time-

    08 / 1

            แหงนมองท้องฟ้าพร้อมกับเงี่ยหูฟังเสียงของนกกระจิบสูดลมหายใจเอาอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอดในที่สุดวันนี้ก็ได้ลุกออกจากเตียงสักทีหลังจากนอนซมอยู่สามวันติดถึงแม้ตอนนี้จะดีขึ้นแล้วแต่ก็ยังมีมึนๆ บ้าง ถ้าเป็๲คนอื่นคงวันเดียวหายแต่เวลาไทม์โดนอะไรกระแทกหัวมักจะปวดไปสามสี่วันเลยเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไรแต่ก็ชินแล้วแหละ

            ขึ้นรถเมล์สายประจำเดินไปนั่งที่ว่างเบาะหลังสุดที่เหลืออยู่ผมหยิบหูฟังขึ้นมาใส่พร้อมกับเล่นเพลงในลิสท์ที่ตั้งไว้นั่งฟังไปพลาง

            ระหว่างที่รถเมล์แล่นไปตามถนนเส้นหลักไทม์ก็สังเกตว่ารถเริ่มติดและคนก็เริ่มเยอะจนอัดแแน่นเป็๲ปลากระป๋องถึงแม้เ๱ื่๵๹แบบนี้จะเกิดขึ้นเป็๲ประจำแต่เขาก็ไม่เคยชินกับเ๱ื่๵๹แบบนี้สักทีมันทั้งอึดอัด หายใจไม่ออก แล้วถ้ายืนนะยิ่งแทบจะเป็๲ลมเลย

            ขณะที่เขากำลังตัวลีบอยู่ก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากมือถือกดเข้าที่แจ้งเตือนพบว่าเป็๞ลูซี่ที้่ทักมาหาเขารีบกดตอบกลับเพื่อไม่ให้อีกคนรอนาน

            Lucyxx: อรุณสวัสดิ์ค่ะ

            Lucyxx: ไปเรียนแล้วหรอคะ

            time 00.00 : ครับ

            time 00.00 : พี่ลูซี่รู้ได้ไงครับ

            Lucyxx: พี่มารับเราหน้าบ้านแต่ไม่เห็นใครเลยคิดว่าเราน่าจะไปเรียนแล้วน่ะค่ะ

            time 00.00 : ขอโทษที่ไม่ได้บอกนะครับ

            Lucyxx: ขอโทษทำไมล่ะคะ พี่ต่างหากที่จะมาแล้วไม่บอกเราเอง

            Lucyxx: แล้วนี่ไปมอยังไงคะ

            time 00.00 : รถเมล์ครับ

            time 00.00 : คนแน่นมากเลย

            Lucyxx: ให้พี่ไปรับมั้ยคะ

            time 00.00 : ไม่เป็๞ไรครับ เดี๋ยวก็ถึงแล้ว

            Lucyxx: แล้วแผลที่หัวดีขึ้น​รึยังคะ

            time 00.00 : ดีขึ้น​มาก​แล้วครับ

            time 00.00 : ต้องขอบคุณ​พี่ลูซี่​เลยครับ​ ถ้าไม่ได้​พี่ลูซี่ผมแย่แน่ๆเลยครับ

            Lucyxx: ดีใจที่ได้ยิน​อย่างนั้น​นะคะ​

            เงยหน้าจากมือถือ​มองรอบๆ​ดูเหมือนว่า​ใกล้จะถึงจุดที่จะต้องลงรถแล้ว​เขารีบพิมพ์​ตอบกลับลูซี่ก่อนจะหยิบของเพื่อเตรียมลงรถ

            time 00.00 : ผมต้องลงรถแล้ว​ ไปก่อนนะครับ​

            Lucyxx: ค่ะ​ งั้นพี่ไม่กวนเราแล้ว เดินทาง​ปลอดภัย​นะคะ

            time 00.00 : พี่ลูซี่ก็เหมือนกัน​นะครับ

            Lucyxx: ค่ะ แล้วเจอกันค่ะ

            time 00.00 : ส่งสติกเกอร์

            พิมพ์เสร็จก็เป็๲เวลาเดียวกันที่รถเมล์ถึงที่หมายพอดีทันทีที่ประตูรถเปิดออกผมก็รีบเบียดเสียดผู้คนออกมาให้ทันก่อนที่ประตูรถจะปิด

            ทันที่เท้าแตะลงบนพื้นปูนไทม์ก็รีบโกยเอาอากาศเข้าปอดทันทีให้ตายเถอะ เกือบจะไม่รอดซะแล้ว จริงๆ ที่บ้าเขาก็มีรถมอเตอร์ไซค์นะเขาสามารถขับมันมามหาลัยได้แต่ผมก็เลือกที่จะนั่งรถเมล์เพราะว่ามหาลัยขอไทม์กับบ้านมันค่อนข้างที่จะไกลกันกว่า20 กิโลเลย อีกอย่างถนนเส้นนี้รถค่อนข้างจะเยอะด้วยมันค่อนข้างอันตรายเลยคิดว่านั่งรถลเมล์ปลอดภัยสุดแล้วล่ะ

            เดินเข้าเขตมหาลัยก่อนจะไปยืนรอรถกอล์ฟที่ป้ายขณะที่ยืนมองดูวิวรอบๆ ก็มีแรงตบบ่าที่ไหล่ให้เขาสะดุ้งโหยง

            “ไง!”

            “เชี่-!ไอ้ติม” เป็๲ติมที่มาตบบ่า ไทม์จับไหล่ที่โดนตีพร้อมกับยกมือหวดแขนมันไปทีนึง“โอ๊ย ตีกูทำไมเนี่ย”

            “มึงอ่ะกูขวัญเสียหมดเลยเนี่ย” ติมปั้นคิ้วขมวดก่อนจะทำเสียงล้อเลียน “โอ้โหคำโบราณซะด้วย ขวัญเสียหมดเลย”

            “โบราณตรงไหนเขาใช้กันทั่วบ้านทั่วเมือง” ติมส่ายหน้าพร้อมกับทำหน้ารับไม่ได้ติมมึงอ่ะแหละโบราณ

            หลังจากยืนเถียงกันอยู่ครู่รถกอล์ฟก็มาพอดีพวกเขาก้าวขึ้นไปนั่งเถียงกันบนรถต่อมาถึงหน้าตึกเรียนพวกเขาลงรถก็เห็นคนบูมที่กำลังยืนจ้องมือถืออยู่หน้าตึกพอพวกเขากำลังจะเดินเข้าไปทักก็เป็๞จังหวะที่บูมเงยหน้าขึ้นมาพอดี

            “อ่าวมึงมาแล้วหรอ”

            “อือมึงตื่นยังเนี่ย ทำหน้าง่วงเชียว” ติมพูดพร้อมกับยื่นมือไปบีบแก้มอ้วนเล่น“ตื่นแล้ว แล้วพวกมึงจะกลับเลยมั้ยอ่ะ”

            คำถามของบูมทำเอาพวกผมต้องขมวดคิ้ว​​ “นี่มึงจะโดดเรียนหรอ​ นิสัยไม่ดี​ นี่แน่ะ”ติมฟาดที่แขนบูมเบาๆเป็๲เชิงหยอกล้อ​บูมเกาแขนที่ถูกฟาดพร้อมกับตอบด้วยสีหน้าง่วง​ ดูท่ามันจะง่วงจริงๆ อ่ะแหละ​ตาจะหลับอยู่แล้วนั่น

            “ป่าวนะอาจารย์ยกคลาสต่างหาก” บูมหันจอมือถือให้ดูเพื่อโชว์หลักฐานไทม์กับติมไล่อ่านข้อความที่อาจารย์ส่งมาในกลุ่ม

            สถิติ Sinece Computer (58)

            a.um: อาจารย์ขอยกคลาสนะคะ

            a.um: วันนี้อาจารย์มีธุระค่ะ

            a.um: เจอกันอาทิตย์หน้านะคะ

            “ยกคลาสจริงด้วยว่ะ”

            “แล้วเอาไงต่ออ่ะวันนี้ก็ไม่มีรับน้องด้วย จะอยู่นี่ก็เปื่อย” พวกเขาสามคนมองหน้ากันก่อนจะมีความคิดนึงผุดเข้ามาในหัว“งั้นไปเที่ยวกันมั้ย ไหนๆก็ได้หยุดแล้ว”

            “เอาดิแล้วจะไปไหนล่ะ”

            “วันนี้มีงานเกมส์จัดที่ห้างคือ…กูอยากไปอ่ะ” บูมพูดด้วยเสียงที่เบากว่าปกติแต่ก็ได้ยินกันชัดเจน

            “เอาสิ”พอได้ยินคำตอบบูมก็แสดงสีหน้าดีใจออกมาบูมมีนิสัยค่อนข้างเหมือนเด็กแล้วก็เป็๲คนที่ขี้อายไม่ค่อยกล้าพูดกับคนแปลกหน้าแต่ถึงอย่างนั้นเวลาที่เล่นเกมส์มันจะเป็๲อีกคนเลย มีความมั่นใจและกล้าพูดเขาไม่รู้ว่าไอ้นิสัยแบบนี้เขาเรียกว่าอะไร แต่ถึงอย่างนั้นบูมก็เป็๲เพื่อนที่ดีกับพวกไทม์เป็๲เพื่อนที่น่ารักคนหนึ่งเลยล่ะ

             

             

             

             

             

            ตอนนี้ทั้งสามมาอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าแล้วมันอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยตอนแรกก็กะจะมาแท็กซี่กันแต่บูมบอกว่าวันนี้มีงานเกมส์คนจะเยอะเลยคิดว่านั่งรถไฟฟ้ามาลงที่ห้างจะเร็วกว่าทันทีที่เข้ามาในงานเขาก็กวาดสายตาไปรอบๆ เพื่อสำรวจบรรยากาศ

            “คนเยอะใช่เล่นนะเนี่ย”

            “เออดิกูก็คิดว่างานกลางๆ ที่ไหนได้งานโคตร”ตอนแรกบูมบอก่าเป็๲งานเกมส์ใหญ่แต่ก็ไม่คิดว่าจะใหญ่ขนาดนี้มีทั้งบูธเกมส์และบูธไอทีมากมายแถมยังมีเวทีใหญ่สำหรับเปิดงานอีกเรียกได้ว่าเป็๲งานระดับประเทศเลยก็ได้

            “ว้าวโคตรเท่เลย” เสียงบูมเรียกความสนใจให้ไปมองพบอีกทีมันก็ไปเกาะกระจกตู้ใสที่ด้านในใส่เครื่อง playstation รุ่นลิมิเต็ดปกติเครื่อง playstation มันจะมีสีขาวกับแถบสน้ำเงินเรียบๆแต่เครื่องนี้มันแตกต่างกัน เป็๞สีดำทองลายนูนคล้ายหินมันอาจจะดูแปลกแต่พอมันมาอยู่รวมกันกลับสวยมาก

            “โหราคาไม่ใช่น้อยเลยนะเนี่ย” เขามองป้ายราคาที่ติมชี้

            300,000!!ราคาขนาดนี้ซื้อมอเตอร์ไซค์หรูๆ ได้คันสองคันเลยนะเนี่ยบูมที่ตอนแรกเกาะตู้กระจกอยู่ก็ถึงกับรีบเอามือออกทันที

            “ว้าวเครื่องเพลย์นี่โคตรสวยเลย ราคาน่าจะแพงน่าดูเลยว่ามั้ย”เสียงของใครคนหนึ่งเรียกความสนใจพวกเขาหันไปมองเป็๲ชายคนหนึ่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้ากางเกงยีนส์

            ว่าแต่เขาเป็๞ใครอ่ะ

            “เอ่อ…ใครวะ”ติมก้มหน้ามากระซิบกับผม “ไม่รู้ว่ะ”

            “จะว่าไปเครื่องเพลย์นี่ราคาเท่าไหร่ครับ”ชายคนนั้นหันไปถามพนักงานที่อยู่ด้านหลัง “สามแสนครับ”

            “ราคากำลังดีเลยนะเนี่ยไม่ถูกไม่แพงไป” พวกเขามองคนๆ นั้นอย่างไม่เข้าใจ “มึงไปเถอะ”บูมหันมาสะกิดพวกเขาให้เดินออกจากบูธแต่ก็ต้องหยุดชะงักกับคำพูดของคนๆ นั้น

            “อ่าวทำไมนายไม่ซื้อล่ะ นี่รุ่นลิมิเต็ดเลยนะ หรือว่านายไม่มีเงิน”ประโยคของเขาทำเอาเขาถึงกับคิ้วกระตุกเลยทีเดียว “นี่จริงหรอเนี่ยขอโทษทีพอดีฉันไม่รู้ ฉันน่าจะถามนายก่อนจะได้แนะนำเครื่องเพลย์ราคาถูกให้”

            ประโยคนั่นฟังดูยังไงก็คือคำดูถูกชัดๆไทม์ใช้สมองอันน้อยนิดพยายามคิดถึงเหตุและผลของการกระทำของเขาแต่ไม่ว่าจะคิดยังไงก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี

            ไทม์เหลือบมองบูมที่ตอนนี้ใบหน้าแดงก่ำและตอบออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือดูท่าทางเพื่อนของเขาจะไม่โอเคแล้วสิ “มะ-ไม่ดีกว่าครับ”

            “อ่าวจ่ายไม่ไหวหรอ ว้า น่าเสียดาย งั้นอันนี้มั้ยเครื่องเพลย์รุ่นเก่าราคาแค่หลักพันเอง ฉันว่าน่าจะเหมาะกับนายนะ”

            “ไอ้-”เขารีบคว้าแขนติมเมื่อเห็นว่าเขากำลังจะปรี่เข้าไป “ติม ใจเย็น”เหลือบมองบูมที่ยืนอยู่ด้านหน้า แอบเห็นว่าดวงตาของเขาเริ่มมีน้ำตาเอ่อเขาเดินเข้าไปหาเขาพร้อมกับบีบมือเบาๆเพื่อให้เขาผ่อนคลายขึ้นแต่ดูเหมือนว่าจะไม่เป็๞ผล บูมเม้มปากแน่นก่อนจะสะอื้นออกมาเบาๆ

            เวรเอ้ยไอ้ผู้ชายคนนี้มัน…เหี้ยจริงๆ

            “อ่าวเด็กๆมาเที่ยวกันหรอ” เสียงคุ้นเคยทำให้พวกเขาพากันหันไปมอง พบว่าเป็๞พี่ลุคเขาเดินตรงมาพร้อมกับวางมือลงบนหัวของบูมก่อนจะหันไปทางชายนิสัยเสีย

            “อ่าวนี่มันคุณทิมนี่ ไม่เจอกันนานสบายดีมั้ยครับ”ชายนิสัยเสียหรือคุณทิมทำหน้าเลิ่กลั่กต่างจากเมื่อกี้อย่างชัดเจน “เอ่อ ครับสะ-สบายดีครับคุณลุค”

            “ว่าแต่มาซื้อของหรอครับ”

            “ครับผมมาซื้อเครื่องเพลย์น่ะครับ ว่าแต่ คุณลุครู้จักกับเด็กพวกนี้หรอครับ”ไทม์ยืนมองพี่ลุคกับคุณทิมที่คุยกันอย่างกับรู้จักกันมานาน

            “เขาเป็๞รุ่นน้องคนสนิทของผมเองครับ”

            “อะ-อ๋องั้นหรอครับ”

             “จะว่าไปคุณทิมก็ชอบเล่นเกมส์เหมือนกันนี่​คุณทิมพอจะช่วยแนะนำผมหน่อยได้มั้ยครับ” คุณทิมที่ได้ยินแบบนั้นจู่ๆสีหน้าของเขาเปลี่ยนไป เขาดูเลิ่กลั่กไม่น้อยเลย “จะดีหรอครับ คือผม…”

            ​“ทำไมจะไม่ดีล่ะครับคุณเป็๲ถึงหัวหน้าฝ่ายขายของบริษัทอุปกรณ์เกมส์เลยนะครับแค่แนะนำให้ผมเหมือนกับที่แนะนำให้รุ่นน้องของผมเมื่อกี้…มันคงจะไม่ยากเกินไปสำหรับหัวหน้าฝ่ายอย่างคุณหรอกนะครับ”ประโยคของพี่ลุคทำเอาคุณทิมถึงกับหน้าเสียทันที งั้นแสดงว่าตอนที่คุณทิมพูดจาดูถูกเราตอนแรกพี่เขาเห็นหมดเลยสินะ

            “ผะ-ผมขอโทษด้วยครับผม…”

            “คุณขอโทษผมทำไมครับผมยังไม่ได้ว่าอะไรคุณเลยนะ” คนตรงหน้ายกยิ้มพิมพ์ใจให้อีกฝ่ายแต่รอยยิ้มนั่นกับทำให้เขารู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก

            “อ๊ะดูเหมือนน้องสาวผมจะตามล่ะ ไม่เป็๞ไรเอาไว้คราวหน้าล่ะกัน งั้นผมไปก่อนนะคุณทิมไว้เจอกันที่บริษัทนะครับ”ประโยคสุดท้ายพี่ลุคก้มหน้าไปพูดที่ข้างหูของคุณทิมพร้อมกับตบบ่าเบาๆก่อนจะเดินมาคล้องคอพวกเขา“เด็กๆ ไปกินข้าวกัน”

            ระหว่างนั้นเองผมก็หันไปมองคุณทิมที่อยู่ด้านหลังเขายังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อนใดๆก่อนจะหันกลับมามองรุ่นพี่ที่เดินคล้องคอบูมที่อยู่ด้านหน้า

            ดูท่าทางคนๆนี้คงจะไม่ใช่แค่คนธรรมดาแล้วล่ะ

            ที่ร้านอาหารญี่ปุ่น​ร้านหนึ่งพวกเขาเดินเข้ามาด้านในโดยมีลุคเดินนำ​มายังโต๊ะหนึ่งที่อยู่​ด้านในสุด​พบคนที่คุ้นเคยเป็๲อย่างดี​

            “พี่ลูซี่สวัสดี​ครับ”ลูซี่เงยหน้าจากมือถือก่อนจะส่งยิ้มให้บางๆ​ “สวัสดี​ค่ะ​”

            “กับน้องมันนี่ยิ้มปากจะฉีก​ทีกับกูนี่แทบจะกินหัวอยู่ละ”ลูซี่หุบยิ้มทันทีพร้อมกับใช้​สายตาเชือดเฉือนมองคนพี่​ “ลุค​ น่ารำคาญ​”

            ไทม์หย่อนตัวลงฝั่งตรงข้าม​กับลูซี่พลางลอบขำกับสองพี่น้องเบาๆ​สองคนนี้ตีกันอีกแล้ว​

            “เด็กๆอยากกินอะไรเลือกเลยนะ​ เดี๋ยว​พี่ลุคเขาเลี้ยง”ลุคที่กำลังหยิบมือถือ​ถึงกับชะงักพร้อมกับชี้นิ้วเข้าหา​ตัวเอง​พลางขยับปากถามคนข้างๆว่า​ กูหรอ​

            “ก็มึงบอกเองว่าจะจ่าย”

            “กูพูดตอนไหน​ตกลง​กันแล้วว่าคนละครึ่งนี่”

            “ลุค​ยายบอกว่าเป็๞พี่ควรเลี้ยงน้อง​ ไม่ใช่น้องเลี้ยง​พี่​ อีกอย่าง​เด็กๆก็เป็๞รุ่นน้องในสาขามึงด้วย​ มึงก็ควรทำตัวเป็๞พี่ที่ดีนะ”

            “มึงไม่ต้องเอายายมาอ้างเลย​ไม่รู้แหละ​ กูไม่ยอมอ่ะ​”

            “งั้นเป่ายิ้งฉุบ”

            “มา”พวกเขานั่งมองสองพี่น้องเป่ายิ้งฉุบ​อย่างงงงวย​ แต่ก็แอบเอ็นดูนะ​เวลาสองคนนี้อยู่​แยกกันเหมือนคนที่ดูดุดูมีพาวเวอร์​แต่พออยู่ด้วยกันก็เหมือนเด็กสองคนที่ชอบเถียงกันไม่รู้จักโต

            “หึกูชนะ” พี่ลูซี่ฉุบชนะส่วนพี่ลุคแพ้

            “ชิ​เซ็ง”

            “เดี๋ยว​พวกเขาจ่ายกันเองก็ได้ครับ”ติมพูดขณะที่มือยังเปิดเมนูอยู่​คนโตสุดที่เอนหลังพิงพร้อมกับ​ทำหน้าเบื่อหน่ายพูดด้วยน้ำเสียงสุดเซ็งที่แพ้น้องสาวของตัวเอง

            “เดี๋ยว​จ่ายให้​สั่งมาเถอะ”

            “ขอบคุณ​ครับ”ติมตอบกลับอย่างไว​ ไทม์รู้นะที่มันถามก็แค่ตามมารยาท​ก็เท่านั้น​กูรู้นะว่ามึงอยากกินของฟรีอ่ะ​

            ระหว่าง​นั่งรออาหารเราก็พูดคุย​ไปพลาง​พวกเขาได้เล่าเ๱ื่๵๹ที่โดนหาเ๱ื่๵๹ในงานเกมส์ให้พี่ลูซี่ฟัง​แล้วก็ได้รู้ว่าคุณทิมนั้นเขาเป็๲หัวหน้า​ฝ่ายข​ายของบริษั​ทขายอุปกรณ์​เกมส์ที่เป็๲ธุรกิจ​ของบ้านของลุคกับลูซี่​ลุคเล่าว่าเขาเห็น๻ั้๹แ๻่๰่๥๹ที่เราเดินเข้ามาแล้ว​ตอนแรกเขาคก็กะจะเข้ามาทักแหละแต่พอเห็นว่าคุณทิมเข้ามาพูดไม่ดีเลยยืนดูอยู่ครู่นึงก่อนจะเดินเข้ามา​ช่วย​

            “คือ…”บูมแทรกขึ้น​ก่อนจะเว้น๰่๭๫​ไป​เขาก้มหน้าก้มตาใบหน้าแดงก่ำเหมือนจะอยากพูดอะไรสัก​อย่าง​แต่ก็ไม่กล้า​ทุกคนต่างพากันหันไปมองด้วยความลุ้นจนลุคต้องเอ่ยถามขึ้นมา​  “ว่าไง”

            “ผม…ขะ-ขอบคุณ​ครับ”แม้บูมจะไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองคนที่กำลังจะขอบคุณ​แต่ก็เหมือน​ว่าลุคจะรับรู้​“อือ​ ไอ้เอ็นไอ​ (อือ​ ไม่เป็๲ไร)​”

            “ทุเรศ​ทำไมไม่กินให้หมดก่อน”ลูซี่หันไปเอ็ดคนพี่พร้อมกับ​ทำสีหน้ามองคนเป็๞พี่ด้วยความรังเกียจ​ “อำไอ​อังเอียดอึไร​ (ทำไม​ รังเกียจ​รึไง)​”

            ลุคยื่นหน้าไปใกล้ทำให้ลูซี่ต้องถอยตัวออกเล็กน้อย​พร้อม​กับยกมือตบหน้าอีกคนเบาๆจนลุคถึงกับร้องออกมา​

            “โอ๊ย!มึงตบกูทำไมเนี่ย​” ทั้งสองคนตีกันเหมือนเดิม​ผมก็ได้เแต่นั่งมองด้วยความเอ็นดู​

            “ไอ้บูมมึงร้องไห้ทำไม”ประโยค​ของติมทำเอาพวกเขาที่กำลังเล่นกันอยู่ต้องหยุดชะงัก​พวกเขาหันไปมองที่หัวโต๊ะ​ บูมร้องไห้อยู่จริงๆ​​ไทม์ที่้เห็นดังนั้นก็รีบลุกจากเก้าอี้​ไปปลอบเพื่อนตัวกลมทันที “บูมเป็๲ไร​ร้องไห้ทำไม”

            “มัน…ฮึก!​ ฮือ!!!” ดูเหมือนว่ามันจะไม่เป็๞​ผล​ ทำไงดีล่ะทีนี้​เขาไม่เคยปลอบคนร้องไห้ซะด้วย

            “ลุค​มึงทำน้องร้องไห้”

            “ห๊ะ? กูหรอ​อ่า​ ชิบหายล่ะ” พี่ลุคทำหน้าเลิ่กลั่กอย่างบอกไม่ถูก​เขาเขยิบตัวเองมาใกล้ยกมือตบหัวบูมเบาๆ เป็๞เชิงปลอบ “เอ่อ​ พี่ขอโทษนะ​พี่ไม่รู้ว่าพี่ทำอะไรให้เอ็งร้องไห้​ แต่… พี่ขอโทษแล้วกัน”

            เหมือนว่าบูมจะเริ่มหยุดร้องแล้วแต่ก็ยังคงสะอื้น​อยู่​“ไอ้ลู​ ช่วยกูหน่อย” ลุคหันไปขอความช่วยเหลือ​จากน้องสาว​ลูซี่ที่เห็นดังนั้น​ก็ถึงกับวางช้อนส้อมแล้วถอนหายใจ​ไปหนึ่ง​ที

            “บูม​บอกพี่ได้มั้ยว่าเราร้องไห้​ทำไม”

            “ผม…ฮึก! ผม​ ซึ้งครับ” คำตอบของบูมทำเอาพวกเขางงกันไปตามๆ กัน​ “ซึ้ง​ซึ้งที่พี่ลุคช่วยหรอ” บูมพยักหน้า​ตอบ​

            “มันต้องซึ้งถึงขั้นร้องไห้เลยหรอวะ”พี่ลุคบ่นพึมพำ​เบาๆ​

            “ตอนเขา….ฮึก! ดูถูกผม​ ผมโกรธมาก  ผมก็แค่…อยากดูเครื่อง​เกมส์​เท่านั้นเอง”

            เขาเข้าใจ​บูมนะ​ตอนที่คุณทิมพูดแบบนั้นเขาก็โกรธเหมือนกัน​เราก็แค่อยากจะเข้าไปชมของที่เราชอบก็แค่อยากจะเห็นมันใกล้​ๆแต่ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องพูดดูถูกเราเหมือนกับว่าเราไม่มีปัญญา​ซื้อ​ขนาดนั้นด้วย​ยอมรับว่าตอนนั้นโมโหจนอยากจะพูดแต่เขากลัวว่ามันจะบานปลาย​อีกอย่าง​ต้องคอยห้ามติมที่เกือบจะพุ่งไปต่อยเขาแล้วก็ปลอบบูมด้วย  เลยทำได้แต่ปล่อยเลยตามเลย

            “ผมรู้ว่าผมไม่มีเงินขนาดนั้น​แต่… ผมก็ไม่กล้าพูด​ ผมกลัวแล้วก็อายด้วย”

            “การที่เรากลัวหรืออายมันไม่ได้แปลว่าเราไม่สู้คน​แต่ถ้าเราสู้กลับแบบที่ไม่รู้จักคู่ต่อสู้​มันจะทำให้เราเสียเปรียบ​โดยง่าย​สิ่งที่เอ็งทำน่ะ​ มันถูก​แล้ว​ จำไว้​ถ้ามีคนทำแบบนี้ให้เดินหนีหรือเมินใส่​อย่าไปเถียง​เพราะยิ่งเถียงมันจะกลายเป็๞ว่าเราร้อนตัวแล้วจะยิ่งเข้าแผนมัน​ หรือถ้าไม่ไหว​บอกพี่​ เดี๋ยว​พี่จัดการเอง”

            ลุคพูดจบมุมปากของไทม์ก็ยกยิ้มขึ้นมาทันที​บางครั้งพี่ลุคก็ดูดุดูน่ากลัวจนไม่กล้าเข้าใกล้​บางครั้งเขาก็เอาแต่ใจเหมือนเด็กที่ไม่รู้จักโต​ แต่ในหลายๆครั้งที่เขาก็เป็๲ผู้ใหญ่​มากจนเราเองก็คาดไม่ถึง​

            “ขอบคุณ​ครับ​ฮือ!!!”

            “เฮ้ย​เอ็งอย่าร้องดิ เดี๋ยวไอ้ลูมันด่า” เมื่อเห็นว่าบูมร้องไห้ลุคก็ถึงกับทำตัวไม่ถูก​ไทม์แอบหัวเราะ​กับท่าทาง​ของเขาที่พยายาม​ปลอบบูมด้วยท่าทาง​เงอะงะพร้อม​กับหันซ้ายหันขวาหาคนช่วย​เขาดูไ​ม่เหมือน​พี่ลุคที่สอนเราเมื่อกี้เลย

            “เด็กๆของหวานมาเสริฟแล้ว​ เลิกซึ้งแล้วมากินขนมกันค่ะ” ของหวานทยอยเสริฟลงบนโต๊ะพวกเขาที่ชุลมุนอยู่ก็ค่อยๆแยกย้ายกลับไปนั่งของตัวเองตามเดิม