วันนี้วันอาทิตย์ ฟ้าใสกับทอฝัน อย่างที่ตกลงกันว่าจะไปทานอาหารนอกบ้าน ฟ้าใสสวมเสื้อกล้ามสายเดี่ยวสีน้ำตาลรัดรูป แหวกหลัง สวมกางเกงยีนเอวสูง ใส่รองเท้าผ้าใบยี้ห้อดัง ปล่อยผมยาวถึงเอวคอด วันนี้เธอไม่ได้แต่งหน้าอะไรมากแค่ทาแป้งเด็ก และทาลิปสีชมพูอ่อนๆ ทำให้ลุกเธอแปลกตาไปจากหน้าข่าวที่ลง เธอกลัวคนจำได้นั้นเอง
สองสาวพากันขับรถมาห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ทั้งคู่เดินดู เดินเลือกของที่อยากได้ ก่อนจะไปหาอะไรทาน คนรอบข้างต่างมองมาที่พวกเธอเพราะคนนึงการแต่งกายออกแนวสาวหวานแสบคอ อีกคนแนวสาวเปี้ยวเข็ดฟัน และด้วยหน้าตาที่ฉีกแนวอย่างเห็นได้ชัด ถ้าเปรียบกับผลไม้คงเหมือนกับ แตงโม กับสตอรี่ หละมัง
จึงเป็จุดสนใจ ของผู้พบเห็น
“เชิญพี่สาวเลือกสรรค์ได้เลยค่ะ”ฟ้าใสยื่นเมนูอาหารให้พี่สาว
“เ้ามือป๋าหน้าดู”ทอฝันทำสายตาค้อนน้องสาว
ทั้งคู่เลือกอาหารไปพูดคุยกันไป จนไม่ได้สังเกตว่าตนเองอยู่ในสายตาของใครอีกคนด้วย
“ขอนั่งด้วยคนได้ไหม”
ฟ้าใส กับ ทอฝัน เงยหน้าขึ้นพร้อมกัน ฟ้าใสรู้สึกว่าตัวเอง ตัวชา ตัวแข็งเหมือนถูกสาปไม่ปาน
“อ้อ ได้ค่ะ”เป็ทอฝันที่เอ่ยอนุญาต
คีตะนั่งลงข้างฟ้าใส ทอฝันมองผู้ชายตรงหน้า นานแล้วที่เธอไม่ได้เจอเขาอีกเลย นานนับปีแล้ว
ฟ้าใสขมวดคิ้ว หันมองคีตะข้างๆ
“ไม่ได้เจอกันนานเลยน่ะ”คีตะแทนที่จะเอ่ยคำพูดแบบนี้กับทอฝัน แต่กับพูดกับผู้หญิงที่นั่งข้างๆ
ฟ้าใสไม่พูด ไม่ตอบอะไร แต่มองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
คนทั้งสามนั่งทานอาหารไปไม่มีคำพูดใดใดหลุดออกมาจากปากเลย ฟ้าใสทานไปสีหน้าอึกอัดไป เธอรู้สึกจิตใจไม่อยู่กับตัว เช่นเดียวกับคีตะ ตอนนี้เขาแทบจะหยุดและข่มความรู้สึกของตัวเองแทบไม่อยู่
คีตะ ลดมือขวา สอดเข้าไปจับที่เอวของฟ้าใส ฟ้าใสหน้าซีดอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ต้องทำเฉย
ในขณะที่คนที่รังแกเธอกับมีสีหน้ายิ้มแย้มขึ้น ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบพี่สาวของเธอ
“สบายดีใช่ไหม”เขาถามทอฝัน
“ค่ะ พี่คีหละคะ” ทอฝันถามอดีตสามีบ้าง
“ก็เรื่อยๆ”เขาตอบพลางหันไปมองคนข้างๆ
ทอฝันมองกิริยาของคนทั้งคู่นิ่ง ความรู้สึกหลายอย่างชัดเจนเหมือนเมื่อ4ปีที่แล้ว
“ขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิ”อยู่ๆคีตะก็หันมาที่ฟ้าใส
มือที่จับช้อนของฟ้าใสดูสั่นนิดๆ แต่สีหน้ายังคงเรียบๆ
“เชิญพูดมาได้ค่ะ”
“จะให้คุยตรงนี้แน่ !! หรอ?”เขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ทอฝันมองทั้งคู่พูดคุยกัน
“เออ เดี๋ยวพี่กลับเองได้ ฟ้ากับพี่คี คุยกันเถอะ”
เป็ทอฝันที่เอ่ยขอตัว
“เดี๋ยวพี่ไปส่งเธอเอง”คีตะหันมาพูดกับทอฝัน
“งั้นฝากด้วยน่ะคะ”ทอฝันลุกขึ้น แล้วเดินออกจากร้าน โดยที่ไม่ถามไถ่น้องสาว
“พี่ฝัน พี่ฝัน”ฟ้าใสเรียกผู้เป็พี่ ทำไมพี่เธอทำแบบนี้ ทิ้งเธอไว้กับอดีตพี่เขยได้ยังไง ฟ้าใสมีสีหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
“ปล่อยเอวฉันเดี๋ยวนี้น่ะ”พอพี่สาวไม่อยู่แล้วเธอก็ปลดปล่อยอารมณ์ออกมา
“ทำไม ลืมฉันได้ลงคอเลยหรอฟ้าใส”คีตะ จ้องหน้าฟ้าใส ทั้งคู่มองหน้ากันอยู่นาน
“ฉันไม่มีความจำเป็อะไรที่ต้องจดจำคุณ” ฟ้าใสเน้นคำพูด ขยับตัวหนี้จากอ้อมแขนของชายหนุ่ม
“ดี เก่งขึ้นนิ สาวนักเรียนนอก อยากรู้เหมือนกัน อย่างอื่นจะเก่งขึ้นไหม” คีตะพูดจาสองแง่สองง่าม
“ปล่อยน่ะ ไม่งั้นฉันจะเรียกให้คนช่วย”
“เอาสิ เขาจะได้รู้กันไปเลย ว่าเราเป็อะไรกัน ดีเหมือนกันไอ่พวกผู้ชายที่จ้องเธอตาเป็มันๆจะได้เลิกหวัง”