ข้าเป็นชายาของท่านอ๋องขนปุย (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 46 คนงามกว่าบุปผา

            เหยาเชียนเชียนเจ็บปวดจากการสูญเสียคลังสมบัติ ด้วยเหตุนี้นางจึงทอดถอนใจอยู่หลายวัน และรู้สึกว่าสภาพจิตใจของนางไม่อาจฟื้นคืนกลับมาได้

             จนกระทั่งถึงวันที่มีการจัดงานเลี้ยงร้อยบุปผาในวังหลวง ในที่สุดเป่ยเหลียนโม่ก็มีโอกาสได้เจอนาง หลังจากส่งคนไปแจ้งเหยาเชียนเชียนแล้วก็จัดเตรียมรถม้ารอนางตั้งแต่เช้าตรู่

             “งานเลี้ยง? เข้าวังหลวง?”

             เหยาเชียนเชียนดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัวแล้วพูดเสียงอู้อี้ว่า “ข้าไม่อยากไป”

             “โธ่ พระองค์จะไม่เสด็จไปไม่ได้นะเพคะ” หัวหน้าสาวใช้อาวุโสพูดโน้มน้าว “ท่านอ๋องทรงรอพระองค์อยู่ อีกอย่างงานเลี้ยงครั้งนี้ก็น่าสนใจมากทีเดียวเพคะ หากพระองค์อุดอู้อยู่ในห้องทั้งวัน นานวันเข้าร่างกายจะอ่อนแอลงนะเพคะ”

             เขาอยากไปก็ไปสิ เหยาเชียนเชียนยังคงเสียใจที่นางสูญเสียทรัพย์สมบัติ นางคิดว่าอาจจะต้องการเวลาอีกสักสิบวันหรือครึ่งเดือนจึงจะดีขึ้นมาได้

             เมื่อเห็นว่าผู้เป็นนายไร้การเคลื่อนไหว หัวหน้าสาวใช้อาวุโสจึงนึกไปถึงคำสั่งที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ จากนั้นจึงยิ้มแล้วกล่าวว่า “บ่าวได้ยินมาว่ามีคุณหนูตระกูลขุนนางหลายคนเข้าร่วมงานเลี้ยงครั้งนี้ด้วย เมื่อถึงเวลานั้นหากผู้ใดสามารถทำให้ฮ่องเต้พอพระทัยได้จะได้รับรางวัลพระราชทานด้วยนะเพคะ”

             รางวัลพระราชทาน?

             เหยาเชียนเชียนดิ้นขลุกขลักใต้ผ้าห่ม นางอยากถามเหลือเกินว่าฮ่องเต้จะทรงเข้าร่วมงานเลี้ยงของเหล่าสตรีเช่นนี้ด้วยหรือ?

             แต่ในเมื่อคนเยอะเช่นนั้นก็อาจจะมีความครึกครื้น จึงจะต้องมีผู้ดูแลภาพรวมคนหนึ่ง และรางวัลพระราชทานเป็นสิ่งใดก็ยังไม่สามารถบอกได้

             “มามากล่าวถูกต้องแล้ว หลายวันมานี้ข้าอุดอู้จนรู้สึกกลัดกลุ้มจริงๆ ช่วยข้าแต่งตัวเถิด อย่าให้ท่านอ๋องต้องรอนาน”

             สาวใช้อาวุโสตอบรับอย่างดีใจ วิธีของท่านอ๋องได้ผลดีตามคาด

             เมื่อแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ในที่สุดเหยาเชียนเชียนก็ออกมาจากจวน เป่ยเหลียนโม่เหลือบมองไปยังผู้มาใหม่ จากนั้นเขาก็เดินขึ้นรถม้านำไปก่อน โดยปกติเขามักจะขี่ม้าไปเอง แต่วันนี้ก็ได้รับความเพลิดเพลินจากการนั่งรถม้าเช่นกัน

             เมื่อเห็นเขาก็อดนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้นไม่ได้ เหยาเชียนเชียนอยากคว้าคอเสื้อเป่ยเหลียนโม่ให้เขาคืนเงินให้นางเหลือเกิน แต่พอคิดถึงแขนบอบบางและขาเล็กๆ ของตัวเองแล้วก็ทำได้เพียงแค่นยิ้มออกมา

             “ทำท่านอ๋องรอนานแล้ว”

             เป่ยเหลียนโม่กล่าวเสียงเรียบ “ไม่ถือว่านานนัก เพียงแค่ครึ่งชั่วยามเท่านั้นเอง”

             เหยาเชียนเชียนเงียบเสียงและขึ้นรถม้าไป อดพร่ำบ่นในใจไม่ได้ว่า ‘ข้าก็ไม่ได้ขอให้ท่านรอสักหน่อย อีกอย่างก็เห็นได้ชัดว่าท่านเพิ่งแจ้งข้าเมื่อไม่นานนี้เอง’

             “หวังเฟยต่อว่าเปิ่นหวังในใจว่าอย่างไรหรือ” เป่ยเหลียนโม่พลันโน้มตัวเข้ามาใกล้ “เห็นสีหน้าของหวังเฟยราวกับไม่พอใจเปิ่นหวังเป็นอย่างยิ่ง เปิ่นหวังทำสิ่งใดที่เป็นการล่วงเกินหวังเฟยโดยไม่รู้ตัวหรือ”

             คืนเงินมาให้ข้า!

             เหยาเชียนเชียนกดยิ้มกว้างราวกับมีความสุขยิ่งนักพลางส่ายหน้ารัว “ย่อมไม่มีเรื่องเช่นนั้นเพคะ บางทีวันนี้หม่อมฉันอาจจะอารมณ์ไม่ดีนัก ทำให้ท่านอ๋องทรงเข้าใจผิดไป”

             ยากจะรู้ได้อย่างชัดเจนว่าสรุปคำใดเป็นความจริง คำใดเป็นความเท็จ เป่ยเหลียนโม่หลับตาลงไม่มองนางอีก เขาเองก็มีเรื่องต้องครุ่นคิดเช่นกัน

             ความรำคาญใจในช่วงหลายวันมานี้เป็นเพราะเหตุใดกัน เป็นเพราะสตรีผู้นี้อย่างนั้นหรือ?

             รถม้าค่อยๆ หยุดลงที่หน้าประตูพระราชวัง ระหว่างทางเป่ยเหลียนโม่กล่าวกับนางสั้นๆ ด้วยเจตนาดีว่างานเลี้ยงในครั้งนี้เดิมทีควรถูกดำเนินการโดยสตรีผู้สูงศักดิ์ที่สุดในวังหลวง

             ทว่าที่ไม่บังเอิญคือ เดิมทีอวี๋เฟยที่เป็นที่โปรดปรานมากที่สุดได้กลายเป็นอวี๋ผินไปแล้ว เมื่อไม่มีนาง หน้าที่นี้จึงตกไปถึงฮุ่ยเฟย

             กล่าวถึงหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ไหนเลยจะไม่นับเป็นเกียรติยศอย่างหนึ่ง

             เหยาเชียนเชียนทอดถอนใจ หวังว่าวันนี้นางจะได้รับผลประกอบการที่ดีนะ

             งานเลี้ยงครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงสตรีเข้าร่วมเสียทีเดียว เมื่อเทียบกับงานเลี้ยงทางการของราชสำนัก หรือการล่าสัตว์อันน่าตื่นเต้นเร้าใจ งานสังสรรค์ชมบุปผาอันแสนสบายประเภทนี้ย่อมเป็นที่นิยมมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด

             เหยาเชียนเชียนเห็นองค์ชายใหญ่และองค์ชายรองที่ได้พบเมื่อครั้งก่อน นางภาวนาในใจอย่างอดไม่ได้ว่าขออย่าให้องค์ชายสามที่น่ารำคาญผู้นั้นออกมาร่วมสนุกด้วยเลย ร่างกายไม่แข็งแรงก็นอนพักรักษาตัวอยู่เฉยๆ ไปเถิด

             “น้องสี่” องค์ชายใหญ่เอ่ยทักเป่ยเหลียนโม่ตั้งแต่ไกล มีสตรีนางหนึ่งในอาภรณ์สีสันสวยงามยืนอยู่ข้างกาย คาดว่านั่นคงเป็นหวังเฟยของเขา

             “ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะมาร่วมงานด้วย” องค์ชายใหญ่มองเป่ยเหลียนโม่ด้วยสายตาสื่อนัยอื่น “นี่คงเป็นน้องสะใภ้ละสิ บาดแผลเป็นอย่างไรบ้าง ครั้งนั้นทำเอาพวกข้าตกใจแทบแย่”

             เป่ยเหลียนโม่จับมือของเหยาเชียนเชียนไว้ ท่าทางผ่อนคลายอย่างเห็นได้ชัด เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเบิกบาน

             “ลำบากพี่ใหญ่เป็นห่วงแล้ว บาดแผลของเชียนเชียนดีขึ้นมากแล้ว ข้ากลัวว่านางขลุกอยู่แต่ในจวนแล้วจะเบื่อ ดังนั้นวันนี้จึงพาออกมาด้วยกัน”

             องค์ชายใหญ่สบตากับหวังเฟยของเขา จากนั้นก็หัวเราะเสียงดัง เมื่อเห็นสายตางุนงงของเหยาเชียนเชียนก็กระซิบบอกอย่างอดไม่ได้ว่า “น้องสี่ของข้าแต่ก่อนขอให้มาเท่าไรก็ไม่ยอมมา ทว่าวันนี้สามารถมาเป็นเพื่อนน้องสะใภ้ เห็นได้ชัดว่าในใจของเขารักเจ้ามากเพียงใด”

             เหยาเชียนเชียนได้ฟังแล้วก็ไม่รู้สึกว่าเป่ยเหลียนโม่จะทำเพื่อนางจริงๆ นางทำเพียงถอนใจอยู่ในใจ ทักษะการแสดงของชิงผิงอ๋องผู้นี้นับวันก็ยิ่งยอดเยี่ยม ยามนี้เขาได้ประสบความสำเร็จในการปั้นแต่งตัวเองเป็นชายหนุ่มผู้มีความรู้สึกลึกซึ้งและหลงใหลในรัก

             นางจะไม่ยอมให้เขามาว่านางเป็นตัวถ่วงเด็ดขาด

             “ใช่แล้วเพคะ ท่านอ๋องทรงเอาใจใส่หม่อมฉันมาตลอด” เหยาเชียนเชียนพยักหน้าอย่างเขินอายเล็กน้อย “ยามที่บาดเจ็บหนักก็มีท่านอ๋องคอยอยู่ข้างๆ ความรู้สึกนี้หม่อมฉันมิอาจลืมเลือนได้เลยเพคะ”

             อีกทั้งยังถือโอกาสที่ร่างกายของนางไม่ค่อยดีแย่งชิงคลังสมบัติน้อยของนางไปอีกด้วย หากไม่ใช่เพราะเนื้อแท้จิตใจของนางแข็งแกร่งมากพอ มิเช่นนั้นนางคงจะสลบไปในลมหายใจเดียว

             องค์ชายใหญ่ซาบซึ้งใจไม่หยุดหย่อน เขาย่อมรู้การพลิกผันของการแต่งงานจอมปลอมครั้งนี้ ทว่ายามนี้ได้เห็นทั้งคู่รักกันชื่นมื่นเช่นนี้ก็นับว่าเป็นเรื่องดี

             ระหว่างที่กำลังสนทนากันอยู่นั้น ก็มีคนผู้หนึ่งเข้ามาค้อมกายคารวะให้อย่างงดงาม

             “ถวายบังคมองค์ชายใหญ่ ถวายบังคมท่านอ๋องเพคะ”

             หญิงสาวผู้มีคิ้วงามงอนและฟันขาวสะอาด บุคลิกงดงามบริสุทธิ์ดุจกล้วยไม้ นางในชุดกระโปรงผ้าโปร่งสีชมพูนั้นดูงดงามหรูหราน่าประทับใจ เหยาเชียนเชียนได้ยินผู้คนทักทายนาง จึงได้รู้ว่าสตรีผู้นี้เป็นบุตรสาวของเฉิงเซี่ยง [1] มีนามว่า ซ่งอีอี

             เพียงแต่เมื่อดูไปแล้ว ความคิดของคุณหนูซ่งผู้นี้ชัดเจนเสียยิ่งกว่าสถานะของนางเสียอีก

             “ท่านอ๋อง” ซ่งอีอีมีท่าทีเขินอาย “อีอีได้ยินพระนามของท่านอ๋องมาเนิ่นนานแล้ว วันนี้มีวาสนาได้พบ ท่านอ๋ององอาจกล้าหาญเหนือผู้อื่นยิ่งกว่าคำเล่าลืออีกเพคะ”

             “ขอบคุณคุณหนูซ่ง เปิ่นหวังไม่ต่างจากผู้อื่น คำเล่าลือนั้นเกินจริงไปมาก คุณหนูฟังแล้วอย่าได้เก็บมาใส่ใจ”

             เป่ยเหลียนโม่เหลือบมองเหยาเชียนเชียน แต่กลับเห็นเพียงสีหน้านิ่งขรึมของนาง ราวกับนางไม่เห็นว่ากำลังมีคนพูดคุยกับเขาอยู่ ถึงอย่างไรสถานะของนางก็เป็นถึงหวังเฟยของเขา เห็นสถานการณ์เช่นนี้แล้วจะไม่กล่าวอันใดสักสองสามคำเลยหรืออย่างไร?

             คล้ายกับมีสายตาคับแค้นใจส่งมาจากข้างกาย เหยาเชียนเชียนหันไปมองด้วยความสงสัย เห็นว่าชายหนุ่มมีท่าทางเย็นชาอีกแล้ว เมื่อครู่ยังดีๆ อยู่ เหตุใดถึงเปลี่ยนสีหน้าอีกแล้วเล่า

             ว่ากันว่าจิตใจของสตรีนั้นคาดเดายาก แต่นางคิดว่าจิตใจของท่านอ๋องผู้นี้คาดเดายากยิ่งกว่า

             “นั่งลงเถิด งานเลี้ยงกำลังจะเริ่มแล้ว”

             เมื่อเห็นท่าทางไม่สะทกสะท้านของเหยาเชียนเชียน เป่ยเหลียนโม่ก็ทำได้เพียงดึงให้นางนั่งลง ส่วนซ่งอีอีถูกทิ้งให้ยืนโดดเดี่ยวอยู่ตรงนั้นโดยไม่ทันตั้งตัว จึงจำต้องกลับไปยังที่นั่งของตัวเองอย่างอาลัยอาวรณ์

             “คราแรกเปิ่นหวังคิดว่าหวังเฟยยังอารมณ์ไม่ดีอยู่ ดูท่าว่ายามนี้เปิ่นหวังจะคิดมากไปเอง”

             เหยาเชียนเชียนอยากส่ายหน้าเหลือเกิน เขาไม่ได้คิดมากไปเองหรอก แย่งทรัพย์สินของนางไปมากขนาดนั้น หากนางยังดีใจได้อยู่ถึงจะเรียกว่าประหลาด

             “ท่านอ๋องทรงกังวลเกินไปแล้วเพคะ ได้ทำประโยชน์เพื่อทหารของเป่ยจิ้งเป็นเกียรติของเชียนเชียนเพคะ”

             เอาเถิด ขนาดกล่าวเรื่องความรู้สึกนางก็ยังมีแต่เรื่องเงินเหล่านั้น เป่ยเหลียนโม่หัวเราะอย่างโกรธเคือง สิ่งที่เขาพูดและนางพูดเป็นคนละเรื่องกันอย่างสิ้นเชิง ครั้งนี้หญิงสาวต้องเชื่องช้าเพียงใดถึงสัมผัสไม่ได้แม้แต่นิดเดียว

             หรือต้องให้เขาเตือนนางว่าเมื่อครู่ซ่งอีอีผู้นั้นยังไม่ละสายตาไปจากเขาเลย ส่วนนางเป็นถึงหวังเฟยของเขาแต่กลับมีท่าทีทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น อยากเว้นที่ว่างไว้ให้ผู้อื่นหรืออย่างไร?

             หากกล่าวในแง่ของสถานะ เห็นได้ชัดว่าซ่งอีอีซึ่งเป็นบุตรสาวของเซียงฝู่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมในการเป็นชายาของชิงผิงอ๋อง หากไม่ใช่เพราะเป่ยเหลียนโม่ร้องขอราชโองการจากฮ่องเต้ในคราแรก บุตรสาวอนุอย่างเหยาเชียนเชียนจะมีคุณสมบัติในตำแหน่งนี้ได้อย่างไร

             อีกทั้งสตรีผู้นี้มักมีท่าทางไม่เต็มใจอีกด้วย ชิงผิงอ๋องเงยหน้าขึ้นกระดกสุราจนหมดจอก พลางคิดว่าวันนี้ตนไม่ควรพานางมาด้วยกัน

             “ผู้คนในปีนี้เยอะกว่าปีที่ผ่านมามากทีเดียว” หลังจากฮุ่ยเฟยนั่งลงแล้วจึงกวาดสายตามองไปรอบด้านและมองเห็นเป่ยเหลียนโม่อย่างคาดไม่ถึง นางจึงยิ้มพลางกล่าวว่า “ชิงผิงอ๋องเป็นแขกที่นานๆ มาครั้ง ปีที่แล้วไม่ได้เห็นท่านอ๋อง ปีนี้เรียกได้ว่าให้เกียรติเปิ่นกงไม่น้อย”

             เป่ยเหลียนโม่ลุกขึ้นคำนับเล็กน้อย และกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่าตนมาเพื่อหวังเฟย นางบาดเจ็บหนักอยู่หลายวัน จึงอยากพานางออกมาเปิดหูเปิดตา เมื่อคำนี้กล่าวออกมาก็ยิ่งทำให้สตรีที่นั่งอยู่พากันอิจฉา

             “ชายาของชิงผิงอ๋องมีวาสนายิ่งนัก” ฮุ่ยเฟยหัวเราะน้อยๆ “เหตุการณ์ในการล่าสัตว์ครั้งนั้นเปิ่นกงก็ทราบแล้ว เด็กๆ ไปนำโสมสองแท่งจากตำหนักของเปิ่นกงมามอบแด่หวังเฟย โสมเหล่านั้นล้วนเป็นสิ่งที่ฝ่าบาทพระราชทานแด่เปิ่นกง ทว่าของดีวางทิ้งไว้เฉยๆ ก็เสียเปล่า ชายาของชิงผิงอ๋องนำไปบำรุงร่างกายก็ดีเหมือนกัน”

             เหยาเชียนเชียนรับของมาและค้อมกายคำนับ ของสิ่งนี้นางเคยได้ยินมาตลอดแต่ไม่เคยได้เห็นกับตาตัวเอง แม้จะกล่าวว่าเป็นโสมพันปีที่ดูเหมือนโสมธรรมดาทั่วไป ทว่าเมื่อได้รับมาอยู่ในมือแล้วนางจึงสัมผัสได้ถึงความล้ำค่าของสิ่งนี้

             ส่วนมากในตลาดล้วนเป็นของปลอมทั้งสิ้น ทว่าชิ้นที่อยู่ในมือนางเป็นของจริง ไม่รู้ว่าโสมแท่งนี้จะสามารถขายได้ราคาเท่าไร เป็นของดีเสียด้วย นางไม่ได้มาร่วมงานโดยเสียเปล่าจริงๆ

             “ขอบพระทัยเหนียงเหนี่ยง”

             เป่ยเหลียนโม่มองสตรีผู้นั้นพลางยกมุมปากขึ้น ในใจทั้งโกรธทั้งขบขัน หวังเฟยผู้นี้ของเขาช่างสนใจแค่ผลกำไรโดยแท้ เกรงว่าในใจของนาง เหรียญทองแดงเหรียญหนึ่งก็คงมีประโยชน์มากกว่าเขากระมัง

             “ที่นี่ไม่เคร่งครัดพิธีรีตอง ทุกคนผ่อนคลายสักหน่อยก็ดี”

             ฮุ่ยเฟยมีความสุขมากที่ได้รับความช่วยเหลือจากเหยาเชียนเชียน ประการแรก เหยาเชียนเชียนช่วยนางทางอ้อม เดิมทีอวี๋เฟยเป็นที่โปรดปรานมานานหลายปี แต่คราวนี้หญิงผู้นั้นประสบกับความสูญเสียครั้งใหญ่ หากนางไม่ถูกปลดเป็นอวี๋ผิน ตำแหน่งแม่งานในงานเลี้ยงร้อยบุปผาครั้งนี้คงไม่ตกมาถึงนาง

             ประการที่สอง ชิงผิงอ๋องได้รับความสำคัญจากฮ่องเต้มาโดยตลอด นางสามารถทำดีต่อเขาได้ ในอนาคตเขาก็จะจดจำความดีเหล่านี้ของนาง

             “ท่านอ๋องดูอะไรอยู่หรือ” เหยาเชียนเชียนซ่อนโสมไว้กับตัวเอง อย่าบอกนะว่าของเล็กน้อยเหล่านี้ก็ยังจะแย่งชิงไปอีก “ท่านอ๋องดูดอกไม้ดอกนั้นสิเพคะ ผลิบานได้งดงามนัก”

             ในเมื่อเป็นงานเลี้ยงร้อยบุปผา ย่อมขาดดอกไม้สดนานาพันธุ์ไปไม่ได้ ยามนี้อากาศเริ่มเย็นลงแล้ว และมีเพียงในวังหลวงเท่านั้นที่จะสามารถจัดงานเลี้ยงได้ในช่วงเวลาแบบนี้ กำลังทรัพย์ในเรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่ผู้คนทั่วไปสามารถเทียบเคียงได้

             “นั่นคือดอกโบตั๋น หวังเฟยชอบดอกโบตั๋นหรือ?”

             เป่ยเหลียนโม่มองนาง พลางเด็ดดอกไม้ข้างๆ กันติดมือมาด้วย จากนั้นก็ค่อยๆ เสียบลงบนมวยผมของนางอย่างเบามือและพินิจอย่างละเอียด

             “แต่เปิ่นหวังคิดว่าดอกไห่ถังมีเสน่ห์อันน่าพิลาสมากกว่า ทว่าคนงามกว่าบุปผา ดอกไห่ถังดอกนี้เมื่ออยู่บนศีรษะของหวังเฟยก็สูญเสียความสดสวยไปหลายส่วน”

             เหยาเชียนเชียนถูกเขาจ้องมองอย่างตั้งใจเช่นนี้ นางรู้สึกเพียงใบหน้าที่เห่อร้อนจนต้องก้มหน้าลงอย่างเสียไม่ได้ แม้ในยามปกติคนผู้นี้จะดูแปลกไปบ้าง และที่หนักกว่านั้นคือชอบทรมานนาง แต่ก็ต้องกล่าวอย่างสัตย์จริงว่าใบหน้าอันมีเสน่ห์เช่นนั้นยากจะต้านทานจริงๆ

             เป่ยเหลียนโม่อดไม่ได้ที่จะบีบหูของหญิงสาว ใบหูของนางเปลี่ยนเป็นสีแดงทั้งหมดรวมถึงติ่งหูเล็กๆ นั้นด้วย จะวิเศษเพียงใดถ้าเขาสามารถละเลียดน้ำชาในปากแล้วค่อยๆ ลิ้มรสอย่างระมัดระวัง

     

             เชิงอรรถ

             [1] เฉิงเซี่ยง หมายถึง อัครมหาเสนาบดี เป็นข้าราชการฝ่ายบริหารชั้นสูงสุดในจักรวรรดิจีน มีชื่อเรียกในภาษาจีนต่างกันไปตามแต่ละยุค อำนาจหน้าที่ก็แตกต่างกันไปในแต่ละสมัย

    คล้ายกับเรื่องข้าเป็นชายาของท่านอ๋องขนปุย (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473