คุณหญิงเกศกนกกล่าวอย่างรู้สึกประทับใจในตัวของหญิงสาวผู้นั้นเอามากมายจริงๆ
“ดิฉันก็อยากให้เป็อย่างนั้นเหมือนกันคะ”
คุณนายลดากล่าวออกไปอย่างที่ใจนึกใครจะมารู้ว่าทันทีที่คุณหญิงเกศกนกมาพูดจาสู่ขอบุตรสาวคนเดียวของเธอเธอก็พลันรู้สึกยินดีราวกับจะได้เป็เ้าสาวเสียเองทีเดียว เหตุที่เป็อย่างนั้นก็เพราะครอบครัวของคุณหญิงเกศกนกนั้นทั้งร่ำรวยและมีเกียรติ์แถมยังมีบุตรชายเพียงคนเดียวอีกด้วย
“แล้วเื่สินสอดทองหมั้นนี่คุณน้องจะพอเกริ่นๆให้ทราบก่อนล่วงหน้าได้ไหมคะ”
“วุ้ย คุณพี่ขา จะต้องมากังวลอะไรมากคะยังไงก็ไม่เหลือบ่ากว่าแรงของคุณพี่อยู่แล้วละค่ะ”
คุณนายลดาใส่จริตจะก้านเกินไปนิดหนึ่งด้วยความลืมตัว
“งั้นก็แล้วไปค่ะ”
“แล้วนี่คุณกฤติได้รู้เื่ที่เราตกลงกันหรือยังคะ”
คุณนายลดาถามถึงว่าที่ลูกเขยของตัวเอง
“รู้แล้วค่ะ โทรไปบอกั้แ่เมื่อวานแล้ว”
“แล้วเขาว่าไงบ้างคะ”
คุณนายลดาไม่วายจะถามอีกเพราะนึกถึงท่าทีบุตรสาวของตนตอนที่รู้เื่นี้ขึ้นมา ลลิตนารีเป็ลูกสาวที่มักจะหัวอ่อนและเชื่อฟังพ่อแม่มากอยู่แล้ว แต่พอเจอเื่อย่างนี้เข้ายังถึงกับออกอาการค้านหัวชนฝา แล้วฝ่ายนั้นเป็ผู้ชายแท้ๆจะออกอาการมากขนาดไหน
“รายนั้นไม่ต้องห่วงหรอก พ่อเขายื่นคำขาดเอง ว่าถ้าไม่รีบกลับมาแต่งงานกับผู้หญิงที่พ่อกับแม่หาให้แล้วละก็ จะตัดออกจากกองมรดกและก็ตัดพ่อตัดลูกกันด้วย นี่ก็เลยเห็นบอกว่าจะกลับมาภายในอาทิตย์นี้แหละ”
เป็อันว่าหมดห่วงไปอีกเปลาะ เหลืออยู่ก็แต่ลูกสาวของเธอนี่แหละปัญหาใหญ่ คุณนายลดาแอบนึกอย่างกังวลใจ
“ดิฉันว่าเดี๋ยวเราทานอาหารเสร็จก็เลยไปหาฤกษ์กับหลวงพ่อที่วัดกันเลยดีไหม จะได้เตรียมทุกอย่างให้พร้อมเร็วๆ”
คุณหญิงเกศกนกถามความเห็นขึ้นอีก ทำเอาคุณนายลดาต้องหนักใจเพิ่ม ก็ยังไม่รู้เลยว่าจะพูดให้บุตรสาวตกลงด้วยได้เมื่อไหร่ แต่นี่อีกฝ่ายยังคิดที่จะไปหาวันกำหนดการที่แน่นอนอีกหรือ
“เอ่อ เอางั้นเลยหรือค่ะ”
เธอกังวลใจ แต่ก็ไม่กล้าจะปฏิเสธไปซะเลยทีเดียว
“งั้นสิค่ะ ดิฉันอยากให้ลูกของเราได้แต่งงานกันให้เร็วที่สุดเราจะได้เห็นหน้าหลานกันเร็วๆไงค่ะ”
คุณหญิงเกศกนกกล่าวอย่างมีความหวังเรืองรองอยู่ในใจ
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
แม้เคยตั้งใจว่าจะไม่เก็บเื่ที่มารดาพูดด้วยเมื่อวันก่อนมาคิด แต่เมื่ออยู่คนเดียว ลลิตนารีก็อดไม่ได้ที่จะเก็บเอาเื่นี้มาใส่ใจ แล้วเหตุการณ์เมื่อสิบสองปีที่ผ่านมาก็ผุดขึ้นมาในความทรงจำของเธออีกครั้ง
ภาพของเด็กหนุ่มหน้าใสที่มีเค้าชัดเจนว่าจะหล่อคมเข้มขึ้นในภายภาคหน้าอย่างแน่นอน เธอพบเขาในงานเลี้ยงส่งก่อนที่เขาจะเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศ ตอนนั้นเขาพึ่งจะเรียนจบชั้นมัธยมปลาย คงจะมีอายุราวสิบแปดปี งานนั้นจัดใหญ่สมฐานะลูกชายคนเดียวของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเมื่อครั้งสมัยที่ยังเรืองอำนาจ แเื่ผู้มีเกียรติ์มากันหลายร้อยชีวิต
ในขณะที่ตัวเธอเป็เพียงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกมารดาจูงพาไปทางโน้นทีทางนี้ทีและเมื่อมารดาพาเธอไปแนะนำให้เขารู้จัก เธอก็ยกมือไหว้เขาตามาุโที่เธออ่อนกว่าเขาอยู่หกปี แต่ตอนนั้นเขาก็แค่รับไหว้เธอแบบไม่ได้สนใจเลยเพราะรอบๆตัวเขานั้นล้วนมากมายไปด้วยเพื่อนวัยเดียวกันทั้งชายและหญิง เขาแทบจะไม่ได้มองมาที่เธอแม้แต่หางตา...แล้วอย่างนั้นเหรอที่มารดาคิดจะให้เธอไปแต่งงานกับเขา...
“อ้าว ยัยนารี มานั่งอยู่ตรงนี้เองหรือลูก แม่เดินตามหาจนทั่วบ้าน”
คุณนายลดากล่าวขึ้นเมื่อเดินเข้าไปหาบุตรสาวที่นั่งเล่นอยู่บนชิงช้าในสวนหย่อมริมสระน้ำหลังบ้าน
“คุณแม่มีธุระอะไรกับนารีหรือคะ”