“นี่มันอะไรกันคะพ่อเลี้ยง” มาตาถลึงตาใส่บุรินทร์อย่างไม่มีความเกรงกลัวใด ๆ ทั้งสิ้น
“ก็โต๊ะทำงานของลิตาไงจ๊ะแต่ที่มาตั้งที่ห้องพี่ก็เพราะว่าห้องของคุณทิพย์น่ะแคบจะตายไปอยู่รวมกันสองคนคงไม่ได้หรอก แต่ห้องพี่น่ะกว้างมาก เห็นไหมมีที่ว่างตั้งโต๊ะให้ลิตาได้อีกโต๊ะได้สบาย ๆ”
“แต่พ่อเลี้ยงให้มาตามาช่วยงานคุณทิพย์นะคะผู้ช่วยจะอยู่คนละห้องกับหัวหน้าได้ไงคะ”
“ได้สิจ๊ะคุณทิพย์น่ะพี่ว่าจะให้แกดูพวกเอกสารละกัน ส่วนงานภาคปฏิบัติ ลิตาก็รับไปทำแทนนะ เดิมทีคุณทิพย์เป็ผู้ช่วยของพี่แต่ตอนนี้ลิตาเป็ตัวแทนคุณทิพย์ ก็เหมือนกับเป็ผู้ช่วยของพี่กลาย ๆ นั่นแหล่ะดังนั้นก็นั่งที่นี่แหล่ะเหมาะสุด”
“พ่อเลี้ยงนะพ่อเลี้ยง ...ทำอย่างนี้พ่อเลี้ยงไม่รู้หรือไงคะว่าคนเขาจะมองเราอย่างไรแค่นี้มาตาก็ไม่รู้จะทำหน้ายังไงแล้ว” มาตาทำหน้ามุ่ยนี่บุรินทร์หาเื่มาให้เธอปวดหัวอีกแล้วใช่ไหม แค่มีเขาคอยเป็สารถีรับส่ง เธอก็อายพนักงานที่นี่จะแย่อยู่แล้วบางรายถึงกลับเรียกเธอว่าคุณมาตา และแสดงความเคารพเธอด้วยซ้ำ
“ก็ทำหน้าสวย ๆ เหมือนเดิมก็พอไม่ใช่ทำหน้างอเป็ม้าหมากรุกอย่างนี้” ไม่พูดเปล่ายังยกมือมาขยี้ผมเธอเบา ๆ อีกต่างหากวันนี้มาตาใส่ชุดทำงานตัวใหม่ เมื่อไม่ได้นุ่งผ้าถุง เธอจึงแค่รวบผมเป็หางม้า เพื่อให้เหมาะกับชุดแทน
“แล้วพี่บอกลิตาหรือยัง ว่าวันนี้ลิตาใส่ชุดนี้ขึ้นมากสวยสง่าอย่าบอกใครเชียว”
นี่ก็อีกเื่ที่ทำเธอแอบเคืองบุรินทร์คงจะวางแผนเอาไว้แต่แรกแล้ว ดูซิถึงขนาดเตรียมชุดไว้รอเธอขนาดนี้ ด้วยชุดแบบของคุณทิพย์ตัวเสื้อเป็เชิ้ตคอปกแขนสั้น กับกางเกงเข้ารูป ที่ใช้ผ้าแบบเดียวสีเดียวกันกับพนักงานทั่วไปแต่เสริมด้วยเสื้อคลุมพื้นเมืองลายเดียวกัน ซึ่งมีแค่คุณทิพย์และผู้จัดการแผนกต่างๆ เท่านั้นที่ได้สวมใส่ชุดแบบนี้
แต่การที่มาตาไม่อยู่ในลิสต์ แต่มีชุดใส่ด้วยนี่สิ ไม่รู้เขาใช้วิธีไหนกันนะจะว่าเป็ชุดเก่าก็ไม่น่าจะใช่ เพราะขนาดมันพอดีกับตัวเธอมาก และอีกอย่างในบรรดาผู้จัดการที่เป็หญิงทั้งหมด ไม่มีใครสูงเท่าเธอสักคน ส่วนมากจะสูงประมาณติ่งหูเธอแค่นั้นดังนั้นแล้ว การเอาชุดเก่ามาแก้แบบให้เธอคงจะเป็ไปได้ยาก
“มาเถอะมานั่งนี่ก่อนแล้วรอคุณทิพย์แป๊บนึง พี่ให้คุณทิพย์ตามงานอยู่นะ เดี๋ยวคงเข้ามาแล้ว”
มาตาส่ายหัวอย่างอ่อนใจ นี่พ่อเลี้ยงเป็พวกสองบุคลิกหรือไงนะต่อหน้าคนอื่นเขาดูเป็คนนิ่ง ๆ ยิ้มน้อยๆ พูดน้อย ดูมีภาวะผู้นำ แต่ทำไมพออยู่กับคนที่สนิทสนมกันแล้วเขากลายเป็คนเ้าเล่ห์ กวน... พูดเยอะขึ้น ที่สำคัญยิ้มง่าย ไม่ค่อยซีเรียสเท่าไหร่นัก
นั่งจัดโต๊ะไปได้สักพัก คุณทิพย์ก็มาถึงเธอมุ่งตรงไปรายงานผลให้พ่อเลี้ยงทราบก่อน เมื่อทั้งสองคุยกันเสร็จแล้วคุณทิพย์จึงหันมาหาบอกมาตา
“เดี๋ยวเราไปคุยงานกันที่ร้านกาแฟโซนรับแขกก็แล้วกันเนาะเด็กๆ เปลี่ยนบรรยากาศการทำงานมั่งดีกว่า”คุณทิพย์ผู้ที่ผันตัวมาเป็ผู้ปกครองเด็กโข่งทั้งสอง ชักชวนทั้งคู่แล้วลุกเดินนำออกไป
บรรยากาศโซนรับแขกเป็ส่วนที่มาตาไม่ค่อยได้เข้ามาเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าจะอยู่ในอาณาเขตเดียวกัน มีเพียงครั้งแรกที่บุรินทร์พามาแนะนำสถานที่เพื่อเทรนงานก่อนเริ่มทำงานเท่านั้นซึ่งใช้เวลาไม่นาน แต่ส่วนใหญ่แล้ว เธอก็แค่ขับรถผ่านไปผ่านมาเท่านั้นไม่เคยแวะเลย
ครั้งนี้จึงเป็ครั้งแรกที่เธอจะได้ใช้เวลานั่งชิลล์ไม่ต้องรีบทำเวลา
คุณทิพย์หยิบสมุดโน้ตขึ้นมาดูตารางงานและเริ่มสอนงานมาตาไปด้วย
สองสาวต่างวัยที่เริ่มคุ้นเคยกันบ้างแล้วมาตาเป็คนหัวไวอย่างที่คุณทิพย์พูดไว้ เธอเข้าใจได้เร็วไม่ต้องได้ย้ำบ่อย ๆ มาตาที่เห็นตารางงานของคุณทิพย์แล้วก็ต้องเห็นใจผู้จัดการคนเก่งเหลือเกิน ทั้งงานของรีสอร์ทและงานส่วนตัวที่ต้องดูแลอาหารการกิน และตารางงานช่วยบุรินทร์อีก
“ฉันว่าจะให้หนูลองทำงานชิ้นแรกเป็งานหาผลิตภัณฑ์ตัวใหม่เข้ามาเสริมในส่วนของร้านกาแฟที่นี่เราใช้เมล็ดกาแฟจากโครงการหลวง เป็ตัวชูโรงอยู่แล้วแต่พ่อเลี้ยงอยากให้มีขนมกินเล่นหรือของว่างของหวานออกมาเสริมอีกด้วยซึ่งฉันก็ยังคิดไม่ออกว่าจะทำออกมาแบบไหนถึงจะถูกใจพ่อคนเลือกมากคนนี้ดี”คุณทิพย์พูดไปปรายตามองพ่อคนเลือกมากไปด้วย
“โถ่คุณทิพย์ก็ผมแค่อยากหาอะไรมาสร้างสีสันใน่นี้ไงครับ ไม่อยากให้ซ้ำกับที่อื่นก็เท่านั้น”บุรินทร์ที่กำลังจิบกาแฟดำไปฟังสองสาวต่างวัยคุยงานกันไปด้วยถึงกับสะดุ้งกับคำที่อาของเขาใช้เรียกขึ้นมาทันที
“ส่วนรายละเอียดหยิบย่อยหนูลองถามพ่อเลี้ยงดูได้นะจ๊ะ ่บ่ายเราค่อยไปดูไปดูสปาของเรากันเผื่อจะมีไอเดียเพิ่มเติมในการตกแต่ง งานนี้พวกเราคงต้องเหนื่อยกันหน่อยนะจ๊ะ”
“ได้ค่ะถ้าอย่างนั้นมาตาขออนุญาตทำตอนนี้เลยนะคะ เดี๋ยวจะลองไปคุยกับเฮียกู๋ดูสักหน่อยเผื่อจะได้ไอเดียดี ๆ มาเสนอพ่อเลี้ยงนะคะ” ก่อนที่มาตาจะทันลุกขึ้นพ่อเลี้ยงก็จับข้อมือเธอไว้
“ใครกันเฮียกู๋”
มาตาที่สตั้นไปกับคำถามของบุรินทร์นี่เธอลืมตัวใช้ศัพท์แสลงของเธอกับจีจี้อีกแล้ว
“เฮียกู๋ก็มาจากกูเกิ้ลไงคะ อยากรู้อะไรแค่เสริซดูแป๊บ ๆ ก็เจอ แล้วพ่อเลี้ยงจะทำหน้าแบบนี้ทำไมคะ หน้ากลัวชะมัด มาตาไม่ได้จะบอกใครสักหน่อยพ่อเลี้ยงไม่ต้องเป็ห่วงค่ะ”พูดเสร็จก็ก้มมองข้อมือของตัวเองที่ถูกบุรินทร์จับไว้ไม่ยอมปล่อย
“อะแฮ่ม...งั้นอาขอตัวไปดูเอกสารที่ฝ่ายบุคคลเสนอมาก่อนนะคะพ่อเลี้ยงถ้าอย่างไร่บ่ายเราค่อยไปเจอกันที่สปาเลยแล้วกันนะคะ”
บุรินทร์คงยังไม่รู้ตัวว่าจับมือมาตาไว้ จนคุณทิพย์ต้องกระแอมเรียกสติเขารีบปล่อยมือเหมือนจับโดนของร้อนพร้อมกับหูที่เริ่มแดงขึ้น
“งั้นหรอกเหรอ แล้วไป พี่ก็แค่กลัวว่าลิตาจะเอาเื่ภายในของเราไปปรึกษาคนอื่นซะอีกแล้วนี่เราจะลุกไปไหนอีกล่ะ ไหนว่าจะทำงานไง”
“มาตาแค่จะไปหยิบแทปเล็ตในรถมานั่งทำที่นี่น่ะค่ะเมื่อกี้ลืมหยิบมาด้วย เปิดรถให้ด้วยค่ะ”
มาตาที่สบโอกาสรีบหันหลังเดินไปอย่างรวดเร็วทันทีพร้อมกับยกมือขึ้นมากุมตรงตำแหน่งหัวใจเอาไว้ถ้าเธอไม่ได้เข้าข้างตัวเองจนเกินไปนะเธอคิดว่าเมื่อกี้บุรินทร์เหมือนกำลังหึงเธอกับเฮียกู๋
“บ้า...ผู้ชายบ้า” มาตาบ่นเบา ๆแต่แอบอมยิ้มไปตลอดทาง
่บ่ายบุรินทร์ก็พามาตากับคุณทิพย์มาที่สปาที่สร้างใหม่บุรินทร์ทำห้องสตีม 1 ห้อง ห้องนวดเพิ่มอีก 3 ห้อง และมีส่วนของห้องรับรองสำหรับคนที่มานั่งรอซึ่งทั้งหมดทำเสร็จแล้วเหลือแค่รอตกแต่งภายในก็พร้อมให้บริการแล้ว
ในส่วนของสปานั้น เดิมทีบุรินทร์เปิดให้บริการนวดแผนไทย นวดฝ่าเท้า แค่ 3 ห้องเท่านั้นแต่ปัจจุบันมีผู้สนใจเข้ารับบริการเป็จำนวนมากขึ้น ทำให้เขาต้องทำห้องเพิ่มและเปิดให้บริการสปาแบบครบวงจร มีทั้งนวดไทย นวดฝ่าเท้า สตีมทำทรีทเม้นท์ผิวหน้าและผิวกาย ขัดผิว นวดน้ำมัน การทำวารีบำบัด ภายในห้องส่วนตัวห้องสตีมที่มีคุณภาพ ซึ่งการทำสปาแบบนี้ จะช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งและถือเป็การพักผ่อนผิวกายไปในตัว
มาตามองห้องสตีมที่ขาดการตกแต่งอีกเล็กน้อยก็สามารถใช้งานได้และหันมามองผู้ชายตัวสูงที่เริ่มไม่ทำหน้านิ่งเหมือนเคย แต่ส่งรอยยิ้มอบอุ่นกลับมาแทน
“ลิตาชอบไหมครับ จำได้ไหมสมัยเรียนน่ะหลังจากว่ายน้ำเสร็จแล้ว เรามักจะบ่นว่าเข้าห้องซาวน่าแล้วร้อนเกินไปอยากได้ห้องสตีมที่มีไอน้ำพ่นออกมาเหมือนเมืองนอก มันอบอุ่นดี เืลมหมุนเวียนบลา ๆ ๆ ๆ” บุรินทร์ทำหน้าล้อเลียนมาตา
“ก็มันร้อนจริง ๆ นี่คะแล้วก็อึดอัดด้วยแล้วพ่อเลี้ยงจำได้ด้วยเหรอคะว่ามาตาไม่ชอบเข้าห้องซาวน่า หลังจากว่ายน้ำเสร็จแล้ว”
มาตาแปลกใจไม่น้อยที่บุรินทร์จำเื่นี้ได้เพราะเธอเคยเป็นักกีฬาว่ายน้ำของมหาลัย ถ้าวันไหนมีซ้อมนาน ๆ ก็จะมีอาการดอม DelayedOnset Muscle Soreness (DOMS)หรืออาการปวดล้าของกล้ามเนื้อหลังจากการออกกำลังกาย โค้ชจึงต้องให้เธอเข้าห้องซาวน่าเพื่อช่วยเื่การไหลเวียนของโลหิตและผ่อนคลายกล้ามเนื้ออาทิตย์ละ 2 ครั้ง และเธอต้องโอดครวญทุกครั้งหลังจากออกจากห้องซาวน่ามาแล้ว
“นั่นหล่ะ ต่อจากนี้ไป ลิตาก็จะไม่ต้องเข้าห้องซาวน่าแล้วมาใช้บริการห้องสตีมนี่แทน รับรองฟินกว่ากันเยอะ”
“แต่มาตาคงไม่ค่อยได้มาใช้บริการที่นี่หรอกค่ะเดี๋ยวอีกหน่อยมาตาก็จะกลับไปอยู่บ้านสวนกับยายแล้ว คงจะนาน ๆ ทีเข้ามาหนหนึ่ง”
“ไม่เห็นยากเลย ลิตาก็ย้ายมาอยู่กับพี่สิจ๊ะจะได้ใช้บริการได้ทุกเวลาที่้า”บุรินทร์พึมพำตอบ
“พ่อเลี้ยงว่าอะไรนะคะ” มาตาที่ได้ยินไม่ค่อยชัดถามออกไป
“ไม่มีอะไรหรอกจ้าปะเข้าไปดูสิว่าชอบไหม แล้วจะตกแต่งอะไรเพิ่มตรงไหนอีกดี” บุรินทร์รีบเปลี่ยนเื่คุยแล้วพามาตาเข้ามาในห้อง หลังจากนั้นก็พาไปดูห้องอื่น ๆ ที่เขาทำเพิ่มอีก
ทั้งบ่ายนี้คุณทิพย์ที่นั่งดูพ่อเลี้ยงกับมาตานั่งพูดคุยเื่ตกแต่งห้องก็พบว่าวันนี้หลานชายของเธอดูมีความสุขมาก พูดคุยหยอกล้อกับหญิงสาวข้างกายตลอดเวลาและที่สำคัญทั้งคู่พูดคุยแลกเปลี่ยนกันไม่เหมือนเ้านายกับลูกน้อง แต่เป็เหมือนคนคุ้นเคยที่รู้จักกันมานานพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ฝ่ายหญิงพูดหรืออกความคิดเห็นอย่างไรฝ่ายชายก็ดูตามใจฝ่ายหญิงซะขนาดนั้น ไม่รู้ว่ามาตาจะรู้ตัวหรือเปล่าว่าพ่อเลี้ยงปฏิบัติกับเธอไม่เหมือนที่ปฏิบัติกับคนอื่นๆ
ด้วยบุรินทร์ต้องมาช่วยพ่อของเขาทำงานั้แ่อายุยังน้อยทำให้เขาดูเป็ผู้ใหญ่กว่าคนวัยเดียวกันมาก เขาต้องรับผิดชอบงานใหญ่ ๆ มากมายทั้งยังมีผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาอีกเป็จำนวนมากการจะก้าวผ่าน่นี้จึงจำเป็ต้องทำให้ตัวเองเป็คนเข้มงวด จริงจัง ไม่เหลาะแหละ ถึงจะดูน่าเชื่อถือและได้รับการยอมรับในที่สุด
เช้าวันต่อมา
“ลิตาวันพรุ่งนี้เราออกไปพบกับคุณจันทร์จรัสเ้าของร้านขายส่งใบชาด้วยกันนะ พี่ว่าไอเดียของลิตาน่าสนใจดี พี่เลยอยากให้เราไปลองชิมชาดูก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ”
“ได้ค่ะ”
มาตารับคำด้วยความดีใจ เธอยิ้มกว้างสดในกว่าวันไหน ๆ ก็เมื่อวันก่อนเธอเสนอไอเดียให้เขาทำเมนูของทานเล่นไว้ทานกับน้ำชาที่ชงหอมกรุ่น ๆ พร้อมดื่ม
โดยเมนูของทานเล่นที่เธอคิดไว้ก็คือเมนูข้าวแต๋น3 ฤดู ที่ทำมาจากผักและผลไม้ที่หาทานได้ในภาคเหนือ โดยให้เสิร์ฟพร้อมกับชาร้อนหอมๆ เริ่มจากฤดูหนาวนี้ทำข้าวแต๋นหน้าน้ำสตอเบอรี่ หน้างาขี้ม่อน ซึ่งจะหากินได้เฉพาะ่ฤดูหนาวนี้เท่านั้น ฤดูร้อน ทำข้าวแต๋นหน้าน้ำแตงโม หน้าน้ำลิ้นจี่ส่วนฤดูฝนก็ทำข้าวแต๋นหน้าน้ำลำไย กับหน้าธัญพืช โดยข้าวแต๋นของแต่ละฤดูจะไม่ทำขายในฤดูอื่นๆ พูดง่าย ๆ คือ อยากกินอีกทีก็ต้องรอปีหน้าเท่านั้น
บุรินทร์ที่ได้เห็นมาลิตายิ้มแย้มอารมณ์ดีก็พลอยยิ้มตามไปด้วย
ตอนนี้เขากล้ายอมรับกับหัวใจตัวเองแล้วว่ามาลิตาคือผู้หญิงที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเขาอย่างมาก แค่มีเธออยู่ใกล้ๆตัวเขา เขาก็สามารถทำงานอย่างอารมณ์ดีไปทั้งวัน
่นี้บุรินทร์มองว่ามาลิตายอมเปิดใจรับเขามากขึ้นเธอไม่ค่อยหลบเลี่ยงการพบเจอกับเขาแล้ว คงรู้ว่าหลบยังไงเขาก็หาเธอเจอมั้งเวลาพูดคุยกัน เธอก็กล้าจะพูดกล้าถามมากขึ้น ไม่เหมือนตอนสมัยเรียนเขาไม่ค่อยพูดเธอก็ไม่เคยถาม เลยทำให้เมื่อก่อนเราสองคนเหมือนคนรู้จักที่ไม่ค่อยสนิทสนมกันเท่าไหร่นัก ทั้งที่จริงแล้วเขาและปั้น คอยตามดูเธอกับเพื่อนตลอด ไม่ว่าเธอจะทำอะไร อยู่ที่ไหนกับใครก็แล้วแต่เขาก็ตีเนียนตามไปตลอด
ถ้าตอนนั้นเขากล้ายอมรับกับตัวเองเหมือนตอนนี้ เขากับเธอคงจะไปได้ไกลกว่าคำว่ารุ่นพี่รุ่นน้องนี่อีก
สงสัยเขาคงต้องชัดเจนกว่านี้แล้วเพื่อที่ร่างบางตรงหน้าจะยอมใจอ่อนกับเขาสักที
“ลิตา....พี่มีอีกเื่ที่ยังไม่ได้บอกเรานะ”
“เื่อะไรคะพ่อเลี้ยง”
“พรุ่งนี้เตรียมชุดไปเผื่อด้วยนะไร่ชาที่เราจะไปอาจจะต้องพักค้างคืนสักคืนหนึ่งน่ะ เื่ที่พักคุณทิพย์น่าจะจัดการให้แล้ว เดี๋ยวรายละเอียดอื่น ๆ คืนนี้พี่จะไลน์บอกเราอีกที”
“ค่ะ”
มาตายิ้มรับ วันนี้เธออารมณ์ดีจริง ๆงานชิ้นแรกที่เธอเสนอ ดูเหมือนจะผ่านแล้วนะ เธออยากให้พรุ่งนี้มาถึงเร็ว ๆ จังชาแบบไหนจะเข้ากับข้าวแต๋นกันนะ แต่เดี๋ยวนะ พรุ่งนี้ต้องไปค้างคืนด้วยเหรอตกลงเขาจะพาเธอไปที่ไหนกันนะ ไม่ถงไม่ถามอะไรเธอเลย นี่เธอชักจะอ่อนใจกับเขาละนะพ่อจอมเผด็จการที่พักนี้เริ่มทำตัวน่ารักขึ้นทุกที