ในขณะเดียวกันภายนอกดันเจี้ยน
พวกของเทรส บา เอลและคาเร กำลังวิ่งไปบ้านเด็กกำพร้า พร้อมกับอาวุธครบมือ
“เทรส ถ้าไปถึงเราต้องทำยังไง?”
“ชั้นก็ไม่รู้ แต่ชั้นรับปากอารันไว้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เด็กพวกนั้นต้องปลอดภัย”
ทั้ง4 รีบมุ่งหน้าไป
ไม่นานนัก ทั้ง4ก็มาถึง พวกเขาก็พบว่า เหล่านักผจญภัยราว20คน กำลังทำลายข้าวของในบ้านของอารัน อย่างสนุกสนาน เสียงหัวเราะเยาะ สะใจดังขึ้น
“ชั้นไม่เข้าใจ ทำไมท่านเซลถึงต้องสั่งให้พวกเรามาทำลายที่นี่ มันดูเป็เื่บ้าบอ ที่เอาพวกเรามาถล่มบ้านที่มีคนแก่กับเด็ก”
เสียงชายหนุ่มคนหนึ่งพูดขึ้นอย่างอารมณ์เสีย
“แกทำอะไร?”
เทรสพูดขึ้นด้วยสายตาที่แสดงถึงความไม่พอใจ
“แล้วแกจะทำไมวะ?”
ชายคนนั้นเดินเข้าหาเทรส เอามือกระชากคอเทรสอย่างรวดเร็ว เทรสอาศัยจังหวะนั้น เอาด้ามขวานกระแทกใส่ท้องอย่างเต็มแรง จนมันตัวโก่งเพราะความเจ็บ
“บา คาเร เข้าไปช่วยเด็ก”
ในฐานะผู้นำที่มีประสบการณ์ของเทรสสั่งงานทันที ทั้ง4รู้หน้าที่ของตัวเอง เทรสและเอล เข้าต่อสู้อย่างไม่กลัว แม้จำนวนจะน้อยกว่า แต่ก็สู้สุดใจ
บาและคาเร บุกฝ่าเข้าไปถึงด้านในก็พบกับครูกวินที่นอนจมกองเือยู่และเด็กนอนอีก6คนนั่งล้อมครูอยู่และเสียงร้องไห้อย่างใ เขารีบพยุงครูขึ้น
“เรามาช่วย!”
บาและเอลรีบพาตัวเด็กพวกนั้นออกมาอย่างลำบาก
“เราอาจจะแย่ จำนวนของเราแพ้ และพวกมันเยอะกว่า”
พวกศัตรูกำลังแห่เข้ามาทั่วทิศทาง บ้านหลังเล็กๆที่อบอุ่น กลายเป็สนามรบของนักผจญภัย ทั้งดาบและเวทย์มนตร์ ต่างระดมยิงใส่กัน อย่างไม่นับ
แต่เหมือนทุกอย่างจบลงแล้ว ทั้ง3 นอนหมอบอยู่กับพื้น ในขณะที่บาเองกางเกราะป้องกันพวกเด็กไว้ พวกเขาหมดกำลังก่อน 4-20มันไม่มีทางอยู่แล้ว ทุกอย่างหยุดลง จากบ้านพังทลายลงต่อหน้าเด็ก ที่นั่งอยู่ภายใต้เกราะสีทองที่บาสร้างไว้
“ตายซะ”
ชายคนหนึ่งง้างดาบกำลังจะฟัน แต่ก็ชะงักทันที
“ผมขอให้ทุกท่านหยุดก่อนได้ไหมครับ”
กาเดียโผล่มาั้แ่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ เขายืนอยู่ตรงหน้าทุกคน
“แกเป็ใคร?”
“ผมคือเ้าหน้าที่ของรัฐบาลเป็หน่วยที่ควบคุมนักผจญภัยและสืบสวนคดีที่เกี่ยวกับพวกคุณ ผมชื่อกาเดีย”
ชายคนนั้นมองหน้ากาเดียอย่างไม่หวาดกลัว
“ช่วยปิดตาเด็กพวกนั้นทีครับ”
กาเดียพูดกับบาที่กำลังกางเกราะป้องกันเด็กๆอยู่ พวกเขารีบเอามืดปิดอย่างไว
ชายกลุ่มนั้นบุกเข้าหากาเดีย หวังจะกำจัดเ้าหน้าที่ที่อยู่ตรงหน้า
“อืม”
กาเดียแบมือออกก็ปรากฏแสงสีขาวสว่างขึ้น แสงนั้นกลายสภาพเป็มีดเล่มเล็ก ร่างของเขาค่อยๆ สลายไปในอากาศราวกับหมอก ไม่ว่าเขาคืออะไรหรือใช้วิธีไหน ชายพวกนั้นล้มลงและไม่สามารถลุกขึ้นมาได้อีก
“คงจบแล้วนะครับ”
กาเดียใช้มือปัดเสื้อสูทสีดำอย่างระมัดระวัง
ทางด้านอารัน
ยังตกตะลึงกับSub classที่ระบบเลือกให้
-Warlord
ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์แห่งความมืด มีความสามารถใช้ได้ทั้งเวทย์มนต์และวิชาดาบ มีพลังโจมตีสูง แต่ความสามารถในการต้านทานตํ่า และมีข้อจำกัด ของผู้ใช้ คุณ้าจะรับ sub class นี้รึไม่?
“มันคืออะไร?”
-sub class
คืออาชีพเสริม ที่จะซับพอร์ตนักผจญภัย สถานะจะเปลี่ยนผู้ใช้จะสามารถใช้สกิลของsub classนั่นๆได้เหมือนอาชีพหลัก
-คุณ้ารับรึไม่?
“อืม!”
ทันทีที่ตอบรับ หมอกสีดำค่อยๆผุดออกมาจากใต้พื้นดินแล้วพุ่งเข้าใส่และมันกำลังเข้าซึมเข้าไปในตัวของอารัน
“นี่…มัน….อะไร?”
อารันรับรู้ถึงบางอย่าง พลังที่เปลี่ยนไป ประสาทััมันเกินขีดจำกัดที่เขาเคยมีอย่างรับรู้ได้ าแที่มีกลับสมานกลับคืนปกติ ทั้งสภาพร่างกายและความอ่อนล้ากำลังหายไป ตัวของเขาเบาขึ้น
-สกิล WARLORD
ความกลัวที่ลุกโชน LV.1(สกิลติดตัว) สร้างความกลัวให้ศัตรู และเพิ่มพลังโจมตีของตัวเอง 5% ต่อ1เป้าหมาย
รัตติกาล LV.1 (กดใช้)หลบซ่อนตัวในความมืด หยุดก็ต่อเมื่อกดเลิก ไม่เป็เป้าหมายทุกสกิล
ราสเคลีย LV.1 ใช้พลังชีวิตเปลี่ยนเป็ดาเมท5% พลังชีวิตใช้ 20HP ต่อ1วินาที
อารันก้มดูสกิลต่างๆ
“เราต้องไปแล้ว”
อารันหยิบมีดฮาดิชขึ้น แล้วเดินไปซากของชุดเกราะที่เขาต่อสู้ด้วย มันนอนไม่เคลื่อนไหว เขาเอามือจับมัน เ้าชุดนั้นค่อยๆเปลี่ยนเป็ สร้อยคอ
-ได้รับ สร้อยคอเทวทูตเซริม
เพิ่มhp 1000
เพิ่ม พลังโจมตี 300
เวทย์มนต์ไร้ผล
มีพลังบางอย่างซ่อนอยู่
ประตูปรากฏขึ้น อารันกำลังเดินออกไปแต่ก็รู้ใครบางคนที่กำลังแอบอยู่
“ออกมา”
ชายคนนั้นค่อยๆปรากฏขึ้น เขาคือคนที่เซลส่งมาฆ่าอารัน
“นายมาทำอะไร?”
มันไม่พูดอะไร แต่กลับเปิดฉากโจมตี ดาบนับสิบพุ่งเข้าใส่อารัน ความเร็วของมันไม่แพ้พายุมีดเลย
แต่ผิดคาด
อารันใช้ มีดฮาดีช ในมืดปัดป้องได้อย่างง่ายดาย
“ชั้นไม่อยากจะฆ่าใคร ถ้าไม่จำเป็ เอาสร้อยนี้ไปให้บอสแกซะ”
อารันโยนมันให้ กับนักฆ่าแพนที่เซลส่งมา
แพนรับมันแต่โดยดี เพราะการตัวรอดและการประเมินศัตรูคือ สิ่งที่เหล่านักสู้ควรมี การต่อสู้ผู้มีพลังมากกว่าไม่ต่างจากฆ่าตัวตาย แล้วหายไปในทันที
อารันรีบเดินออกจากดันเจี้ยนทันที ประตูดันเจี้ยนพาเขาออกมาจากจุดเดิมที่เขาเข้าไป เขาหันหลังไปดู ประตูนั้นหายไปทันที
“เทรส รอก่อน ผมกำลังไป”
อารันมุ่งสู่จุดหมายของเขาอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่อารันมาถึง เหมือนกับว่าทุกอย่างมันสายเกินไปเสียแล้ว
ภาพของบ้านที่แสนอบอุ่น พังไม่มีชิ้นดี ไฟโหมกระหน่ำลุกไหม้ จนแทบไม่เห็นอะไรเลย ความทรงจำต่างๆ กำลังถูกเผาอยู่ตรงหน้า โดยที่เขาทำอะไรไม่ได้เลย
อารันทรุดลงกับพื้น เขาเพิ่งเข้าใจว่า สิ่งที่ บาและกาเดียพูดมันมีความหมายอะไร เขาเพิ่งเข้าใจ
“ชีวิตเรา
หรือ
ชีวิตคนอื่น”
มือของอารันสั่น เขาจ้องมองมือของตัวเอง
แต่เสียงหนึ่งทำให้เขาได้สติ
“อารัน!!”
เทรสพาตัวเองที่สะบักสะบอม เดินมาหาอารัน
“พวกเราช่วย พวกเขาได้ แต่ครู….”
“ทำไม? ขะ…เขาเป็อะไร?”
“พวกมันรุมทำร้ายเขา อาการบาดเจ็ดสาหัส แต่มีหน่วยงานของรัฐบาลมาช่วย ตอนนี้พวกเด็กปลอดภัย แต่เหมือนกับว่า คนที่ชื่อรินหายไป พวกชั้นตามตัวไม่เจอ พวกมันน่าจะพาเธอไป”
อารันได้ยินเื่ราวทั้งหมด เทรสก็รู้สึกถึงพลังบางอย่างในตัวของอารัน แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวของอารันมันคือ จิตสังหารของนักผจญภัยระดับสูง
“ผมขอตัวนะครับ”
อารันหันหลังเดินออกไป
-เควสหลัก
กำจัด กิลด์แลนซิล
รางวัล ไม่มี
EXP ไม่มี
ระบบอนุมัติการโจมตีผู้อื่นโดนไม่ติดคาดโทษ
อารันรีบมุ่งหน้าวิ่งไปยังตึกของกิลด์ อย่างไม่สนต่อสิ่งใด ทันทีที่ไปถึง ก็พบชายใส่ชุดสูทสีดำยืนอยู่หน้าตึก เขาเงยหน้ามองตึกที่สูงตระหง่านอย่างน่าสงสัย เขาคือกาเดีย
“นายจะหยุดชั้นเหรอ?”
อารันพูดขึ้นและกำมีดฮาดิชในมือเตรียมพร้อม
“เปล่า”
“แล้วทำไม นายมาอยู่ที่นี่?”
“ชั้นแค่มาบอกนายว่า อะไรที่นายจะทำต่อไปนี้ นายอาจจะหันหลังกลับไม่ได้แล้วนะ ตอนนี้นายยังพอมีเวลา”
“ไม่มีอะไรต้องคิดทั้งนั้น”
ดวงตาของอารันส่องประกายราวกับปีศาจ
“ใครขวางหน้า ชั้นจะฆ่าให้หมด”
อารันเดินผ่านกาเดียอย่างไม่สนใจอะไรทั้งนั้น อารันเดินเขาตัวตึก ก็พบกับลูกน้องของเซลหรือผู้สังกัดกิลด์ ออกมาต้อนรับ ด้วยอาวุธครบมือ จำนวนของพวกมันน่าจะ 600 คนที่อยู่ในตึกนั้น
แม้จะเห็นศัตรูมากมาย แต่ก็ทำให้เขาไม่หวั่นกลัวเลยซักนิด
“เปิดใช้สกิลดาเมทรีฟและรัตติกาล”
**************
บ่นต่อไม่รอแล้วนะ
ผมมาไล่อ่าน ผมได้พบกับปัญหา เช่นใช้คำบางเยอะเกินไป หรือเนื้อเื่รวบซะเร็วเกินไป ตรงนี้คงต้องแก้ไข เนื้อเื่ที่ผมคิดไว้และพยายามสร้างตัวเอกขึ้นมา มันดูเป็ยังไงบ้างครับ อารมณ์มันเป็ยังไง? มีเหตุผลพอรึเปล่า? ขอบคุณคำแนะนำครับ
ปล. อย่าลืมไปเลือกตั้งกันนะครับ วันที่24มีนา นี้