมถามใหม่ คุณเคยมีผัวมารึยัง?’
ในตอนนั้นหล่อนปรี๊ดแตกจริงๆทั้งที่ยังเซ็งกับผู้ชายอย่างดนุเพราะถูกบอกเลิกยังต้องโดนผู้ชายแปลกหน้าคุกคามกันด้วยคำพูดอย่างนั้น
‘ถ้าคุณพูดจาสุนัขไม่รับประทานแบบนี้ ฉันจะวางหู’
เขาะเิเสียงหัวเราะกลับมา
‘ตลกดี’
‘หัวเราะอะไรไม่ทราบ’
‘ทีหลังคุยกับผม ไม่ต้องดัดจริตประดิษฐ์คำพูดให้สวยหรูนักหรอกบอกมาเลยว่าผมพูดจาหมาไม่แดก แค่นี้ก็เข้าใจง่ายกว่ากันเยอะ’
‘คุณไม่เคร่งเื่มารยาทงั้นสิ’
‘บางอารมณ์...’ เสียงหัวเราะหึหึดังลอดมา‘ผมชักชอบคุณแล้วสิ อยากเจอ’
แล้วข้อตกลงก็มาพร้อมเงื่อนไขแลกเปลี่ยน ก่อนจะทำการนัดพบกันในสายของวันนี้ซึ่งหล่อนเลือกแล้ว ต่อให้เป็เส้นทางที่ผิดแต่ก็ยังดีกว่างอมืองอเท้าปล่อยให้ทรัพย์สมบัติที่บิดาก่อร่างสร้างไว้หายวับมลายไปทุกสรรพสิ่ง
ทว่าเลยเวลานัดก็ยังไม่เห็นแม้เงาของเขาคนนั้น การนั่งคอยเกินหนึ่งชั่วโมงทำให้หล่อนกระสับกระส่ายขึ้นจนได้แถมกาแฟก็พร่องไปจนเกือบหมดแก้ว จึงแอบคิดว่าบางทีอาจถูกหลอกั้แ่แรกการประกาศหาเมียแบบนั้นคงเป็พวกมือบอนก็ได้
ทว่าอึดใจนั้น ผู้ชายร่างสูงใหญ่ผมยาวกระเซิง ไว้หนวดเครารกรุงรังสวมแว่นตากันแดดบังไปครึ่งหน้าก็โผล่มาจากประตูหน้าร้านเขาก้าวยาวๆมาทางหล่อนอย่างไม่ลังเลเมื่อสำรวจถึงการแต่งกายเขาใน่สั้นๆก็ทำให้สรุปได้ว่าการเดาของหล่อนไม่ผิดคาดนักเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตสีแดงสลับเขียวแขนยาวพับไว้ถึงข้อศอกชายเสื้อสอดในกางเกงยีนสีเข้มขาดๆ สะพายเป้สีดำซีด แต่ที่ทำให้หล่อนแทบอ้าปากค้างคือเขาสวมรองเท้าแตะหูคีบสีฟ้าขาว
นี่น่ะเหรอ...ว่าที่สามีของหล่อน!
//////////////////////////////////