"แม่นางท่านไม่ต้องมาใหม่หรอกต่อให้เป็นท่านเทียนหลิวก็ช่วยถอนคำสาปที่ท่านโดนมาไม่ได้หรอก"
"ท่านรู้ได้ยังไงว่าข้าโดนคำสาป"หญิงสาวพูดขึ้นด้วยความตกใจ
"ข้าก็แค่เดาเท่านั้น"จินหลงเอ่ยปัด
"เป็นเช่นนั้นแน่หรือคุณชาย"หญิงสาวยังพยายามคาดคั้นจินหลง
"เอาเป็นว่าถ้าท่านเทียนหลิวกลับมาข้าจะแจ้งให้ท่านทราบเองว่าท่านมาหา"จินหลงไม่ได้เอ่ยตอบคำถามของหญิงสาวโดยตรง
"คือว่า.."หญิงสาวพยายามจะพูดขึ้นมาแต่ก็ไม่รู้จะพูดสิ่งใด
"ว่าแต่ท่านมีนามว่าอะไร..ข้าจะได้แจ้งท่านเทียนหลิวให้เมื่อท่านมาถึง" จินหลงเอ่ยถาม
"ข้ามีนามว่า.. 'เยว่ฉี' " หญิงสาวตอบกลับ
"หืม.. 'เยว่ฉี' " จินหลงอุทานชื่อออกมาพร้อมลุกตัวจากเก้าอี้ไม้โยกแล้วจ้องมองมาทางด้านของเยว่ฉี
... ทั้งสองสบตากันเป็นครั้งแรก
"ท่านนี่ช่างงดงามดั่งคำล่ำลือจริงๆ"จินหลงเอ่ย
"นี่ท่าน.." เยว่ฉีพูดด้วยขุ่นเคืองเล็กน้อย
"ความงามของท่านนั้นแม้แต่ตัวข้ายังต้านทานไม่ไหวจริงๆ"จินหลงยังเอ่ยชมเยว่ฉีไม่หยุด
"ข้าเห็นแก่ท่านเป็นนักหลอมโอสถไม่รู้วรยุทธหรอกนะมิเช่นนั้นข้าคงฉีกร่างท่านทิ้งไปนานแล้ว" เยว่ฉีตอบกลับด้วยความโมโหแต่หน้าของนางก็แดงเล็กน้อย
"ฮ่า.. ฮ่า"จินหลงหัวเราะออกมายกใหญ่
"มีสิ่งใดที่น่าขำกัน"เยว่ฉีถามออกมา
"ท่านน่าจะอ่อนหวานให้เข้ากับหน้าตาของท่านซักหน่อยนะแบบนั้นข้าชื่นชอบมากกว่า" จินหลงเอ่ยยั่วยุแก่เยว่ฉี
"นี่ท่านอยากเจ็บตัวนักใช่ไหม.."เยว่ฉีปลดปล่อยพลังปราณใส่จินหลงด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ
"นี่ท่านจะทำร้ายข้าด้วยพลังปราณอันน้อยนิดของท่านจริงๆหรอ"จินหลงไม่แม้แต่จะปล่อยพลังต้านทานพลังปราณที่เยว่ฉีปลดปล่อยออกมาใส่ตน
"นี่ท่านเป็นผู้ฝึกยุทธด้วยงั้นหรอ"เยว่ฉีเมื่อเห็นว่าพลังปราณที่ปล่อยใส่จินหลงไม่ได้ทำให้จินหลงกดดันอะไรเลยจึงถามขึ้น
"แน่นอนว่าข้าเป็นผู้ฝึกยุทรและก็เป็นผู้หลอมโอสถด้วยเช่นกัน" จินหลงเอ่ยออกมา
"ดี..ถ้าเช่นนั้นข้าจะฉีกร่างท่านซะ" เยว่ฉีตั้งท่าเตรียมจู่โจมทันที
"ฉิ้ง"เยว่ฉีเรียกกระบี่ออกมาจากแหวนมิติ
"กระบี่สวยดีนะ"จินหลงไม่ได้แสดงความทุกข์ร้อนใดๆออกมา
"กระบี่ของข้าจะสวยกว่านี้ถ้ามันปักอยู่บนร่างกายท่าน"ตอนนี้เยว่ฉีโกรธจินหลงเป็นอย่างมาก
"ฟับ"
"ฟับ"
เยว่ฉีไล่ฟันจินหลงอย่างเอาเป็นเอาตายแต่จินหลงกับไม่โต้ตอบใดๆทั้งสิ้นเพียงแค่ขยับตัวหลบไม่ให้กระบี่ฟันโดนตนเท่านั้น
ครึ่งชั่วยามผ่านไป ...
ตอนนี้เยว่ฉีแสดงอาการเหนื่อยหอบเป็นอย่างมากแต่จินหลงกับไม่แสดงอาการใดๆออกมา
"เยว่ฉีเจ้าไหวหรือไม่"จินหลงเอ่ย
"นี่..นี่ท่าน" เยว่ฉีหน้าแดงก่ำอีกครั้งที่จินหลงเรียกชื่อของนางห้วนๆ
"วิชากระบี่นางแอ่นคืนรัง"เยว่ฉีใช้วิชากระบี่ฟันไปทางด้านชิงหลง โดยปลายกระบี่ของเยว่ฉีถูกปกคลุมไปด้วยพลังปราณสีฟ้า
"กึก" เสียงของกระบี่ที่หยุดลง
"นี่เจ้าจะฆ่าข้าเลยหรือยังไงกัน"จินหลงใช้สองนิ้วหนีบปลายกระบี่ให้หยุดลง
"นี่ท่านมีพลังยุทธระดับใดกัน"เยว่ฉีอดสงสัยไม่ได้ที่จินหลงหยุดวิชากระบี่ของนางได้โดยใช้นิ้วแค่สองนิ้วแถมยังไม่ปลดปล่อยพลังปราณออกมาซักนิด
"มากกว่าระดับจักรพรรดิขั้นกลางอย่างเจ้าก็แล้วกัน..ไม่สิอีกเดี๋ยวเจ้าก็คงอยู่แค่ระดับจักรพรรดิขั้นต้นแล้ว" จินหลงเอ่ยออกมา
"ท่านรู้ได้ยังไง"เยว่ฉีดวงตาเบิกกว้างเมื่อได้ยินสิ่งที่จินหลงพูด
"ก็ข้ามีตาหนะซิถึงมองเห็นว่าพลังยุทธเจ้ากำลังถดถอย"จินหลงเอ่ยออกมา
"ข้า.. ข้า"สิ่งที่จินหลงพูดมาเหล่านั้นล้วนถูกหมดทั้งสิ้น พลังยุทธของนางกำลังถดถอยจริงๆ
"เจ้ากลับไปเสียเถอะข้าเหนื่อยแล้ว"จินหลงเอ่ยออกมาพร้อมเดินกลับไปที่เก้าอี้ไม้โยกตามเดิม
"ท่านพอมีวิธีรักษามันหรือไม่"เยว่ฉีเอ่ยถาม
"มี" จินหลงเอ่ยสั้นๆ
"แล้วท่านยินดีที่จะรักษาให้ข้าหรือไม่"เยว่ฉีเอ่ยถามอีกครั้ง
"ไม่" จินหลงเอ่ยสั้นๆตามเดิม
"เพราะเหตุใด" เยว่ฉีเอ่ยถามอีกครั้ง
"ก็ตอนแรกข้าถามเจ้าแล้วว่ามีสิ่งใดให้ข้าช่วยหรือไม่ แต่เจ้าก็ปฏิเสธ"จินหลงเอ่ย
"ก็ตอนนั้นข้าไม่รู้ว่าท่านจะรักษาโรคของข้าได้หรือไม่"เยว่ฉีพยายามแก้ตัว
"เอาเถอะยังไงตอนนี้ข้าก็หมดอารมณ์แล้วเจ้ารอท่านเทียนหลิวกลับมาเถอะ" จินหลงเอ่ย
"ทำไมท่านไร้เหตุผลเช่นนี้"เยว่ฉีตะโกนออกมา
"ข้าไร้เหตุผลยังไงตอนแรกข้ายื่นมือช่วยเจ้าแล้วแต่เจ้าไม่รับไว้ นั้นทำให้ข้าเสียใจอย่างมาก"จินหลงตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ
"มีเหตุอันใดกัน"