TREE WORLD
ปฐีวินาศโลก
By : Jackmysoul
แจ็ก มายโซล : เขียน
บทที่ 23
ผนังทองแดงกำแพงเหล็ก
เวลาแห่งการต่อสู้ผ่านไปเนิ่นนานกว่าที่ฟิวท์คาดคิด
เขาคำนวณว่าไม่เกินสองนาทีจอสส์ก็น่าจะจอดเพราะรู้ว่าฟาลโก้จริงๆแล้วน่าจะมีฝีมือจัดอยู่ในระดับสายมืออาชีพไปแล้วถึงไม่เคยปะทะกับเขาโดยตรงมาก่อนก็ตามฟิวท์กับการ์เซียเคยดูถ่ายทอดการแข่งขันมาร์เชียลอาร์ตมาบ้างถึงจะไม่ได้เป็พวกนักบู๊แต่ก็รู้เกียรติศักดิ์ของเขาดีพอควรจึงคิดว่าจอสส์ไม่น่าจะต้านได้นาน
แล้วสิ่งที่ฟิวท์อดสงสัยไม่ได้คือทำไมฟาลโก้ไม่ใช้ปราณยุทธ์
ทั้งนี้เพราะฟิวท์ไม่รู้ข้อมูลถึงกฎข้อเดียวของบูเทนโดชิมาก่อนถ้าเขาตั้งใจติดตามหรือหาข้อมูลจะรู้เหมือนกับนักยุทธ์คนอื่นๆที่ใช้ปราณว่าศิษย์สำนักบูเทนโดชิไม่ใช้ปราณในการประลองมาร์เชียลอาร์ต ถึงแม้ศิษย์ทุกคนในบูเทนโดชิอยากจะปกปิดเื่นี้ให้เป็ความลับมากขนาดไหนแต่ฝีมือที่แสดงออกไปไม่สามารถปิดบังกันได้เมื่อมีนักยุทธ์ที่ใช้ปราณรวบรวมข้อมูลมาวิเคราะห์ผลการต่อสู้เพียงสะกิดใจนิดเดียวก็จะรู้ว่าพวกบูเทนโดชิมีข้อจำกัดหรือระเบียบปฏิบัติบางอย่างที่ไม่สามารถใช้ปราณในสนามประลองได้อย่างน้อยก็ไม่มีทางเชื่อว่าสำนักยุทธ์อันดับหนึ่งของแผ่นดินจะไม่รู้จักการใช้ปราณก็ในเมื่อนักยุทธ์กะโหลกกะลาในโลกมืดชั้นปลายแถวหลายคนยังใช้ปราณสอนมวยกันเป็ว่าเล่นขอแค่นักยุทธ์ที่มีไอคิวปกติไม่ต้องฉลาดมากหรือคนที่เคยประลองด้วยก็ต้องรู้จุดสำคัญข้อนี้และจะนำข้อมูลนี้มาสร้างความได้เปรียบให้ตนเองโดยไม่อยากบอกต่อด้วยเหตุนี้ทำให้ยอดฝีมือจากบูเทนโดชิโดนพลิกล็อกตกรอบไปแล้วหลายราย
ความจริงในเื่นี้มันเป็เหตุผลทางการเมืองค่อนข้างซับซ้อน เกลตั้งใจสร้างจุดอ่อนให้กับลูกศิษย์ของตนเพราะหลายสิบปีที่ผ่านมาศิษย์ของบูเทนโดชิปราบปรามสำนักอื่นราบคาบจนไร้ผู้ต่อกรเป็หนึ่งโดยไร้คู่เปรียบน่าจะมีแต่ข้อดีไม่มีข้อเสีย ไม่น่าเป็ปัญหาทว่าเกลเห็นต่างจากผู้าุโคนอื่นๆในสำนักที่มัวแต่หลงระเริงกับความสำเร็จเขามองผ่านทางราบเรียบจนเห็นหลุมดำของปัญหาและลงความเห็นว่าหน้าฉากที่ใช้แสดงความเป็มหาอำนาจอย่างมาร์เชียลอาร์ตกำลังจะล้มละลายในอนาคตเพราะความเป็จ้าวที่ไม่เปลี่ยนมือจะไร้ผู้สนับสนุนจึงจงใจให้สำนักอื่นมีที่ยืนบ้างเพื่อร่วมแบ่งปันความยิ่งใหญ่ สร้างเป็5เสาหลักขึ้นมาค้ำยันกันเอาไว้รากฐานจึงแ่ามั่นคง โดยการสร้างกฎเหล็กที่ว่า ‘ห้ามศิษย์สำนักบูเทนโดชิใช้ปราณในการแข่งขันมาร์เชียลอาร์ต’โดยอ้างเหตุผลเพื่อการฝึกฝนขึ้นมาเมื่อ15ปีก่อนและตั้งรางวัลเป็ผลตอบแทนความสำเร็จจากการฝึกคือได้สิทธิ์ฝึกวิชาลับสุดยอดของสำนักนั่นคือลมปราณไร้รูปไร้นาม เมื่อสามารถเป็แชมป์ในรุ่นใดรุ่นหนึ่งได้ถึง3สมัย
นอกจากนั้นเกลยังสั่งให้ศิษย์คนหนึ่งแสร้งทำผิดกฎเหล็กจนต้องโดนลงโทษทำลายวรยุทธ์และถูกขับไล่ออกจากสำนักั้แ่ปีแรกที่สร้างกฎเพื่อเชือดไก่ให้ลิงดูเสียก่อน จะได้ไม่เป็การจับลิงใส่กระด้งในภายหลังเื่นี้ยังคงถูกเก็บเป็ความลับมาจนถึงปัจจุบันมีเพียงเ้าสำนักและผู้คุ้มกฎอีกไม่กี่คนเท่านั้นที่ทราบ
ห้าเสาหลักที่เกล้าวางรากฐานไว้คือ5สำนักใหญ่ที่วงการยุทธ์ในปัจจุบัน โดยมีบูเทนโดชิเป็ผู้นำอันดับ1รองลงไปเป็สำนักระดับกลางอีก4สำนัก ซึ่งความจริงแล้วมีเพียงสำนักลำดับ5เท่านั้นที่ถือได้ว่าพอจะเป็คู่แข่ง เพราะสำนักอันดับ2,3,4นั้น ล้วนถูกสร้างขึ้นมาจากน้ำมือของเกลโดยการควบซื้อกิจการมาจากสำนักเล็กๆที่ใกล้ล่มสลายแล้วส่งเสริมพัฒนาจนกลายเป็สำนักใหญ่ที่มีชื่อเสียง ทั้งที่เื้ัแท้จริงแล้วเ้าสำนักอันดับ2,3,4นั้นล้วนถูกบงการโดยผู้าุโจากสำนักบูเทนโดชิ
ด้วยแผนการบริหารงานเช่นนี้จึงการันตีความเป็หนึ่งของบูเทนโดชิได้อย่างถาวรและเป็มาเฟียคุมกิจการในโลกมืดไว้ทั้งหมด ความจริงข้อนี้มีนักยุทธ์น้อยคนนักที่ล่วงรู้ความลับและส่วนใหญ่พูดไม่ได้แล้วถ้าไม่ตาย ก็ได้แต่ซ่อนตัวหรือไม่ก็ล้างมือไปจากวงการโดยไร้อนาคต
ทั้งหมดนี้ฟิวท์รู้ข้อมูลแค่งูๆปลาๆตามที่ไมท์เคยเล่าให้ฟังซึ่งนับเป็ความเข้าใจที่ผิวเผินเป็อย่างมาก เพราะเป็ข้อมูลที่นักยุทธ์ทั่วไปรู้กันอยู่แล้วบ่อยครั้งที่ไมท์มักสั่งกำชับนักหนาว่าห้ามไปมีเื่กับพวกสำนักยุทธ์โดยเฉพาะบูเทนโดชิ แต่ดูเหมือนไม่มีใครยอมฟัง
‘นี่ถ้าพ่อกับแม่มาอยู่ตรงนี้ จอสส์ต้องโดนตีตายแหงแซะ’ ฟิวท์คิด
การวิวาทหมดไปหลายกระบวนท่าแต่ดูเหมือนจอสส์จะทำอะไรฟาลโก้ไม่ได้อีกเลย และฟาลโก้ใช้เพียงวิชาสามัญอย่างคิ๊กบ๊อกซิ่งซึ่งทำให้ต่างคนต่างรู้ทางกันแล้วจอสส์เองก็ไม่ปะทะซึ่งหน้า เอาแต่คอยหลบหลีกแล้วรอจังหวะสวนกลับซะมากกว่าเขาคงรู้และยอมรับแล้วว่าแรงปะทะสู้ไม่ได้อย่างแท้จริง
ถ้าวัดกันที่กระบวนท่านับว่าสูสีก็ฟาลโก้ใช้แค่วิชาสามัญ แต่ถ้านับความได้เปรียบของร่างกายและใช้พละกำลังเข้าบดขยี้จอสส์ที่ร่างกายเติบโตยังไม่สมบูรณ์ต้องตกเป็รองอย่างแน่นอนและอีกสิ่งหนึ่งที่ฟาลโก้ได้เปรียบเป็อย่างมากคือการคุ้มครองร่างโดยใช้วิชาหนังทองแดงกำแพงเหล็กขั้นพื้นฐานมาเสริมความแข็งแกร่งให้กับร่างกายยิ่งคู่ต่อสู้โจมตีมาหนักเท่าไหร่ความเสียหายก็คืนกลับไปยิ่งกว่าซึ่งมันได้ผลเป็อย่างมากจอสส์เริ่มบอบช้ำมากขึ้นเรื่อยๆไม่ว่าจะรุกหรือรับล้วนต้องกระแทกกับเกราะที่มองไม่เห็นต่อยเขาเรากลับเจ็บมือ ตอนนี้จึงได้แต่ล่าถอย คอยฟุตเวิร์ควนหลบไปรอบๆห้องราวกับหนูหนีแมว
เวลานี้จอสส์รู้สึกร้าวระบมเจ็บท่อนแขนยันไปถึงหน้าแข้ง รอยฟกช้ำดำเขียวปรากฏเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาการต่อสู้ไม่รู้มาก่อนว่าเนื้อหนังของฟาลโก้จะแข็งเหมือนท่อนเหล็กขนาดนี้ จอสส์เพิ่งจะตระหนักว่าการที่เอาแขนขาไปชนกับมันเหมือนเอาไข่ไปกระแทกหินตอนนี้เขาไม่มีแผนที่ดีกว่าการถอยหนี และจอสส์เริ่มมองหาตัวช่วย ถ้าได้อาวุธสักชิ้นก็คงดี
ปู่กับหลานสาวนอกวงการที่มาพร้อมกับฟิวท์ั้แ่แรกเอาใจช่วยเชียร์จอสส์ที่ตกยากกำลังเป็ฝ่ายเสียเปรียบ เด็กสาวนอกวงการไม่รู้จักสิ่งที่เรียกว่าการประลองหรือการต่อสู้ตัวต่อตัวสิ่งที่เธอเข้าใจเป็เพียงการวิวาทที่พี่ชายไม่ยอมเข้าไปช่วยน้องชาย และเข้าใจเพียงแค่ว่าผู้ใหญ่ตัวสูงล่ำกล้ามโตคนหนึ่งกำลังรังแกเด็กชายตัวเล็กจ้อยที่กำลังจะหมดทางสู้
ห้องพักนักกีฬามีพื้นที่บางส่วนเป็ห้องเก็บของและอุปกรณ์กีฬาเด็กสาวมองหาอะไรบางอย่าง อะไรก็ได้ที่ช่วยให้เด็กคนนั้นเข้มแข็งขึ้นพอจะต่อสู้กับนักกล้ามผู้อัปลักษณ์เธอคุ้ยเขี่ยอยู่ในห้องเก็บของสักพักแล้ว
แล้วเธอก็เลือกสิ่งนี้คิดว่ามันเป็กระบองไม้ ทรงเรียวๆกลมๆน่าจะเหมาะมือดี
“จอสส์...รับไป”เด็กสาวะโเรียกชื่อ พร้อมกับโยนอาวุธลอยไปให้ ส่วนจอสส์ไม่เคยคิดว่า้าความช่วยเหลือจากใครยิ่งเป็การต่อสู้ตัวต่อตัวด้วยแล้วยิ่งไม่้าให้ใครสอดมือและแปลกใจตนเองเป็อย่างมาก ทำไมถึงได้รับของจากคนแปลกหน้าอาจเป็เพราะสถานการณ์ย่ำแย่หรือแววตาใสซื่อของเธอคนนั้นชั่งเชื้อเชิญ อย่างไรมันก็ไม่สำคัญมันอาจไม่มีความหมายอื่นให้ต้องคลี่คลาย และไม่้าเวลาทำความเข้าใจ ก็ในเมื่อเขา้าอาวุธและเด็กสาวเป็ผู้ส่งมอบให้
“ขอบใจ”จอสส์ได้สบตามองหน้าเด็กสาววูบหนึ่ง เขาคิดว่าเธอคงอายุรุ่นราวคราวเดียวกันแต่นึกไม่ออกว่าเธอเป็ใครหรือเคยเจอกันที่ไหนมาก่อน หรือจะเป็แค่คนจรจัดแปลกหน้าที่หลงทางมา
ไม้เบสบอลที่เด็กสาวส่งให้มันกระชับในมือและฟาดใส่เป้าหมายทันที
ฟาลโก้ยกท่อนแขนปิดบัง่ลำตัวและใบหน้าจากการรัวไม่ยั้งเขาไม่คิดว่าจอสส์จะโกงด้วยการใช้อาวุธ เกือบลืมไปว่านี่ไม่ใช่การประลองมือเปล่าแต่เป็การวิวาทที่ไม่มีกติกา
จอสส์กลับมาเป็ฝ่ายบุกบ้างได้จังหวะควงไม้เบสบอลเป็พายุ เขาประยุกต์มันให้เข้ากับท่าเทควันโด้อย่างกลมกลืนเป็ครั้งแรกที่คู่ต่อสู้ต้องล่าถอย เนื้อหนังเจอกับท่อนไม้ถึงกับสะดุ้ง
หนังทองแดงกำแพงเหล็กที่ฟาลโก้เรียกใช้เป็แค่ระดับพื้นฐานที่ไม่ใช้ปราณในการควบคุมถึงเนื้อหนังจะแกร่งกระดูกจะแข็งกว่าคนปกติแต่ก็ใช้รับมือกับคนมือเปล่าไม่ใช่อาวุธ
ความจริงแล้ววิชาผนังทองแดงกำแพงเหล็กระดับพื้นฐานมีอยู่สองส่วนที่ฟาลโก้ใช้เป็ส่วนของหนังทองแดงประสิทธิภาพป้องกันในระดับภายนอกิัและกล้ามเนื้อจะควบแน่นแข็งแกร่งแต่ก็ยืดหยุ่น เทียบเท่าไม้ท่อนหนึ่ง ดังนั้นเขาจึงเพิ่มส่วนกำแพงเหล็กที่มีประสิทธิภาพป้องกันระดับภายในเสริมมวลกระดูก เพิ่มความแข็งแกร่ง เทียบเท่าท่อนเหล็ก
โผ๊ละ!!!
เมื่อฟาลโก้ใช้ผนังทองแดงกำแพงเหล็กครบทั้งสองส่วนไม้เบสบอลก็หักเป็สองท่อนทันทีเมื่อมันกระทบกับท่อนแขน ที่บัดนี้แข็งแกร่งประดุจเหล็กกล้า
เด็กสาวใหน้าถอดสีไม่เคยเห็นคนหักกระบองเป็สองท่อนด้วยมือเปล่า เธอรีบคว้าอุปกรณ์ชิ้นต่อไปส่งให้จอสส์โดยไม่ต้องคัดสรรค์อีกต่อไปคราวนี้อาวุธเป็แค่ม๊อบถูพื้น เขาใช้มันยันตัวฟาลโก้ไว้ แต่มันถ่วงเวลาได้ไม่ถึงหนึ่งลมหายใจก็หักเป็สองท่อนราวไม้จิ้มฟัน
จอสส์ถอยพลางรับอาวุธจากเด็กสาวที่คอยโยนให้ไปพลางทั้งเก้าอี้พับ ราวแขวนเสื้อ หรือแม้แต่ถังขยะก็ถูกใช้ไปจนหมดแล้วสภาพห้องพักนักกีฬายับเยินแล้ว เหล่านักยุทธ์ลงความเห็นแล้วว่านี่มันก็แค่นักเลงวิวาทกันทั่วไปบางคนส่ายหัวไม่เห็นเป็สาระจึงปลีกตัวเองออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ
ลูซี่เห็นว่าชักจะไม่ได้เื่จึงโยนกระบองสั้นสองมือให้จอสส์บ้างเนื่องจากมันเป็อาวุธจริงไม่ใช่อุปกรณ์ทำความสะอาดและยังเป็อาวุธประจำตัวของลูซี่เองอีกด้วย เขารับมันไว้แล้วใช้กระบองสั้นต่างโล่ช่วยป้องกันท่อนแขนของตัวเองไว้ได้ ก่อนที่กล้ามเนื้อจะเสียหายไปมากกว่านี้แล้วยังรุกกลับได้อีกต่างหาก
‘กระบองเหล็กคู่ทอนฟา ’
ฟาลโก้คำรามในใจเขาย่อมต้องรู้จักมันดี ลูซี่ถึงกับยื่นอาวุธประจำกายให้กับศัตรู! ทำไมเธอถึงต้องทำขนาดนี้ด้วย!!!
พื้นที่เล็กไปแล้วสำหรับการห้ำหั่นฟาลโก้ถอยออกมาจากห้องพักนักกีฬา สู่โถงใหญ่ที่ใช้จัดการประลอง
บรรดานักยุทธ์มุงคนอื่นที่เพิ่งตื่นตัวต่างรีบแห่กันรุมเข้ามาดูการประลองนอกรอบ
กระบองสั้นในมือจอสส์คู่นี้สร้างขึ้นจากเหล็กกล้าล้วนกล้ามเนื้อเหล็กเจอเข้ากับท่อนเหล็กจริง คราวนี้ฟาลโก้เริ่มเ็ปท่อนแขนบ้างแล้ว
นอกจากวิชาหลักอย่างเทควันโดแล้วจอสส์ยังถนัดใช้อาวุธประชิดตัวบางประเภทเป็เพราะมีเวลาฝึกซ้อมทุกวันและยังมีครูฝึกที่ถนัดในการใช้อาวุธแต่ละชนิดที่ไมท์จ้างมาสอนพิเศษทำให้ไม่ว่าอะไรเข้ามือก็หยิบจับเป็อาวุธได้หมด
ทอนฟากระบองเหล็กคู่สั้นมีด้ามเล็กยื่นเป็มุมฉากให้จับหมุนหรือใช้ควงหลอกกระชากฟาดตีได้ทุกกระบวนท่าในสายเทควันโด้พอจอสส์ใช้มันแทนต่างมือต่างเท้าก็รู้สึกเหมือนแขนขางอกเพิ่มขึ้นมา ยิ่งบวกเข้ากับวายุสลาตันที่คอยฟาดฝ่าเท้าเป็ดงพายุทำลายจังหวะให้คู่ต่อสู้เสียหลักบางครั้งกระบองสั้นใช้ยืนแทนขา บางจังหวะใช้เกาะเกี่ยวเหนี่ยวฟาดฟาลโก้รับไม้ไม่ทันโดนเข้าไปหลายกระบองต้องถอยร่นไปหลายก้าวจอสส์เห็นว่าเริ่มกลับมาเป็ต่อจึงไม่เปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้ได้พักหายใจ
จอสส์โดดพุ่งเข้าหาตามติดแล้วหยุดค้างกลางอากาศด้วยปลายกระบองสั้นจิกลงพื้นข้างหนึ่งดึงจังหวะหลบหมัดฮุกต่อเนื่องสิบทิศของคิ๊กบ๊อกซิ่งไว้ทันท่วงทีกระบองอีกข้างฟาดใส่หน้าแข้งสกัดลูกเตะสวนเข้ามาที่ก้านคอแต่กระบองสั้นที่ยืนเป็กระต่ายขาเดียวถูกปลายเท้าอีกข้างของฟาลโก้สะกิดนิดเดียวก็เสียหลักแต่ทว่าวายุสลาตันไม่้ายืนบนพื้นอยู่แล้วกลับกลายเป็แรงส่งให้พายุพัดโหมยิ่งกว่าเดิมร่างทั้งร่างของจอสส์หมุนควงในอากาศนับรอบไม่ได้ ปลายกระบองสองข้างฟาดวนเป็พายุที่ไม่รู้จักหยุดและมันยังตลบตะแลงย้อนทิศเปลี่ยนทางสลับไปสลับมาไม่เว้นช่องว่างให้พักหายใจ ฟาลโก้พยายามจับจังหวะเห็นว่าจุดหมุนที่เป็ตาพายุน่าจะเป็จุดอ่อนจึงส่งลูกเตะจระเข้ฟาดหางเข้าจุดศูนย์กลางนั้นแต่เหมือนตาพายุจะเปลี่ยนศูนย์กลางได้ลูกเตะจึงจั่วลม ซ้ำยังถูกสวนกลับโดนปลายกระบองทอนฟาแทงกระแทกเข้าลิ้นปี่อย่างจังฟาลโก้ลอยกระเด็นหลังกระแทกพื้น หนังทองแดงกำแพงเหล็กถึงกับแตกสลายตัวไป่หนึ่งก่อนเ้าของร่างค่อยรวมขึ้นมาใหม่
ฟาลโก้รู้สึกว่าจอสส์จะใช้อาวุธได้เก่งกว่ามือเปล่าและรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมแล้ว
ฟาลโก้เห็นคนอื่นช่วยกันโกงแม้กระทั่งลูซี่ยังเอาใจออกห่างจึงต้องโกงบ้าง เขามองหาอาวุธเห็นกลุ่มไม้พลองที่เสียบอยู่บนแผงตั้งอาวุธอยู่ฝากตรงข้าม
เขาต้องเอาท่อนแขนรับกระบองคู่อยู่หลายไม้กว่าจะฝ่าไปถึงแผงอาวุธ
แต่ปู่กับหลานสาวรู้ทันแล้วช่วยกันย้ายมันออกไปทิ้งนอกหน้าต่างซะก่อนต่อหน้าต่อตาแผงอาวุธทั้งแฝงส่งเสียงวัตถุตกกระแทกพื้นไม่ค่อยชัดเจนนัก เนื่องจากความสูงของชั้นสเตเดี่ยมนี้มีมากกว่าอาคารห้าชั้น
ฟาลโก้มองตาปริบแต่เห็นเป็แค่เด็กสาวกับตาแก่ จึงได้แต่ยืนแยกเขี้ยวเคี้ยวฟันสะกดอารมณ์โกรธเกรี้ยวไว้หากทุบแค่คนละทีพวกนี้คงตายคามือ
แค่เห็นสีหน้าแววตาเดือดดาลของฟาลโก้ปู่กับหลานสาวก็กอดกันกลม กลัวจนตัวสั่นไม่กล้าขยับตัวหรือยั่วโทสะเขาอีก
ฟาลโก้หมดหวังที่จะใช้อาวุธแล้วหันกลับมาตั้งใจสู้ด้วยมือเปล่าล้วน จึงยืนหลับตาสงบนิ่ง การ์ดตกเปิดอกแลกหมัดแต่นิ้วทั้งสิบลอบกางเป็กรงเล็บรอขย้ำเหยื่อ
จอสส์เห็นฟาลโก้ยืนโซเซเปิดช่องว่างเต็มไปหมดกลับได้ใจวิ่งเข้าใส่อีกครั้งหวังเผด็จศึกด้วยกระบองคู่นี้ มันถูกยกขึ้นเหมือนน้าวธนูที่เหนี่ยวรั้งสุดสาย
แต่นี่เป็กับดัก!
เป็ฟาลโก้เองที่สืบเท้าพุ่งเข้าหาเมื่อลืมตาขึ้นแรงบวกลดระยะห่างเป็สองเท่าเข้าถึงตัวก่อนจอสส์จะออกอาวุธ การย้อนศรในจังหวะรุกของคู่ต่อสู้แล้วออกหมัดเป็มวยจับกุมแบบนี้เป็พื้นฐานสำคัญของเหล่าสมาชิกบูเทนโดชิโดยเฉพาะส่วนฟาลโก้ไม่นับรวมสิ่งนี้เป็วิชาเฉพาะจากสำนักจึงไม่ผิดความตั้งใจที่จะไม่ใช้วิชาของสำนักจอสส์คาดไม่ถึงว่าฟาลโก้จะใช้กรงเล็บยืดตัวมายึดกระบองโดยตรงที่บริเวณข้อมือ ก่อนวงรัศมีกระบองจะได้ปลดปล่อยพลังงาน
ฟาลโก้หลอกล่อให้โจมตีช่องว่างแล้วก็ดักจับอาวุธของจอสส์ยึดมันไว้กับที่ด้วยกรงเล็บและซอกแขนจนกระบองสั้นใช้งานไม่ได้ พร้อมกับสับหัวโขกเข้ากลางหน้าผากจอสส์เต็มแรง จนเ้าตัวต้องปล่อยมือจากอาวุธฝ่าเท้าของฟาลโก้เร็วกว่าที่คู่ต่อสู้ล่าถอย จึงถีบเข้ากลางหน้าอกอย่างหนักหน่วงจอสส์ถูกอัดกระเด็นปลิวขึ้นไปบนกลางเวทีซึ่งเป็สนามประลองยุทธ์กระบองเหล็กคู่สั้นก็ถูกสะบัดหลุดมือปลิวไปคนละทิศละทางเช่นกัน
ไม่บ่อยครั้งนักที่จอสส์จะได้เจอศึกหนักได้เจอการต่อสู้แท้จริงและเจอคนมีฝีมือระดับฟาลโก้ ค่าประสบการณ์จึงไม่พอสำหรับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไม่รู้ความแยบคายในเทคนิคเฉพาะตัวของผู้อื่น รู้เราไม่รู้เขา เวลาพลาดท่าถึงกับเสียหมดหน้าตัก
พลิกจังหวะเพียงนิดเดียวก็ส่งผลให้รู้แพ้ชนะอย่างง่ายดาย