ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันในโถงลับ องครักษ์วังหลวงทั้งห้าคนพุ่งทะยานเข้าหาเฟยหลงจากทุกทิศทาง ปราณสีทองจากกระบี่ส่องสว่างจนกลบแสงโคมไฟ แต่ทว่าในสายตาของเฟยหลงที่เพิ่งรับปราณ "ัดำ" เข้าสู่หัวใจ ทุกอย่างกลับดูเชื่องช้าลงอย่างประหลาด
เขาไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองมีพละกำลังมหาศาลหรือสามารถเหวี่ยงกระบี่พังูเาได้ ร่างกายของเขายังคงสะบักสะบอมและเ็ปจากาแเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ "ความเบา"
เมื่อองครักษ์คนแรกฟาดดาบลงมาที่ไหล่ แทนที่เฟยหลงจะยกกระบี่ขึ้นต้านรับเหมือนทุกครั้ง เขากลับเพียงแค่เอียงคอและเบี่ยงไหล่เพียงนิดเดียว คมกระบี่ที่รุนแรงนั้นกลับวาดผ่านอากาศไปอย่างว่างเปล่า เฟยหลงเคลื่อนที่ราวกับเป็เพียงควันธูปที่ถูกลมพัด ท่วงท่าของเขาดูไม่เหมือนเคล็ดวิชาต่อสู้ แต่มันคือการไหลลื่นไปตามช่องว่างของอากาศ

"เ้าหนู! หลบไปไหนของแก!" องครักษ์สบถอย่างหัวเสีย พวกเขาโหมกระหน่ำฟันกระบี่เข้าใส่ประดุจพายุ ทว่าไม่ว่ากระบี่จะรวดเร็วหรือรุนแรงเพียงใด กลับไม่ได้ััอาภรณ์สีหม่นของเฟยหลงแม้แต่ครั้งเดียว
เฟยหลงไม่ได้เคลื่อนที่ไกล เขาเพียงแค่ก้าวสั้นๆ วนรอบตัวคู่ต่อสู้ ทิ้งไว้เพียงเงาสีดำจางๆ ที่ค่อยๆ ม้วนตัวเป็รูปัตัวเล็กเหาะวนไปตามจังหวะก้าวเท้าของเขา
"ท่านพ่อ... ข้าฟันพวกเขากลับไม่เข้าหรอก" เฟยหลงพึมพำขณะที่โยกตัวหลบดาบสั้นที่พุ่งมาทางด้านหลังโดยไม่ได้หันไปมอง "แต่ข้าทำให้พวกเขาหยุดได้"
ในจังหวะที่หัวหน้าองครักษ์แทงกระบี่สุดแรง เฟยหลงไม่ได้หลบออกด้านข้าง แต่กลับก้าวสวนเข้าหาด้วยความเร็วพรายหนัง เขาใช้ปลายนิ้วที่อาบด้วยควันสีดำแตะลงที่ข้อมือขององครักษ์ผู้นั้นเบาๆ
ฉับพลัน! ปราณสีทองที่ไหลเวียนอยู่ในแขนขององครักษ์กลับถูกัน้อยในร่างเฟยหลง "ดูดกลืน" หายวับไปในพริบตา แขนทั้ง2ข้างของยอดฝีมือวังหลวงพลันอ่อนแรงและชาด้านจนกระบี่ทองคำหลุดมือตกลงพื้นหินดัง เคร้ง!
"นี่มันวิชาปิศาจอะไรกัน!"
เฟยหลงไม่ตอบ เขาอาศัยจังหวะที่คู่ต่อสู้ตกตะลึง เคลื่อนที่รวดเร็วดุจเงาเข้าประชิดตัวองครักษ์ที่เหลือทีละคน เขาไม่ได้ใช้คมกระบี่ฟันแทง แต่ใช้ด้ามกระบี่และฝ่ามือแตะไปยังจุดไหลเวียนปราณอย่างแม่นยำ ทุกครั้งที่ัั ปราณอันแก่กล้าขององครักษ์จะถูกสลายทิ้งจนหมดสิ้น ทิ้งให้พวกเขายืนงงงวยเหมือนคนธรรมดาที่ไร้วรยุทธ
หลี่จางเย่วมองภาพตรงหน้าด้วยความทึ่ง "การเคลื่อนไหวแบบันิลกาฬ... รวดเร็วแต่ไร้แรงปะทะ แข็งมาอ่อนตอบ นี่คือแก่นแท้ของผู้สืบทอดลมปราณที่ท่านปู่พยายามบอก!"
เพียงไม่กี่ลมหายใจ องครักษ์วังหลวงที่เคยน่าเกรงขามกลับลงไปกองกับพื้นด้วยอาการหอบหายใจและไร้เรี่ยวแรง แม้ไม่มีาแฉกรรจ์บนร่างกาย แต่พวกเขาไม่สามารถแม้แต่จะยกนิ้วขึ้นมาขยับได้
เฟยหลงหยุดยืนนิ่งที่กลางโถง ควันสีดำรอบกายจางหายไป เหลือเพียงเด็กหนุ่มตัวเล็กๆ ที่ยังคงมีรอยเืเปื้อนหน้าและหายใจหอบเหนื่อยเหมือนเดิม ฝีมือพื้นฐานเขายังอ่อนกว่าคนพวกนี้มาก แต่ด้วยความเร็วและการ "พลังลมปราณ" ที่ได้รับสืบทอด ทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างน่าประหลาด
"จบแล้ว... ท่านพ่อ" เฟยหลงหันไปมองหลี่จางเย่ว "รีบหนีไปจากที่นี่กันเถอะ ข้าััได้ว่าฉู่เฟิงกำลังย้อนกลับมาที่นี่พร้อมกองกำลังที่ใหญ่กว่าเดิม"
หลี่จางเย่วพยักหน้าเด็ดเดี่ยว เราจะมุ่งหน้าสู่จวนอ๋อง... ที่นั่นเรามีบทเรียนสุดท้ายที่เ้าต้องเรียนรู้ เฟยหลง"