“แม่ทำชูครีมที่ลูกชอบทานคู่กับชามะลิหอมๆ เหมือนตอนเด็กรอลูกด้วยนะ” รุจีมาตุเดินนำแสงเหนือไปอีกมุมหนึ่งปรากฏเป็โต๊ะที่มีชุดชาและขนมวางอยู่ในสวนหลังบ้าน
“แม่มาตั้งตอนไหน ไม่เห็นบอกผมเลย”
“แม่กลับมาได้ 2 วันแล้วจ้ะ นี่แม่ว่าจะลาออกแล้วมาเปิดคาเฟ่ที่บ้าน ลูกว่าดีไหม” เธอว่าพร้อมรินชาใส่แก้วให้ลูกชาย
“ถ้าแม่ลาออก แม่ก็จะไม่ต้องออกเดินทางไปไหนอีกแล้วใช่ไหมครับ” แสงเหนือถามด้วยความดีใจ
“ใช่แล้วจ้ะ เราจะได้อยู่ด้วยกันที่บ้านหลังนี้ตลอดไปยังไงล่ะ” รุจีมาตุยิ้มให้ลูกชายพร้อมลูบหัวเบาๆ แสงเหนือก้มลงจิบชามะลิที่แม่รินให้ พร้อมหยิบชูครีมชิ้นใหญ่หอมนุ่มเข้าปาก
“นี่ชูครีมสูตรใหม่ของแม่หรอครับ”
“ใช่จ้ะ แม่ลองเปลี่ยนเนยสดและก็แป้งดูน่ะ อร่อยไหมจ้ะ”
“แต่ชูครีมของแม่เป็สูตรเดิมที่แม่รัก แล้วก็ทำให้ผมกินมาั้แ่เด็ก… ผมว่าแป้งมันนุ่มบางกว่านี้ และไส้มันจะหอมกว่านี้นะครับ”
“งั้นเดี๋ยวแม่หยิบมาเปลี่ยนให้นะจ๊ะ” รุจีมาตุเอื้อมมือมาหยิบจานขนม แสงเหนือคว้ามือของแม่ไว้
“แม่ตัวเย็นขนาดนี้ แม่ไม่สบายหรอครับ” แสงเหนือเงยหน้ามองหน้ารุจีมาตุที่ตอนนี้ยืนนิ่งอยู่
“นี่คือบททดสอบที่ท่านเวณิกบอกสินะ”
รุจีมาตุสะบัดมือของแสงเหนือออก แล้วแสยะยิ้ม
“กว่าจะรู้ตัวก็เดินทางเข้ามาจนถึงส่วนลึกสุดของอเวจีแล้วหล่ะเด็กน้อย” แล้วจู่ๆ ร่างของรุจีมาตุก็เปลี่ยนเป็หญิงสาวผิวสีม่วงสวมชุดคลุมยาวสีดำ
“แกเป็ใคร รสชาติชูครีมห่วยแตกมาก” เขาว่าพลางถุยขนมออกมา
“ข้าคือเพอร์เซโฟนี่ ผู้นำทางเ้าไปสู่โลกความตายยังไงล่ะ”
“นี่เ้าคือ” แสงเหนือเดินไปมองเพอร์เซโฟนี่ใกล้ๆ “ยมทูตหรอกหรือ”
“ไอ้เด็กบ้า ข้าคือเพอร์เซโฟนี่ต่างหากล่ะ”
“ปล่อยข้าออกไปซะ ไม่งั้นยมโลกของเ้าพังพินาศแน่”
“เห็นทีจะไม่ได้หรอก เด็กน้อยที่ไร้พลังเวทย์อย่างเ้าเวียนว่ายในนี้ก็สมควรแล้ว” พูดจบเพอร์เซโฟนี่ก็ทำท่าจะหันหลังกลับไปดื้อๆ ในเงามืด แล้วจู่ๆ ร่างบางนั้นก็ถูกจับที่บ่าแล้วกระชากกลับไป
‘บ้าน่า รวดเร็วจนข้าไม่รู้สึกตัวเลยหรือนี่’ เพอร์เซโฟนี่ถึงกับใในความเร็วของแสงเหนือ
“ข้าไม่มีเวลาเล่นกับเ้าหรอกนะ พาข้าออกไปเดี๋ยวนี้!” เพอร์เซโฟนี่ปัดมือนั้นแล้วะโหลบออกไป
“หยาบคายที่สุด ข้าเป็ถึง…” จู่ๆ แสงเหนือก็วิ่งมากระชิดหน้าของเพอร์เซโฟนี่อย่างง่ายดาย
“นี่เ้า” ยังไม่ทันพูดจบ ร่างของเธอก็กระเด็นไปอีกฝั่งเพราะโดนอัดกระแทกแรงะโ
“อีรินิอีส!” เมื่อพูดจบก็ปรากฏร่างหญิงสาว 3 คนตรงหน้า “อะเล็กโต เม็กร่า ทิชิโฟเน่… จัดการมันซะ”
ทั้ง 3 พุ่งโจมตีแสงเหนือด้วยความว่องไว ในมือของทุกคนมีอาวุธคนละชิ้นสะบัดกวัดแกว่งโถมเข้าใส่เขา แสงเหนือทำได้เพียงะโหลบไปมาจนเกือบเสียท่า
‘ถ้าลองทำแบบในหนังที่เค้าตั้งสมาธิแล้วขว้างพลังไป … ลองดูก็ได้วะ’ แสงเหนือว่าพลางหลับตาหงายฝ่ามือออกไว้ด้านข้างลำตัว เมื่อจิตของเขาสงบนิ่งพลังเวทย์ของเวณิกที่ส่งมาจึงวิ่งผ่านเข้าเวทย์เทวะที่ปรากฏบริเวณแผ่นหลัง พลันแสงนั้นก็ส่องสว่างสีทองแผ่ออกมารอบตัวเขาจนทั้ง 3 ถอยร่นออกไป แสงเหนือลืมตาขึ้นแล้วมองไปยังเพอร์เซโฟนี่
“พลังแค่นี้ ยังไม่ได้ซักกะผีกของแม่เ้าเลยนะเด็กน้อย” เพอร์เซโฟนี่หรี่ตามองแสงเหนือ
“เ้ารู้จักแม่ข้า?”
“แม่เ้าคือผู้ผนึกเวทย์ทมิฬที่แข็งแกร่งในอาณาจักรนี้ ทั้งยังมีชื่อเสียงแผ่กระจายไปทั่วทุกโลก…”
“แต่ถ้าเ้ามีปัญญาทำได้แค่นี้ ก็จงหลับไหลอยู่ในก้นลึกของเหวอเวจีนี้เสียเถอะ” เมื่อพูดจบภาพสวนข้างบ้านของเขาที่มีต้นไม้ โต๊ะกาแฟ ที่แม่ชอบนั่งทำงานก็หายไป กลายเป็เขาหินสูงต่ำสลับไปมาพร้อมแสงเพลิงลาวาสีสว่างส่งแสงสะท้อนไปทั่วพื้นที่
‘นรกชัดๆ’ แล้วจู่ๆ เขาก็รับรู้ได้ถึงพลังเวทย์ที่ไหลเวียนในร่างกายของเขาอีกครั้ง เวทย์เวทะด้านหลังของเขาปรากฏลายอักขระชัดเจนและสมบูรณ์แล้ว มันเปล่งประกายออกมาจนพื้นที่รอบตัวเขาสว่างวาบ
‘นี่คือพลังเวทย์สินะ’ เขาว่าพลางสะบัดมือไปทางูเาสูงด้านข้าง จู่ๆ มันก็แตกทะลายลงมาด้วยพลังเวทย์ที่เขาส่งไป
“งั้นข้าจะเริ่มจากเ้าตัวเปิด 3 ตัวนี่ก่อนเลย” เขามองไปทางอะเล็กโต เม็กร่า ทิชิโฟเน่ ที่ยืนประจัญหน้ากับเขาอยู่
“เอาวะ” เขาสะบัดมือไปทางอะเล็กโต เกิดเป็แสงสีทองพุ่งจู่โจมร่างนั้นจนปลิวกระแทกไปที่ก้อนหิน จากนั้นเขาจึงใช้ 2 มือสะบัดออกไปพร้อมกันเกิดเป็แสงสว่างวาบพุ่งใส่เม็กร่า และทิชิโฟเน่ จนทั้ง 2 กระเด็นออกไปเช่นกันแล้วร่างทั้ง 3 นั้นก็ค่อยๆ หายไปอย่างไร้ร่องรอย
“ใช้ได้อยู่ แต่เวทย์พื้นๆ แบบนั้นใช้กับข้าไม่ได้หรอกนะ” เพอร์เซโฟนี่ผายมือออกเกิดเป็คลื่นเวทย์สีม่วงแผ่ออกมาพุ่งใส่เขา เขาะโหลบแต่ปลายเท้ายังโดนคลื่นนั้นจนรองเท้าของเขาเกิดเป็รอยเหมือนโดนไฟเผา
“จะซักแค่ไหนเชียวเด็กน้อย”
“Shadow Devourer!” คลื่นเวทย์สีม่วงนั้นพุ่งออกมาหาเขาอีกครั้ง ครั้งนี้เขาะโหลบแล้วรวมสมาธิเหวี่ยงกำปั้นไปหาเพอร์เซโฟนี่พลันเกิดแสงพุ่งกระแทกใส่เธออย่างรุนแรง
“Abyss Strom !” เพอร์เซโฟนี่ปล่อยพายุหมุน 3 ลูกวิ่งวนใส่แสงเหนือ ทั้ง 3 ลูกนั้นค่อยๆ บีบตัวเข้าหากันจนทำให้เขาไม่สามารถตั้งหลักได้
“Shadow Devourer!”
“เวรเอ้ย” ร่างของเขาถูกตรึงไว้แน่นด้วพายุหมุนรุนแรง แถมยังมีเวทย์สีม่วงร้อนเหมือนไฟนรกนั้นพุ่งเข้ามา
“ข้าจะไม่เสียเวลากับเ้าอีกแล้ว แม่และเวณิกรอข้าอยู่!” วงเวทย์เทวะที่แผ่นหลังของเขาแผ่แสงสว่างขึ้นอีกครั้ง แสงสีทองที่ปกคลุมร่างของเขาะเิออกอย่างรุนแรงจนจนพายุหมุนและพลังเวทย์ที่โจมตีจากเพอร์เซโฟนี่สลายไปหมดเหลือไว้เพียงความเงียบสงบ
แสงเหนือร่วงลงกับพื้นร่างเหนื่อยหอบด้วยความเพลีย เพอร์เซโฟนี่เดินมาหาเขาที่กองอยู่กับพื้นและชุดคลุมที่นางใส่อยู่ก็สลายไปในอากาศพร้อมปรากฏเป็ร่างหญิงสาวใบหน้างดงามในชุดราตรีสีแดงสดที่เข้ากับประกายแววตาสีแดงเพลิงของเธอ
“เ้าผ่านบทดสอบแล้วแสงเหนือ ข้าจะส่งเ้ากลับไปหามาสเตอร์ของเ้า” แสงเหนือเงยหน้ามองหญิงด้านหน้าแววตาสงสัย เพอร์เซโฟนี่เอียงคอยิ้มเล็กน้อย
“บททดสอบหมดแล้วจริงๆ” นางว่าพลางหัวเราะเบาๆ
“ข้าคือเพอร์เซโฟนี่ ราชินีแห่งขุมนรก”
“....” แสงเหนือใช้พลังที่มีทั้งหมดจนร่างกายไร้เรี่ยวแรงแล้วสลบไป
“ข้าเชื่อว่าเ้าจะสามารถใช้พลังเวทย์ที่ข้าเปิดผนึกให้ในวันนี้ในทางที่ถูกต้องได้” นางใช้มือััร่างของแสงเหนือเบาๆ าแตามร่างกายของเขาก็หายลงในพริบตา
“ขอให้เ้าจงเจิดจ้าดุจแสงอาทิตย์ และใช้ชีวิตให้คู่ควรเถิด…” เมื่อเพอร์เซโฟนี่พูดจบ เขาก็ได้สติอยู่บทแท่นศิลาที่มีเวณิกนั่งััมือของเขาอยู่
“ข้ากลับมาแล้ว” แต่ร่างตรงหน้ากลับนิ่งเฉย ทันใดนั้นร่างของเวณิกก็เหมือนจะร่วงลงสู่พื้น ไวเท่าความคิด เขารีบละมือคว้าร่างนั้นไว้ในอ้อมกอด
“ท่านเวณิก ท่านเวณิก” เขาเขย่าร่างที่นอนนิ่งไม่ไหวติงในอ้อมกอดพร้อมเอามือจับไปที่ต้นคอ
‘ไม่หายใจ’ เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองแล้วน้ำตาของเขาก็ไหลออกมาไม่รู้ตัว
=====================
FYI
**อิรินีอิส” พวกนางรู้จักกันในนามว่า ภูตพยาบาท เป็ผู้รับใช้เทพเ้าในนรก ประกอบด้วย
1. นางอะเล็กโต (ผู้ตามล่า)
2. นางเมกร่า (ผู้เคียดแค้น)
3. นางทิชิโฟเน่ (ผู้ล้างแค้น)
พวกนางจะตามจับและใช้อาวุธแทงตามร่างของิญญาให้ได้รับาเ็แสนสาหัสและ ทนทุกข์ทรมาน