ณ.ชั้นหกของหอจันทรา
แอ๊ดดดดด เสียงประตูดังขึ้นเมื่อบุรุษเมื่อครู่เดินขึ้นมาข้างบนชั้นสูงสุดแล้วเปิดประตูไม้สีดำทะมึนออก เผยให้เห็นบุรุษอีกคนอยู่ด้านใน คนผู้นั้น ท่าทางองอาจ สง่างาม ใบหน้าเปี่ยมด้วยบารมี แม้อายุยี่สิบสามปีเท่ากันก็ตาม ชายที่สวมชุดสีดำลวดลายัทอง ผู้ปกครองประชาชนนับหมื่น นับแสน คนผู้นั้นมีใบหน้าเรียบเฉยนั่งรออีกฝ่ายอย่างไร้ความกังวลใด แต่เมื่อป๋อเหวินเดินเข้าใกล้ มุมปากกลับยกขึ้น อย่างพอใจ
“จู ชวี่โจว ถูกจับไปแล้วพะย่ะค่ะ ฝ่าา” แน่นอนเขาคือ สุ่ยอี้หาน ฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน!! ผู้ครองบังลังก์ัแคว้นสุ่ย
“เื่นั้นเอาไว้ก่อน เ้ามานั่งที่นี่ เลิกพิธีรีตองกับข้าเสียที”
“พะย่ะค่ะ” ป๋อเหวินลุกขึ้นอย่างช้าๆ เดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามอย่างอ่อนน้อม หากแต่ก็ยังดูสง่าผ่าเผย กิริยางดงามไร้ที่ติ
“แต่ไหนแต่ไรมา รองเ้ากรมเฟิ่ง มักรับสินบนจากพ่อค้าเร่แคว้นซีฟาง ถือว่าตนเป็ขุนนางเก่าแก่ั้แ่เสด็จพ่อขึ้นครองราช หลายปีมานี้ไม่เคยสร้างผลงานอะไรเป็ชิ้นเป็อัน อีกทั้งเสด็จแม่ให้การสนับสนุนเ้ากรมกลาโหมจาง ทำให้รองเ้ากรมเฟิ่งใช้โอกาสพวกนี้ยักยอกค้าอาวุธให้แคว้นซีฟาง บัดนี้ยืมมือ ชวี่โจว เ้าคนติดการพนัน เป็หนี้สินจนต้องยักยอกของหลวง ความชั่วไม่ต่างกันนัก ครั้งนี้ผลงานของเ้าเรียกว่ายิงนกได้หลายตัวเลยทีเดียว”
“คนพวกนี้หารู้จักคุณแผ่นดินเกิด!! จ้องแต่หาประโยชน์ใส่ตน ครั้งนี้ตัดกำลังพวกกองทัพซีฟาง ลดความเกลียดชังตามแนวชายแดน อีกทั้งแก้ไขปัญหาแคว้นอื่นเข้าใจแคว้นสุ่ยผิด คิดว่าเราสนับสนุนแคว้นซีฟาง ทำให้มองเราเป็เมืองอริมาตลอด” ป๋อเหวินบอกกับอี้หานที่ตั้งใจฟัง ท่าทางผิดกับเมื่อครู่ที่อยู่ชั้นล่างราวกับเป็คนละคน
“ถูกต้อง แคว้นสุ่ยของเราหากตั้งรบแม้มาพร้อมกันถึงสามแคว้น แน่นอนแคว้นสุ่ยย่อมไม่มีทางแพ้ แต่ถ้าหากแคว้นใหญ่อย่างแคว้นจินเข้าร่วมรบ แคว้นสุ่ยจัดว่าเป็รอง เราคงกลายเป็อาหารในจานให้เหล่าสี่แคว้น่ชิง”
“เป็เพราะบารมีของฝ่าา ครั้งนี้จึงไม่ต้องมีประชาชนบริสุทธิ์มากมายต้องล้มตายเพราะา”
“หากผลงานครั้งนี้ของเ้าประจักษ์แก่ผู้อื่นได้ ข้าคงมอบตราั ตราอภัยโทษให้กับเ้าแล้ว แต่ว่า…วันนี้ข้าคงรับปากเ้าได้เพียงหนึ่งเื่ที่ข้าจะทำให้เ้าได้ เ้าเสียใจหรือไม่”
“สิ่งที่หม่อมฉัน้า มิใช่ผลตอบแทนใด สิ่งที่หม่อมฉันจะขอจากฝ่าามีเพียงแค่เื่เดียว” ฮ่องเต้อี้หาน สูดลมหายใจเข้าปอดจนเต็ม สะกดอารมณ์กลั้นข่มอารมณ์บางอย่างไว้ ยกคิ้วหนึ่งข้างด้วยความไม่พอใจเท่าไหร่ หากแต่กษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ ไม่ว่าเช่นไรคงหนีคำขอนี้ของป๋อเหวินไม่พ้น
“เ้าพูดมาเถอะ”
“ไถ่ถอนหงเอ๋อร์ จากหอจันทรา”
“ได้ ข้าจะหาวิธียกเลิกคำสั่งนี้ แต่เ้าต้องเข้าใจ ชื่อของนางมีคำว่าหญิงคณิกาติดตัวมาสามปี เ้าจะใช้วิธีใดลบชื่อเสียงพวกนี้ให้นาง หรือว่าเ้าจะแต่งงานกับนาง เป็เถ้าแก่เนี้ยะหอจันทรา”
“หามิได้ หม่อมฉันไม่มีความรู้สึกกับหงเอ๋อร์เช่นนั้น ในใจของหม่อมฉันนางเป็เพียงสหายวัยเยาว์” อี้หานลอบยกยิ้มอย่างพอใจ
“ป๋อเหวิน นะป๋อเหวิน เ้าเลิกคิดเื่นี้ซะ ่เวลานี้ข้า้าสหาย ข้าแค่อยากร่วมดื่มสุรากับเ้าเท่านั้น” อี้หาน รินสุราลงจอกให้กับบุรุษที่อยู่ตรงหน้า วางตำแหน่งอันยิ่งใหญ่ลง ก่อนจับมือป๋อเหวินที่ยังครุ่นคิดให้จับจอกสุรา
“ดื่ม!” ครั้งป๋อเหวินกระดกสุราที่อยู่ในแก้วจนหมด นั่นถึงทำให้อี้หาน ยิ้มอย่างพึงพอใจ
แสงพระอาทิตย์สาดส่องทั่วเมืองหลวงแคว้นสุ่ย หอจันทราที่ครึกครื้นยามค่ำคืนกลับสงบเงียบ แตกต่างกับด้านล่างตามท้องถนน พ่อค้า แม่ค้าพากันส่งเสียงโหวกเหวก เรียกลูกค้าจนจับใจความไม่ได้ แม้แต่โรงเตี๊ยมชุนเป่าโหล่ว โรงเตี๊ยมใหญ่ที่สุดของแคว้นสุ่ย โรงเตี๊ยมขนาดสามชั้น มีชั้นล่างและชั้นลอยไว้สำหรับทานอาหาร ส่วนชั้นสามเป็ห้องพักสำหรับคนที่มาสัญจรในเมืองหลวง โรงเตี๊ยมที่มีขนาดใหญ่แห่งนี้เ้าของหาใช่ใครอื่นเขายังคงเป็หวังป๋อเหวิน โรงเตี๊ยมแห่งนี้มีคนเข้ามาไม่ขาดสาย แน่นอนข้อมูลมากมายก็ได้จากที่นี่ แม้ไม่มากเท่ากับหอจันทรา หากแต่ถ้าเป็ข่าวของแคว้นอื่นป๋อเหวินล้วนได้มาจากที่นี่ทั้งสิ้น
“คุณชายเชิญทางนี้ขอรับ” เสี่ยวเอ่อคนหนึ่งรีบเดินเข้ามาต้อนรับทันทีที่เห็นเ้านายเดินเข้ามาในร้าน ป๋อเหวินเดินผ่านคนที่นั่งกินดื่มมากมายขึ้นไป้า ก่อนที่เสียงคุ้นเคยจะดังมาแต่ไกล
“คุณชายยยยยย”
เด็กหนุ่มอายุ 17 ท่าทางซื่อๆ มีรอยยิ้มสดใส ผิวคล้ำกำแดด ยิ้มฟันขาวมาแต่ไกล การแต่งตัวถือว่าเรียบร้อยดี แม้ผมเผ้าออกจะยุ่งเหยิงไปสักหน่อยก็เถอะ แต่สำหรับคนที่ต้องดูดีั้แ่หัวจรดปลายเท้าอย่างป๋อเหวิน คนตรงหน้านับว่าดูไม่ได้เอาเสียเลย เด็กหนุ่มนั่นวิ่งปรี่ทันทีที่เห็นเ้านายอันเป็ที่รักลงนั่งที่ประจำชั้นลอยของชุนเป่าโหล่ว หลังจากที่เขามาดักอยู่ในโรงเตี๊ยมั้แ่ยามเหม่า
“อาเจี๋ย เ้ากลับมาแล้วงั้นหรือ ข้าให้เ้ากลับบ้านไปดูแม่เ้าจนกว่าจะหายไม่ใช่หรือไง”