ราวกับถึงคราวที่ง่วงนอนก็มีคนนำหมอนมาให้ดั่งคำกล่าว เพียงไม่นานคำสั่งซื้อขนาดใหญ่ที่นางซูเฝ้ารอก็มาถึง!
ห้างร้านไท่หรานจัดเตรียมขบวนคาราวานสินค้าออกเดินทางซึ่งจะเดินทางผ่านห้าถึงหกเมือง โดยมีสินค้าบรรทุกถึงสิบกว่าคันเกวียนซึ่งครึ่งหนึ่งเป็นเนื้อหมูตุ๋นหม้อดิน
การเดินทางครั้งนี้ไม่เพียงแต่เหมาสินค้าคงคลังทั้งหมดของนางซูไปเท่านั้นแต่ทำให้นางต้องจ้างคนมาเร่งผลิตเพิ่มเติมด้วยการค้าขายครั้งนี้มีรายได้เข้ามาถึงเจ็ดสิบตำลึงเมื่อหักค่าแรงแล้วก็ยังเหลือกำไรถึงห้าสิบตำลึง ทำให้ทุกคนดีใจกันยกใหญ่
ด้วยเหตุนี้ในที่สุดพวกนางก็ซื้อที่ดิน และตามปลูกพืชในฤดูใบไม้ผลิได้ทันด้วยกำลังคนที่มีอยู่ พวกนางจึงไม่กล้าซื้อมากนักที่ดินเพียงสองหมู่ก็คงทำให้ปั่นป่วนได้มากพอแล้ว
โชคดีที่มีหยางหลิ่วนางเป็นผู้ช่วยที่ดี ทุกเช้านางจะออกไปปล่อยน้ำ แล้วกลับมาจัดการเรื่องจุกจิกอื่นๆโดยรวมแล้วก็ไม่ได้ยุ่งมากนัก
ในช่วงที่กิจการเนื้อตุ๋นหม้อดินและล่าช่วนไม่ได้ยุ่งมากนางซูจะหาเวลาว่างไปตรวจดูไร่นาอยู่เสมอ กล้าข้าวเล็กๆของพวกนางนั้นงอกงามเขียวชอุ่มและอ่อนนุ่ม เมื่อมองดูก็รู้สึกเบิกบานใจ
ในวันนั้นนางสวมหมวกสานไม้ไผ่เดินไปมาตามคันนา แล้วจู่ๆก็หันหลังกลับมาชนเข้ากับเฉินหย่งหลินพอดี
ชายโสดผู้นี้ยังคงมีท่าทางไม่น่าคบหาเหมือนเดิมดวงตาเจ้าเล่ห์มองนางซูแล้วฉีกยิ้ม "ซูเหนียงจื่อมาปล่อยน้ำหรือ?ขยันขันแข็งยิ่งนัก!"
"ใช่เจ้าค่ะ" นางซูแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่อยากสนใจเขาแม้แต่รอยยิ้มเล็กน้อยก็ยังไม่ยอมปั้นออกมาให้เห็น
หากจะกล่าวว่าที่ดินแปลงนี้มีอะไรไม่ดีก็คงเป็นเรื่องที่อยู่ติดกับที่ดินของเฉินหย่งหลิน แค่เงยหน้าก็เจอ ก้มหน้าก็เจอช่างเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดเสียจริง
"กิจการแผงลอยของพวกเจ้าที่ถนนจิ้นเหมินช่างดีเหลือเกินวันหนึ่งสามารถทำเงินได้กี่ตำลึงเชียว?" ดวงตาของเฉินหย่งหลินกรอกไปมาในคำพูดแฝงไว้ด้วยความอิจฉา
นางซูไม่มีอารมณ์จะดูไร่นาแล้วจึงตอบไปอย่างไม่ใส่ใจ "ก็ไม่มากเท่าใดนัก"
"ในแต่ละวันเจ้าคงจะเหน็ดเหนื่อยกับการงานไม่น้อยเลยใช่หรือไม่?"
เมื่อเห็นนางซูจะเดินกลับเฉินหย่งหลินที่ไร้ความเกรงใจกลับก้าวตามมาทันที ปากยังคงพูดไม่หยุด"แต่ไหนแต่ไรมาบุรุษมักรับผิดชอบเรื่องภายนอกสตรีมักรับผิดชอบเรื่องภายใน ซูเหนียงจื่อคิดว่าจริงหรือไม่? ข้ากลับคิดว่าสตรีจะไม่อาศัยบุรุษได้อย่างไรกัน..."
"เจ้าหุบปากเดี๋ยวนี้!" ยิ่งพูดก็ยิ่งเหลวไหลนางซูหันกลับไปตำหนิ "อย่ามาพูดเรื่องบุรุษสตรีพวกนี้กับข้าเลยเจ้าไม่มียางอาย แต่ข้ามี โปรดระวังความเหมาะสมด้วย!"
เฉินหย่งหลินถูกด่าทอก็ไม่โกรธกลับหัวเราะฮิฮิ แล้วยืนขวางทางนางซู
"ซูเหนียงจื่ออย่าได้กลัวไปเลย เจ้าคิดว่าข้าเป็นอย่างไรบ้าง?"
"เป็นอะไรกัน? หากเจ้ายังพล่ามไร้สาระอีกก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ!" นางซูโกรธจัดในที่สุดชีวิตก็สงบลงได้ไม่นาน แต่พวกปีศาจร้ายเหล่านี้ก็กลับมารวมตัวกันอีกครั้งตั้งใจไม่ให้นางใช้ชีวิตอย่างสงบสุขใช่หรือไม่!
ถึงไม่ถามนางก็ไม่มีใจที่จะแต่งงานใหม่อีกแล้วแล้วเฉินหย่งหลินที่ปากเบี้ยวฟันเหลืองเช่นนี้ ใครเล่าจะชื่นชอบ?แม้นางจะโชคร้ายต้องมาเป็นสาวชาวนา แต่ก็มิได้ง่ายดายถึงเพียงนั้น
"บ้านใดเล่าจะไม่มีบุรุษเป็นใหญ่ในบ้าน ลูกทั้งสองของเจ้าก็ยังไม่โตข้าก็ไม่รังเกียจว่าเป็นภาระหรอก..."
เฉินหย่งหลินไม่รู้ว่าเอาความมั่นใจมาจากไหนทำท่าราวกับเป็นผู้มีจิตใจกว้างขวางใบหน้าไร้ยางอายนั้นทำให้นางซูรู้สึกรังเกียจเป็นอย่างยิ่ง
นางรีบคว้าหมวกสานไม้ไผ่ของตนแล้วฟาดลงไปที่ตัวเขาอย่างแรง "สุนัขดีไม่ขวางทางจงไสหัวไปซะ!"
"ทำไมถึงทำร้ายคนได้เล่า!" เฉินหย่งหลินใช้มือข้างหนึ่งปัดหมวกสานไม้ไผ่ออกแล้วบ่นพึมพำ "ข้าก็หลงคิดว่าหญิงจากเมืองหลวงคงจะไม่เหมือนใครเสียอีก!"
การโต้เถียงกับคนพาลเช่นนี้ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นนางซูจึงอดกลั้นความโกรธ แล้วตัดสินใจจะอ้อมไปอีกทางแต่อีกฝ่ายกลับยังคงตามติดมาไม่เลิก
"อย่าเพิ่งรีบร้อนมองข้าไม่ดีนักเลย" เฉินหย่งหลินเดินตามหลังนางอย่างไม่ลดละดวงตาเล็กๆ ของเขาฉายแววเจ้าเล่ห์
"ข้าว่านะ สตรีผู้หนึ่งที่ออกไปทำงานข้างนอก คงไม่มีบุรุษคนใดรับได้หรอกเจ้าลองฟังดูสิว่าคนอื่นเขาซุบซิบนินทาอย่างไร! ทำตามข้าดีกว่า แล้วกิจการข้างนอกข้าจะดูแลจัดการแทนเจ้าเอง..."
ออกไปทำงานข้างนอกแล้วอย่างไร?ซูเฉียวเดินไปในทางที่ถูกต้อง ทำสิ่งที่เที่ยงธรรมไม่ได้ลักเล็กขโมยน้อย ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาบุรุษใดความยากลำบากในการเป็นสะใภ้นั้นนางเข้าใจดีที่สุดเป็นสะใภ้มาหลายปีจนจะกลายเป็นแม่ผัวได้แล้วเหตุใดจะต้องกลับไปรับความทุกข์ระทมเช่นนั้นอีกเล่า?
บัดนี้นางและบุตรทั้งสองปลอดภัยและแข็งแรงนางพึงพอใจแล้ว การถูกคนเอามาพูดเช่นนี้ นางจะไม่โกรธได้อย่างไร!
นางซูกำลังโกรธจัดในเวลานั้น มีสตรีผู้หนึ่งเดินออกมาจากข้างทาง แล้วตะโกนเสียงดังว่า"เฉินหย่งหลิน เจ้าช่างวางแผนเก่งกาจเสียจริงเจ้าไม่มีความสามารถของตนเอง จึงได้จ้องมองแต่ซูเหนียงจื่ออย่างนั้นหรือ?"
สตรีผู้นี้ทุกคนเรียกนางว่าพี่หงเป็นชาวบ้านท้องถิ่นที่เติบโตมาที่นี่ สามีของนางก็เป็นชาวหมู่บ้านเถียนซินนางจึงคุ้นเคยกับเฉินหย่งหลินเป็นอย่างดี
"เจ้าเป็นคนไม่ซื่อสัตย์ ไม่ตั้งใจทำงานสมควรแล้วที่ต้องเป็นชายโสดไปตลอดชีวิต!ซูเหนียงจื่อผู้นั้นเก่งกาจและรูปร่างหน้าตาก็งดงามเจ้าคนเสียคนอย่างเจ้ายังกล้าคิดจะชิงตัวนางมาครองหรือ? คางคกขึ้นวออยากกินเนื้อหงส์!"
คำพูดของพี่หงนั้นเด็ดขาดตรงไปตรงมา และเจ็บแสบ เฉินหย่งหลินโกรธจนใบหน้าขึ้นสี เขากล่าวทั้งใบหน้าแดงก่ำ"ก็แค่รองเท้าเก่าๆ อย่างนาง ข้าไม่รังเกียจก็ดีแล้วยังคิดว่าตัวเองเป็นหญิงสาวบริสุทธิ์ก่อนแต่งงานอยู่อีกหรือ!"
คำพูดเช่นนี้เกินไปแล้วจริงๆนางซูโกรธจนตัวสั่น ดวงตาแดงก่ำราวกับอยากจะฉีกเขาออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย!
"เฮ้ยเจ้าคนผู้นี้!" พี่หงซึ่งเดิมทีก็รังเกียจเฉินหย่งหลินเป็นอย่างมากเมื่อได้ยินคำพูดนี้ก็รังเกียจเขาเข้าไปใหญ่ "เป็นบุรุษตัวโตทั้งวันเอาแต่หาเรื่องใส่ร้ายไปทั่วทำตัวเหลวไหล คิดจะกินแรงคนอื่นหรือ?!"
"ข้ากินข้าวบ้านเจ้าหรือไง? เจ้าถึงได้มาสอดเรื่องของผู้อื่นให้มากความ!"เฉินหย่งหลินก็เหมือนหมูตายไม่กลัวน้ำร้อนแสดงความไร้ยางอายออกมาอย่างเต็มที่ "นอกจากข้าแล้วใครเล่าจะชายตามองนางบุปผาโรยราผู้นี้!"