ตอน 10
คริสต์มาส
(ส่วนตอนท้าย)
สุรีย์รัตน์ล้างจานส่วนหนึ่ง พอกลับเข้ามาพบเพื่อนเหลือโดดเดี่ยว มิ้นท์กับฝ้ายกลับไปชิมของอร่อยที่ลานเตาย่างอีกครั้ง
“นี่พ่อแม่ของลอริสใช่ไหม ถ่ายรูปกันที่มอสโกด้วย ดูเป็ครอบครัวที่อบอุ่นดีจัง” ปูอุทานชื่นชม ยิ้มรวยรินให้ตุ๊กตารัสเซียและพี่เลี้ยง
“ใช่แล้ว... รูปที่น้องไว้ดูต่างหน้า” สุรีย์รัตน์รำพันอ่อนโยน “ตอนแรกน้องร้องไห้น่าสงสารเหลือเกิน เวลาผ่านไปก็เริ่มทำใจได้ แต่ก็มีน้ำตาซึมในบางครั้งที่มองนะ เป็ธรรมดาของคนที่คิดถึงพ่อแม่ ฉันเองยังคิดถึงแม่แล้วน้ำตาไหลเลย”
“คนรอบข้างช่วยได้เยอะนะ ช่วยปลอบให้หายเศร้าได้นะ” ปูอยากส่งกำลังใจให้เพื่อนและหญิงสาวตุ๊กตา สุรีย์รัตน์แย้มตอบละมุน “ขอบใจมากจ้ะ”
สุรีย์รัตน์และปูช่วยเก็บจานกับแก้วน้ำของลอริส สองสาวมิ้นท์และฝ้ายกลับเข้ามาพร้อมจานปลานึ่งที่ใส่รวมกับไก่ย่าง นั่งลงพื้นเคียงตุ๊กตาสาวสวยพลางยิ้มชื่นชม
ลอริสสบมองเพื่อนพี่เลี้ยงอย่างสนใจ แววตาซื่อ ๆ อ่อนโยนทำให้คนเยือนหลงรัก
“ตาสวย อยากมองนาน ๆ จัง” ฝ้ายรำพันเคลิ้ม ๆ
มิ้นท์ยกส้อมจิ้มชิ้นไก่ย่างแล้วส่งให้เพื่อนหม่ำ “อยากสวยเหมือนน้องจังเลย”
ปูและสุรีย์รัตน์กลับเข้ามา แก๊งสี่สาวชุดนอนลายทางได้รวมตัวอีกครั้ง สุรีย์รัตน์เห็นปลานึ่งในจานพลันเสียดาย อาหารโปรดของลอริสกลับเพิ่งมาทีหลัง วนัสซื้อมาฝากตอนที่ลอริสใกล้จะอิ่มแล้ว
ส่วนลานเตาย่างบาร์บีคิวก็ยังครื้นเครง ซานตาคลอสอยู่สนทนาประสาผู้ใหญ่กับสองตำรวจ น้าไสวก็นั่งร่วมคุยบ้างสลับช่วยเก็บจานชาม แรกทีก็เกรงใจเพราะแค่เป็ญาติ แต่สานิตย์และวนัสกลับมองเหมือนคนกันเอง เชื้อเชิญให้นั่งร่วมตามสบาย
“ลองเปิดเพลงใหม่กัน พ่อเพิ่งให้มาเป็ของขวัญคริสต์มาสเมื่อเช้าเลย” สุรีย์รัตน์เอ่ยชวนผองเพื่อน พลางหยิบแผ่นเสียง 'นูโว ออกซิเจน' ที่ยังไม่เคยแกะจากกล่องครอบใสบนชั้นวาง
“ว้าว!แผ่นใหม่กริ๊บเลย” มิ้นท์อุทานเห็นของหรู
ฝ้ายช่วยรบเร้า “ตื่นเต้น ๆ เพลงเพราะหลายเพลงนะ ฟังกันเลย”
ปูคอยย้ำเตือนเพราะรู้ซึ้งคนเป็โรคหัวใจ “ควรเปิดแต่เพลงช้านะ”
“เพลงแรกก็เพราะแล้ว 'นิยามรัก'” สุรีย์รัตน์บรรจงเลื่อนก้านเข็มหัวอ่านที่ตำแหน่งแทร็กแรก เพลงเริ่มบรรเลงเมื่อกด PLAY
'♪♪ …เพลงคลอเบา ฟังสบาย...เสียงจากเพลง 'นิยามรัก'... ♪♪'
“เก่งจังเลย เธออยากเป็ดีเจใช่ไหม น้ำ” ปูยกสองมือประคองขึ้นมาแนบคาง
“ก็อยากนะ สนุกดี เลยหัดจากเครื่องเล่นของพ่อ” ลูกสาวเ้าของบ้านยิ้มหวาน “ปูอยากเป็อะไรล่ะ”
ฝ่ายถูกถามก้มงุด “จริง ๆ ฉันอยากเป็ช่างตัดเสื้อ รู้สึกเริ่มชอบเสื้อผ้าสาว ๆ แต่ถ้าเรียนจบแล้วทำงานให้ตรงสาย ก็คง... นักคอลัมนิสต์มั้ง”
“ฉันอยากเป็ผู้อ่านข่าว” ฝ้ายช่วยบอกความใฝ่ฝันตนเอง
“ฉันอยากเป็ช่างภาพถ่ายแฟชั่นนิตยสาร” มิ้นท์ก็ช่วยเสริมสิ่งที่อยากเป็เมื่อเรียนจบ
'♪♪ ...เสียงจังหวะเร้าใจจากเพลง 'ทนทนเอาหน่อย'... ♪♪'
มิ้นท์อุทาน “เอ๊ย!ขึ้นเพลงใหม่ เล่นเพลงเร็วแล้ว เวรกรรม”
“ว้าย!หยุดเพลงที เดี๋ยวน้องลอริสหัวใจเต้นเร็ว ช่วยด้วย” ฝ้ายก็อุทานตาม ปูพลันตื่นใ “น้องจะตื่นเต้นไม่ได้นะ หัวใจต้องถนอม ฮือ...”
สุรีย์รัตน์เบาวอลูมฉับไว “วิธีหนึ่งที่ไม่ให้แผ่นเสียงเป็รอย ไม่ให้หัวอ่านพัง ง่ายสุดแล้วละ ให้แผ่นหมุนในความเงียบ ฮ่า ๆ”
ปูหันมายิ้มให้สาวรัสเซีย “แฮ่ะ ๆ ขออภัย พวกเราซุกซน”
“โล่งอกไปที เฮ้อ...” ฝ้ายทำท่าปาดเหงื่อ
ตุ๊กตานางฟ้าคงไม่เข้าใจภาษาไทยอยู่ดี สายตาสบมองพี่เลี้ยงและผองเพื่อนยังซื่อ ๆ น่าทะนุถนอมเสมอ
“มีเพลงเพราะ ๆ อีกนะ ต้องกลับอีกด้าน รอสักครู่” สุรีย์รัตน์กดปุ่มหยุด เลื่อนก้านเข็มหัวอ่านออกข้างช้า ๆ จับแผ่นเสียงกลมดำพลิกกลับด้าน วางก้านเข็มหัวอ่านเข้าที่แทร็กเป้าหมาย กด PLAY บรรเลงเพลงช้าที่เลือกไว้
'♪♪ ...เสียงเพลงคลอเบา สบาย ๆ ฟังผ่อนคลาย...เสียงจากเพลง 'หลับตา (โต๋)'... ♪♪'
“โหย... เพราะมาก เพลงนี้ เคลิ้มเลย” ฝ้ายอุทานตื่นเต้น
“หวังว่าลอริสคงชอบนะ เพลงไทยเคลิ้ม ๆ แต่ไม่รู้ความหมาย” ปูส่งแย้มหวาน ๆ ให้ตุ๊กตารัสเซีย
เจอเพลงไหนจังหวะเร็วก็รีบเบาวอลูมจนเกือบเงียบ พอเพลงช้าก็เร่งวอลูมกลับมาที่เดิม สี่สาวแก๊งชุดนอนนั่งเฝ้าฟังเพลงกันสนุก
โชคดีที่เผลอเปิดเพลงเร็วเพียงเล็กน้อย ลอริสก็ไม่มีอาการหัวใจเต้นเร็วจนหอบเหนื่อย ยังทอดมองเหล่าสาว ๆ สนุกสนานกับเสียงเพลงผ่านแววตาอ่อนโยน
“สองทุ่มครึ่งแล้ว ได้เวลา” ซานตาคลอสเดินเข้ามาพร้อมวนัส สี่สาวแก๊งชุดนอนเก็บแผ่นเสียงหยุดเครื่องเล่นพอดี สุรีย์รัตน์พลันถามไถ่
“ได้เวลาอะไรหรอคะพ่อ”
เกริกไกรก้มหน้า “น้ำ... ลูก... จำที่เพจมาหาพ่อเมื่อวานได้ไหม”
“จำได้ค่ะพ่อ” ลูกสาวตอบฉะฉาน
“พ่อกับอาวนัสหามาให้แล้วนะ” ซานต้าหันไปทางเพื่อนตำรวจให้ช่วยพูดต่อ
“เดี๋ยวอากับคุณพ่อจะกลับไปที่รถช่วยยกของ รอตรงนี้นะ”
“จริงหรอคะ พ่อคะ อาวนัสคะ” สุรีย์รัตน์ปั้นหน้าตะลึงงงงันไม่หาย
เกริกไกรได้แต่พยักหน้า แล้วเดินลับไปจากห้องกระจกพร้อมวนัส
“มีอะไรหรอ” ฝ้ายถามพลางจับมือสุรีย์รัตน์
“สงสัยเป็ของใหญ่แน่เลย” ปูตื่นเต้นอยากเห็นจะแย่แล้ว
ลูกสาวซานต้าไม่ได้ตอบสักคำ รอจนกว่าสิ่งที่พ่อและวนัสจะยกมาที่ห้องมันคืออะไร
“รอดูก่อน... ฉันก็ตื่นเต้น” สุรีย์รัตน์ระลึกถึงข้อความที่เพจไปหาพ่อเมื่อวาน พลางเมียงมองทางเก้าอี้นวมสีไข่ และเช่นเคยได้สบประกายตาแสนซื่อดั่งตุ๊กตา
ลอริสไม่เคยเบือนหลบสายตาสักครา สบมองทุกคนอย่างบริสุทธิ์จริงใจ สี่สาวแก๊งชุดนอนได้เห็นก็อยากเข้าไปจับมือ บางทีก็นึกอยากกอดหญิงสาวใจดีคนนี้เหลือเกิน
“น้องดูนุ่มนิ่มน่ารักดีจัง อยากกอด” มิ้นท์รำพันฝันหวาน
ปูโอบเอวสนองตอบ “กอดปูแทนไปก่อนได้ไหม เอวบาง ๆ แฮ่ะ ๆ”
“ว้าย... เขิน” มิ้นท์พลันหน้าแดง
“อยากเห็นความสามารถพิเศษของลอริสจัง” สุรีย์รัตน์เอื้อนรำพัน
“อะไรนะ... น้องจะทำอะไรให้ดูหรอ...” ฝ้ายเอ่ยถาม แต่ลูกสาวซานต้ายังสงวนคำเฉลย “รอดูกันนะ พวกเราอาจอึ้งไปเลยก็ได้”
ปูแย้มรวยริน “ตื่นเต้นจัง มันคืออะไรนะ”
เกือบสิบนาทีที่ตั้งตารอ เกริกไกรและวนัสต่างถือบางสิ่งขนาดใหญ่กลับเข้ามา
“โอ้โห!” ฝ้ายอุทานจนนึกคำต่อไปไม่ออก
สี่สาวรุ่นพลันเห็นซานต้าอุ้มอิเล็กโทนพกพาสีเทา แถวกดแป้นโน้ตดนตรีสีขาวสีดำเหมือนอย่างเปียโน ขนาดยาวราวหนึ่งเมตรเศษ ส่วนวนัสถือก้านเหล็กยาวสีดำคล้ายขาตั้งกล้อง แต่ดูอีกทีกลับเป็ขาตั้งอิเล็กโทน
“พ่อคะ... พ่อหามาให้จริง ๆ” สุรีย์รัตน์น้ำตาเอ่อ ซานตาคลอสพยักหน้าระคนดีใจ “พ่อหามาจนได้ ลูกรัก จากนี้ก็... มาช่วยให้ลอริสสมหวังนะ”
“จะได้เห็นลอริสเล่นเพลงหรอนี่” ฝ้ายช่วยเฉลยทั้งที่ไม่แน่ใจ
ลูกสาวซานต้าดีใจเคล้าน้ำตา “ทำไม... พ่อเชื่อหนูคะ หนูแค่... เพจไปแบบคงหวังสูงเกินไป”
“วนัสรู้แต่แรกแล้วละลูก เอกสารทุกอย่างของลอริส วนัสดูหมดแล้ว เลยรู้ว่าลอริสเคยเรียนดนตรี” เกริกไกรวางอิเล็กโทนบนโต๊ะรับแขก พลางยิ้มปลอบโยนลูกสาว
วนัสช่วยตอบ ในขณะสองมือเริ่มตั้งขาเหล็กรองรับ “พออาทราบว่าน้ำเพจมา ลอริสคงคิดถึงเปียโน ก็เลยปรึกษากับคุณพ่อ พอดีคุณพ่อมีเพื่อนที่ทำงานอยู่สายดนตรี เล่นอิเล็กโทนให้ตอนงานเลี้ยงส่งเ้านายเมื่อหลายเดือนก่อน แต่ไม่สนิทกัน เพื่อนคนนั้นสนิทกับอามากกว่า ก็เลยให้อาช่วยพูด ขอยืมอิเล็กโทนมาที่บ้านคุณพ่อแค่ไม่กี่ชั่วโมง เสร็จงานนี้ก็จะเอาไปคืน”
“ขอบคุณมากค่ะอาวนัส ขอบคุณพ่อมากค่ะ” สุรีย์รัตน์ยกมือไหว้ทั้งน้ำตาคลอ
“หยิบกระเป๋าสีน้ำตาลใบนั้นให้ลอริสนะ” วนัสช่วยแนะนำ
สุรีย์รัตน์ยกมือปาดเช็ดน้ำตา ยกกระเป๋าจากรัสเซียที่วางบนโซฟาแล้วส่งมอบให้สาวตุ๊กตา
“ลอริส... แคน ยู โอเพ้น” พี่เลี้ยงเอื้อนถามเสียงหวาน
“ด๊า...” ตุ๊กตารัสเซียก้มผงกรับรู้ เสียงตอบละมุนนุ่มนวลจับหัวใจ
ลอริสบรรจงปลดสายเข็มขัดกลัดกระเป๋าออก หยิบซองใสใส่บรรดาเอกสารสำคัญ มือขาวนวลเริ่มหยิบกระดาษโน้ตเพลงออกมาจนหมด
แม้ไม่ได้สื่อสารใดให้ลอริสรับรู้ เพียงแค่เห็นอิเล็กโทนที่ยกเข้ามาก็รู้ซึ้งถึงความ้าของทุกคน
สาวผมน้ำตาลจัดเรียงซ้อนกระดาษโน้ตเพลงอย่างระเบียบ พี่เลี้ยงดูตลอดพลางนับแล้วมีถึงแปดแผ่น
น้าไสวและสานิตย์เข้ามาดูเหตุการณ์สำคัญ ในห้องแห่งความสุขกำลังจะมีดนตรีสดขับกล่อมหรือนี่ สามสาวแก๊งชุดนอนก็อดคิดไม่ได้เลย นี่คงเป็งานคริสต์มาสที่สุนทรีย์ที่สุด
ซานตาคลอสยกอิเล็กโทนวางบนขาตั้ง ตรวจสอบถี่ถ้วนว่ามั่นคงไม่โคลงเคลง วนัสช่วยเสียบปลั๊กแล้วเริ่มตั้งค่าเสียงโน้ต
“อิเล็กโทนนี้พิเศษหน่อย ใหญ่พกพายากอยู่บ้าง แต่มันพิเศษคือเปลี่ยนเสียงหลายแบบได้” วนัสอธิบายให้ทุกคนพลางปรับแต่งค่าเสียงไปมา “อันนี้โอเคไหม เสียงเหมือนเปียโนมากเลย”
เกริกไกรพยักหน้า “เหมาะเลย เหมือนมาก”
“เหมือนจริง ๆ ค่ะ เสียงพลิ้วเลย” ฝ้ายช่วยยืนยัน
“ที่เหลือก็ต้องให้ลอริสหาคีย์เองแล้วนะ พวกเราไม่เป็ดนตรีกัน” ซานตาคลอสเบิกยิ้มไปทางเก้าอี้นวม เลื่อนขาตั้งที่วางอิเล็กโทนมั่นคงเข้าหาสาวรัสเซียอย่างช้า ๆ
“ฟอร์ ยู...” เกริกไกรส่งยิ้มพริ้มละมุน สุรีย์รัตน์ที่นั่งพื้นข้าง ๆ ลอริสคอยจับมือนวลผ่อง “ยู มิส เปียโน มัช”
“ด๊า...” ลอริสก้มผงกตอบรับ สบมองพี่เลี้ยงแล้วเงยหน้ามองซานต้า วนัสเข้ามาช่วยแล้วดึงถาดวางส่วนบนของอิเล็กโทนออกมา
“วางกระดาษโน้ตเพลงตรงถาดนี้ได้เลยนะ”
ไม่ช้าลอริสแบ่งกระดาษโน้ตเพลงเป็สองชุด บรรจงวางชุดแรกสี่แผ่นบนถาดเรียง วนัสเห็นหัวกระดาษภาษารัสเซียจึงอ่าน
“เพลงนี้ชื่อ 'เช็มชุก / Жемчуг' เพลงที่แปลว่า ไข่มุก”
“นายรู้จักหรอ” ซานต้าถามไถ่
“ไม่รู้หรอก” วนัสส่ายหน้า “เพลงประเทศนี้ฉันไม่รู้เลย อาจเป็เพลงที่โรงเรียนแต่งเองแล้วให้นักเรียนฝึกเรียน ที่ลอริสเรียนเป็ถึงโรงเรียนอินเตอร์เลยนะ น่าจะสอนสายศิลปะ แขนงดนตรีก็รวมอยู่ด้วย เดาเอานะ”
“ดีใจจัง ลอริสเคยเรียนถึงระดับโรงเรียนอินเตอร์เลย” สุรีย์รัตน์อุทานอ่อนโยน
“คิดดูว่าผูกพันกับเปียโนมากแค่ไหน ถึงได้พกมาด้วยตอนลี้ภัย” สานิตย์พูดจนทุกคนรู้สึกสะท้านะเืใจ
ปูเอ่ยเสียงเศร้าสร้อย “น่าสงสารนะคะ ลี้ภัยแต่ผูกพันกับดนตรี น่าเห็นใจมากเลยค่ะ”
พี่เลี้ยงสาวช่วยถือกระดาษโน้ตเพลงอีกชุด ลอริสก้มผงกเอื้อนคำรัสเซีย “สปาซิบะ... สปาซิบะ...”
“น่ารักมาก ๆ เลย” น้าไสวยิ้มชื่นชม
“ลอริสน่าเอ็นดูเหลือเกินค่ะ ตื่นเต้นจัง ลุ้นฟังดนตรีฝีมือน้อง” มิ้นท์รำพันเคลิบเคลิ้ม
วนัสยืนใกล้สุรีย์รัตน์ที่นั่งข้าง ๆ เก้าอี้นวม ก้มดูแผ่นโน้ตเพลงที่เหลือ “อ้อ... อีกเพลงชื่อ 'คุ-คลา / Кукла' แปลว่า ตุ๊กตา”
ลูกสาวซานต้าเงยหน้ายิ้ม ๆ “ตุ๊กตาจะเล่นเพลงตุ๊กตาเป็เพลงต่อไปค่ะ แฮ่ะ ๆ”
“ลุ้นกันนะ เอาใจช่วยน้องลอริสกันนะ” ซานตาคลอสจูงใจทุกคนส่งกำลังใจให้ตุ๊กตารัสเซีย
สี่แผ่นโน้ตเพลงจากชุดแรกวางเรียงพร้อม ลอริสก้มลงหน้าอิเล็กโทน สองมือเรียวทาบแป้นขาวดำ เสียงโน้ตดังสูงต่ำเว้นจังหวะ ดูเหมือนกำลังค้นหาหรือเทียบคีย์เสียงก่อนจะเริ่มบรรเลง
ลอริสค้นหาคีย์เสียงราวหนึ่งนาที เงยหน้าสบมองทุกคน สุรีย์รัตน์ย้ายมายืนรอชมรวมแก๊งสี่สาว มือยังถือชุดกระดาษโน้ตเพลงต่อไป
ตุ๊กตารัสเซียก้มมองแถวกดขาวดำอีกครั้ง มือวางบนตำแหน่งที่รับรู้ว่าควรเริ่มที่ใด
สานิตย์ผินมองทางลานเตาย่าง ไฟในเตายังคุกรุ่นแต่ไม่โหมรุนแรง เฝ้าดูสลับมองหญิงสาวผมน้ำตาลจวนจะบรรเลงเพลง
เกริกไกรคว้ากล้องสีเงินตัวเดิม ปรับค่าคล่องแคล่วแล้วกดชัตเตอร์ อยากเก็บบันทึกเป็ประวัติศาสตร์ของครอบครัว
ทุกคนอยู่ในความเงียบชั่วขณะ ไม่ช้าลอริสค่อยเคลื่อนมือผ่องขยับนิ้วงามบนแป้นกดขาวดำ เสียงดนตรีเสมือนเปียโนจำลองเริ่มดังขึ้น โน้ตสูงต่ำได้จังหวะเริ่มพลิ้วไหว
เพลงช้าพาอารมณ์หม่นเศร้าเล็กน้อย แม้ไม่รู้ว่าเพลงอะไรเพราะไม่เคยได้ยิน เพลงที่แปลว่า 'ไข่มุก' จากคำบอกของวนัส แต่ทุกคนก็รู้ซึ้งถึงดนตรีที่ได้ยินยามนี้ จังหวะสูงต่ำสอดประสานกันจนเคลิบเคลิ้ม ถ้าคนเล่นเพลงไม่เป็หรือเล่นมั่ว ไม่มีทางที่จะรับความสุนทรีย์แบบที่ได้ยินตอนนี้เลย
สองนาทีเพลงแรกจบลง บรรยากาศเงียบสนิทสักพักจนเห็นตุ๊กตารัสเซียเงยหน้าสบมองทุกคน
เสียงปรบมือเกรียวกราว ระคนเคล้ายิ้มยินดีและตื้นตัน
“นี่ไม่ใช่ธรรมดา นี่เรียกอัจฉริยะทางดนตรีแล้วนะ อายุสิบห้าเอง” วนัสอุทานระคนทึ่งตะลึง
“เพลงเพราะจังเลย...” สุรีย์รัตน์รำพันระคนตื่นเต้น แย้มอ่อนโยนส่งให้ลอริสเป็กำลังใจ
“เพราะสุด ๆ เลย น้องเล่นเก่งมาก ๆ” ฝ้ายเอ่ยชื่นชมจากใจจริง
“ลอริส... สปาซิบะ” ซานตาคลอสแย้มละมุนอบอุ่นส่งมอบให้
ตุ๊กตารัสเซียก้มผงกเอื้อนเสียงหวาน “สปาซิบะ... สปาซิบะ...”
เพลงแรกจบลงสุดสวยงาม สุรีย์รัตน์ยื่นแผ่นกระดาษชุดที่สองส่งให้ ลอริสก้มผงกแล้วบรรจงเอื้อมรับ วางกระดาษอีกสี่แผ่นซ้อนทับโน้ตเพลงแรก
“เพลงที่สองแล้ว ลุ้นฟังกันนะคะ” ปูตื่นเต้นไม่หาย ดีใจยกใหญ่ไม่เคยเห็นสาวฝรั่งเล่นเพลงได้เก่งขนาดนี้
“ตื่นเต้นเลยค่ะ น้องเล่นเพราะมาก” น้าไสวยิ้มแป้นพลางบิดเอวอวบไปมา
“เพลงที่จบลง เช็มชุก แปลว่า ไข่มุก เพลงที่สองชื่อว่า คุ-คลา แปลว่า ตุ๊กตา” วนัสพูดดั่งพิธีกรจัดรายการ
เสียงพูดคุยเงียบลงอีกครั้ง แสงไฟประดับวิบวับรอบห้องยังอบอวลความสุข ทุกสายตาสบมองหญิงสาวผมน้ำตาลก้มหน้าลง สองมือผ่องวางตำแหน่งแป้นขาวดำอย่างเพลงก่อน
เพียงไม่กี่อึดใจ โน้ตแรกเริ่มกังวาน ตามมาด้วยโน้ตถัดไปรับ่ส่งจังหวะพลิ้วไหว เสียงเปียโนจำลองเริ่มขับกล่อมคนฟังอีกครั้ง
มือเรียวนิ้วงามเคลื่อนขยับบนแป้นกดขาวดำ บทเพลงจังหวะไม่เร็วไม่ช้าฟังสบาย ๆ ต่างจากเพลงแรกที่เนิบช้าและอาจเศร้าในบางที ยิ่งรู้ว่าจังหวะเร็วกว่าย่อมเล่นได้ยากกว่า โน้ตเพลงฟังซับซ้อนกว่าคงฝึกหัดมานาน
แม้บทเพลงไม่มีใครเคยฟังมาก่อน แต่ฟังครั้งนี้กลับยิ่งทึ่งในความสามารถ ลอริสคงฝึกหัดั้แ่ยังเยาว์วัยเป็แน่ จึงสั่งสมทักษะดนตรีจนมีพร์
สองนาทีเศษบทเพลง 'ตุ๊กตา' จบลง เสียงปรบมือเกรียวกราวดังขึ้นอีกครั้ง เสมือนรางวัลมอบให้หญิงสาวจากแดนไกล ลี้ภัยข้ามฟ้าเพื่อขออยู่ในไทยและเล่นดนตรีให้ฟัง
ดุจดั่งตอบแทนด้วยสุนทรีย์แห่งดนตรี มอบให้หลายชีวิตที่ช่วยดูแลตลอดสามเดือน แม้เป็่เวลาประทับใจเพียงสั้น แม้ไม่กี่นาทีที่บทเพลงจากนักเรียนฝึกหัดได้บรรเลงขับกล่อม แต่ก็นับว่าคุ้มค่าแล้วที่ได้ฟังถึงสองบทเพลง
ลอริสยืนขึ้นก้มผงกแ่ละมุน เอื้อนคำรัสเซียสุดแสนหวาน “สปาซิบะ... สปาซิบะ...”
พี่เลี้ยงสาวเข้าโผกอดทันใด ไม่รู้จิตใจส่วนไหนออกสั่งแต่อยากทำเช่นนี้เหลือเกิน ได้โอบกอดเหมือนหัวใจพองฟูจนล้นปรี่ ไม่คิดไม่ฝันว่าหญิงสาวตุ๊กตาจะมีพร์ขนาดนี้
“สปาซิบะ... ลอริส...” สุรีย์รัตน์แย้มรวยรินส่งมอบให้ มือนุ่มลูบศีรษะไล้ผมดกหนาไปมา
เสียงชัตเตอร์บันทึกภาพสุดประทับใจ ซานต้าลดกล้องแล้วผลิแย้มระคนตื้นตัน “สปาซิบะ ลอริส...”
“สปาซิบะ ลอริส” สามสาวแก๊งชุดนอนลายทางช่วยขานประสานเสียง วนัสและน้าไสวพากันยิ้มแป้นชื่นฉ่ำหัวใจ
สานิตย์เอ่ยชื่นชมและให้กำลังใจ “เก่งมาก ลอริส สมเป็หญิงสาวใจสู้จริง ๆ ขอให้หนูมีกำลังใจต่อไปนะ”
ตุ๊กตารัสเซียไม่อาจแปลคำชมได้เลย มีเพียงสายตาซื่อ ๆ สบมองแสนจริงใจ
“ขอบคุณมากครับพี่สานิตย์” เกริกไกรก้มผงกกล่าวแทนทุกคน
“จากนี้ก็สนุกกันต่อนะ ไม่ต้องห่วงผม ได้เวลาต้องขอตัวกลับก่อน ฝากส่งต่อวนัสยังอยู่กับพวกคุณนะ”
“ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพนะคะท่านสารวัตร” สุรีย์รัตน์ยกมือไหว้แย้มส่งลา เพื่อนพ้องเห็นต่างก็ยกมือไหว้ตามกัน
ลอริสก้มผงกอีกครั้ง รับรู้ถึงสัมมาคารวะจนสานิตย์ยังแอบทึ่ง
คนยศใหญ่ยิ้มส่งให้พลางโบกมือแล้วเดินจาก ซานตาคลอสและน้าไสวช่วยพาส่งถึงประตูด้านนอก
หญิงสาวรัสเซียนั่งลงอีกครั้ง เอื้อมกระต่ายขาวปุกปุยข้างกายแล้วโอบกอด สุรีย์รัตน์คว้ากล้องตัวเก่ง กดชัตเตอร์เมื่อปูเข้ามานั่งใกล้เก้าอี้นวม ดูท่าเพื่อนคงติดใจอยากอยู่ใกล้ลอริสเป็แน่
ลูกสาวซานต้าช่วยเก็บแผ่นโน้ตเพลงส่งคืนลอริส วนัสเริ่มถอดปลั๊กอิเล็กโทนออก ค่อยเลื่อนย้ายห่างเก้าอี้นวมแล้วถอดจากขาตั้ง วางทั้งสองอุปกรณ์ลงบนโต๊ะรับแขกสุดระวัง ตระหนักดีว่านี่เป็ของสุดสำคัญ จบสังสรรค์แล้วต้องนำกลับไปคืนเ้าของ
มิ้นท์และฝ้ายเข้ามาสมทบเพื่อนปู กลายเป็สามสาวไทยหนึ่งสาวรัสเซียร่วมเคียง ลูกสาวซานต้าช่วยกดชัตเตอร์บันทึก กลายเป็ภาพผองเพื่อนทั้งสามเคียงใกล้ลอริสแสนอบอุ่น
“อย่าใกล้มากเดี๋ยวน้องเขิน...” มิ้นท์เอ่ยทัก แต่ก็ถูกแซวจากฝ้าย “เธอใกล้ลอริสกว่าฉันอีกนะยัยมิ้นท์ ฮ่า ๆ”
“พวกเราเล่นอยู่ใกล้น้องแบบนี้ ทำอย่างกับอยากมีรูปคู่กับดาราเลย อย่างน้อยลอริสก็เหมือนศิลปินนักดนตรีเนอะ” ปูพรรณนาเสียงหวาน
“เดี๋ยวพ่อถ่ายรูปให้นะ” ซานตาคลอสกลับมาพอดี ลูกสาวยิ้มแก้มปริดีใจ ส่งกล้องคืนเ้าของแล้วเข้าไปนั่งอิงซบลอริสพลางยิ้มให้กล้อง
“กำลังสวยเลย สาว ๆ ทั้งห้าเตรียมนะ นึง... ส่อง... ซั่ม...”
ชัตเตอร์ลั่นอีกครั้ง เกริกไกรส่งเสียงทัก “เตรียมนะอีกรูป นึง... ส่อง... ซั่ม...” ชัตเตอร์ลั่นอีกสองครั้ง
น้าไสวยืนยิ้มแฉ่งดีใจ “อุ๊ย... สาว ๆ ห้าคนเลย สวยจัง”
“เย้... ขอบคุณคุณพ่อ น้า ๆ นะคะ” ปูกล่าวซาบซึ้งแทนทุกคน
“มีเค้กด้วยนะ แบ่งกันกินเดี๋ยวไปเอามาให้” วนัสเกริ่นเปิดเมนูของหวาน เดินออกไปเพื่อหยิบเค้กจากลานเตาย่าง กลับเข้ามาถือกล่องสีขาวแล้วชูให้ทุกคนเห็น “มากินเค้กกัน ฮูเร่!”
สาว ๆ ปรบมือเกรียวกราว ขึ้นชื่อว่าของหวานอย่างเค้กมันเหมาะกับเทศกาลนี้ที่สุดแล้ว
น้าไสวเข้าครัวจัดจานช้อนใส่เค้ก พอกลับเข้ามาเห็นสองบุรุษเพื่อนกันช่วยกันเปิดกล่อง เค้กวานิลลาสีนวลน่าทานอย่าบอกใครเลย
สาว ๆ ตื่นเต้นพากันไปดูเค้กที่กำลังถูกตัดแบ่ง
“อยากกิน โอย...” มิ้นท์เริ่มพรรณนาชวนน้ำลายสอก่อนใคร
“น่ากินจัง... เนอะ” ฝ้ายโยกตัวไปมาพลางพูดยั่วน้ำลายอีกคน
“เมื่อวานฉันได้กินเค้กช็อกด้วย กิ๊ว ๆ” สุรีย์รัตน์ยิ้มเยาะเย้ย พูดจนผองเพื่อนอิจฉา พลันได้ยินเสียงเอื่อย ๆ จากปู “กินไม่เผื่อเพื่อนเลย ฮือ...”
“อ้าว เค้กร้านเดียวกับเมื่อวานเลย จำชื่อร้านบนฝากล่องได้” เกริกไกรช่างสังเกตสังกา “การันตีความอร่อย เมื่อวานซื้อเค้กฉลองวันเกิดลอริสย้อนหลังกัน”
“อ๊ะ!แปลกดี มีฉลองย้อนหลังด้วย ฮ่า ๆ” วนัสแย้มน้อย ๆ
เค้กถูกผ่าอย่างบรรจง ทยอยตักแบ่งใส่จานจนครบ ปูยกจานหนึ่งเดินเข้าหาเก้าอี้นวม ส่งเค้กมอบให้พลางเอ่ย “เค้ก ฟอร์ ยู...”
สุรีย์รัตน์เห็นเพื่อนมอบน้ำใจ จึงช่วยเลื่อนโต๊ะเล็กเพื่อเสิร์ฟสะดวก ปูหันมาสบมองแล้วแย้มสวย ๆ “ขอบใจจ้ะ”
ลอริสก้มผงกตอบรับเมื่อจานเค้กวางพร้อมบนโต๊ะ ทั้งยังกล่าวคำรัสเซียเสียงนุ่มนวล “สปาซิบะ...”
ซานตาคลอสช่วยถ่ายรูป “เค้กอร่อย ลอริสมีความสุข ถ่ายรูปเป็ที่ระลึกสักหน่อย”
“อร่อยเหมือนเมื่อวานเลย ไหวยืนยัน” น้าสาวยิ้มแฉ่งแล้วตักเค้กเข้าปาก
สี่สาวแก๊งชุดนอนได้เค้กกันถ้วนหน้า พลางสบมองลอริสที่อิ่มเอิบมีความสุข แม้ไร้แย้มยิ้มใดให้ปรากฏ แต่มองอย่างไรก็น่ารักน่ากอดทุกที แม้แต่ตอนกินเค้กก็ยังน่าเอ็นดูเป็ที่สุด
จบบรรยากาศกินเค้กหอมอร่อยชวนฝัน น้าไสวอาสาช่วยเก็บจานไปล้าง ด้านนอกลานเตาย่างก็ทยอยเก็บทีละส่วน ปูช่วยเลื่อนโต๊ะเสิร์ฟกลับเข้าที่
วนัสถือบาร์บีคิวจานสุดท้ายเข้ามาในห้อง เผื่อใครอยากจะกินส่งท้ายค่ำคืนนี้ มองด้านนอกเห็นไฟในเตาย่างเริ่มมอดแล้ว
“สี่ทุ่มกลับกันใช่ไหม สาว ๆ ยังเหลืออีกอย่างยังไม่ได้เริ่มนะ” เ้าบ้านสวมหมวกแดงขาวกล่าวต่อทุกคน ทั้งลูกสาวและผองเพื่อนแก๊งชุดนอนต่างปั้นหน้างวยงง
“นึกว่าจบแล้ว มีอะไรอีกหรอคะพ่อ...”
เกริกไกรยิ้มกริ่ม ไม่ร่ำไรจึงชี้ยังโต๊ะโทรศัพท์แล้วเลื่อนนิ้วลงเบื้องล่าง “ถุงขาวที่ลูกบอกจะเปิดศตวรรษโน้นน่ะ หยิบมาเลยลูก”
“ฮ่า ๆ นึกว่าอะไร” สุรีย์รัตน์กลั้นขำไม่ไหว เข้าไปหยิบถุงลึกลับที่มีกระดาษโน้ตแปะว่า 'อย่าเปิด' แล้วส่งให้พ่อ
เ้าของถุงกระดาษแกะผนึกทุกสิ่งจนถุงเปิดอิสระ หยิบกล่องขาวมุกดูหรูหราขึ้นมาแล้วยกชูให้ทุกคนได้ยล
“พ่อคะ... ไม่คิดเลย...” ลูกสาวเริ่มน้ำตาเอ่ออีกครั้ง
เกริกไกรส่งแย้มอบอุ่นให้ลูกสาว “พ่อทำสำเร็จแล้วลูก...”
“ใช่แชมพู ชุดบำรุงผมใช่ไหมคะ ยี่ห้อนี้นำเข้าแน่เลย” ฝ้ายอุทานเสียงใส ๆ ตามมาด้วยวาจาเฉลยจากวนัส “ใช่แล้ว แชมพูจากธรรมชาติ ซื้อจากร้านนำเข้าแถวสนามบิน ของดีของญี่ปุ่นเลย”
เกริกไกรในยามนี้จะได้เป็ซานตาคลอสจริง ๆ อีกครั้ง บรรจงเปิดฝากล่องออกแล้วซ้อนใต้กล่องล่าง ภายในมีขวดแชมพูและกระปุกครีมบำรุงผม เดินเข้าใกล้เก้าอี้นวมแล้วก้มตัวเล็กน้อย ยื่นส่งให้ตุ๊กตารัสเซียที่สบมองผ่านแววตาซื่อ ๆ
“เมอร์รี คริสต์มาส ลอริส... กิฟต์ ฟอร์ ยู... แฮร์ แคร์ ฟอร์ ราพันเซล”
สี่สาวแก๊งชุดนอนลุ้นตื่นเต้น พากันผลิยิ้มหวานส่งกำลังให้ลอริส
ตุ๊กตารัสเซียเอื้อมสองมืออุ้มรับ ก้มผงกอ่อนโยนสองคราน่าเอ็นดู
“ปาปะ... สปาซิบะ...”
เสียงนุ่มละมุนเอื้อนจากใจ เกริกไกรยิ้มตื้นตันตอบรับ
ชัตเตอร์ลั่นหนึ่งหนจากฝีมือพี่เลี้ยงสาว
“ในที่สุดลอริสก็มีของขวัญจากซานต้า” มิ้นท์เอ่ยยินดีแสนชื่นใจ
“ลอริส อยากไว้ผมยาวแบบราพันเซล เลยซื้อมาให้” สุรีย์รัตน์ช่วยอธิบายให้ผองเพื่อน
ส่วนปูก็เริ่มสร้างแรงบันดาลใจ “ฉันอยากไว้ผมยาว ๆ กว่านี้จังเลย”
“ปรบมือกันเร้ว...” ฝ้ายชักชวนเพื่อน ๆ ไม่ช้าสี่สาวแก๊งชุดนอนลายทางพากันปรบมือยาว ๆ วนัสและน้าไสวก็ช่วยปรบมือส่งกำลังใจ
สุรีย์รัตน์ส่งเสียงหวาน “พ่อกอดลอริสเลยค่ะ โอกาสเหมาะมาก”
ซานต้าหันมายิ้มเขินให้ลูก “จะดีหรอ เขินแย่แล้ว”
“นะคะพ่อ... เพื่อหัวใจของลอริส น้องจะได้แข็งแรงมีกำลังใจ” สุรีย์รัตน์วิงวอน พลางถือกล้องรอบันทึกภาพสำคัญที่สุด
พ่อพยักหน้ายินดี หันมาสบมองลอริสที่ทอดแววตาน่าทะนุถนอม น่ารักน่ากอดสุดหัวใจเกินจะบรรยาย
ปูเข้ามาช่วยถือของขวัญชุดบำรุงผมของลอริส วาระสำคัญอันแสนอบอุ่นกำลังจะเริ่มต้น และเป็วาระส่งท้ายค่ำคืนคริสต์มาสแสนสนุกนี้
เกริกไกรยังสับสนไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน กอดหญิงสาวไม่ใช่เื่ง่ายสำหรับคนขี้อายเลย แต่เพื่อไม่ให้เสียบรรยากาศทั้งทุกคนก็เฝ้าชม ช่วยไม่ได้บทแสดงต้องดำเนินต่อ
แต่จิตใจกลับผูกพันแท้จริง รู้ว่าลอริส้ากำลังใจยามอ้างว้างเดียวดาย ไร้พ่อแม่และพลัดถิ่นแดนไกลสุดสงสาร ความห่วงใยที่มอบให้ส่งผ่านสองมือเอื้อมประคองเอวนุ่มนิ่ม ทั้งใจเริ่มไหวหวั่นสั่นระรัว
ลอริสรับรู้อาการจากผู้อุปการะ เริ่มรู้จักคุ้นเคยมือประคองจากบุรุษผู้นี้ สองมือนวลนิ่มจึงโอบเอวหนาไร้ลังเล
เกริกไกรขอเป็ซานตาคลอสมอบของขวัญ ของขวัญจากใจอีกสิ่งคือการสวมกอดอบอุ่น และแล้วจึงเริ่มซบลงข้างบ่านุ่มช้า ๆ เพื่อถ่ายทอดกำลังใจ
ลอริสตอบรับจึงซบไหล่หนาแสนอบอุ่น พลันหลั่งน้ำตาคลอเอ่อแล้วส่งเสียงสะอื้น
“ปาปะ... สปา... ซิบะ...” เสียงสั่นพร่าพาใจไหวหวั่นต่อผู้เฝ้าชม แต่กลับเป็เสียงสุดประทับใจจนทุกคนปรบมือเกรียวกราว
ชัตเตอร์บันทึกภาพจากฝีมือสุรีย์รัตน์อีกครั้ง
ปูเอื้อนอุทาน “น่ารักที่สุดเลย ประทับใจมาก”
“พ่อกอดลอริสแล้ว... น้องซาบซึ้งมาก” ลูกสาวซานต้าพรรณนาเสียงสั่นแทบหลั่งน้ำตาคลอ
“สวยงามจริง ๆ ของขวัญคริสต์มาสแสนวิเศษ” มิ้นท์ยิ้มชื่นชม ฝ้ายเอ่ยละมุนผสานบรรยากาศ “ตื้นตันจับใจจริง ๆ สมเป็คืนคริสต์มาสเพื่อน้องลอริส...”
จังหวะเริ่มคลายสวมกอดจากกัน ซานต้ารับกระดาษนุ่มจากปูคอยส่งมอบ ซับน้ำตาแ่เบาให้ตุ๊กตารัสเซีย บรรจงวาจาอบอุ่นจากหัวใจ “สปาซิบะ ลอริส... คราซิวา...”
“สปาซิบะ...” หญิงสาวตุ๊กตาก้มผงก เสียงเอื้อนยังสั่นพร่าน่าเอ็นดู
น้าไสวและวนัสต่างยิ้มแก้มปริสุดแสนยินดี
ปาร์ตี้คริสต์มาสจบลงสุดสวยงาม...
-จบตอน-
