เมื่อเหยียนจื่อเดินออกมาจากหอตำราเขาเดินตรงไปยังคฤหาสน์ของตนเพื่อฝึกทักษะที่ได้มาทันที เมื่อเดินผ่านมาถึงสนามหญ้ากลางตระกูล สนามหญ้านี้กว้างมากมันสามารถตั้งคฤหาสน์ขนาดใหญ่ได้สี่หลังเลยทีเดียว ที่นี่ใช้สำหรับพักผ่อนจากการฝึกหรือทำกิจกรรมที่ตนชอบได้ มีต้นไม้น้อยใหญ่ตั้งอยู่มากมายให้ร่มเงาแก่ผู้คนที่มาใช้สถานที่ และที่นี่ไม่อนุญาตให้มีการประลองหรือการต่อสู้เกิดขึ้นเมื่อมีคนผ่าผืนจะได้รับโทษจากผู้าุโคุมกฎทันที สนามหญ้านี้มีทั้งรุ่นเยาว์อยู่มากและคนวัยกลางคนจำนวนหนึ่ง เมื่อเขามองดูทั่วสนามหญ้าเขาได้เห็นเด็กหญิงอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขานั่งอยู่บนสนามหญ้ามีรุ่นเยาว์จำนวนหนึ่งทั้งชายและหญิงรายร้อมเด็กหญิงคนนั้นเอาไว้ นางมีผมสีดำยาว ดวงตาสีดำเปล่งประกาย คิ้วดำเรียวสวย ปากสีชมพู จมูกเล็กดูน่ารักดเข้ากับใบหน้า ผิวขาวเปร่งประกาย นางสวมอาภรณ์สีฟ้านั่งอยู่ตรงกลางรุ่นเยาว์ที่รายร้อมนางเอาไว้ นางนั่งถักท่อผ้าพันคอด้วยด้ายสีขาวอยู่
“คุณหนูท่านถักเก่งจังเลยเ้าค่ะ สอนพวกข้าถักได้ไหม”
“ท่านถักให้พวกเราได้หรือไม่”
“ใช่ ข้าก็อยากได้”
“ข้าด้วย”
นางคือลูกสาวคนรองของผู้นำตระกูลคนปัจจุบัน มีนามว่าเเทียนหราน นางมีการบ่มเพาะอยู่ในขั้นสร้างรากฐานระดับกลาง นางไม่ชอบการต่อสู้และชอบอยู่กับธรรมชาติเป็พิเศษ นางมีพี่สาวหนึ่งคนตอนนี้นางได้ไปฝึกฝนอยู่ในสำนัก เวลานี้พวกเขาพูดคุยกันเสียงดังมากจนเหยียนจื่อที่อยู่ไกลออกไปหนึ่งร้อยเมตรได้ยินอย่างชัดเจนว่าพวกเขาคุยอะไรกัน เขากำลังจะเดินจากไปแต่ในตอนนั้นได้มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งในนั่งร้อมเด็กหญิงนั้นได้เห็็นเหยียนจื่อ เขาลุกขึ้นและะโอกมา
“นั้นไม่ใช่เ้าคนนอกไม่ใช่หรือ”
เด็กที่ะโออกมานั้นมีหน้าตาธรรมดา ผมดำคิ้วดำ เขาสวมอาภรณืสีขาว เมื่อเขาะโออกมาก็มีคนในกลุ่มนั้นหันมองไปยังเหยียนจื่อด้วยท่าทีแแปลกๆ มีผู้คนแถวนั้นด้วยที่หันไปมองเหยียนจื่อด้วยเช่นกัน อาจจะเป็เพราะผมสีเงินยาวของเขาก็ได้ที่ทำให้ทุกคนรู้ทันทีว่าเป็เขา มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่คิดอะไรดีๆออกมาได้เขาหันไปมองเทียนหรานที่นั่งอยู่ตรงกลาง เขาคิดจะเอาใจนางด้วยการทุบตีเหยียนจื่ิอ เป็ปกติที่คนในตระกูลจะไม่ชอบคนนอกยิ่งคนนอกคนนี้ที่ได้รับทรัพยากรการบ่มเพาะด้วยแล้วพวกเขายิ่งไม่ชอบ เขาเดินไปหาเหยียนจื่อเขามีนามว่าเทียนคงเขามีผมสีดำหน้าตาหล่อเหลาคิ้วดำสายตาเฉียบแหลมมุมปากยกยิ้มเล็กน้อย เขาสวมอาถรณ์สีเขียวซึงมีแถบสีเหลืองแทรกอยู่ดูโด่นเป็พิเศษเขาอยู่ในขั้นสร้างรากฐานระดับสูงเหมือนกับเทียนหยุนเสี่ยวซึงเป็หลานของผู้าุโสูงสุด เขาก็เป็ลูกของบุคคลระดับสูงภายในตระกูลเหมือนกัน เขาเดินเข้ามาหาเหียนจื่ออย่างสบายๆ
“เ้ามาเดินเล่นแถวนี้ได้ยังไง ข้าคิดว่าที่นี่คงไม่เหมาะกับเ้านะ”
“ข้าจะเดินไปไหนมาไหนก็ไม่ใช่เื่ของเ้า”
“การที่เ้าพูดแบบนี้กับข้าเ้าคงไม่รู้จักอัจฉะริยะระดับต้นๆของตระกูลสินะ”
ที่เขาคุยโวว่าตนเองนั้นเป็อัฉจิยะอันดับต้นๆของตระกูลนั้นไม่ใช่เื่ที่เขาแต่งขึ้นมาเอง อัจฉริยะของตระกูลเทียนที่ลูกเลี้ยงดูมาอย่างดีนั้นพวกเขาอยู่ระดับปลายของขั้นสร้างรากฐานกันทั้งหมดบางคนอยู่บนจุดสูงสุดของขั้นสร้างรากฐานก่อนอายุสิบปีอีก คนทีอยู่รอบนั้นรู้ดีว่าชายหนุ่มคนที่เหยียนจื่อเผชิญหน้าด้วยนั้นมีฝีมือร้ายกาจเพียงใดถึงจะอยู่ระดับปลายๆขิงพวกอัจฉริยะเขาก็แข็งแกร่งดูดี เขาะเิพลังปราณขั้นสร้างรากฐานระดับปรายออกมากดดันเหยียนจื่อทันทีทีพูดจบ แต่เหยียนจื่อกลับยืนนิ่งเขาไม่ได้รู้สึกกดดัน เขาตั้งท่าเล็กน้อยเป็การเตรียมตัวต่อสู้
“เ้าเตรียนตัวโดนทุบดีเพราะปากเน่าๆของเ้าได้เลย”
เทียนคงกระโจนเข้าหาเหยียนจื่อทันทีเขาต่อยด้วยหมัดเปล่าที่ไม่ใส่พลังปราณลงในหมัด ถึงหมัดนั้นจะไม่ได้มีพลังปราณแต่มันมีพลังที่สามารถบดหินก้อนใหณ่ให้เป็เศษเล็กเศษน้อยเลยทีเดียว สีหน้าของเหยียนจื่อยังเฉยชา เขาป้องกันหมัดนั้นด้วยแขนทั้งสองข้างของเขาหมัดนั้นทำให้เขาถอยหลังไปสองก้าวเขารู้สึกเหมือนมีท่อนไม้ฟาดมายังแขนเขากับความรู้สึกเจ็บเล็กน้อย เมื่อเห็นเหยียนจื่อถอยไปสองก้าวเขาตลึงเล็กน้อย เขาฝึกทักษะเกี่ยวกับร่างกายที่ชื่อว่ากายาเหล็ก ทักษะนี้สำเร็จขั้นต้น่ปลาย มันทำให้ผู้ฝึกมีร่างกายแข็งแรงราวกับเหล็กและมีพลังมากกว่าผู้บ่มเพาะทั้วไปเกือบสองเท่า
“เ้าทนดีหนิ เหมาะที่จะเป็กระสอบทรายให้ข้าผู้นี้เตะเล่นมาก”
“หึ ถ้าเ้ามีน้ำยาเพียงแค่นี้ก็อย่าพูดมากเลย”
“เมื่อกี้ข้าใช้พลังไปเพียงเจ็ดส่วนเท่านั้นต่อจากนี้คือของจริง”
เขาโคจรพลังปราณเต็มสิบส่วนลงในหมัดแล้วพุ่งเข้าหาเหยียนจื่ิอด้วยทักษะการเคลื่อนที่ทันทีความเร็วของเขาเพิ่มขึ้น หมัดนั้นมาถึงตรงหน้าของเหยียนจื่อทันที เขาโคจรพลังในขั้นสร้างรากฐานระดับกลางทันที ประสาทััของเขาเฉียบคมมากเขาหลบหมัดนั้นได้อย่างหวุดหวิดเมื่อนึกถึงตำราหมัดตะวันที่เขาทำความเข้าใจตอนอยู่ในหอตำราจากนั้นลองเขาโคจรพลังปราณตามที่เขียนบอกไว้ในทักษาะทันที รวมพลังปราณทั่วร่างไว้ที่หมัดควบแน่นมันไว้จนในหมัดมีแสงสีเงินปล่งออกมาแม้จะอยู่ในตอนกลางวันก็ตาม เขาต่อยส่วนไปยังท้องของเทียนคงทันที เมื่อเห็นเช่นนั้นเขาโคจรพลังปราณเพื่อป้องกันหมัดของเหยียนจื่อทันที
ปัง
เสียงดังออกมาทันทีหลังหมัดนั้นปะทะเข้ากับท้องของเทียนคง เขากระเด็นออกไปสามก้าวใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึก ขั้นสร้างรากฐานระดับกลางต่อยเขากระเด็นผู้คนที่ดูอยู่ต่างเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อสายตาว่าเทียนคงจะถูกต่อยกระเด็นโดยเหยียนจื่อ เมื่อกี้เขาลองใช้ทักษะหมัดตะวันที่ทำความเข้าใจแบบลวกๆในหอทักษะเมื่อเขาใช้มันออกไปทำให้ความเขาใจในทักษะหมัดตะวันเกือบจะบรรลุ เขามันใจว่าถ้าหากใช้อีกสักรอบคงจะบรรลุทักษะนี้เป็แน่
“มันยังไม่จบ”
เขาพุ่งเขาหาเหยียนจื่ออีกครั้งพลังปราณะเิออกมารวามไปที่หมัดของเขา เขาทุ่มพลังทั้งหมดลงในหมัดนี้แล้ว เมื่อวิ่งเขามาห่างจากเหยียนจือยี่สิบเมตร เหยียนจื่อหลับตาลงเขาโคจรพลังปราณไปยังหมัดอีกครั้งแต่ครั้งนี้ต่างจากหมัดก่อนหน้านี้เพราะเวลานี้แสงที่หมัดของเขาส่องสว่างมากกว่าเดิมเหมือนพระอาทิตย์สีเงินดวงเล็กดวงหนึ่ง เมื่อเทียนคงเห็นเหยียนจื่อหลับตาลงเขายิ้มออกมาดวงตาดูชั่วร้ายมองไปยังเหยียนจื่อ
“หลับตาลงให้คู่ต่อสู้ รนหาที่ตาย”
เมื่อถึงระยะหวังผลในการตต่อยเขาปล่อยหมัดที่เต็มไปด้วยพลังปราณพุ่งไปยังหน้าของเหยียนจื่อทันที่หมัดนั้นห่างจากหน้าของเหยียนจื่อเพียงหนึ่งเมตรเขาได้ลืมตาขึ้นและปล่อยหมัดอันสว่างไสวออกไปปะทะกับหมัดของเทียนคงทันที เสียงจากแรงปะทะนั้นดังก้องไปทั่วบริเวณแรงลมที่เกิดขึ้นจากการปะทะน้ั้นทำให้ต้นไม้บริเวณนั้นสายไปมาอย่างรุนแรงกิ่งก้านบางส่วนหักลงมาฝุ่นตลบ
“อ๊าก แขนข้า”
เสียงของความเ็ปดังขึ้นมาจากหมอกควัน เสียงนั้นเป็เสียงของเทียนคงเมื่อฝุ่นจางหายไปก็ได้เห็นถึงผลการปะทะในครั้งนี้ เหยียนจื่อถอยไปครึ่งก้าว แต่เทียนคงนั้นเขาถอยไปเจ็ดก้าวมุมปากของเขามีเืไหลออกมาเขานั่งคุกเข่าลงข้างหนึ่งใช้มือซ้ายของตนจับแขนขวาที่ห้อยลงมาอยู่ เขารู้สึกเ็ปเป็อย่างมาก
“แขนข้า แขนช้าหัก อ๊ากก”
ผู้คนต่างมองไปยังเหยียนจื่อแม้แต่เทียนหรานซึ่งเป็ลูกสาวคนรองของผู้นำตระกูลเทียนก็มองไปยังเขาด้วยความตกตลึงเล็กน้อย ในตอนนั้นเองได้มีเสียงชราดังมาแต่ไกล เสียงนั้นมีความขุ่นเคืองเจือปนอยู๋
“ใครบังอาจมาต่อสู้กันที่สวนกลางตระกูล พวกเ้าคงเตรียมใจไว้แล้วสินะ”